เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 23907 ชาติพันธุ์วรรณา ในขุนช้างขุนแผน (๓)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
 เมื่อ 10 พ.ย. 09, 21:13

ชาติพันธุ์วรรณากระทู้ที่ ๒ ยังไม่จบ     แต่มาตั้งกระทู้ ๓  เผื่อจะมีใครอยากคุยถึงชาติพันธุ์อื่นๆนอกเหนือจากลาว 
เราก็เล่าควบกันไปทั้ง ๒ กระทู้ได้

กระทู้ที่ ๓  อยากพูดเรื่องแขกและจีน ค่ะ
สังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่า อิทธิพลของจีนในขุนช้างขุนแผน แทบไม่มีเลย     ข้อนี้ก็ทำให้คิดว่า คงจะเป็นสังคมไทยก่อนรัชกาลที่ ๓
เพราะรัชกาลที่ ๓ เป็นการอพยพครั้งใหญ่ของจีน เข้ามาในไทย     มีผลต่อวัฒนธรรมไทยไม่น้อย
เสภาฉบับหอพระสมุด ตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง   สะท้อนการตกแต่งเรือนคหบดีไทย ที่มีอิทธิพลจีนน้อยมาก
เท่าที่นึกออก  ก็เห็นมีอ่างเลี้ยงปลาเงินปลาทอง  ปลาพวกนี้น่าจะมาจากเมืองจีน
แต่พวกไม้ดัด เป็นของไทย
เทียบกับบทละครขุนช้างขุนแผน พระนิพนธ์ในกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ วังหน้ารัชกาลที่ ๓    ความหรูหราแบบจีนออกมาโชว์อยู่เต็มนอกชานเรือนขุนช้าง
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 09:23

ถึงฤกษ์งามยามปลอดคลอดง่ายดาย          ลูกนั้นเป็นชายร้องแว้แว้
พี่ป้าน้าอามาดูแล                              ล้างแช่แล้วก็ส่งให้แม่นม    
ทาขมิ้นแล้วใส่กระด้งร่อน                     ใส่เบาะให้นอนเอาผ้าห่ม  
ปู่ย่าตายายสบายชม                           เรือนผมน่ารักดังฝักบัว
เอาขึ้นใส่อู่แล้วแกว่งไกว                      แม่เข้านอนไฟให้ร้อนทั่ว  
เดือนหนึ่งออกไฟไม่หมองมัว                  ขมิ้นแป้งแต่งตัวน่าเอ็นดู  
พ่อแม่ปรึกษากับย่ายาย                       จะให้ชื่อหลานชายอย่างไรปู่
ฝ่ายตาตะแกเป็นหมอดู                        คิดคูณเลขอยู่ให้หลานชาย  
ปีขาลวันอังคารเดือนห้า                        ตกฟากเวลาสามชั้นฉาย  
กรุงจีนเอาแก้วอันแพรวพราย                  มาถวายพระเจ้ากรุงอยุธยา
ให้ใส่ปลายยอดพระเจดีย์ใหญ่                 สร้างไว้แต่เมื่อครั้งเมืองหงสา  
เรียกวัดเจ้าพระยาไทยแต่ไรมา                ให้ชื่อว่าพลายแก้วผู้แววไว

ฤกษ์เกิดของขุนแผนตรงกับเมื่อพระเจ้ากรุงจีนนำเอาเพชรนิลจินดาอันมีค่ามาถวายพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาในที่นี้คือสมเด็จพระนเรศวรมหาราช นำไปใส่ไว้ปลายยอดเจดีย์วัดเจ้าพระยาไทยคือวัดใหญ่ชัยมงคล ซึ่งสร้างมาครั้งทรงชนะศึกเมืองหงสาวดี

ทั้งที่มาของชื่อ และฤกษ์เกิดปีขาลวันอังคารเดือนห้า

สมเป็นพระเอกจริง ๆ

 ยิงฟันยิ้ม



บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 09:27

ในนิราศของสุนทรภู่  มองเห็นร่องรอยของคนจีนในจังหวัดต่างๆที่สุนทรภู่ไปเยือน       แต่ในขุนช้างขุนแผนฉบับหอพระสมุด  ไม่มีตัวละครจีนที่มีบทบาทสำคัญ  หรือแม้แต่บทบาทรองๆ   ก็มองไม่เห็น
ขุนช้างเป็นเศรษฐีไทย    ไม่มีเลือดจีนเจือปน     ร่ำรวยจากการเป็นเจ้าของที่ดิน    ไม่ใช่จากการค้าขาย  

เท่าที่อ่านเจอ   มีการเอ่ยถึงคนจีนเป็นตัวประกอบไว้นิดหน่อย  ในบางตอนค่ะ
เช่นตอนนี้

พระพันวษาเสด็จออกว่าราชการ  ก็มีคนจีนมาร้องทุกข์

พระยารักษ์รับสั่งทูลสนอง                    ขอเดชะจีนทองให้การว่า
เดิมได้สู่ขอต่อมารดา                           ยกให้แล้วก็พาไปเรือนชาน
จีนทองเข้าหาเป็นห้าครั้ง                      อำแดงสังไม่ยอมทำหักหาญ
ครั้นเข้าปล้ำร่ำว่าด่าประจาน                  อายกับเพื่อนบ้านเป็นพ้นคิด
จึงเข้ามาฟ้องร้องฎีกา                          ให้ปรึกษาให้เห็นชอบแลผิด
ถ้าไม่สัตย์ขอถวายซึ่งชีวิต                    ขอพระองค์ทรงฤทธิ์ได้เมตตา

คดีนี้คล้ายๆกับคดีอำแดงเหมือนกับนายริด  ในสมัยรัชกาลที่ ๔   ที่พ่ออำแดงเหมือนยกลูกสาวให้ผู้ชายที่ลูกสาวไม่สมัครใจ
เพราะเธอรักอยู่กับนายริด    เธอก็เลยไม่ยอมเป็นเมียนายภู ผู้ชายที่พ่อยกให้
อำแดงเหมือนถวายฎีกาสมเด็จพระจอมเกล้าฯ  ทรงตัดสินให้เธอชนะคดี  ไปอยู่กินกับนายริดได้ตามความสมัครใจ

ในคดีจีนทอง   ตัวสามีเป็นฝ่ายมาร้องทุกข์เสียเอง   พระพันวษาก็ตัดสินว่า

ครานั้นพระองค์ผู้ทรงภพ                     ฟังจบทรงพระสรวลสำรวลร่า
เจ๊กอัปรีย์สิ้นที่จะเจรจา                       แต่เมียด่าก็มาฟ้องไม่ต้องการ
หรือเมืองจีนมันจะร้องฟ้องกันได้           ถองส่งออกไปเสียจากศาล
...................
สรุปว่ายกฟ้อง  จีนทองก็คงต้องกลับบ้านไปคิดเอาเองว่าจะชนะใจเมียได้ยังไง  หรือว่าจะเลิกกันไปรู้แล้วรู้รอด


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 09:31

ชนกันกลางอากาศ
ใช่แล้วค่ะ   เจ้ากรุงจีนเอาแก้วมาถวายพระเจ้ากรุงอยุธยา  เป็นที่มาของชื่อพลายแก้ว
อยู่หน้าแรกแท้ๆ   อ่านข้ามไปไม่ทันนึกว่าตรงนี้เอง 
ขอบคุณคุณเพ็ญชมพูมาก

เมื่ออ่านครั้งแรก สงสัยว่า
กรุงจีนเอาแก้วอันแพรวพราย                   มาถวายพระเจ้ากรุงอยุธยา
ให้ใส่ปลายยอดพระเจดีย์ใหญ่                 สร้างไว้แต่เมื่อครั้งเมืองหงสา   
เรียกวัดเจ้าพระยาไทยแต่ไรมา     

อย่างแรกคือวัดเจ้าพระยาไทย อยู่ตรงไหนของอยุธยา

อย่างที่สอง คือ สร้างไว้เมื่อครั้งเมืองหงสา  แปลว่าอะไร    เพราะการตั้งเมืองหงสาไม่เกี่ยวอะไรกับประวัติศาสตร์อยุธยา
คุณศุภร บุนนาค สันนิษฐานไว้ใน "สมบัติกวี" ว่า อาจจะเขียนผิด  ควรเป็น เมื่อครั้งศึกหงสา      เป็นเจดีย์ที่สร้างเมื่อมีศึกกับหงสาวดี   
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 10:12

๓๕ เดนตายสหายขุนแผนออกโรงอีกครา  

ตามคำรายงานตัวมีทั้งไทย, มอญ, ลาว,จีน แถม ละว้า ให้อีกเชื้อชาติหนึ่ง (ไม่ยักมีแขก) เป็นทั้งผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ

ขอให้สังเกตว่าคำรายงานตัวมีแบบฟอร์มเดียวกันคือ ชื่อตัว, ชื่อเมีย และโทษที่ต้องติดคุก

ต่อมาข้านี้อ้ายสีอาด                       เมียชื่ออีกงราดพระเจ้าข้า
คบไทยไล่ปล้นบ้านละว้า                  แล้วเข่นฆ่าลาวชื่อท้าวเสน
ขึ้นย่องเบาเอาบาตรผ้าพาดเณร           ทุบตาเถรแล้วซ้ำปล้ำหลวงชี

อ้ายมอญมือด่างบางโฉลง                 เมียชื่ออีโด่งเป็นชาวเหนือ
ลักถ้วนลักถี่ทั้งตีเรือ                       ครกกระบากสากกะเบือไล่เก็บครบ

อ้ายมากสากเหล็กปล้นเจ๊กกือ            เมียมันตาปรือชื่ออีเสา

อ้ายสงผัวอีคงอยู่กงคอน                   ตีชิงผ้าผ่อนฆ่ามอญเสีย

อ้ายจันผัวอีจานบ้านกะเพรา                โทษปล้นจีนเก๊าเผาโรงเจ๊ก
ยิงปืนปึงปังประดังโห่                       แล้วเอาสันพร้าโต้ต่อยหัวเด็ก

อ้ายเกิดกระดูกดำผัวอีคำด่าง               โทษสะดมกรมช้างกับหมอมั่น
ปล้นละว้าป่าดงคงกระพัน                   กระหำไขว้ไข่ดันเป็นทองแดง


เพื่อนร่วมรุ่นขุนแผนแต่ละคน มีประวัติดุเด็ดเผ็ดมัน

 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 10:46

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องตลกไว้ว่า

ตลกชาติพันธุ์และตลกชนชั้นไม่ว่าจะในวัฒนธรรมอะไร เป็นการผลักดันกลุ่มคนที่เป็นตัวตลกให้ลงไปสู่บันไดขั้นล่าง ๆ ทั้งนั้น คนที่อยู่ชั้นล่างของสังคมมักเป็นตัวตลกเสมอ และตลกเองก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของสังคมที่จะจัดให้คนเหล่านี้อยู่ข้างล่างด้วย

ตลกที่เก่าแก่ของไทยคือ ตลกตาเถนกับยายชี ถัดมาคือ ตลกเจ๊ก และปัจจุบันคือ ตลกลาว

ตลกเกี่ยวกับเจ๊กมีมากตั้งแต่รัตนโกสินทร์ลงมา ปรากฏทั้งในภาพเขียนฝาผนังไปจนถึงวรรณกรรมและการแสดง


ในเรื่องขุนช้างขุนแผนคนจีนก็ยังคงความเป็นตัวตลกอยู่

ตอนจระเข้เถรขวาดอาละวาด

คนเห็นกุมภานั้นกล้าหาญ                 ชายหญิงวิ่งพล่านทุกบ้านช่อง
ถึงแพเจ๊กจอดหน้าท่าการ้อง              ขึ้นคาบเมียเจ๊กจ๋องเจ้าน้ำมัน
อ้ายผัวร้องไอ๊หยาวิ่งมาช่วย              จระเข้ฉุดเจ๊กฉวยบั้นเอวมั่น
จนผ้าผ่อนล่อนลุ่ยจากพุงพัน             อ้ายผัวหันหน้าจ้องร้องไห้งอ
จระเข้เถรเห็นเจ๊กมันร้องไห้               นึกขันกลั้นไม่ได้ก็หัวร่อ
พอปากอ้าเจ๊กคร่าไม่รารอ                เมียก็พอหลุดได้ไม่ถึงตาย


ตลกจีนแม้แต่จระเข้ยังหัวเราะ

 ยิงฟันยิ้ม

 
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11090


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 11:02


อ้างถึง
    กระหำไขว้ไข่ดันเป็นทองแดง
     

       ตรงนี้เกี่ยวกับอยู่ยงคงกระพัน   หรือว่ากลอนมันพาไปนะคุณขา
     ช่วยบอกหน่อยข้าน้อยด้อยตำรา  ไม่รู้ไอ้ที่ว่าเป็นฉันใด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 11:16

พอคุณเพ็ญชมพูพากลุ่มนักโทษเดนตายมาแนะนำ   ก็ตามไปดู  เลยได้ประเด็นมาอีกนิดหน่อย

ที่นั่งถัดไปอ้ายช้างดำ                              อยู่บ้านถ้ำย่องเบาเจ้าภาษี
เก็บเงินทองของข้าวบรรดามี                     ของดีดีไม่น้อยล้วนพลอยเพชร

เสภาตอนนี้ แต่งสมัยรัชกาลที่ ๓ หรือหลังจากนั้น  เพราะระบบเจ้าภาษี เริ่มในรัชกาลที่ ๓    ในรัชกาลที่ ๒ ยังไม่มี

ตอนพลายชุมพลปราบจระเข้เถรขวาด   มีคนมาดูบนฝั่งมากมาย    คนจีนก็มีบทบาทอยู่บ้าง
ตรงนี้น่าจะยกไปถึงกระทู้ ๔ ได้ค่ะ  ว่าด้วยชนชาติอื่นๆที่เหลือในเรื่อง

ฝ่ายพวกแขกฝรั่งทั้งจีนจาม                      ก็เดินชมกันตามเพศภาษา
ไม่เคยเห็นที่ไหนแต่ไรมา                         แต่เจ๊กว่าเมืองจีนนั้นเคยมี
เมื่อครั้งเกียงจูแหยแก้กลศึก                     ก็รบกันครั่นครึกกระบวนผี
แต่เป็นการนานช้ากว่าพันปี                       เราได้เห็นครั้งนี้เป็นบุญตา

เกียงจูแหย เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายดี  ในเรื่องห้องสิน   ดิฉันดูตามหลักฐานว่าแปลในรัชกาลที่ ๒   แต่คุณวันดีสงสัยว่าไม่ใช่    ต้องเชิญคุณวันดีมาขยายความ

คำถามของคุณ N.C.  ไปเปิดหนังสือแล้ว  พิมพ์ตรงกับที่คุณเพ็ญชมพูยกมา    ส่วนความหมาย  เห็นจะต้องเชิญผู้รู้อธิบายกันเอง

บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 11:25

กระทำการให้ ไข่สองใบ  เหลือใบเดียว     โดยกิจกรรมที่มิได้บันทึกไว้  เกรงมีผู้เอาอย่าง
เพื่อหวังว่าจะคงกระพัน

ทำไมไม่ถามเรื่องง่าย ๆอย่างสร้างควายธนูนะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 11:43

อ้างถึง
ตลกชาติพันธุ์และตลกชนชั้นไม่ว่าจะในวัฒนธรรมอะไร เป็นการผลักดันกลุ่มคนที่เป็นตัวตลกให้ลงไปสู่บันไดขั้นล่าง ๆ ทั้งนั้น คนที่อยู่ชั้นล่างของสังคมมักเป็นตัวตลกเสมอ และตลกเองก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของสังคมที่จะจัดให้คนเหล่านี้อยู่ข้างล่างด้วย

สงสัยว่าอ.นิธิหมายถึงตลกตัวประกอบ  อาจจะเห็นได้ในวรรณคดีไทยอย่างในขุนช้างขุนแผน   แต่ประเทศอื่นๆมีกี่ประเทศเป็นแบบนี้  ดิฉันไม่ทราบ
รู้แต่ว่าตัวตลกที่เรียกว่า jesterของอังกฤษ สมัยเรอเนสซองส์   ไม่ใช่คนชั้นล่างของสังคม     แต่เป็นอภิสิทธิ์ชนที่จะพูดอะไรก็ได้ โดยเฉพาะการเสียดสีล้อเลียนนาย    ยิ่งตัวตลกในราชสำนักด้วยแล้ว  ต้องเป็นคนฉลาด มีไหวพริบปฏิภาณสูงมาก

แม้แต่ในไทยเอง เราก็มีศรีธนนไชย  ซึ่งแม้เกิดมาเป็นชาวบ้านธรรมดา  ก็พาตัวขึ้นมาเป็นขุนนางใกล้ชิดพระราชาได้ เรียกได้ว่าเป็นขุนนางสำคัญไม่เบาเลย
และที่สำคัญที่สุดคือ ตัวละครเอกอย่างขุนช้าง  ซึ่งเป็นชนชั้นแนวหน้าของสุพรรณ   เป็นตัวเอกของเรื่อง  เป็นคู่แข่งพระเอก  เป็นผู้ร้ายด้วยในหลายตอน     ก็เป็นตัวตลกด้วย
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10876



ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 11:52


ตอน ขุนช้างตามนางวันทอง

จัดแจงแต่งตัวนุ่งยก                    เข็มขัดรัดอกแล้วโจงหาง
ผูกตัวเข้าเป็นพรวนล้วนเครื่องราง       พระปรอทขอดหว่างมงคลวง
ลูกไข่ดันทองแดงกำแพงเพชร         ไข่เป็ดเป็นหินขมิ้นผง
ตระกุดโทนของท่านอาจารย์คง        แล้วอมองค์พระคะวัมล้ำจังงัง
ลงยันต์ราชะปะท้ายทอย               ยังหยอมแหยมหยอกหยอยเหมือนหอยสังข์
จับถือของ้าวก้าวเก้กัง                  ขึ้นนั่งคอช้างพลายกางพลัน


ไข่ดันทองแดงดูเหมือนจะเป็นเครื่องรางชนิดหนึ่ง คิดว่าอาจจะได้มาจากสัตว์อื่นก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นของเจ้าตัว

ตอนนี้ขุนช้างก็แสดงบทเป็นตัวตลกอย่างที่คุณเทาชมพูว่าเหมือนกัน

 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 12:56

แขกชวา

เมื่อพลายชุมพลกับพระหมื่นศรีเข้าไปหาเถรขวาดได้แต่งเป็นแขกชวา

ทำทีเป็นแขกชวามาอยู่ไทย                                           สอดใส่สนับเพลาดูเพราตา
นุ่งยกพอปกลงถึงเข่า                                                  เจียรบาทคาดเข้างามหนักหนา
เหน็บกริชดูดีทีชวา                                                     เสื้อสวมกายาอินทร์ธนู
สอดแขนตรึงแน่นเพียงข้อศอก                                        ศีรษะพอกพันผ้ามาทั้งคู่
ไม่เพี้ยนเพศแขกชวามลายู                                            บ่าวไพร่ตามพรูสะพรั่งมา

อิทธิพลพระราชนิพนธ์เรื่อง อิเหนา แพร่หลายอยู่ในเวลานั้น
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 13:02

ของที่นำมาให้เถร คือ
น้ำตาลยา (เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ)
กัญชา   จุดผ่านตุ้งก่า
กล้องฝิ่น และฝิ่น
เหล้าเข้ม


เถรขวาดบอกว่าไม่เคยสนุกเหมือนวันนี้   น่าจะเรียกว่าเมาสามกษัตริย์
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31127

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 13:18

อ่านเครื่องแต่งกายในขุนช้างขุนแผนทีไร   เกิดคำถามขึ้นมาทุกทีว่าสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น  เขาแต่งกันอย่างนั้นจริงๆหรือ     บางครั้งก็รู้สึกว่าตรงความจริง อย่างชุดไปฟังเทศน์มหาชาติของนางพิม  แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนละครกรมศิลป์
ชุดแขกชวาที่คุณวันดีนำมาเล่าให้เห็นภาพ    เหมือนละคร  มีสนับเพลาและ อินทร์ธนูบนบ่าด้วย
ย้อนไปถึงชุดภาพยาซิกาแรตที่คุณ N.C. นำมาให้ชมกัน    พอเห็นก็สะดุดตาว่าเสื้อผ้าในรูป บางชุดเหมือนจะในรัชกาลที่ ๖ หรือ ๗  อย่างชุดของบัวคลี่   แต่งตัวทันสมัยกว่าต้นรัตนโกสินทร์มาก
เธอสวมเสื้อจุด  แขนยาว กับโจงกระเบน     มีผ้าคลุมไหล่ด้วย    แล้วยังไว้ผมแสกกลาง  ยาวประบ่าอีกต่างหาก   ถ้าหากว่ามีกระเป๋าหมากย่านลิเพาอีกสักใบ ก็นั่งรถม้าไปเที่ยวงานสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้เลย
เสื้อผ้าเธอเป็นแบบเดียวกับนางแว่นแก้ว  นางเอกของหลานปู่ขุนแผน    
แต่เสื้อผ้าสายทอง ย้อนไปสมัยรัชกาลที่ ๔ หรือต้นรัชกาลที่ ๕  ห่มสไบจีบกับนุ่งโจง   เว้นแต่ผมที่ไม่ได้ตัดสั้น แต่ยาวประบ่า




บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6214


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 11 พ.ย. 09, 14:15

ขอย้อนกลับที่คุณ Navarat. C ตั้งข้อสังเกต ครับ

  
อ้างถึง
กระหำไขว้ไข่ดันเป็นทองแดง

         ทองแดงเป็นแต่กำเนิด (undescended testis) คือ ภาวะที่ลูกอัณฑะของทารกในครรภ์
ซึ่งเดิมอยู่ในช่องท้อง ไม่เคลื่อนตัวผ่านช่องทาง - inguinal canal ลงสู่ถุงอัณฑะ (ดังรูป)
จึงเกิดมาเป็นเด็กชายทองแดง มีลูกอัณฑะค้างอยู่ข้างบน

ในเสภานี้ หมายความว่า    เป็นทองแดง ในภายหลังที่ลูกอัณฑะอยู่ในถุงอัณฑะแล้ว ?
จากการกระทำโดยจับ หำไขว้ แล้วก็ ดันไข่ ขึ้นไป เป็นทองแดง

           หรือ คนๆ นี้มีความผิดปกติที่อวัยวะส่วนนั้น - มีทั้งหำไขว้ และ ไข่ดันเป็นทองแดง ?

         บทความของ อ.นิธิ เรื่องตัวตลก ในมติชนสุดสัปดาห์ ที่คุณเพ็ญชมพูกล่าวถึง อ่านแล้วเห็นว่า
อ.นิธิ เขียนถึงตัวตลกไม่ครบ ครับ
         อ. เขียนว่าตลกปัจจุบัน คือ ตลกลาว และ ไม่ได้เขียนถึง เพศที่สาม ที่ปรากฏเป็นตัวตลก
ทั้งในหนัง ในละครมากมาย
           ในขุนช้างขุนแผน คงไม่มีตัวสมทบ หรือตัวประกอบ ที่เป็นเพศที่สาม ?


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง