เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 7167 บทสรุปทริป3ของชมรมฯพร้อมข้อมูลแต่ละวัด
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 20:02

ดูต่อ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 20:16

ดูต่อ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 20:32

จิตรกรรมฝาผนังวัดบางแคใหญ่ ตำบลแควอ้อม อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ผู้ที่อยู่ในแวดวงศิลปกรรมไทยมักรู้จักจิตรกรรมที่ฝาประจัน (ฝากั้นห้อง) กุฏิสงฆ์ที่เขียนเรื่องราวสงครามระหว่างไทยกับพม่า ซึ่งน่าจะเป็นสงครามครั้งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒) โปรดฯ ให้ไปขัดตาทัพที่ราชบุรีเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ แต่วัดบางแคใหญ่ยังมีจิตรกรรมฝาผนังในหอไตรปิฎก ฝีมือช่างหลวงสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งเพิ่งเปิดเผยให้ได้รับรู้กันทั่วไปเมื่อไม่นานมานี้
หอไตรปิฎก วัดบางแคใหญ่  เดิมปลูกไว้กลางสระน้ำ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกจากที่ตั้งปัจจุบันประมาณ ๕๐ เมตร ต่อมาถูกรื้อมาปลูกสร้างใหม่บนบกใกล้หอระฆัง โดยดัดแปลงยกพื้นให้สูงขึ้นเป็นอาคารสองชั้น ใต้ถุนโล่ง เจาะบันไดทางขึ้นภายในตัวอาคาร อาคารสองชั้น ใต้ถุนโล่ง เจาะบันไดทางขึ้นภายในตัวอาคาร
ส่วนชั้นบนที่เป็นหอไตรปิฎกเดิมเป็นอาคารไม้ทรงไทย หลังคามุงกระเบื้อง ช่อฟ้า ใบระกา หน้าบัน แกะสลักไม้ประดับกระจกใหม่ทั้งหมด
ผนังรอบนอกเป็นฝาไม้แบบฝาปะกน เจาะช่องหน้าต่างใส่ลูกกรงเหล็ก ไม่มีบานหน้าต่าง มีประตูทางเข้าหนึ่งช่อง มีห้องเก็บตู้พระไตรปิฎกอีกชั้นหนึ่ง (ปัจจุบันไม่มีตู้พระไตรปิฎกเก็บรักษา) ประตูทางเข้าห้องชั้นในตรงกันกับตำแหน่งประตูทางเข้าด้านนอก หน้าต่างห้องด้านในมีกรอบซุ้มยอดแหลม ฐานกรอบหน้าต่างโค้งมน กรอบประตูหักมุมทั้งสี่ด้าน คล้ายกับกรอบประตูที่กุฏิสงฆ์
ฝาผนังด้านในต่อไม้เข้าลิ้นเป็นพื้นเรียบแบบฝาถังของจีน ฝาผนังด้านนอกมีร่องรอยลงพื้นดินสอพองกับกาวเม็ดมะขาม ปิดทองลวดลายฉลุพุ่มข้าวบิณฑ์บนพื้นสีใดสีหนึ่ง ปัจจุบันไม่ปรากฎหลักฐานสีของพื้นและลวดลายให้เห็น เหลือเพียงเค้าโครงลวดลายเลือนราง
จิตรกรรมเขียนอยู่บนฝาผนังด้านในห้องเก็บตู้พระไตรปิฎก เขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาวบนพื้นไม้ที่เตรียมพื้นด้วยดินสอพองกับกาวเม็ดมะขามเหมือนด้านนอก เป็นภาพเล่าเรื่อง โดยใช้ระยะห่างของต้นเสาและไม้คร่าวยึดฝาผนังเป็นกรอบภาพแบ่งเรื่องราวเป็นตอนๆ เนื้อหาของภาพมีทั้งพุทธประวัติ มโหสถชาดก เนมิราชชาดก พระมาลัยบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เจดีย์จุฬามณี เทพชุมนุม และการปลงอสุภะกัมมัฎฐาน ๑๐ เป็นต้น เรื่องราวอาจจบในช่องเดียวหรือต่อเนื่องกับภาพที่อยู่ใกล้เคียงกัน

เนื่องจากหอไตรถูกปิดตายมานาน ทำให้ภาพเขียนถูกทำลายไปเพราะอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไม่คงที่ ความชื้นจากหลังคารั่ว การขาดการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตลอดจนการรื้อถอนโยกย้ายมาสร้างในที่แห่งใหม่ ทำให้ภาพจิตรกรรมหลายๆ ช่องหลุดล่อนเสียหายไปจนหมด ส่วนที่ยังคงเหลืออยู่ก็พร้อมจะหลุดล่อนได้ทุกเวลา

อย่างไรก็ดี ภาพจิตรกรรมได้แสดงให้เห็นเนื้อแท้ของศิลปกรรมฝีมือช่างรัชกาลที่ ๓ อย่างแท้จริง ทว่าสิ่งแปลกปลอมที่ปรากฏเข้ามาในภาพ คือเครื่องหมายกำหนดตำแหน่งตั้งแต่ครั้งที่รื้อย้ายเพื่อให้สะดวกในการการประกอบใหม่ภายหลัง ตลอดจนร่องรอยต่อเติมโดยเด็กๆ ที่ขึ้นไปวิ่งเล่นซุกซนในระยะหลังช่วงที่อาคารไม่ได้ปิดแบบเมื่อครั้งอดีต



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 20:44

รูปที่1ภาพรอยพระพุทธบาทยังไม่เคยเห็นปรากฎเขียนที่ไหนละเอียดแบบนี้ งดงามจริงๆ
รูปที่2ตอนมโหสถนี้ฝีมือการเขียนตัวกากใกล้เคียงกับครูคงแป๊ะมาก เรียกว่าถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงแถมยังเป็นการเขียนตอนถนัดของครูคงแป๊ะเสียด้วย
รูปที่3ภาพมโหสถที่วัดบางยี่ขันฝีมือครูคงแป๊ะ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 20:54

รูปที่1น่าจะเป็นตอนเนมีราช
รูปที่2ภาพพระภิกษุปลงอศุภ
รูปที่3ภาพพวงระย้าดอกไม้ประกอบเครื่องมงคลจีน ได้แก่ โคมไฟ เหรียญเงิน ค้างคาว และพู่ห้อย เขียนอย่างประณีตงดงาม (ผนังทิศใต้ฝั่งซ้าย) เขียนได้งดงามจริงๆ




คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 21:05

ภาพเขียนที่วัดบางแคใหญ่ทั้งที่ฝาประจันและที่หอไตรนั้นถือได้ว่าเป็นจิตรกรรมฝีมือสกุลช่างที่น่าจะมีฝีมือถึงช่างหลวงที่งดงามนักควรค่าแก่การอนุรักษ์สืบไป


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 21:14

วัดสุดท้ายที่ผมไปกันแค่2คนกับคุณทอมมี่เสียดายที่แตเตอรี่กล้องเล็กก็กำลังจะหมดจึงถ่ายมาได้ไม่มากวัดประดู่ เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นมาในราวสมัยอยุธยาตอนปลาย สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ. 2320 จะพอมีหลักฐานได้ก็เพียงอุโบสถหลังเก่าซึ่งเป็น ศิลปอยุธยา แต่ได้ทำการรื้อถอนหมดแล้วเพื่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ ซึ่งหลังเดิมได้ชำรุดทรุดโทรมจนเกือบจะพังลงมาให้ได้ มีภาพจิตรกรรมเพดาน ศาลาการเปรียญ ซึ่งเขียนขึ้นในราว รัชกาลที่ 2*ส่วนตัวผมคิดว่า น่าจะเขียนในสมัยร.5มากกว่า ซึ่งก็เขียนเรื่องราวที่แปลกตาส่วนบนคอสองใต้เพดานเขียนเรื่องพุทธประวัติ ฝีมือน่าจะเป็นช่างพื้นบ้านสกุลอัมพวา เพราะวัดในแถบนี้ยังมีอีกหลายวัดที่นิยมเขียนภาพบนเพดานแบบนี้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 29 ต.ค. 09, 21:26

จังหวัดสมุทรสงครามแบ่งเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอ เมือง , อำเภอ บางคนที และอำเภออัมพวา
 ถือว่าเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่ก็มีเกจิอาจารย์ระดับปรมาจารย์ที่ศักดิ์สิทธิ์เชี่ยวชาญในด้านอภิญญาหลายองค์ด้วยกัน เช่น หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม, หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี, หลวงพ่อสาย วัดจันทร์เจริญสุข, หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ และหลวงปู่หยอด วัดแก้วเจริญและพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองคือหลวงพ่อบ้านแหลมวัดเพชรสมุทรวรวิหาร และจะลืมเสียไม่ได้ จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเมืองราชนิกูลเป็นที่ประสูติของ รัชกาลที่ 2 กษัตริย์ไทยแห่งราชวงศ์จักรี และที่สำคัญยังมีแหล่งศิลปะไทยให้ศึกษาอีกหลายวัดที่ชมรมยังไม่ได้ไป อย่างวัดเขายี่สาร วัดอัมพวาเจติยาราม วัดคู้สนามจันทร์ วัดภมรินทร์กุฎีทองและอีกมากมายหลายวัด นอกจากนั้นยังมีสถานที่ท่องเทียวที่สวยงามอีกมากมายถ้ามีเวลา สำหรับคนที่รักศิลปะไทยและการท่องเที่ยวสมควรหาเวลาไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง จึงขอจบสรุปทริปการเดินทางของชมรมฯครั้งที่3ไว้เพียงเท่านี้


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 11:15

รอโอกาสดีๆกับทริปต่อไป ว่าแต่พี่ยีนส์อย่าลืมวัดกลางบางแก้วนะครับ
ระหว่างนี้ผม พี่แพร พี่เซีย ก็จัดทริปเล็กดูนั่นดูนี่ใกล้ๆกันไปก่อน บางที่ก็แยกๆกันไปหาข้อมูล
วันอาทิตย์ที่ผ่านมาตั้งใจจะไปวัดนางนาองแต่พี่ยุทธไม่ว่าง ผม พี่แพรกับพี่เซีย เลยไปดูต้นเสา
ลายทองฝีมือช่างวังหน้าที่ วัดมะกอก บางละมาด แต่ปรากฏว่าทางวัดรื้อทิ้งสร้างใหม่ไปนานแล้ว
เศษซากที่เหลือก็มีแตช่่อฟ้านาคสะดุ้งบางชิ้น เลยรู้สึกเสียดายกันอยู่พอสมควร


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 11:24

และเหลือปรางค์เก่าองค์หนึ่ง พระสงฆ์ที่เป็นคนพื้นเพเดิมที่นั่นเล่าว่าแต่ก่อนจะมีเจดีย์-ปรางค์เรียง
เป็นแนวยาวไปรอบๆพระอุโบสถ แต่รื้อลงหมดเหลืออยู่แค่อันเดียว คงเป็นแบบวัดโบราณที่มีเจดีย์
บรรจุอัฐิเรียงอยู่รอบๆโบสถ์ แต่สร้างโดยฝีมือช่างเก่าเป็นงานปั้นที่บอกถึงศิลปะของท้องถิ่นได้เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 11:33

พระเล่าต่ออีกว่าศาลาการเปรียญหลังเดิมด้านในเป็นเสากลมขนาดใหญ่ มีลายรดน้ำเขียนอยู่
และยังมีที่หอสวดมนต์หรือหอฉันด้วย แต่ภายหลังจะสร้างใหม่เป็นศาลาคอนกรีตจึงรื้อลงหมด
เสากลมขนาดใหญ่จึงถูกทิ้งลงไปในร่องน้ำ ??..!! เพราะแต่ก่อนบริเวณรอบๆวันเป็นสวนท้องร่อง
และทางวัดก็จะถมที่เสากลมลายทองจึงมีขนาดพอเหมาะกับร่องน้ำพอดี ทุกวันนี้เสาไม้เหล่านั้น
ก็ถูกกลบโบกปูนทับกลายเป็นอดีตไป


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 11:41

ผมไม่ค่อยอยากจะลงข้อมูลในลักษณะแบบนี้ เพราะยิ่งพูดกันไปต่างฝ่ายก็มีเหตุผลที่จะป้องกันตัวเองทั้งนั้น
เพียงแต่ผมได้ข้อมูลมาเลยอยากจะนำมาบอกต่อ เพราะมีคนติดตามจะไปดูเสาลายทองชุดนี้อยู่เรื่อยๆ
และถามกับทางวัดเสมอ วัดเป็นศูนย์รวมของศรัทธาบวกกับโลกที่ต้องเปลี่ยนไป ของเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องใช้งาน
พระท่านก็ต้องใช้ทำกิจสงฆ์ ถึงเวลาเปลี่ยนมันก็ต้องเปลี่ยนไม่เที่ยงแท้ ..... เฮ้อ


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 13:19

เสาเดิมของพระราชวังในวังหน้าสมัยรัชกาลที่1 ที่อยู่ที่วัดมะกอก คลองบางระมาด เดิมอยู่วัดชนะสงคราม นำมาจาก"พระพิมานดุสิดา"ซึ่งสร้างอยู่กลางสระกับพระที่นั่งโกงอันเป็นพระที่นั่งทรงปืนหรือพระที่นั่งทรงธรรม เขียนลายรดน้ำบนพื้นรักเป็นรูปเถาไม้เลื้อยพันเสาประกอบด้วยสัตว์จตุบท ทวิบาท งดงามมาก ในหน้งสือวังหน้ากรุงรัตนโกสินทร์กล่าวไว้ว่า" พระพิมานดสิดา ที่สร้างไว้เป็นหอพระแทนปราสาทที่กลางสระเห็นจะชำรุด โปรดให้รื้อทั้งพระวิมานและพระระเบียงเอาตัวไม้ที่ยังใช้ได้ไปทำในวัดชนะสงคราม ซึ่งกรมพระราชวังบวรฯในรัชกาลที่๑ได้ทรงสถาปนาไว้ สะพานข้ามสระ๔สะพานก็รื้อเหมือนกัน ที่นั้นทำสวนเลี้ยงนก เลี้ยงปลา เป็นที่ประพาส......."   สถานที่ตั้งพระพิมานดุสิตานี้ปัจจุบันคือ บริเวณหอประชุมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนตัวไม้ของพระพืมานดุสิดาที่รื้อเอาไปสร้างในวัดชนะสงคราม ภายหลังถูกระเบิดในสงครามโลกครั้งที่2ตัวไม้ที่เป็นลายทองมีค่าสมัยร.๑กองอยู่ สมภารวัดมะกอกในคลองบางระมาดจึงขอเอาไปสร้างเป็นเสาศาลาการเปรียญกับหอสวดมนต์ ปัจจุบันถ้าถูกนำไปทิ้งท้องร่องก็เป็นที่น่าเสียดาย (ดูรูปประวัติศาสตร์นี้ไปละกัน)


บันทึกการเข้า
virain
นิลพัท
*******
ตอบ: 1655


AmonRain


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 02 พ.ย. 09, 17:36

ขอบคุณมากครับพี่ยีนส์ สำหรับข้อมูลละเอียดๆและภาพ ตัวผมเองยังไม่เคยเห็นภาพเสานี้เหมือนกัน
ตอนได้ยินทางวัดพูดอย่างนั้นพวกผมต่างก็พูดไม่ออกครับ
บันทึกการเข้า
ฉันรักบางกอก
พาลี
****
ตอบ: 334



ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 14:43

เห็นภาพแล้ว โอ๊ยๆๆ

วันนั้นเป็นวันที่หดหู่ใจจริงๆ ฟังพระท่านพูดแล้วอารมณ์เสีย

อีกหน่อย คงจะมีแต่นิทรรศการภาพ แม้แต่ซาก อิฐสักก้อน คงจะไม่มีบุญได้ดู
บันทึกการเข้า

กนก นารี กระบี่ คชะ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 19 คำสั่ง