เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 7950 คุณนวลขาาา เจ้าข้าเอ๊ยยย ดิฉันทำผัดกะเพราได้แล้วค่ะ
แม่หญิง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 26 ม.ค. 01, 22:18

ใจคอจะเป็นพระเอกเสียทุกเรื่องเชียวหรือคะ คุณพระราม นกข.
จีบเรไรยังไม่สำเร็จเลย จะมาชวนเป็นสีดาอีกแล้ว

เรื่องดินเนอร์กลางตลาด อตก. นี่ขอเก็บไปคิดก่อนนะคะ
เพราะที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครมาชวนแบบนี้เลยค่ะ
บันทึกการเข้า
นวล
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 27 ม.ค. 01, 02:35

เข้ามาเป็นสักขีพยานว่า คุณ นกข. ได้เปิดรถเข็นขายขนมจีบอย่างเดียวแล้ว
หากผู้ใดไม่สนใจจะซื้อ สามารถเป็นผู้เฝ้าสังเกตการณ์ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
ทั้งสิ้น โปรดลงชื่อจับจองที่นั่งและที่ยืนชั้นแถวหน้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 27 ม.ค. 01, 05:18

ขอบคุณมากค่ะ คุณอ้อยขวั้น  ที่อุตส่าห์พิมพ์เสียยาวเล่าซะละเอียด  ทำให้นึกถึงงานบุญ  ตอนเด็กๆเคยเห็นเค้าหุงข้าวกะทะ  
กะทะใหญ่ขนาดเด็กเจ็ดแปดขวบลงไปนอนได้สบาย  หุงกันกลางลานวัดเลย  แล้วข้าวแบบนั้นก็จะเหลือกากเรียมติดก้น  เอามาทอดทำข้าวตังได้

ไส้กรอกข้าวนี่เหมือนไส้กรอกอีสานใช่มั้ยคะ  เป็นของโปรดอีกอย่างหนึ่ง  มาอยู่แรกๆคิดถึงมาก  แต่มาหลังๆนี้พอจะหาที่เค้าทำมาขายได้  
แม้จะค่อนข้างแพง  แต่อ่านวิธีทำแล้วเลยเข้าใจค่ะว่าทำไมมันถึงแพงอย่างนั้น

อยากฟังว่าคุณทำห่อหมกอย่างไรบ้างค่ะ  ถ้ามีเวลามาเล่าให้ฟัง  ได้สูตรคุณ ด เด็ก มาแล้วแต่ยังขยันไม่พอ  
ที่ตลาดไทยเดี๋ยวนี้มีห่อหมกปลาช่อนแช่แข็งมาจากเมืองไทย  หามาทานแก้ขัดไปได้  ตามประสาคนขี้เกียจ เหอๆๆ

ฮ่าๆๆ คุณนวลนี่ไม่เบา  แต่อย่าเพิ่งไปขัดจังหวะคุณนิลฯเธอเลยค่ะ  เร่ขายขนมจีบมานานซะจนดิฉันชักจะนึกสงสาร  
อยากจะช่วยลุ้นให้ได้ออกเรือนบ้างน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 27 ม.ค. 01, 11:55

ไส้กรอกที่บ้านดิฉันทำนี่เป็นไส้กรอกที่เน้นข้าวก็เลยแตกต่างกับไส้กรอกอีสานหรือไส้อั่วที่เน้นหมูสับค่ะ  เวลากินก็เอาใบผักกาดหอมห่อแล้วก็กัดกิน  แนมด้วยต้นหอม ผักชีและพริกขี้หนู  ไม่กินกับขิง

แฮ่ะ แฮ่ะ  ดิฉันแค่จำได้นิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเองค่ะว่าคุณยายจะเอาเนื้อปลาช่อนลงไปคนกับน้ำกะทิในอ่างดินเผา  พอเนื้อปลายุ่ยและกะทิข้นแล้วก็เอาเครื่องแกง (ประมาณเครื่องแกงเผ็ด) ลงไปผสมแล้วปรุงรส  อย่างที่เคยคุยกันกระทู้ล่างๆ นั่นแหละค่ะ  ส่วนวิธีการทำโดยละเอียดหรือเครื่องปรุงนี่เหลืออยู่ในสมองไม่ถึงหนึ่งในสิบ  เป็นเหตุให้เดี๋ยวนี้สามีเป็นกุ๊กประจำบ้าน  ส่วนดิฉันมีหน้าที่กินและเก็บล้างเท่านั้นค่ะ
บันทึกการเข้า
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 27 ม.ค. 01, 21:32

แถวๆบ้านดิฉันเรียก  ไส้กรอกปลาแนมค่ะ
ยังจำรสชาติได้ค่ะ แต่ทำไม่เป็นค่ะ
เอ ! จะไส้กรอกแบบเดียวกันหรือเปล่าไม่แน่ใจนักค่ะ
ออกจะบอกยากว่าเป็นของหวาน หรือของคาว  เลยยกไปเป็นของว่าง
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 29 ม.ค. 01, 04:26

อ้อ เพิ่งจะทราบเคล็ดนี่เองว่า  เครื่องไม่ต่างกันเท่าไหร่  แต่แตกต่างกันที่อัตราเนื้อต่อข้าว  ไส้อั่วนี่มีข้าวอยู่ก็คงไม่มากนะคะ  สังเกตไม่ค่อยออก  

น่าสังเกตว่า  ไส้กรอกเป็นการเก็บอาหารพวกเนื้อไว้กินได้นานๆ  และยังเป็นการใช้เนื้ออย่างประหยัด  พวกเศษๆก็ไม่ต้องทิ้ง  
แต่ของบ้านเราใช้ข้าวมาช่วยเพิ่มปริมาณ  ของฝรั่งเค้าใช้ส่วนอื่นๆที่คนไม่ทานกัน  เช่นหนัง พังผืด เครื่องใน  เศษเนื้อตกๆหล่น  
คือพวกนี้ถ้าไม่เอาไปทำไส้กรอด  คนคงไม่กิน  เอาไปเป็นอาหารหมาได้อย่างเดียว  ไส้กรอกอยู่างถูกๆเลยเรียกว่า หมาร้อน(hotdog) มังคะ  อิอิ  
สงสัยว่ามันต่างจากอาหารหมาตรงที่คนกินร้อนๆ  ให้หมาก็ต้องต้องทำให้มันร้อน ฮาๆๆ มั่วเอาน่ะค่ะ  เอามุขนี้ไปหลอกเด็กเรื่อย
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ม.ค. 01, 09:22

ไส้กรอกที่กินกับปลาแนมจะออกหวานและมีหมูเป็นส่วนประกอบหลัก  ส่วนไส้อั่วน่าจะมีพวกเครื่องเทศมากกว่าเครื่องเทศที่ใส่ในเครื่องแกงเผ็ดที่คุณยายดิฉันใช้นะคะ  โดยเฉพาะจะมีใบมะกรูดหั่นฝอยในไส้อั่วด้วย  ไส้กรอกข้าวน่าจะเป็นอาหารว่างอย่างหนึ่ง  แต่เป็นแบบคาวน่ะค่ะ

ตอนนี้เป็นหน้ามะปรางแบบลูกใหญ่  หรือที่เรียกว่ามะยงชิด  สมัยเด็กๆ (อีกแล้ว) ที่บ้านจะมีมะยงชิดต้นหนึ่งซึ่งออกลูกดกมาก  ขนาดเท่าไข่ไก่ใบงามๆ  รสชาติตอนดิบจะเปรี้ยว  แต่สุกแล้วจะออกเปรี้ยวอมหวาน  เนื้อหนากว่ามะปรางมาก  ตอนดิบกินกับกะปิหวานเหมือนมะดันหรือตะลิงปลิง  ตอนสุกแล้วก็เอามาปอกเปลือกคว้านเม็ดแล้วทำลอยแก้ว  แช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งทุบจะอร่อยชื่นใจมากค่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 29 ม.ค. 01, 19:11

ฮ้อทด้อกมีประวัติครับ แต่จำรายละเอียดไม่ได้

คลับคล้ายคลับคลาว่า เดิมไส้กรอกพรรณนี้เยอรมันอพยพเอาเข้ามาอเมริกาก่อน เหมือน แฟรงเฟิร์ตเต้อร์ แฮมเบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นชื่ออาหารที่สามารถสืบสาวกลับไปได้ถึงเมืองต้นกำเนิดในเยอรมัน ไส้กรอกอย่างนี้ก่อนจะเรียกฮ้อทด้อก เรียกอะไรก็ลืม แต่ว่ามีไส้กรอกต้มเร่ขายร้อนๆ กันเป็นของว่างตามสนามเบสบอล (มาตั้งแต่ครั้งนู้น เดี๋ยวนี้ก็ยังมี)

วันหนึ่งนักเขียนการ์ตูนคนหนึ่ง จำชื่อไม่ได้ จับเรื่องไส้กรอกกับหมาพันธุ์ตัวยาวเป็นไส้กรอก คือหมาดัชฮุนด์ มาล้อ แต่เขาสะกดคำว่าดัชฮุนด์ไม่ได้ จึงเขียนการ์ตูนลงหนังสือพิมพ์อะไรก็ลืม ล้อเป็นคนเร่ขายหมาไส้กรอกร้อนๆ แล้วบรรยายว่า Hot Dog! Get your dog while it's hot!  

เท่านั้นก็ติด คงเป็นเพราะคนอเมริกันเส้นตื้นมั้ง หรือบ้าจี้ เลยพลอยเรียกไส้กรอกยาวๆ กับขนมปังว่า ฮ้อทดอก มาจนเดี๋ยวนี้
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 30 ม.ค. 01, 03:45

โฮะๆๆ ยังมีเรื่องหลอกเด็กแต่งเอง เกี่ยวกับฮ็อทดอกอีกค่ะ  นอกจากจะว่าคนกินร้อน หมากินเย็น แล้ว  เวลาเห็นเด็กฝรั่งกัดกินฮ็อทดอกอย่างเอร็ดอร่อย  บางทีก็ถามว่า  รู้รึเปล่าว่าที่เค้าเรียกอย่างนี้  เพราะเค้าเอาเนื้อหมามาทำ  โดยเฉพาะในงานฮาโลวีน หรือวัน April's Fool เนี่ยะ  ไปทำบาปหลอกเค้ามาไว้เยอะค่ะ  บางคน(ตัวเล็กๆ)นี่จะทำหน้าตลกที่สุดเลยค่ะ  เหอๆๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง