เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 24305 Looking for the Royal Family of "Navarat"
Whitearmy
อสุรผัด
*
ตอบ: 23



ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 09:38

Baan Chao Praya still contradicts with this link.
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B9%8C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B9%8C


The Boonnag occupied first or the Issarasena?
บันทึกการเข้า
Whitearmy
อสุรผัด
*
ตอบ: 23



ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 09:45

คำถาม

Is khun Navarat C. a relative of khun Nitipoom Navarat? ......
ความจริงก็ได้ความตามที่ประสงค์แล้ว จะอธิบายเกินกว่านั้น ก็ต้องเรียกว่าแสดงธรรมโดยที่ไม่มีใครอาราธนา เป็นพระก็ต้องอาบัติทุกกฏ


Now I อาราธนา. Please proceed real quick without hesitation or reservation whatsoever.

I feel as though my question somehow breaks your heart or squeezes your soul!!!
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10676



ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 10:01

เข้ามาเป็นเพื่อนคุณนวรัตน



Was he (khun Nitipoom Navarat) from the direct line of the Royal Family Navaratana?

คุณนิติภูมิเล่าประวัติตนเองไว้ว่าเดิมชื่อ บุญช่วย อยู่พร้อม ต่อมาหม่อมราชวงศ์เชาวน์ นวรัตน์ บุตรชายของหม่อมเจ้านพมาศ (ศุขศรีนพมาศ) นวรัตน์ (โอรสในพระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเนาวรัตน์ กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์) รับเป็นบุตรบุญธรรมเมื่อ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๓๓

http://www.nitipoom.com/th/about1.asp
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 10:14

ไชโย ทัพหนุนของผมถอยจากลาวมาช่วยแล้ว

เดี๋ยวใจเย็นๆนะครับ มันไม่ถึงกับจิตตกอกแตกอะไรหรอก แต่ผมpostอะไรลงไปมันไม่ขึ้นเลย
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 10:24

ก่อนอื่น ผมขอร่ายสาแหรกของสายราชสกุลนวรัตนให้ท่านอ่านเล่นๆก่อนนะครับ

กรมหมื่นสถิตย์ธำรงสวัสดิ์ทรงมีโอรสและธิดาเรียงลำดับ มีพระนามคล้องจองกันดังนี้

หม่อมเจ้าหญิง ประไพพิศ
หม่อมเจ้า       สถิตย์สถาพร
หม่อมเจ้า       อาภรณ์ธราภัย
หม่อมเจ้าหญิง แจ่มใสฉวี
หม่อมเจ้าหญิง ขนิษฐานารี
หม่อมเจ้า       ปรานีเนาวบุตร
หม่อมเจ้าหญิง พิสุทธิ์เขียวขจี
หม่อมเจ้า       ศุขศรีนพมาศ
หม่อมเจ้า       ธำรงวรวัฒน์
หม่อมเจ้า       บุตรารัตนมานพ
หม่อมเจ้า       ประสพพูนเกษม
หม่อมเจ้าหญิง กมลเปรมปรีดิ์
หม่อมเจ้า       ขจรปรีดี
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 10:34

ในบรรดาหม่อมเจ้าที่เป็นผู้ชายทั้งหมด มีเพียงสามองค์เท่านั้นที่มีชั้นหม่อมราชวงศ์ แต่ละท่านก็มีองค์ละแยะๆตามสมัยนิยม

องค์แรกคือหม่อมเจ้าปรานีเนาวบุตร ท่านรับราชการสืบต่อมาถึงสมัยรัชกาลที่6
รูปและคำบรรยายภาพมาจากคุณเอนก นาวิกมูล
ม.ร.ว.กมลในใบพระราชทานนามสกุล เป็นบุตรคนโตของท่าน ต่อมาคือพระยานิวัติอิศรวงศ์


บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 10:49

ได้ความรู้ดีครับ ขอบพระคุณ ต้องขอชมว่าท่านผู้ตอบๆได้เก่งนะครับ ผมละ ใจห...ใจค...ทีเดียว
มานิต
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 11:02

ขอบคุณคุณmanitนะครับ

ต่อครับต่อ

องค์ที่สองที่มีผู้สืบสกุลระดับหม่อมราชวงศ์เยอะก็คือหม่อมเจ้านพมาศ รับราชการกระทรวงมหาดไทยเช่นกัน

ในประวัติ พ.ศ.2457 หม่อมเจ้านพมาศ ขณะดำรงตำแหน่ง เป็นข้าหลวงจังหวัดมหาสารคาม ในขณะนั้น ได้เสด็จไปตรวจราชการที่อำเภอท่าขอนยางได้พบว่ามีบ่อเกลือที่ชาวบ้านในท้องถิ่นนี้ ใช้เป็นสินค้าที่นำไปแลกเปลี่ยนสิ่งของกับท้องถิ่นอื่นมีชื่อเสียง  ดังนั้นหม่อมเจ้านพมาศ จึงประทานชื่อใหม่ว่า“บ่อระบือ” อำเภอท่าขอนยางจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอบรบือ มาตราบเท่าทุกวันนี้

ต่อมาทรงย้ายไปเป็นข้าหลวงจังหวัดจันทบุรี ระหว่างปีพ.ศ. 2459 ถึง2469.
หลังเกษียณอายุ ในฐานะที่เป็นข้าราชการสุจริต ไม่มีฉ้อราษฏร์บังหลวง แถมมีครอบครัวใหญ่โตต้องเลี้ยงดู จึงไม่ทรงร่ำรวยอะไร จึงทรงต้องย้ายมาอยู่กรุงเทพ เช่าที่ดินวัดมกุฏฯปลูกบ้านอยู่กันหลายคน
ในรูปนี่เพียงครึ่งหนึ่งของสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น ไม่ทราบว่าถึงครึ่งหรือเปล่า

อ้อ สายนี้คือสายที่ใช้นวรัตน์แบบมีการันต์นะครับ


บันทึกการเข้า
Whitearmy
อสุรผัด
*
ตอบ: 23



ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 11:13

ได้ความรู้ดีครับ ขอบพระคุณ ต้องขอชมว่าท่านผู้ตอบๆได้เก่งนะครับ ผมละ ใจห...ใจค...ทีเดียว
มานิต


Khun Manit: May I ask if my word "sunset" has made you ใจห...ใจค...ทีเดียว?
My apology to all. Too late to change it.
I now  realize I can think, but I shouldn't have spoken out loud what I think.

Really sorry.
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 11:28

องค์สุดท้ายที่ปรากฏมีลูกหลานสืบสกุล คือหม่อมเจ้าธำรงวรวัฒน์

ท่านถูกกำหนดให้เป็นทหาร  แต่ความที่ไม่ชอบ เลยไม่มีความเจริญรุ่งเรือง ได้เป็นแค่นายร้อยเอกก็ทรงลาออกจากราชการ
กิจกรรมที่ทรงโปรดก็คือ เล่นทั้งซออู้ซอด้วง น่าจะเหมือนหม่อมนุ่มมารดาที่ชอบศิลปะทางนี้
ตามประวัติช่วงหนึ่ง เคยเป็นมือช่างทำซอด้วงถวายสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงโปรดมาก ระยะนั้นทรงดนตรีด้วยกันบ่อย

ศิลปินแบบท่านธำรงก็มีหม่อมมาก ลูกๆแม่ก็เลี้ยงดูกันเอง แต่ไม่ทราบยังไงลูกๆแต่ละคน ไม่ว่าจะแม่คนไหนดูมีช่างมีdicnityคล้ายๆกัน หม่อมราชวงศ์บางคนแม้จะยากจนอย่างไรก็ไม่เคยเอ่ยปากขอใคร ทำงานหนักเอาเบาสู้ไม่เลือก ไม่ว่าจะแต่งตัวปอนอย่างไรก็ดูรู้ว่าไม่ธรรมดาจากกิริยาวาจาที่แสดงออก

สายนี้คือสายที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องเกรงใจจอมพลแปลก จึงรักษาตัวสะกดนามสกุลไว้ตามที่ได้รับพระราชทาน

หม่อมเจ้าองค์อื่น ไม่ปรากฏว่ามีโอรสสืบสกุล



บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 11:31

รูปคู่มาอีกแล้ว ขออภัยนะครับ ไม่รู้ผมทำอะไรผิดตรงไหน

ขอพักสักหน่อย เดี๋ยวจะกลับมาต่อเรื่องที่พระเดชพระคุณสนใจใคร่จะรู้ให้กระจะๆไป
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 12:11

ขอโทษนะครับ ลงภาพหม่อมนุ่มไปเมื่อเช้า ไปอ่านตรวจทานทั้งหมดดูอีกที เห็นไม่มีรูปปรากฏ ขอย้อยลงภาพของหม่อมมารดาของหม่อมเจ้าธำรงอีกทีหนึ่งนะครับ


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10576


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 13:23

ต่อเรื่องต้นตระกูลฝ่ายหญิง ให้จบเรื่องเล่าก่อน

เจ้าคุณจอมมารดาเอม พระชายาคนแรกของสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ มีเรื่องเล่าสืบกันมาว่า สมัยดำรงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าจุฑามณี หรือที่บุคคลทั่วไปเรียกขานพระนามว่าเจ้าฟ้าน้อยนั้น ทรงผนวชตามพระราชประเพณีและจำพรรษาอยู่วัดระฆัง ทรงโปรดที่จะพายเรือออกบิณฑบาตโดยเรือพระทีนั่งลำเล็ก เข้าไปในคลองบางกอกน้อย ซึ่งมีบ้านขุนนางคหบดีท่านหนึ่งตั้งโต๊ะใส่บาตรพระอยู่หน้าท่าน้ำเป็นประจำ และปรากฏบุตรีของท่านเจ้าของบ้านเป็นผู้ลงมาตักบาตรเองเสมอๆ วันหนึ่งขณะที่นางกำลังตักข้าวใส่บาตรพระภิกษุหนุ่มรูปงาม ท่าทางมิใช่จะดูสามัญทั่วไป พระภิกษุองค์นั้นก็ปิดฝาบาตรงับมือนางโดยเจตนา จนนางตกใจปล่อยมือจับทัพพีจนตกน้ำ แล้วรีบวิ่งหนีขึ้นเรือนไป ส่วนพระภิกษุหนุ่มดูจะพึงใจมาก

ตกบ่ายได้มีขบวนเชิญเครื่องทำขวัญและทัพพีอันใหม่ใส่พานมายังบ้าน ท่านพระยาศิริไอยศวรรค์เจ้าของบ้านเห็นวัสดุและฝีมือช่างของทัพพีก็ทราบได้ทันทีว่าเจ้าของทัพพีเป็นใคร จึงเฝ้าถนอมรักษาบุตรีของตนไว้อย่างดีและมิให้ลงไปใส่บาตรพระอีก

ครั้นพระภิกษุเจ้าฟ้าจุฑามณีลาผนวชแล้ว ทรงสู่ขอบุตรีของท่านพระยาศิริไอยศวรรค์นั้นเป็นพระชายา ชื่อแต่แรกว่าเจ้าจอมเอม เมื่อมีพระธิดาองค์แรกแล้วก็เลื่อนเป็นเจ้าจอมมารดา และเจ้าคุณจอมมารดาตามลำดับ โปรดเกล้าฯให้เป็นอยู่แค่นั้น ด้วยสมเด็จพระปิ่นเกล้าทรงเจียมพระองค์เป็นอย่างยิ่ง ระมัดระวังที่จะไม่ตีพระองค์เสมอพระเชษฐาและสร้างปํญหาเรื่องฐานันดรศักดิ์ของพระราชโอรส ในรัชกาลต่อมาเมื่อพระราชโอรสองค์ใหญ่ได้ขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ อุปราชวังหน้า สมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขนานพระนามว่า เจ้าคุณพระชนนี

ในกระทู้ต้นๆมีอยู่บ้างที่ผมหลุดไปเขียนว่าพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศทรงได้รับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลนั้น ผมคงง่วงไปหน่อยนะครับ ที่ถูกคือกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ โปรดให้อภัย
บันทึกการเข้า
Whitearmy
อสุรผัด
*
ตอบ: 23



ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 13:53

King Monkut during  monkhood spent a great deal of time studying English.
So the fact that His Majesty the King was keen at English came as no surprise.

What about King Prapinklao? Did he have to learn English and from whom, or he was born capable?
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 14:37

คุณ   Whitearmy   ถามอะไรน่าคิดหลายอย่าง   น่าจะแตกตัวมาจาก กองทัพญี่ปุ่นแดง
มีพลัง และมีคำตอบอยู่ในตัวแล้ว
สงสัยว่าจะมาหยั่งน้ำขึ้นน้ำลงแถวนี้

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว   ทรงร่วมครูอาจารย์เดียวกับ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาตลอด


David Abeel  เล่าว่า เขาได้สอนภาษาอังกฤษให้เจ้าฟ้าจุฑามณี    และท่านได้ส่งครูไปสอนภาษาไทยให้เขาเป็นการตอบแทน

คนที่ได้สอนจริง ๆจัง ๆ คือ  แคสแวล  บรัดเล และหมอเฮาส์


เมื่อเจ้าฟ้ามงกุฏฯ ทรงผนวช       เจ้าฟ้าน้อยก็ได้ครู โธมัส  น้อกซ์  จนกระทั่งแปลตำราปืนใหญ่ได้เป็นที่่อัศจรรย์

ชาวต่างประเทศที่โปรด คือหมอเฮาส์  ทรงส่งมหาดเล็กมายืมหนังสือและขอคำแนะนำเกี่ยวกับเคมี ไฟฟ้า  การถ่ายรูป และการพิมพ์หนังสือ
จันดเล  ก็เขียนไว้เหมือนกันว่าโดนตามตัวไปเฝ้าบ่อย

เซอร์ จอนโบว์ริง  เล่าว่า วังหน้ามีห้องหนังสือภาษาอังกฤษที่คัดเลือกมาเป็นอย่างดี
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง