สมุดภาพสัตว์หิมพานต์

<< < (8/24) > >>

jean1966:
31.สินธพกุญชร
                   มีกายเป็นม้าสีเขียว แต่ส่วนหัวกลับเป็นช้าง อย่างคชสีห์ เรียกง่ายๆว่า ม้าหัวช้าง  ตัวเป็นม้า ขาและหางเป็นม้า หัวเป็นคชสีห์ พื้นกายสี เขียวอ่อน ปทัดหลัง-หาง-กีบ ดำ   

jean1966:
32.ไกรสรจำแลง
                  ไกรสรจำแลงมีหัวแบบมังกร และมีร่างเป็นราชสีห์ (สิงโต) จิตรกรบางท่านเรียกไกรสรจำแลงว่า "ไกรสรมังกร" ซึ่งมีความหมาย ตรงตัวว่ามังกรสิงห์

jean1966:
33.อสุรปักษา
                 อสุรปักษา ครึ่งยักษ์ครึ่งนกบางทีว่าเป็นไก่ตัวผู้ ลำตัวท่อนบนเป็นยักษ์ ปากอ้าตากลม สวมมงกุฎหางไก่ ท่อนล่างเป็นนก(ไก่) มีปีกและหางเป็นนก(ไก่) พื้นกายสีเขียว ปีกและหางแดง สามารถบินได้เร็ว กินสัตว์และมนุษย์เป็นอาหารอย่างยักษ์

jean1966:
34.เทพนรสิงห์
                   เทพนรสิงห์หรือนรสีห์มีลักษณะเป็นมนุษย์ผู้ชายผสมกวางคือ บางส่วนเป็นมนุษย์ บางส่วนเป็นกวางหรือเนื้อทรายคือมีเท้าเป็นกีบอย่างอัปสรสีหะ ในประเทศไทยก็มีรูปของอัปสรสีหะ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่พอจะดูลักษณะได้ใกล้เคียงกับเทพนรสิงห์(เป็นคนละอย่างกับนรสิงห์ที่เป็นพระนารายณ์อวตาร ถ้าดูแต่ชื่ออาจสับสนได้)

jean1966:
35.เทพกินนร
             เทพกินนรหรือกินนร คล้ายกับ กินรี  คือเป็นสัตว์หิมพานต์จำพวกหนึ่งที่รูปลักษณะครึ่งคนครึ่งนก เพียงแต่กินนรจะเป็นมนุษย์ผู้ชาย กินรีจะเป็นมนุษย์ผู้หญิง มีถิ่นอาศัยแถบเชิงเขาไกลลาศ...ต้นกำเนิดที่แท้จริงเป็นมาอย่างไรนั้น ยังไม่พบตำราไหนกล่าวไว้ชัดเจน..แต่ในเทวะประวัติของพระพุธ(เทวดานพเคราะห์)กล่าวไว้ว่า  เมื่อท้าวอิลราชประพาสป่าแล้วหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของพระศิวะนั้น..ท้าวอิลราช และบริวารถูกสาปให้แปลงเพศเป็นหญิงทั้งหมด ต่อมานางอิลา คือ ท้าวอิลราชถูกสาป และบริวารที่มาเล่นน้ำอยู่ใกล้อาศรมของพระพุธ ... พระพุธเห็นนางเข้าก็ชอบ รับนางเป็นชายา และเสกให้บริวารของนางกลายเป็น กินรี โดยบอกว่าจะหาผลาหารให้กิน และจะหากิมบุรุษให้เป็นสามี ... แสดงว่า กิมบุรุษ หรือ กินนร และกินรี มีต้นกำเนิดมาจากการเสกของพระพุธ
                 ในหนังสือของ  พี.ธอมัส กล่าวว่า..ที่เชิงเขาเมรุเป็นที่อยู่ของคนธรรพ์ กินนร และนักสิทธิ์..และว่าคนธรรพ์กับกินนรเป็นเชื้อสายเดียวกันในภัลลาติชาดก  กล่าวว่า..กินนรมีอายุ ๑,๐๐๐ ปี และธรรมดากินนรนั้นย่อมกลัวน้ำเป็นที่สุด ... ซึ่งน่าจะขัดแย้งกับอุปนิสัยกินนรในเรื่องพระสุธน..เพราะนางมโนห์รา  ชอบไปเล่นน้ำที่สระกลางป่าหิมพานต์ จึงถูกพานบุญดักจับตัวได้..และในกัลลาติชาดก ยังได้แปลงพวกกินนรออกเป็น ๗ ประเภท คือ
-  เทวกินนร - เป็นพวกเทพกินนร ครึ่งเทวดาครึ่งนก(รูปตามตำราน่าจะหมายถึงพวกนี้)
- จันทกินนรา - จากนิทานชาดก เรื่องจันทกินรี มีรูปกายเป็นคน แต่มีปีก
- ทุมกินนรา - น่าจะเป็นพวกอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้
- ทัณฑมาณกินนรา - ชนิดนี้น่าจะมีอะไรคล้ายๆ นกทัณฑิมา ซึ่งเป็นนกปากยาวดุจไม้เท้าอยู่บนใบบัว
- โกนตกินนรา - เดาไม่ถูกว่ากินนรที่มีลักษณะใด
- สกุณกินนรา - น่าจะเป็นกินนรที่มีร่างท่อนบนเป็นคนท่อนร่างเป็นนกคล้ายกับเทพกินนรแต่จะมีส่วนนก    มากกว่า
- กัณณปาวรุณกินนรา – เดาลักษณะไม่ถูกว่าน่าจะเป็นแบบใด
              ในจำนวน ๗ ประเภทนี้ ไทยเราคุ้นเคยก็คงจะเป็นพวก เทวกินนร ตามความเชื่อในวรรณคดีไทย พวกกินนรมีหลายแบบหลายลักษณะ เช่น เรื่องลักษณวงศ์ของสุนทรภู่... พระลักษณวงศ์ก็ได้นางกินรี ห้าพี่น้องที่อาศัยอยู่ในถ้ำเป็นชายา และในเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์..เป็นพวกที่ตั้งบ้านเมืองหลักแหล่ง..ตอนสมุทรโฆษได้พระขรรค์วิเศษ  ได้พานางพินทุมวดีเหาะไปเที่ยวป่าหิมพานต์ จนถึงเมืองกินนรในเชิงเขาไกรลาศ...
ในวรรณคดีไทย ซึ่งไม่ค่อยพูดถึงกินรี ( เพศชาย )ที่เราเรียกว่ากินนร จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นอย่างเทวดาฝรั่ง”คิวปิด”น่าจะจัดได้ว่าเป็นเทพกินนรได้เหมือนกัน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว