เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 8085 คุณนวลขาาา เจ้าข้าเอ๊ยยย ดิฉันทำผัดกะเพราได้แล้วค่ะ
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 23 ม.ค. 01, 23:41

เรื่องของกินที่ไม่ถนัดทำเลยครับ ถนัดแต่กิน  แต่มีกับบ้าวอย่างหนึ่งมาแนะนำ
ก็คือ "ผัดพริกหมูย่าง" เมนูนี้เวลาผมกลับบ้านจะต้องซื้อหมูเนื้อแดงไปให้แม่
ทำให้กินทุกทีเลย วิธีการทำง่ายๆ ครับ คือเอาหมู (ซัก ๑/๒ กิโล) มาแล่เป็นแผ่นๆ
แล้วเอาไปย่างไฟพอสุก  พอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เอาหมูมาฉีกให้เป็นเส้นฝอย
(ฉีกตามความยาวของเส้นใย ..ไม่รู้ว่าเรียกอย่างนี้หรือเปล่า) ยิ่งฉีกให้เป็นฝอย
มากเท่าไหร่ เวลาเอาไปผัดกับพริกแกง พริกแกงก็จะซึมซาบเข้าไปในเนื้อหมูย่าง
เพิ่มความอร่อยเป็นทวีคูณ  เมื่อฉีกเสร็จแล้วก็พักไว้ก่อน...
จากนั้นเอากระทะตั้งเตาครับ รอจนกระทะร้อนแล้วก็เอาหัวกระทิใส่ซักหน่อย
(๑ ทัพพีก็พอ ตามแต่จะชอบแบบขลุกขลิกหรือแบบแห้งๆ แต่ผมชอบอย่างหลังมากกว่าครับ)
พอกระทิเดือดก็เอาพริกแกงลงไปผัดให้สุก    จากนั้นก็เอาหมูย่างที่ฉีกแล้ว
เทใส่กระทะผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน เติมน้ำปลาน้ำตาลตามใจชอบ อย่าผัดนานครับ
เพราะหมูย่างมันค่อนข้างสุกอยู่แล้ว ตอนเอากระทะขึ้นให้ใส่ใบกระเพราลงไปซัก
หยิบมือหนึ่งเพิ่มความหอม....

วิธีการอาจจะยุ่งยากไปซักหน่อยก็เถอะ  แต่ลองทำดูครับแล้วจะติดใจ สูตรนี้
เป็นสูตรเด็ดของแม่ผมเอง ...
บันทึกการเข้า
olala
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 24 ม.ค. 01, 00:39

ยิ้ม I tried khun Nual's "Tao~ Jiao~ Lhon+" recipe (RW269) yesterday ka'. ยิ้ม :O~~~ very very successful ka'... ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม Thanks khun Nual very much again. ยิ้ม I'll try Pad Kraprow soon ka'. ยิ้ม
บันทึกการเข้า
นวล
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 24 ม.ค. 01, 19:09

ขอบคุณ.. ขอบคุณ คุณโอล่าล้าที่แจ้งมาให้ทราบว่า
เต้าเจี้ยวหล่นก็ได้ผลดี... คราวนี้ใครอยากได้สูตรอาหารอะไร
จะยากแค่ไหน ก็จะหามาบริการเจ้าค่ะ... (ชักจะบ้าหน่อยๆ แล้ว เอิ้กๆๆ)

คุณ นกข. ทราบไหม กว่าอิฉันจะทำไข่ตุ๋นญี่ปุ่นได้เนียน ละมุนลิ้น
ผิวหน้าเต่งตึงดังสาวเอ๊าะๆ นั้น เกือบท้อ! เฮ้อ. เฮ้อ.. แรกๆ มันออกมาฟอง
อากาศเต็มไปหมด จนสุดท้ายไปเจอเจ้าของร้านอาหาร (โดยบังเอิญ)
เลยถือโอกาสถามซะเลย ไม่นึกว่าเขาจะบอก แต่ผิดคาด... ตอนนี้
ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นของอิฉันผิวหน้าพอจะดูได้ว่าอ่อนกว่าคนทำเยอะ!!???
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 24 ม.ค. 01, 20:15

ถ้าเนื้อไข่ตุ๋นไม่เนียน ป้านวลก็บอกว่าเราทำไข่ตุ๋นไทยสิครับ เพราะไข่ตุ๋นไทยก็เนื้อยังงั้นแหละ
ผมก็ไม่ทราบว่าผมอุตส่าห์หัดทำกับข้าวขนาดนี้แล้ว ออกเรือนได้หรือยัง...
บันทึกการเข้า
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 24 ม.ค. 01, 20:22

คุณนวล บอกเคล็ดไม่ลับ ของการทำไข่ตุ๋น     หน้าตึงบ้างซิคะ ดิฉันทำได้แต่ไข่ตุ๋นแบบไทยๆ
บันทึกการเข้า
นวล
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 24 ม.ค. 01, 22:40

ชัวร์ คุณ นกข. ออกเรือนได้แล้วแน่นอน แต่จะหาเรือนออกนั้นได้หรือไม่

ยังเป็นปัญหาคาใจ... เอาอย่างนี้ เดี๋ยวป้าจะไปเปิดกระทู้โฆษณาสรรพคุณ

ของกระทาชายหนุ่มหนึ่งนายที่อยากออกเรือนดีมั้ย? เอาชนิด It's an offer that

no girl can refuse.  ไม่คิดค่าคอมมิชั่นด้วย. (ศิรานวล)



คุณชานเรือน เคล็ดไม่ลับคือ ตีไข่ให้ฟู ทิ้งไว้จนฟองหาย

เอาน้ำซุปใส่ชามในปริมาณ 3:1 ของไข่ อ้อ.. เติมรสน้ำซุปให้

พอดีค่ะ กวนให้เข้ากันกับไข่เบาๆ ระวังอย่าให้เกิดฟอง

เปิดไฟให้น้ำในหม้อตุ๋นเดือดเกินร้อยองศา (หากทำได้)

เดือดจริงๆ แล้วจึงวางชามตุ๋นไข่ลงในหม้อตุ๋น รีบปิดฝา

ิอย่าเพิ่งร่ีไฟ ทิ้งไว้ให้น้ำเดือดอย่างนั้น จนคิดว่าไข่น่าจะสุกแล้ว

จึงร่ีไฟลง ตุ๋นต่อไปให้เนื้อไข่แข็งขึ้นอีกสักนิด ยกลง

เตรียมช้อน เปิดฝาหม้อ ค่อยๆ บรรจงตักชิม

หากผิวหน้ายังไม่เต่งตึง ต้องหาครีมมาทาหน้าก่อนนอนด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 25 ม.ค. 01, 01:06

แหม ฟังแล้วชักอยากกิน  วันหลังต้องลองทำเต้าเจี้ยวหลนดูบ้าง  ขอบคุณคุณนวลสำหรับเคล็ดไข่ตุ๋น  แต่ช่วยบอกอีกทีตั้งแต่ข้อ 1 ได้มั้ยคะ  แล้วใส่แต่ไข่เหรอคะ  จะใส่เครื่องอย่างอื่นได้หรือเปล่าคะ

สุกี้นี้  ของญี่ปุ่นแท้ๆไม่เอาไหนเลยค่ะ  เอ หรือจะเป็นเพราะเราชินกับของไทยก็ไม่ทราบ  แต่เคยไปทานของญี่ปุ่นสองครั้ง  ก็ทานไม่หมด  มันเปรี้ยวยังกะนำ้ซุปทำด้วยนำ้ส้มสายชูล้วนๆเลยค่ะ  คุณ นกข ช่วยบอกสูตรสุกี้รสเด็ดของคุณมั่งซีคะ  คิดว่าถ้าจะดูแต่ฝีมือการครัวอย่างเดียว  คงออกเรือนได้สบายโก๋แล้วค่ะ  แต่ว่าจะให้แน่คงต้องถูปากให้ท่ือลงหน่อยมังคะ  สาวๆเค้ากัวโดนบาดกันหมดน่ะค่ะ เอิ๊กๆๆ
บันทึกการเข้า
ดาหาชาดา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 25 ม.ค. 01, 12:31

โห ขอไม่มากระทู้นี้อีกสักหลายเดือนเลยล่ะ กะลังลดน้ำหนักอยู่ เดี๋ยวสมาธิแตกซ่านหมด
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 25 ม.ค. 01, 18:11

สุกี้ผมเป็นสุกี้ไทยแบบโคคาสุกี้ครับ แต่ก่อนนี้ เขาทึ่งกันที่น้ำจิ้ม ผมทำออกมาคล้ายๆ น้ำจิ้มสุกี้บ้านเรา ซึ่งในเมืองนอกสมัยก่อนหาไม่ได้ง่าย เดี๋ยวนี้ไปเดินร้านของชำเอเชียในเมืองนอกก็เจอน้ำจิ้มสุกี้ไทยใส่ขวดส่งไปวางขายแล้ว ความสามารถพิเศษของผมเลยไม่มีความพิเศษอีกแล้ว
สูตรของผม ใช้เต้าหู้ยี้เมืองจีนสีแดงจะอร่อยกว่าเต้าหู้ยี้เมืองไทย น้ำกระเทียมดองและเนื้อกระเทียมดองสับละเอียด งาขาวคั่ว หรือไม่มีจะใส่น้ำมันงานิดหน่อยก็ได้ เอากลิ่น ซ้อสพริกศรีราชา เอาผสมกวนๆ เข้าด้วยกัน ไม่มีอัตราส่วนครับเอาตามชอบใจ อ่อนรสไหนก็เติมเอา เช่น เต้าหู้ยี้จะให้รสเค็ม น้ำกระเทียมดองออกหวาน ซ้อสศรีราชาจะให้รสเปรี้ยวกับเผ็ด จะแอบเติมน้ำตาล น้ำส้มสายชูตามชอบก็ได้ แต่ผมไม่ค่อยเติม ส่วนมากมักจะแอบรินเหล้าหวานญี่ปุ่น มิริน นี้ดเดียว เอาเคล็ดว่าต้นตำรับมาจากญี่ปุ่นนะเคอะ ได้รสแล้วใส่ผักชีสับละเอียด บางตำราเขาให้ผัดเต้าหู้ยี้ก่อน ผมไม่ได้ผัดครับ ทำสดรับประทานสดเดี๋ยวนั้นให้หมดเลย ไม่เก็บ แต่เคยทดลองเอาเข้าไมโครเวฟเมื่อคลุกได้รสแล้ว ก่อนใส่ผักชี
หั่นมะนาวเป็นเสี้ยว พริกขี้หนูหั่น กระเทียมสดสับ ยกไปให้คนกินเข้าปรุงรสเอาเองตามชอบด้วย

ก็เท่านั้นแหละครับสูตรน้ำจิ้มสุกี้ผม จะให้ดีอีกอย่างก็ต้องน้ำซุป ซึ่งถ้ารีบๆ ก็เอาคนอร์ละลายน้ำก็จบ แต่ถ้าจะพิถีพิถัน ก็คล้ายๆ ซุปก๋วยเตี๋ยวแหละครับ โครงกระดูกไก่ พริกไทย รากผักชี กระเทียมดองสักหน่อย ตังไฉ่ หอมใหญ่ หัวไชเท้า เซเลรี่หรือคึ่นช่าย เห็ดหอมหน่อยก็ดีนะ ต้มแบบเดียวกับต้มทำซุป ปรุงรสตามชอบ ถึงเวลาก็เอาหม้อตั้ง น้ำซุปใส่ เดิอดแล้วก็เอาเครื่องเหมือนร้านสุกี้เขาทำ คือ เนื้อไก่ (หมักซิอิ๊วญี่ปุ่น พริกไทย เหล้าจีน เสียหน่อยก็จะอร่อย) กุ้ง ผักต่างๆ วุ้นเส้น ไข่ ปลาหมึก ลูกชิ้น สาหร่ายทะเล... ฯลฯ มีอะไรก็เอาอันนั้น ไม่ต้องครบก็ได้ ดัดแปลงเอานะครับ ใส่กระชอนลงไปลวก รับประทานเหมือนในร้านสุกี้บ้านเรานะครับ จะเอาอะไรมากมาย เมืองนอกน่ะ ไม่ใช่เมืองไทย
ถ้าหาหม้อกะทะร้อนตั้งกลางโต๊ะไม่ได้ จะทำมาเป็นชามๆ จากในครัวก็ได้ครับ หรือที่ผมเคยดัดแปลงเอาหม้อหุงข้าวไฟฟ้ามาตั้งกลางโต๊ะ ต้มน้ำซุปแทน ก็ใช้ได้เหมือนกัน เห็นจะอร่อยตรงแย่งกันกินในหมู่นักเรียนไทยมากกว่าอื่น
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 25 ม.ค. 01, 18:19

อ้อ ถ้าขยันพอที่จะหมักเนื้อไก่ ใส่น้ำมันงาลงไปนิดนะครับ ลืมไปอย่างหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วจะไม่หมักอะไรเลยก็ไม่แปลก
ผักที่ใช้ ถ้าจะให้ดี ควรมีต้นหอมหั่นท่อน กะหล่ำ เห็ดหอมก็ได้แต่ไม่มีก็ได้ และผักกินใบทุกชนิด อะไรก็ได้ ทำๆ ไปทานๆ ไป น้ำต้มผักต้มไก่กุ้งหมู ฯลฯ ในหม้อสุกี้ มันจะหวานอร่อยเองครับ ไม่ต้องพึ่งคนอร์หรือผงชูรสเลย

ที่จริงไม่ต้องทำอย่างนี้เป๊ะหรอกครับ จะทำอาหารให้สนุก ต้องพลิกแพลงตามใจชอบ ตำราเป็นแต่แนวทางเท่านั้น
บันทึกการเข้า
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 25 ม.ค. 01, 23:44

ขอบคุณค่ะคุณนวล
วันหยุดนี้จะทดลองฝีมือตัวเองสักที  
ส่องกระจกหน้าไม่ตึงแล้ว  
ขอกินไข่ตุ๋นหน้าเรียบก็แล้วกันค่ะ    

แหม! เข้าไปอ่านกระทู้ติดเรท ข้างล่างมาเลย ต้องระวังการใช้ภาษาบ้าง  
ยิ่งอยู่ในกลุ่ม ไม่ get ประเดี๋ยวจะยุ่งไม่รู้ตัว

อาหารที่นี่ ประเภทลดความอ้วนก้มีนะคะ
สุกี้นั่นก็กินได้ไม่อ้วนนะคะ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 26 ม.ค. 01, 05:58

โห ขอบคุณมากเลยค่ะ  คุณ นกข  อยากได้สูตรนำ้จิ้มแบบนี้มานานแล้วค่ะ  ชอบมากที่สุดเลยค่ะ  เคยไปเจอร้านสุกี้ที่อร่อยปิ๊งที่สุดที่ อ พนัสนิคม จ ชลบุรีค่ะ  เป็นร้านในตลาด  บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าอยู่ตรงไหน  นำจิ้มของเค้าบอกได้เลยว่าทำมาจากเต้าหู้ยี้สีแดงบด  และมีกลิ่นนำ้มันงากับกระเทียมเจียวปนอยู่  แต่มาลองทำดูเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน  เคล็ดลับอยู่ตรงที่นำ้กระเทียมดองนี่เอง อะฮ้า แถมนำ้พริกศรีราชาด้วยนี่ต้องอร่อยจนสาวหลงแน่ๆเลยค่ะ  ฮิๆๆ

เต้าหู้ยี้สีแดงแบบจีนแท้ๆนี่เมืองไทยก็หาได้ค่ะ  ตามร้านขายของชำในตลาดที่คนจีนขายของอยู่นี่ต้องมีแน่ๆเลยค่ะ  ดิฉันเคยหาได้

ไปดูรูปปลาหมึกสดที่ห้องเด็กวิทย์ไปพลางๆก่อนก็ได้ค่ะ  เพิ่งไปแปะมาเยอะแยะเลย  ด้วยความซาดิสต์(แกล้งคนน่ะค่ะ อิอิ)  แล้วมาเจอสูตรสุกี้นี่  ทำเอาเคลิ้มนำ้ลายติ๋งเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 26 ม.ค. 01, 17:22

ตอนเด็กๆ ที่บ้านจะมีงานเลี้ยงปีใหม่ทุกปี  งานวันเกิดคุณตาคุณยาย  งานรวมญาติในโอกาสอื่นๆ  ตกปีละสามสี่งาน  บรรดาลูกๆ คุณตาจะแบ่งกันว่าใครถนัดอาหารอะไรก็ทำมาออกซุ้มกัน  ของประจำที่คุณแม่ดิฉันทำก็สุกี้นี่แหละค่ะ  หน้าที่ตีน้ำจิ้มน่ะหน้าที่ประจำดิฉัน  แม่จะเอาเต้าหู้ยี้ใส่หม้อปากสูงๆ หน่อยกันลูกสาวทำหกหมด  แล้วดิฉันก็จะกอดหม้อไว้แขนนึงถือส้อมอีกมือนึง  เอาส้อมตีๆๆๆๆ จนกว่าเต้าหู้ยี้จะเหลวเป็นน้ำ  เอ้อเฮอ เล่นเอาเลิกกินเต้าหู้ยี้กับข้าวต้มมาจนทุกวันนี้  ก็ตอนที่ยังไม่ได้ผสมเป็นน้ำจิ้มน่ะมันเหลวๆ แหยะๆ แดงๆ อึ๋ยยยเชียว

จะเล่าถึงอาหารเด่นของคุณยายให้ฟังค่ะ  อย่างแรกคือมัสมั่นเนื้อ  ซึ่งเครื่องแกงจะต้องแยกแต่ละอย่างคั่วให้หอม  แล้วก็โขลกๆๆๆๆ  ตักขึ้นใส่กระชอนแร่งเอาแต่ผงๆ  แล้วก็เอาที่อยู่บนกระชอนลงไปโขลกๆๆๆๆ ต่อ  ทำซ้ำไปมาจนกว่าจะเหลือแค่กากค่อยทิ้งไป  ทีนี้จะให้ใครโขลกล่ะคะ  ก็บรรดาหลานๆ ตัวเล็กตัวน้อยนี่แหละ  แบ่งกันโขลกไปคนละอย่างสองอย่าง  พอได้ครบแล้วคุณยายถึงจะผัดกับหัวกะทิ  ทำกันทีก็ต้องขนาดหม้อต้นเถา  โชคดีหน่อยหม้อที่ว่าน่ะเป็นหม้อแขก  ขนาดก็เลยไม่ค่อยมหึมานัก  แต่ก็ใหญ่มากในความรู้สึกของเด็กเจ็ดแปดขวบ  เพราะขืนใหญ่กว่านี้มีหวังโขลกเครื่องแกงกันตายคาครกแน่  เวอร์ไปหรือเปล่าคะ อิอิ

ถัดมาก็ขนมจีนน้ำยา-น้ำพริก  ก่อนอื่นก็ต้องนึ่งถั่วเขียวเราะเปลือก  คั่วถั่วลิสงแล้วฝัดเปลือกออก (อันนี้ชอบค่ะ  ถั่วกระทะหนึ่งดิฉันแกะเปลือกซะเหลือนิดเดียวประจำ)  เอาทั้งสองอย่างมาแยกโขลกๆๆๆๆ (อีกแล้ว)  พอแหลกเป็นเนื้อเดียวกันก็พักไว้  เอากุ้งต้มมาโขลกๆๆๆ แล้วค่อยเอาถั่วที่โขลกไว้มาโขลกผสมกับกุ้งจนเข้ากัน  ถึงจะลงมือทำน้ำพริก  ส่วนน้ำยานี่  ที่แย่ที่สุดก็ตอนโขลกกระชายกับเนื้อปลาต้มล่ะค่ะ  เวลาโขลกเพลินแล้วกระเด็นเข้าตา  คุณเอ๊ย  แสบซะ

ต่อไปก็คือหมี่กรอบ  เริ่มจากต้องหาซื้อเส้นหมี่ยี่ห้อประจำ  (จำไม่ได้ว่ายี่ห้ออะไร  แต่ห้ามผิดยี่ห้อเด็ดขาด  ไม่งั้นเส้นไม่กรอบ)  เอามาจุ่มน้ำแล้วคลี่ๆ ให้กระจายตัว  ผึ่งในกระด้งพอหมาด  ตั้งกระทะน้ำมันท่วม  ทยอยทอดเส้นหมี่ไปจนหมด  แล้วก็ทอดเต้าหู้กระดานที่หั่นเล็กๆ  ทอดกุ้งแห้ง  กรอกไข่ไว้ทำไข่ฝอย  ระหว่างนั้นก็เตรียมเครื่องผัดสำหรับคลุกหมี่  ซึ่งเยอะมากจนจำไม่ได้  พอทุกอย่างพร้อม  คุณยายจะเป็นคนลงมือผัดหน้าและคลุกหมี่เอง  กระทะเท่าบ้าน!

อาหารที่ขาดไม่ได้แน่ๆ คือไส้กรอกข้าว  ขั้นตอนสุดแสนจะยุ่งยาก  เริ่มจากทำความสะอาดไส้หมูด้วยการขยำกับเกลือจนหายเหม็นและหมดเมือก  ลอกไขที่ติดอยู่ออกจนเหลือแต่ผนังลำไส้บางแจ๋ว  ล้างข้างนอกข้างในให้สะอาด  แล้วเอามาเป่าค่ะ  เป่าเหมือนเราเป่าลูกโป่งนี่แหละ  มัดปลายข้างหนึ่งก่อนแล้วเป่าให้พองแล้วก็มัดอีกปลาย  เอาไปแขวนผึ่งแดดจนแห้ง  ทั้งบ้านไม่มีใครยอมเป่าไส้นะคะ  คุณยายต้องเป่าอยู่คนเดียว  ก็ต้องเอาไส้หมูสดๆ มาเป่าน่ะคิดดูเอาเถอะ  มีอยู่งานนึงคุณยายดิฉันเป่าซะเป็นลมไปเลย  ขั้นตอนนี่จะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าสักหนึ่งสัปดาห์นั่นละค่ะ  พอถึงวันงานก็เตรียมส่วนผสมที่จะกรอกซึ่งหลักๆ ก็มีข้าวสุก  หมูสับ (ไม่ต้องมากนักเพราะไส้กรอกข้าวไม่ใช่ไส้กรอกหมู)  น้ำพริกแกงแดง  ถั่วลิสงคั่วบุบพอแหลก  แล้วก็ปรุงรสตามชอบ  เอาไส้หมูที่เตรียมไว้มาชุบน้ำให้อ่อนตัวลง  แล้วก็เอากรวยเสียบที่ปลายด้านหนึ่ง  ตักข้าวที่ผสมไว้ใส่กรวยแล้วก็เอาไม้กลมๆ ยาวๆ กระทุ้งให้ลงไปในไส้หมู  ต้องมีคนกรอกคู่กันกับคนรูดนะคะ  คนรูดจะรูดข้าวที่กรอกให้ไหลไปตามไส้  แล้วต้องไล่ลมให้ดีด้วยไม่งั้นแตกค่ะ  กรอกไปรูดไปจนกว่าจะเต็มไส้เส้นนั้น  พอเต็มก็มัดปลายแล้วเอามาขดเป็นวงบนไม้ไผ่หกอันที่วางขวางกันไปมา  เอาไม้ไผ่อีกหกอันมาวางประกบทับไปบนขดไส้กรอกแล้วเอาลวดมัดที่ปลายไม้ไผ่แต่ละคู่  ตานี้ก็เอาขึ้นเตาย่างได้  แต่ขอโทษเถอะ  การย่างก็ไม่ใช่เรื่องหมูๆ นะคะ  เชื้อเพลิงที่ดีที่สุดต้องกาบมะพร้าวค่ะ  แล้วต้องย่างไฟอ่อนๆ ไปเรื่อยๆ  ระหว่างที่ย่างก็ต้องเอาเข็มหมุดมัดปลายไม้ยาวๆ คอยจิ้มๆ ไม่ให้ไส้กรอกที่กำลังย่างแตก  สถานที่ตั้งเตาย่างก็โน่นเลยกลางสนาม  ไฟก็ร้อน  แสบตาเพราะควันก็แสบ  กว่าจะสุกแต่ละตับเล่นเอาคนย่างหอมควันกาบมะพร้าวไปทั้งตัวเหมือนกัน  ยุ่งยากวุ่นวายอย่างนี้แต่รับรองความอร่อยได้เลย  เสียดายแต่ว่าพอดิฉันเริ่มแตกเนื้อสาว (นานมาแล้วล่ะค่ะ  แฮ่ะ แฮ่ะ) ลุงๆ ป้าๆ ก็แยกย้ายกันไปหมดเลยไม่มีโอกาสได้รวมตัวกันจัดงานอีก  แต่ถ้าให้ทำกินเองก็บ่ไหวเด้อนาย

นี่กะว่าจะเล่าแค่ความเบื่อเต้าหู้ยี้เท่านั้น  ไหงเล่าซะยาว  ยังไม่หมดนะคะ  ยังมีห่อหมกปลาช่อน  ไก่อบฟาง  เจงกิสข่าน  พระรามลงสรง  ข้าวต้มน้ำวุ้น  ข้าวต้มมัด  หมู-เนื้อสะเต๊ะ ฯลฯ โอย เล่าเองน้ำลายไหลเองซะแล้วล่ะค่ะ
บันทึกการเข้า
แม่หญิง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 26 ม.ค. 01, 18:52

คุณอ้อยขวั้นคะ  พระรามลงสรง เป็นชื่ออาหารอะไรหรือคะ ดิฉันไม่เคยได้ยิน กรุณาอธิบายให้ทราบหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 26 ม.ค. 01, 19:03

อธิบายง่ายๆ ว่า เป็นผักบุ้งลวกราดน้ำจิ้มสะเต๊ะ ครับ จริงๆ แล้วมันคงมีอะไรมากกว่านี้แหละ แต่หน้าตาทำนองนั้น
เดี๋ยวนี้ดูเหมือนจะหายไปหมดแล้ว เห็นมีอยู่ร้านเดียวที่ยังพอหาทานได้ ที่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่ตลาด อตก. ตรงย่านพหลโยธิน
ถ้าแม่หญิงจะกรุณาให้เกียรติไปดินเน่อร์ใต้แสงเทียนกับผมสักมื้อ ผมยินดีพาไปชิมครับ แต่ร้านพระรามลงสรงนี่บรรยากาศคงจะไม่เข้ากับแสงเทียนเท่าไหร่...
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง