เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
อ่าน: 84390 สมุดภาพสัตว์หิมพานต์
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 17:50

26.สิงโตจีน
              สิงโตจี็นเป็นสัตว์ที่ไทยเราได้มาจากประเทศจีน สิงโตจีนโดยปกติ จะมีขนปกคลุมยาวต่างจากสิงห์ชนิด อื่น ในประเทศไทย ท่านสามารถพบสิงโตจีนได้ทั่วไปตามวัดวาอาราม หรือ แม้กระทั่งศาลเจ้่าจีนเกือบทุกแห่ง ในตำรานี้ตัวเป็นสิงโต หน้าและหัวแบบสิงโตจีน ลายขนไหล่แบบลายจีนlสีตัวพื้นเหลือง   



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:00

27.อสุรวายุภักษ์
                 อสุรวายุภักษ์ ครึ่งนกยักษ์ครึ่งนกอินทรีย์ ลำตัวท่อนบนเป็นยักษ์ ปากขบตาจระเข้ สวมมงกุฎน้ำเต้า มีกาบรับบัวแวง แต่ในตำรานี้เขียนเป็นมงกุฎยอดชัย ท่อนล่างเป็นนกอินทรีย์ พื้นกายสีน้ำเงินบางตำราว่าสีเขียว ในขบวนแห่เรือทางชลมารค มีเรื่อชื่อ อสุรวายุภักษ์ จัดเป็นเรือรูปสัตว์ในประเภทเรือกระบวนเขียนลายทอง สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 และมีการซ่อมแซมต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ปรากฎอยู่ทุกครั้งที่มีการเห่เรือ



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:17

28.มัจฉานุ
               มัจฉานุ เป็นลูกของหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา เนื่องจากเป็นลูกของ หนุมานจึงได้มีร่างกายเป็นลิง แต่มีหางเป็นปลาเช่นเดียวกับ นางสุพรรณมัจฉา แต่เมื่อนางสุพรรณมัจฉา ได้คลอด มัจฉานุด้วยการสำรอกออกมาแล้ว เกรงว่าทศกัณฑ์จะรู้ว่าเป็นลูกตน จึงได้นำ มัจฉานุไปทิ้งไว้ที่หาดริมทะเล หลังจากนั้น ไมยราพณ์ ซึ้งเป็นเจ้าเมืองบาดาลได้เดินทางมาพบและเก็บไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม ซึ่งภายหลัง หนุมานที่ได้ตามติด ไมยราพณ์ซึ่งลักพาตัวพระรามมาไว้ที่เมืองบาดาล จึงได้พบกับมัจฉานุซึ่งทำหน้าที่เฝ้าด่านสระบัวอยู่ทั้ง 2 จึงได้ต่อสู้กัน แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่สามารถเอาชนะกันได้เสียที จึงได้ถามมัจฉานุว่าเป็นลูกใครพ่อแม่ชื่ออะไร เมื่อได้ยินคำตอบของมัจฉานุหนุมานก็ดีใจมากเมื่อได้พบลูกของตนบอกว่าตนเป็นพ่อแต่มัจฉานุหาเชื่อไม่ จนต้องเหาะขึ้นไปหาวเป็นดาวเป็นเดือนจึงเชื่อเพราะแม่บอกไว้ เมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาครั้งที่ 2 และศึกกรุงมลิวัน มัจฉานุจึงได้รับแต่งตั้งเป็น พญาหนุราช ครองกรุงมลิวัน การที่ช่างรวมมัจฉานุอยู่ในประเภทของสัตว์หิมพานต์นั้น คงเพราะเป็นสัตว์ผสมของลิงกับปลาอันเกิดจากจินตนาการนั่นเอง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:27

29.ดุรงคไกรสร
                  ดุรงคไกรสรหรือดุรงค์ไกรสร มีลักษณะคล้ายกับ โตเทพอัสดร กล่าวคือทั้งคู่ เป็นสัตว์ผสมระหว่าง สิงห์กับม้า ตามตำนาน ดุรงค์ไกรสรมีกายเป็นม้าสีแดง มีหางสีดำ กีบสีดำเหมือนม้า ส่วนหัวเป็นสิงห์ที่มีลักษณะสง่า ชื่อ “ดุรงค์ไกรสร” มาจากคำบาลีโบราณ ๒ คำคือ “ดุรงค์” ซึ่งคือสายพันธุ์หนึ่งของม้า และคำว่า “ไกรสร” ซึ่งก็คือสิงห์นั่นเอง  ดุรงค์ไกรสรเป็็นสัตว์กินเนื้อเป็นอาหาร อาหารที่กิน ก็คือสัตว์นานาชนิดในป่าหิมพานต์ ไม่ว่าจะเป็นกวาง หรือวัวควาย ลักษณะเด่นของดุรงค์ไกรสรคือ สามารถวิ่งได้เร็วดุจม้าและ มีความแข็งแรงอย่างสิงห์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:30

 30.อัสดรวิหค
                  อัสดรวิหค เป็นม้าผสมที่เกิดจากม้าและนก ร่างกายเป็นม้ามีสีเหลืองเป็นสีพื้น ส่วนหัวเป็นนก มีขนคอเป็นสีส้มแดง ปีกมีสีแดงชาด กีบและหางมีสีดำ อัสดรวิหคสามารถ เหาะเหินเดินอากาศได้เพราะ ปีกที่มีพละกำลังมหาศาล เช่นเดียวกับม้าผสมประเภทมีปีกเช่น ม้าปีกและดุรงค์ปักษิณ อัสดรวิหคเป็นสัตว์ที่กิน ทั้งพืชและสัตว์เป็นอาหาร อาหารหลักของอัสดรวิหคได้แก่ แมลง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ตัวเล็กๆ และ เมล็ดพืช


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:38

31.สินธพกุญชร
                   มีกายเป็นม้าสีเขียว แต่ส่วนหัวกลับเป็นช้าง อย่างคชสีห์ เรียกง่ายๆว่า ม้าหัวช้าง  ตัวเป็นม้า ขาและหางเป็นม้า หัวเป็นคชสีห์ พื้นกายสี เขียวอ่อน ปทัดหลัง-หาง-กีบ ดำ   



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:43

32.ไกรสรจำแลง
                  ไกรสรจำแลงมีหัวแบบมังกร และมีร่างเป็นราชสีห์ (สิงโต) จิตรกรบางท่านเรียกไกรสรจำแลงว่า "ไกรสรมังกร" ซึ่งมีความหมาย ตรงตัวว่ามังกรสิงห์


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 18:51

33.อสุรปักษา
                 อสุรปักษา ครึ่งยักษ์ครึ่งนกบางทีว่าเป็นไก่ตัวผู้ ลำตัวท่อนบนเป็นยักษ์ ปากอ้าตากลม สวมมงกุฎหางไก่ ท่อนล่างเป็นนก(ไก่) มีปีกและหางเป็นนก(ไก่) พื้นกายสีเขียว ปีกและหางแดง สามารถบินได้เร็ว กินสัตว์และมนุษย์เป็นอาหารอย่างยักษ์



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:03

34.เทพนรสิงห์
                   เทพนรสิงห์หรือนรสีห์มีลักษณะเป็นมนุษย์ผู้ชายผสมกวางคือ บางส่วนเป็นมนุษย์ บางส่วนเป็นกวางหรือเนื้อทรายคือมีเท้าเป็นกีบอย่างอัปสรสีหะ ในประเทศไทยก็มีรูปของอัปสรสีหะ ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่พอจะดูลักษณะได้ใกล้เคียงกับเทพนรสิงห์(เป็นคนละอย่างกับนรสิงห์ที่เป็นพระนารายณ์อวตาร ถ้าดูแต่ชื่ออาจสับสนได้)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:34

35.เทพกินนร
             เทพกินนรหรือกินนร คล้ายกับ กินรี  คือเป็นสัตว์หิมพานต์จำพวกหนึ่งที่รูปลักษณะครึ่งคนครึ่งนก เพียงแต่กินนรจะเป็นมนุษย์ผู้ชาย กินรีจะเป็นมนุษย์ผู้หญิง มีถิ่นอาศัยแถบเชิงเขาไกลลาศ...ต้นกำเนิดที่แท้จริงเป็นมาอย่างไรนั้น ยังไม่พบตำราไหนกล่าวไว้ชัดเจน..แต่ในเทวะประวัติของพระพุธ(เทวดานพเคราะห์)กล่าวไว้ว่า  เมื่อท้าวอิลราชประพาสป่าแล้วหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของพระศิวะนั้น..ท้าวอิลราช และบริวารถูกสาปให้แปลงเพศเป็นหญิงทั้งหมด ต่อมานางอิลา คือ ท้าวอิลราชถูกสาป และบริวารที่มาเล่นน้ำอยู่ใกล้อาศรมของพระพุธ ... พระพุธเห็นนางเข้าก็ชอบ รับนางเป็นชายา และเสกให้บริวารของนางกลายเป็น กินรี โดยบอกว่าจะหาผลาหารให้กิน และจะหากิมบุรุษให้เป็นสามี ... แสดงว่า กิมบุรุษ หรือ กินนร และกินรี มีต้นกำเนิดมาจากการเสกของพระพุธ
                 ในหนังสือของ  พี.ธอมัส กล่าวว่า..ที่เชิงเขาเมรุเป็นที่อยู่ของคนธรรพ์ กินนร และนักสิทธิ์..และว่าคนธรรพ์กับกินนรเป็นเชื้อสายเดียวกันในภัลลาติชาดก  กล่าวว่า..กินนรมีอายุ ๑,๐๐๐ ปี และธรรมดากินนรนั้นย่อมกลัวน้ำเป็นที่สุด ... ซึ่งน่าจะขัดแย้งกับอุปนิสัยกินนรในเรื่องพระสุธน..เพราะนางมโนห์รา  ชอบไปเล่นน้ำที่สระกลางป่าหิมพานต์ จึงถูกพานบุญดักจับตัวได้..และในกัลลาติชาดก ยังได้แปลงพวกกินนรออกเป็น ๗ ประเภท คือ
-  เทวกินนร - เป็นพวกเทพกินนร ครึ่งเทวดาครึ่งนก(รูปตามตำราน่าจะหมายถึงพวกนี้)
- จันทกินนรา - จากนิทานชาดก เรื่องจันทกินรี มีรูปกายเป็นคน แต่มีปีก
- ทุมกินนรา - น่าจะเป็นพวกอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้
- ทัณฑมาณกินนรา - ชนิดนี้น่าจะมีอะไรคล้ายๆ นกทัณฑิมา ซึ่งเป็นนกปากยาวดุจไม้เท้าอยู่บนใบบัว
- โกนตกินนรา - เดาไม่ถูกว่ากินนรที่มีลักษณะใด
- สกุณกินนรา - น่าจะเป็นกินนรที่มีร่างท่อนบนเป็นคนท่อนร่างเป็นนกคล้ายกับเทพกินนรแต่จะมีส่วนนก    มากกว่า
- กัณณปาวรุณกินนรา – เดาลักษณะไม่ถูกว่าน่าจะเป็นแบบใด
              ในจำนวน ๗ ประเภทนี้ ไทยเราคุ้นเคยก็คงจะเป็นพวก เทวกินนร ตามความเชื่อในวรรณคดีไทย พวกกินนรมีหลายแบบหลายลักษณะ เช่น เรื่องลักษณวงศ์ของสุนทรภู่... พระลักษณวงศ์ก็ได้นางกินรี ห้าพี่น้องที่อาศัยอยู่ในถ้ำเป็นชายา และในเรื่องสมุทรโฆษคำฉันท์..เป็นพวกที่ตั้งบ้านเมืองหลักแหล่ง..ตอนสมุทรโฆษได้พระขรรค์วิเศษ  ได้พานางพินทุมวดีเหาะไปเที่ยวป่าหิมพานต์ จนถึงเมืองกินนรในเชิงเขาไกรลาศ...
ในวรรณคดีไทย ซึ่งไม่ค่อยพูดถึงกินรี ( เพศชาย )ที่เราเรียกว่ากินนร จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่ทราบ แต่ถ้าเป็นอย่างเทวดาฝรั่ง”คิวปิด”น่าจะจัดได้ว่าเป็นเทพกินนรได้เหมือนกัน



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:41

36.มยุรเวนไตย
                 ลำตัวเป็นครุฑ หน้าและหัวเป็นนกยูง แขนและขาเป็นครุฑ หางเป็นนกยูง พื้นกายสีครามอ่อน ปีกหางสีหงชาด(แดงอ่อน)



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:45

37.สีหะคักคา
                 สีหะคักคาหรือ สิงหคักคา มีกายเป็นเกล็ดสีม่วงเข้ม(แก่) แม้จะมีส่วนหัวและตัวเป็นสิงห์ กลับมีเท้าเหมือนช้าง ช้างก็ช่างจินตนาการจนดูเป็นพิลึก


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:51

38.สิงหรามังกร
                           สิงหรามังกรหรือสีหรามังกร สิงห์ชนิดนี้มีหัวเป็นมังกร มีร่างเป็นสิงห์สีน้ำตาล(หงดิน)ที่ตัวมีลายวนทักษิณาวรรต คนทั่วไปมักจำสิงหรามังกรสับสนกับไกรสรจำแลงที่เป็นครึ่งมังกรครึ่งสิงห์คล้ายกัน
     


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 19:55

39.กิเลนจีน
                ในตำนานจีน กิเลนมีหัวเป็นมังกร มีเขาเดียว (เขาแบบกวาง) มีร่างกายแบบกวาง แต่ผิวปกคลุมไปด้วยเกล็ด หางเหมือนหางวัว และมีกีบเหมือนม้า สัตว์วิเศษนี้ประกอบไปด้วบเบญจธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ไม้ และ โลหะ กล่าวกันว่า กิเลนมีชีวิตยืนยาวหลายพันปี
                พจนานุกรมจีน อธิบายกิเลนต่างออกไป ว่า กิเลนมีหัวเหมือนสุนัข แต่มีกายเป็นกวาง หางเป็นวัว กีบเหมือนม้า มีขนแผงคอหลากสี ขนใต้ท้องมีสีเหลือง มีสีกาย ๕ สี คือ แดง เหลือง น้ำเงิน ขาว และ ดำ ตัวผู้มีเขา ๑ เขา ส่วนตัวเมียไร้เขา กิเลนสามารถเดินบนผิวน้ำได้
                มีเรื่องเล่าว่า สมัยราชวงศ์เมง ชาวจีนได้เห็นยีราฟเป็นครั้งแรก-ราวปี พ.ศ. ๑๙๕๗ จิตรกรจีนได้วาดภาพยีราฟไว้และเขียนกำกับชื่อภาพว่า กิเลน อาจเป็นเพราะยีราฟมีรูปร่างแปลก แถมยังมี เขาอ่อนเหมือนกวางบางชนิด



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 17 พ.ย. 09, 20:20

40.กิหมี
             ไม่มีที่ใดกล่าวถึงกิหมีเลยเท่าที่สืบค้น เท่าที่พิจารณาจากรูป เป็นสัตว์ผสมระหว่างกิเลนอย่างจีนกับสิงห์คือตัวมีลาย วนทักษิณาวรรตอย่างราชสีห์ หัวเป็นกิเลนจีน แต่อุ้งเท้างุ้มดูคล้ายหมีและเหมือนอุ้งเท้าของสิงหรามังกร คือเล็บงุ้มเข้า มูลเหตุใดจึงเรียกว่ากิหมีคงต้องสืบค้นกันต่อไป หากท่านใดทราบจะช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
              จบตัวที่40ขอพักก่อนครับ ปวดตาเหลืออีก 36ตัว ใครมีรูปสัตว์ตัวใดจะนำมาแทรกประกอบเรียนเชิญครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 8
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง