เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
อ่าน: 23383 ชาติพันธุ์วรรณา ในขุนช้างขุนแผน (๓)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 13:09

แค่เกร็ดเล็กๆ มาแทรกค่ะ
ในฉบับหอพระสมุด  ระบุชื่อพลายยงว่า

เจ้าเชียงใหม่ให้นามแก่นัดดา                  ให้ชื่อว่าพลายยงพงศ์นพรัฐ

คำว่า พงศ์นพรัฐ หมายถึงเชื้อสาย "นวรัฐ"     น่าจะมีที่มาจากพระนาม เจ้าแก้วนวรัฐ   เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่    ซึ่งขึ้นครองราชย์ ในพ.ศ. ๒๔๕๔ 
กวีไม่ยักบอกว่าเป็นเชื้อสาย ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) ซึ่งเป็นราชวงศ์ล้านนาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์
และไม่ระบุว่าเป็นเชื้อสาย พระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระบิดาของเจ้าแก้วนวรัฐ  และไม่ใช่ เจ้าราชวงศ์มหาพรหมคำคง ณ เชียงใหม่ พระอัยกา

ถ้ากวีเรียกพลายยงว่า เป็นเชื้อสาย "เจ้าแก้วนวรัฐ" ก็ขอเดาว่าตอนนี้ แต่งขึ้นหลังจากเจ้าแก้วนวรัฐครองเชียงใหม่แล้ว คือหลังพ.ศ. ๒๔๕๔   คือแต่งสมัยรัชกาลที่ ๖

แค่เสนอความคิดเห็นค่ะ   เชิญค้านได้ตามสบาย
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 14:45

เอ    ก่อน พ.ศ. ๒๔๕๔ ซึ่งเป็นปีที่เจ้าแก้วนวรัฐได้เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่  ก็มีพระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ ๕ พระองค์หนึ่ง  ซึ่งประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเจ้าทิพเกษร อันเป็นธิดาเชื้อสายเจ้าเมืองเหนือเชื้อราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เชื้อเจ้าเจ็ดตน)  พระเจ้าลูกยาเธอพระองค์นั้นมีพระนามว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ  ประสูติเมื่อ ปี ๒๔๒๗  ก็พระนาม "ดิลกนพรัฐ" นี้ ก็ตรงกับคำกลอนในเสภายิ่งกว่านามเจ้าแก้วนวรัฐ  และเป็นที่รู้จักมาก่อนปี ๒๔๕๔ แล้ว   แต่นั่นก้ไม่ได้ความว่า คำว่า นพรัฐเพิ่งมารู้จักในสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ ๖ เพราะคำว่า นพรัฐ หรือ นวรัฐ เป็นชื่อภาษาบาลีที่ปรากฏเป็นที่รู้จักกันมาแต่หน้านั้นแล้ว

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30545

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 14:48

ถ้าอย่างนั้น คำว่า นพรัฐ หรือนวรัฐ เป็นการเรียกแคว้นล้านนา มาแต่โบราณหรือคะ?
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 14:59

ถ้า นวรัฐ มาจาก นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่ ละก้อ ก็สามารถย้อนหลังไปได้ถึง พ.ศ. ๑๘๓๙ เมื่อครั้งที่พญามังรายทรงสร้างเมืองนี้ (จากหลักฐานศิลาจารึกวัดเชียงมั่น ระบุวันเวลาที่เริ่มสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างละเอียดว่า ตรงกับวันที่ ๑๒ เมษายน พ.ศ.๑๘๓๙ เวลาประมาณ ๐๔.๔๕ น.)
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 30 พ.ย. 09, 15:32

เล่าเสภาพลายยงต่อ ใกล้จบแล้วครับ

พอตกค่ำ พลายยงตั้งใจจะไปเข้าห้องนางเวสิวจึงเดินไปเคาะประตูห้องนางเวสิวร้องเรียกให้เปิดประตู นางเวสิวรู้ว่าพลายยงมาเคาะประตูก็แกล้งทำเป็นหลับ แล้วสั่งให้บ่าวชื่ออีมีไปเปิดประตูให้พลายยงเข้ามา  พลายยงเห็นางเวสิวนอนหลับก็แอบลักจูบลูบชมนาง  ในกลอนก็ว่ารูปร่างอะไรก็ดีหมด เว้น "เสียแต่ที่ตีนเล็กเป็นเจ๊กไป" (แสดงว่าในสมัยที่แต่งเสภานี้ ผู้หญิงจีนยังนิยมรัดเท้าให้เล็กอยู่กระมัง) แล้วพลายยงก็ปลุกนางเวสิวขึ้นว่า เพิ่งจะค่ำจะรีบนอนไปไหน นางเวสิวก็แกล้งนอนหลับอยู่หมายจะดูท่าทีพลายยงต่อไป ปรากฏว่าพลายยงก็รู้ว่นางแกล้งหลับก็เลยกอดนางลูบดลมจนนางทนไม่ได้ต้องตื่น แล้วพลายยงก็ตัดพ้อว่านางเวสิวคงโกรธเคืองพลายยง

นางเวสิวลุกขึ้นเลื่อนลงมานั่งข้างที่พื้นห้อง แล้วว่า พลายยงกล้าดีอย่างไรมาทำหักหาญ ตนไม่ใช่ลูกเมียหรือชู้จึงมาทำเช่นนี้  เดิมพ่อแม่ของนางให้นางมากับพลายยงก็เพราะตั้งใจให้มาเป็นข้าแทนคุณที่ไปช่วยรบกู้เมือง   แต่จะให้เป็นเมียนั้นคงจะรับไว้มิได้  เพราะนางเป็นคนวาสนาน้อย  แล้วก็บอกให้พลายยงออกจากห้องไป

พลายยงก็ดต้ตอบกับนางว่า  พ่อแม่ของนางเวสิวมอบนางมาให้หมายเป็นคู่ครองกับพลายยง แต่นางมากล่าวว่าจะเป็นข้ารับใช้นั้นผิดไป  ช่างใจน้อยเสียนี่กระไร  แล้วว่า

"มาตามทางนั้นเป้นกลางพระสมุทร     คิดกลัวสุดเหลือที่จะไปหา
คำโบราณท่านห้ามตามตำรา     ว่ามิให้นิทรากับนารี
ถ้าผู้ใดไม่ฟังตามสั่งสอน         ขืนหลับนอนก็จะยับลงกับที่
คงอันตรายต่างต่างกลางนที       เพราะเช่นนี้จึงไม่ได้ไปหาน้อง"

(เอ  นี่เป็นข้ออ้างของพลายยงหรือเปล่านะ)

เวสิวได้ฟังก็ตอบไปว่า

"อันตัวของน้องนี้มิใช่ไทย      หรือจะมารักใคร่ไหลหลง
ทั้งไร้ญาติขาดตระกูลประยูรวงศ์  รูปทรงไม่สำอางเหมือนอย่างไทย
เป็นเจ๊กจีนทั้งไร้สินทั้งไร้ศักดิ์   ไม่ปราดเปรื่องเยื้องยักให้รักใคร่
การปรนนิบัติก็ขัดทุกตาไป      ธรรมเนียมนั้นฉันใดก็ไม่รู้
ซึ่งนายหมายจะเลี้ยงเป็นเมียนั้น   ตัวฉันก็ขอบพระคุณอยู่
ให้พรั่นจิตคิดกลัวไม่เอ็นดู       ฉวยว่าได้เมียชู้ที่เป็นไทย
ก็จะลืมเลยลิ่วเวสิวเสีย     หน่อยจะกลับยุเมียมาด่าให้
ครั้นถุ้งเถียงทะเลาะเกาะแกะไป    ผัวก็จะขัดใจเข้าตีรัน
สำหรับก็จะยับทุกตาไป      ลงเป็นข้าคนใช้ได้โศกศัลย์
ชาติหญิงไทยนี้ใจมันดุครัน     ด่าแล้วมันขุดโคตรให้ทุกที
จงเอาบุยการุฯฉันกราบไหว้    ยอมให้ใช้ต่างข้าเป็นทาสี
จะเป็นเมียนั้นไม่ได้ภัยคงมี   เชิญพ่อจรลีครรไลไปฯ"

พลายยงก็แก้ว่า  

ถึงจะหาเมียไทยได้สักร้อย   จะให้เจ้าเป็นน้อยนั้นอย่าว่า
พี่คงให้ถือน้ำตามสัญญา      ไปจนแก่ชราอย่าปรารมภ์
อยู่ร่วมเรือนเป็นเพื่อนด้วยแก้วพี่   สักร้อยปีก็มิได้ไกลสู่สม
จะสงวนไว้ในห้องประคองชม     อย่าเตรียมตรมตรองกริ่งให้ตรอมใจ

ว่าแล้วพลายยงก็จูงน้องนางเวสิวขึ้นมา  บทต่อไปก็คงทราบกันดีเลยคัดมาให้อ่านเป็นการทิ้งท้ายเสภาตอนนี้  

ทางจูงมือน้องย่องขึ้นเตียง  ประคองเคียงลงกับหมอนที่นอนใหญ่
ค่อยขยับอกทับประทังไป     แล้วขวักไขว่ก่ายกอดพัลวัน
ประคองเคล้นเต้าเต่งเคร่งกำดัด    พึ่งรุ่นคัดเป็นไตให้ใฝ่ฝัน
นางพลิกแพลงแว้งวัดคอยปัดกัน   อย่าบีบคั้นเจ็บนักหม่อมจะตรอมตาย
เจ้าพลายน้อยค่อยว่าเป็นยาทิพย์    แล้วค่อยหยิบแย้มผ้าอ้าขยาย
กรกะหวัดรัดรึงอยู่ตึงกาย       นางโฉมฉายหลับตาไม่พาที

อัศจรรย์หวั่นไหวให้ลือลั่น     เหมือนช้างคันงาแรงแทงคนขี่
เลือดไหลออกช้างก็ล้มสิ้นสมประดี   ทั้งสองศรีสุขเกษมค่อยเปรมใจ
ด้วยหนุ่มสาวคราวกำดัดซัดจนรุ่ง   พอพวยพุ่งแดดแข็งขึ้นแสงไข
เจ้าพลายยงเยื้องย่องจากห้องใน     มาสนทนาปราศรัยกับมารดาฯ


(ส่วนเรื่องนางสร้อยฟ้าให้พลายยงไปแก้แค้นฆ่านางศรีมาลานั้นก็ต่อจากนี้ไป  สนุกดีเหมือนกัน)

อ้อขอเพิ่มเติมนิดหนึ่ง ว่า งวนบุนเจ๋งที่พลายยงพาเอาตัวมาที่กรุงศรีอยุธยานั้น สมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิมิได้มีรับสั่งให้ประหารชีวิตหรือลงโทษทัณฑ์แต่อย่างใด  แต่ให้ "...จีนงวนบุนเจ๋งที่จับมา   ตั้งเป็นเจ้าพระยามีศักดิ์ศรี   ประทานเสลี่ยงคนใช้ได้มากมี ...."  อ่านดูก็แปลกดีเหมือนกัน  เอานักโทษเชลยสงครามบ้านเมืองอื่นมาตั้งเป็นเจ้าพระยาที่อีกเมืองหนึ่ง


บันทึกการเข้า
girlblack
อสุรผัด
*
ตอบ: 25



ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 19 พ.ค. 12, 15:29

อยากทราบเรื่องนี้ตอนจบน่ะคะ ว่าจบยังไง
บันทึกการเข้า

Namy rosy
han_bing
นิลพัท
*******
ตอบ: 1602



ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 21 พ.ค. 12, 19:45

เรื่องการมัดเท้าของสตรีจีนนี้เห็นว่าเริ่มทำตั้งแต่ราชวงศ์ซ่ง (宋:song) พึ่งมาเลิกกันจริงๆจังๆเมื่อครั้งพรรคคอมมิวนิสต์เข้าปกครองประเทศจีนใน ค.ศ. ๑๙๔๙ อย่างไรก็ตาม หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบจักรพรรดิราชย์เป็นสาธารณรัฐเริ่มมีการต่อต้านการมัดเท้าเช่นนี้แล้ว แต่ก็ยังคงมีการมัดเท้ากันอย่างแพร่หลาย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง