เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16
  พิมพ์  
อ่าน: 44956 ชาติพันธุ์วรรณา ในขุนช้างขุนแผน (๒)
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 210  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 16:44

พระเจ้าเชียงใหม่

เธอห่วงลูกอาวรณ์ร้อนฤทัย                                     จึงสั่งให้ราชครูอยู่เพื่อนนาง
เผื่อจะเกิดทุกข์เข็ญเป็นอย่างไร                                 ให้เถรคอยแก้ไขเมื่อขัดขวาง
อย่าให้ใครล่วงรู้ดูท่าทาง                                        ให้เป็นอย่างพระธุดงค์ที่ลงมา



นโยบายแบบนี้เรียกว่า  ส่งสายฝังตัว
(สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  ญี่ปุ่นในไทยปิดเก๊ะ แต่งเครื่องแบบกันคึ่ก ๆ
นำ้ตาลูกผู้ชายไทยที่รักบ้านรักเมืองก็อาบหน้า)



เถรขวาดมีฤทธิและคาถาอาคมมาก             ตอนขุนแผนพลายงามบุกเชียงใหม่ เถรไปหาเหล็กไหล
จึงไม่ได้อยู่ป้องกันเมือง

อ้าว!   มี  เหล็กไหล  แถวเชียงใหม่ด้วยเฮะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 211  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 17:07

การให้บริการของเถรคือ   ให้เครื่องราง    ให้ยา   ให้ผ้าประเจียด
แก้คุณไสย   ปัดเป่า   ทำน้ำมนต์       ถือเป็นบริการพื้นฐาน


การทำรูปรอยนั้น  มีการแทงด้วยหนาม  ลงยันต์  พันด้วยใบเต่ารั้ง
เรื่องใช้ หนามแทง  ถือเป็นวิชาแม่มดพ่อมดสากล  101


รูปพระไวยและนางสร้อยฟ้านั้น  ห่อด้วยใบรักและเลขยันต์
เมื่อเป่ามนต์แล้วรูปก็พลิกหันหน้าเข้ากอดกันพัลวัน    ...สยอง......


อีกสิ่งหนึ่งที่เถรขวาดแถมให้ไปคือแป้งน้ำมัน ผสมด้วยว่านและน้ำมันพราย



สร้อยฟ้าทำเสน่ห์ มีผลโดยตรงคือ บั่นทอน ศิริมงคลของสามี ผู้เป็นทหาร 
น้ำมันพราย (ถ้าไม่เกรงผู้ตีระฆังรักษาเวลาแถว ๆ พระบรมรูปทรงม้า จะยืดเรื่อง)ไม่ได้ลนจากนางที่ตายทั้งกลมอย่างเดียว
ตำราว่า คนที่ตายวันเสาร์  เผาวันอังคารก็ใช้ได้
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 212  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 17:30

เถรขวาดหายตัวได้และสามารถทำให้เณรจิ๋วที่กอดเอวหายตัวตามได้ด้วย

มีอำนาจราชสีห์  คือ  ตวาดเสียงดัง ทำเอาไพร่พลชะงัก

เถรขวาดเมามากถึงอาเจียรว่าอาคมไม่ได้  จึงโดนจับ


ในระหว่างสอบสวน พลายชุมพลได้ชักกระบี่สับแสกหน้า     ไม่มีการอ่านมิแรนด้าเลย(บัดนี้เอ็งถูกจับแล้ว......เอ็งจงนึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว)

แผลเป็นนี้ได้ก่ออาฆาต เถรขวาดกลับมาล้างแค้นแปลงเป็นจรเข้ยักษ์
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 213  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 18:06

เมื่อคณะผู้สอบสวน  พาเถรมาขุดรูปรอยที่บ้าน
นางทองประศรีฮึดฮัดมาก  ทำท่าตีหัวนางสร้อยฟ้าเพราะ

ทำให้พระไวยกับขุนแผนแตกกัน
พลายชุมพลหนีออกจากบ้าน
ศรีมาลาได้รับความทรมาน

พระไวยห้ามไว้ว่ายังต้องดำเนินคดีอีก



ฝากขังเถรขวาดกับเณรจิ๋วไว้ที่ทิมตำรวจ
จำห้าประการ  และล่ามแหล่ง(ล่ามไว้กับเสา)


ในตอนกลางคืน  เถรขวาดกำหนดจิต อ่านคาถาสะกดตำรวจ
(เท่าที่อ่านตำรามาต้องกลั้นใจท่องคาถา)

เสดาะโซ่ตรวนของตนเองและเณรจิ๋ว
เสกปูนพลูเป็นร่างของตนทิ้งไว้


ว่าแล้วก็แปลงตัวเป็นจระเข้  เณรนั้นแปลงให้เป็นลูกจระเข้าเกาะหลัง
ที่ให้เกาะหลังเพราะเณรไม่ใช่นักดำน้ำ  หายใจในน้ำไม่ได้
เถรก็หายใจในน้ำไม่ได้เพราะผิดวิสัย  ตอนที่มากรุงศรีอยุธยาก็ใส่หมวกนักดำน้ำมา(บาตร)



ท่านผู้แต่งเสภาตอนนี้ที่ว่าสนุกนักหนาคือ ครูแจ้ง
อยากอ่านจัง   บ่นดังๆแล้วนะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 214  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 19:32

สมเด็จพระพันวษาทรงชำระความนางสร้อยฟ้า

ประภาษว่า  นางโลภประเวณี
บ้านเมืองเดือดร้อน(ขุนแผนไปชวนพลายชุมพลมาทำสงครามสั่งสอนพระไวยต่างหาก)

นางสร้อยฟ้าเถียงได้คล่องแคล่ว เพราะฝ่ายตรงกันข้ามไม่มีพยานบุคคล
พระพันวษาถึงกับออกโอษฐว่า     

ช่างประจบต้นปลายขยายตาม                     เหมือนลากหนามสะจุกทุกช่องไป

แถมใส่ความว่า ศรีมาลาเป็นชู้กับพลายชุมพล



ศรีมาลาตอบข้อหาชู้สาวซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ว่า

เมื่อชุมพลด้นไปหาบิดา                             ยังเด็กนักชันษาเพียงเจ็ดปี
ใครห่อนจะสอนซึ่งเด็กได้                           มาใส่ไคร้เจรจาน่าบัดสี
ข้างลาวเคยทำบ้างหรืออย่างนี้                     สอนให้เด็กกาลีดังเจรจา


วิธีพิสูจน์คือ ดำน้ำกับลุยไฟ


นางศรีมาลาเลือกที่จะลุยไฟ

วิธีปฎิบัติใกล้เคียงกับการดำน้ำ             ในหนังสือชุดภาษาไทยของคุรุสภา  ๒๕๓๗   เล่ม ๒  อยู่ในหน้า  ๑๐๕ เป็นต้นไป
รางเพลิงนั้น  ยาวหกศอก   กว้่างหนึ่งศอก  ลึกหนึ่งศอก

มีรายละเอียดอยู่นิดหนึ่งว่า

"อนึ่งถ้าพิสูจน์ลุยเพลิงพองหลังเท้า และ/หรือนิ้ว    จะเอาเป็นแพ้นั้นมิได้           
ถ้าโจทย์กับจำเลยมิได้พองด้วยกันทั้งสองข้าง     ย่อมมีความสัจจริงด้วยกันทั้งสองข้าง
จึ่งให้พิสูจน์ดำน้ำต่อไป"



นางศรีมาลาลุยไฟชนะ      สมเด็จพระพันวษาตรัสสั่งให้ประหารนางสร้อยฟ้า
นางสร้อยฟ้าขอร้องนางศรีมาลาให้กราบทูลขอพระราชทานอภัยโทษ เนื่องด้วยนางท้อง

นางสร้อยฟ้าถูกขับจากเมือง  ไปพบกับเถรขวาดกับเณรจิ๋วเข้าจึงพากันเดินทางกลับเชียงใหม่
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 215  เมื่อ 12 พ.ย. 09, 19:43

เมื่ออ่าน เสภาขุนช้างขุนแผนนั้น   ตั้งหน้าตั้งตาอ่าน
สงสัยอะไรก็บ่นกับต้นไม้และอากาศ


การลุยไฟก็ให้เหตุผลกับตนเองว่าคงมาจาก สีดาลุยไฟ


ต่อมาได้อ่านเรื่องพิธีมะหะหร่ำหรือเต้นเจ้าเซ็นเข้าก็สงสัยว่า ครูเสภาจะยืม การลุยไฟมาหรืออย่างไร
ถ้าจะไม่พูดถึงกฎหมายตราสามดวง


บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 216  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 08:30

อ่านคำถามคุณวันดีเรื่องที่มาของการลุยไฟพิสูจน์ในเสภาขุนช้างขุนแผนแล้วก้สงสัยเหมือนกัน

กรณีสีดาลุยไฟนั้น  เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางสีดา ว่าในระหว่างที่ถูกทศกัณฑ์ลักพาและนำมากักกันบริเวณไว้ในอุทยานนอกเมือง  นางสีดาไม่ได้มีจิดคิดออกหากจากพระรามผู้เป็นสวามี  การลุยไฟของสีดานี้ไม่ได้มีแต่ในรามเกียรติ์ไทย มีในรามายณะของอินเดียด้วย เข้าใจว่า คงจะสืบเนื้อเรื่องมาจากรามายณะ นั่นเอง   กรณีของนางสีดาจึงเป็นการลุยไฟเพื่อพิสูจน์ตัวเอง  ไม่มีคู่กรณีมาร่วมลุยพิสูจน์ด้วย  แต่ก็นับว่าจุดประสงค์ของการลุยไฟพิสูจน์สัตย์ของสีดานั้นใกล้เคียงกับจุดประสงค์ของการลุยไฟพิสูจน์ในเสภาขุนช้างขุนแผน

ส่วนกรณีการลุยไฟของในพิธีมะหะหร่ำของพวกแขกเจ้าเซ็น  เป็นส่วนหนึ่งของพิธีแห่เจ้าเซ็นเพื่อรำลึกถึงการเสียชีวิตของท่านอิหม่ามฮุเซ็นและญาติที่ถูกทหารนักฆ่าของยะซีดล้อมฆ่าขณะเดินทางหนีออกมาจากเมืองมะดีนะฮ์ จุดประสงค์ของการลุยไฟในพิธีแห่เจ้าเซ็นก็เพื่อจำลองเหตุการณ์ที่กองคาราวานของอิหม่ามฮุเซ็นถูกล้อม ซึ่งท่านอิหม่ามฮูเซ็นได้สั่งให้คนในคาราวานของท่านขุดสนามเพลาะและจุดไฟให้รอบ  การลุยไฟนี้เป็นการรำลึกถึงความทรมานของท่านฮุเซ็นและกองคาราวานก่อนถูกฆ่าตายนั่นเอง  คนที่ลุยไฟในพิธีแห่เจ้าเซ็นนี้เรียกว่า นู่ฮ์  เป็นผู้ชายนุ่งกางเกงขายาวสีขาวทาตัวขาว ไม่สวมเสื้อ มีผ้าขาวโพกศีรษะ ผูกกะพรวนที่ข้อเท้าทั้งสอง นู่ฮ์ นี้เป็นตัวแทนของผู้มีศรัทธาต่อท่านอิหม่ามฮุเซ็น  รายละเอียดของพิธีแห่เจ้าเซ็นนี้สามารถหาอ่านได้จากนิตยสารสารคดีฉบับที่มีรูปอาจารย์ป๋วยขึ้นปกหน้า  ฉะนั้นพอจะกล่าวได้ว่า การลุยไฟของพวกมุสลิมนิกายชีอะฮ์หรือแขกเจ้าเซ็นก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพิธีกรรมเท่านั้น  ซึ่งจุดประสงค์ต่างจากการลุยไฟพิสูจน์สัตย์ในเสภาขุนช้างขุนแผน

อันที่จริงยังมีการลุยไฟของพวกม้าทรงในเทศกาลถือศีลกินเจอีก คนแต่งเสภาจะเอามาจากการลุยไฟอันนี้หรือเปล่า อันนี้เหลือรู้ครับ  เพราะไม่ทราบว่าคนจีนในสมัยต้นรัตนโกสินทร์เขามีพิธีถือศีลกินเจอย่างในสมัยหลังหรือเปล่า บันทึกอันใดก็ไม่มีให้ค้นเสียด้วย  แต่ก็นับว่าจุดประสงค์การลุยไฟของพวกม้าทรงนั้นเป็นการสำแดงอิทธิฤทธิ์ไม่ใช่การพิสูจน์สัตย์

นี่กล่าวอย่างไม่แตะกฎหมายตราสามดวงเลย  ไม่ทราบคุณวันดีเห็นว่าอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 217  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 09:11

คุณหลวงเล็กพูดถูกต้องทุกประการค่ะ  ดิฉันเห็นด้วย



"แต่นัยยะของพิธีมะหะหร่ำ  มิได้เป็นเพียงพิธีกรรมที่อ้างถึงเหตุการณ์สิ้นพระชนม์ของอิหม่ามฮุเซน
นักบุญคนสำคัญของนิกายชีอะห์เท่านั้น

แต่แสดงถึงการต่อสู้แบบถวายชีวิตเพื่อธำรงรักษาความชอบธรรมเอาไว้"


ดร. จุฬิศพงศ์  จุฬารัตน์   ใน ขุนนางกรมท่าขวา   พิมพ์ครั้งที่ ๒   ๒๕๕๐
อ้างคุณ กุศล เอี่ยมอรุณ  "บันทึกเจ้าเซ็นในคืนวันเลือดปนน้ำตา   สารคดี  ตุลาคม ๒๕๔๒




สิ่งที่อ่านมาเพื่อหาชาวต่างชาติในเมืองไทย เสริมความรู้ให้ดิฉันเรื่อง การเต้นเจ้าเซ็น    

ในเสภา    นางทองประศรี ด่า  นางสร้อยฟ้า  ว่า

"ยกหัวเป็นกิ้งก่าอีหน้าเป็น                            เต้นเจ้าเซ็นมาแต่วานจนป่านนี้
ราวกับช้างงาบ้าน้ำมัน                                 เสยกำแพงแทงตะบันจนป่นปี้
งาหักงวงยับจนอัปรีย์                                  อีกาอีกูจะตบให้ซบไป"


ดิฉันขำนางสร้อยฟ้า  ที่ อาละวาด     เพื่อที่จะรักษาความชอบธรรม(คือตัวพระไวยมาเข้าห้อง)
คิดว่า ทองประศรี คงเคยเห็นกิจกรรมนี้แน่นอน   จึงเปรียบเปรยได้เจ็บแสบ

วรรณคดีเรื่องนี้ เป็นเรื่องชีวิตชาวบ้าน  ที่สงสัยอะไรก็หาได้
ครูเสภาทั้งหลายก็เข้าใจธรรมเนียมขุนนาง  ธรรมเนียมวัง
กฎหมายตราสามดวงก็เล่ามาอย่างละเอียดถูกต้อง


งั้นเราเชื่อ กฎหมายตราสามดวงกันนะคะ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 218  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 11:17

คิดต่อได้อีกอย่างว่า  จากกลอนว่า เต้นเจ้าเซ็นมาแต่วานจนป่านนี้
แสดงว่า  คนแต่งน่าจะเป็นคนที่อยู่แถวฝั่งธนบุรี ใกล้ๆ ถิ่นของพวกแขกเจ้าเซ็น
จึงได้มีโอกาสได้รู้ได้เห็นพิธีกรรมแห่เจ้าเซ็น  ถ้าเป็นคนที่อยู่ถิ่นอื่น 
อาจจะไม่ได้เห็นพิธีกรรมอย่างนี้  เพราะเท่าที่ทราบมามีพิธีกรรมอย่างนี้แต่ก่อนมีที่ฝั่งธนที่เดียวในเมืองไทย
เอ...แต่ว่า  ครูแจ้งเองก็คงจะเป็นคนที่อยู่แถวๆ ฝั่งธนด้วยกระมัง จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่า 
มีเอ่ยถึงครูแจ้งในเพลงยาวเรื่องหม่อมเป็ดสวรรค์ด้วย  อย่างนี้พอจะสันนิษฐานว่าครูแต่งเสภาตอนนี้ได้ไหมหนอ?คุณวันดี
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 219  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 12:44

เปิดเผยข้อมูลกับคุณหลวงเลยนะคะ

บ้านอยู่  ตำบลถนนอาจารย์       หลังวัดระฆ้งค่ะ


เรื่องถนนอาจารย์นี่ดิฉันมีเอกสาร  แต่ไม่มีรายละเอียดว่า อาจารย์อยู่แถวนั้น เป็นถิ่นเสภา ดนตรี หรือไม่



ตอนนี้  เรียกว่า  พระไวยต้องเสน่ห์ค่ะ    ที่ครูแจ้งแต่ง  หรือเรียกกันว่า คำครูแจ้ง  ยังหาไม่ได้ค่ะ


คุณสุวรรณแต่งเรื่อง หม่อมเป็ดสวรรค์  เฉือนคุณโม่งกับหม่อมเป็ดไว้หลายแห่ง

หม่อมขำยัวะครูแจ้ง

ข้างหม่อมขำฟังคำซ้ำขัดใจ                           ดีอะไรกับตาแกแกล้งกลั่น
สาระวอนค่อนว่าสารพัน                              กล่าวขวัญถึงเราสองคนเป็นพ้นนัก


ตอนนี้ครูมี มาเล่นเสภากับครูแจ้งด้วยค่ะ



.....................                                         หม่อมเป็ดสวรรค์เอ่ยออเซาะปะเหลาะพี่
เบื่อเดือนสิบสองตาแจ้งขับรับกับนายมี                   ตลับทองของดีก็หายไป


บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 220  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 13:29

อะฮ้า...สนุกจริง   จำได้ว่า ในเสภาตอนงานศพนางวันทองมีกลอนกล่าวถึงครูแจ้งร้องเพลงแก้ไขกับยายมาด้วยแสดงครูแจ้งนี่ก็เป็นพ่อเพลงนอกเหนือจากเป็นครูเสภา แถมยังเป็นคนที่เข้าออกในวังบ่อย (นัยว่า พระเจ้าลูกเธอ  กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงอุปถัมภ์ครูแจ้งด้วย) จึงได้รู้ธรรมเนียมทั้งของชาวบ้านและชาววัง แต่ครูแจ้งจะเป็นคนบอกบทละครอย่างสุนทรภู่ด้วยหรือเปล่านี่ไม่ทราบได้  ประวัติครูแจ้งออกจะลี้ลับนัก   ไม่ทราบว่า นายกุหลาบได้เคยเล่าไว้บ้างหรือไม่ครับคุณวันดี

แทรกเรื่องพิธีแห่เจ้าเซ็น อีกนิด  เพราะเคยสงสัยเรื่องรัชกาลที่ ๒ ทรงพระราชนิพนธ์กาพย์เห่เรื่องแห่เจ้าเซ็นไว้ตอนหนึ่ง  จึงอยากรู้ว่าพระองค์จะทรงเกี่ยวข้องกับพวกแขกเจ้าเซ็นอย่างไรอย่างหนึ่งกระมัง  ไปถามท่านผู้รู้ ท่านก็ว่า รัชกาลที่ ๒ เคยประทับอยู่ฝั่งธนฯ ในสมัยรัชกาลพระเจ้าตากสิน ครั้นรัชกาลที่ ๑ ขึ้นเสวยราชย์  รัชกาลที่ ๒ ก็ย้ายไปประทับที่พระราชวังเดิม  แม้ต่อมาได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแล้ว ก็ยังคงประทับที่พระราชวังเดิม  การที่ประทับที่พระราชวังเดิมนี้น่าจะทำให้ทรงคุ้นเคยกับพวกแขกเจ้าเซ็น (และพวกสกุลบุนนาค) มาก  เมื่อได้เสด็จขึ้นครองราชย์ ได้มีรับสั่งให้วังจ่ายมีดโกนให้พวกแขกเจ้าเซ็นใช้ในการกรีดศีรษะในพิธีแห่เจ้าเซ็นและยังมีรับสั่งส่งเรือหลวงไปรับพวกเจ้าเซ็นมาแห่ตำปุดให้ทอดพระเนตรถึงในวังด้วย  ดังมีหลักฐานหมายรับสั่งอยู่ในประชุมหมายรับสั่ง ภาคที่ ๓
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 221  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 14:40

ครูแจ้งท่านเป็นพ่อเพลงเก่า  เล่นเพลงปรบไก่   ท่านแพ้ทางยายมาเลยไปเล่นเสภาแทน

ตามความเข้าใจของดิฉันนะคะ  เพลงปรบไก่นั้นเล่นกันแรง  หยอกเอินด้วยกิจกรรมทางเพศ
เพื่อให้ฟ้าร้องฝนตก  ต้นข้าวจะได้งอกงาม อะไรทำนองนี้นะคะ

ยายมาก็พาดพิงไปถึงมารดาของครูแจ้ง
ครูแจ้งท่านแก้ไม่ตกค่ะ   อาจจะเป็นตัวอักษร หรือมีความนัยที่เข้าใจกันในชุมชน



ดิฉันว่าในเรื่องของบทอัศจรรย์นั้น    ครูทั้งหลายก็ขับกันในยามดึกดื่น  เด็กเล็กง่วงนอน
ถ้าเด็กโตจะฟังบ้าง   ธรรมเนียมไทยไม่ห้าม




เรื่องก.ศ.ร. กุหลาบนั้น     อ่านๆไปก็ต้องหยุดไปกินน้ำบัวบกค่ะ      ข้อมูลท่านมหัศจรรย์
ธรรมเนียมเก่าไม่เก่าของไทยท่านก็แถมความเห็นให้    ต้องแยกให้ดี
แต่ประวัติบุคคลในยุค รัชกาลที่ ๓  ท่านแจ๋วมากค่ะ         
ข้อมูลในรัชกาลที่ ๔ กับ ที่ห้า     ท่านลอกประกาศมาแท้ๆ   พอหาอ่านเทียบได้ค่ะ







ดิฉันมีบางส่วนของเสภาขุนช้าง ขุนแผน  คำครูแจ้ง  เจ้าพระยาภาสกรวงศ์เก็บไว้
คุณหลวงหัวเราะดังๆนะคะ   ถ้าเคยเห็นแล้วก็ถือว่าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนก็แล้วกัน



เสาะซื้อไข่ไก่ไข่เต่านา                                  ทำน้ำปลาแมงดาหัวหอมหั่น
แต่ลักขณะต้มไข่ให้สำคัญ                              ถ้าต้มดีแล้วมีมันขยันนัก
ถ้าต้มสุกเสียสิ้นก็กินจืด                                ต้มเปนยืดเยอะยางมะตูมตัก
กินกับข้าวสิ้นชามสักสามพัก                           แล้วก็มีน้ำหนักตลอดคืน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 222  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 15:40

ฮิฮิฮิ  สงสัยเย็นวันนี้ต้องรับประทานไข่ต้มยางมะตูมเป็นมื้อเย็นเสียแล้ว ขอบคุณคุณวันดีมาก

เรื่องว่า ในเรื่องของบทอัศจรรย์นั้น   ครูทั้งหลายก็ขับกันในยามดึกดื่น  เด็กเล็กง่วงนอน
ถ้าเด็กโตจะฟังบ้าง   ธรรมเนียมไทยไม่ห้าม 
เผอิญเกิดมาได้ทันดูเขาเล่นลำตัดในงานวัดสมัยเมื่อยี่สิบปีก่อน  นั่งรออยู่นานทีเดียวกว่าจะเริ่มว่าเพลง  และกว่าจะว่าเพลงโต้ตอบกันอย่างเผ็ดร้อน แบบสองแง่สองง่าม  ก็เกินเวลาเด็กวัยประถมต้องเข้าหลับนอนแล้ว  เด็กบางคนหลับคาตักพ่อแม่ที่นั่งฟังก็มี   เสียดายว่าไม่เคยได้ดูลำตัดจนจบสักครั้ง  เข้าใจว่ายิ่งดึกยิ่งเผ็ดร้อนกว่าหัวค่ำ  อย่าว่าแต่ลำตัดเลย  บางทีลิเกก็เอากับเขาเหมือนกัน

บทอัศจรรย์แบบชาวบ้านสมัยก่อนอาจจะโจ่งแจ้งมากเกินไป  จนผู้ใหญ่เห็นจะเป็นอันตรายแก่เด็ก  ภายหลังท่านผู้แต่งเลยไปใช้ภาษาที่เป็นสัญลักษณ์แทน (เป็นการเซ็นเซอร์)  ถึงเด็กๆ จะฟังจะอ่าน หากตีความไม่เป็น ไม่มีประสบการณ์ ก็จะไม่ทราบว่าสิ่งที่อ่านหมายถึงอะไร  แต่เด็กเดี่ยวนี้คงรู้หมดแล้วกระมัง  และเพราะบทอัศจรรย์นี่แหละ ที่ทำให้หมอสมิทหรือหมอบลัดเลต้องถูกขึ้นศาลโทษฐานตีพิมพ์หนังสือที่มีเนื้อหาอนาจารผิดศีลธรรม  แสดงว่าฝรั่งสมัยรัชกาลที่ ๔-๕ เขาก็รู้จักบทอัศจรรย์ของไทยแล้ว

เรื่องนายกุหลาบเขียนหนังสือนี่  ก็มีคนหลายคนท้วงไว้ว่า จะเชื่อเอาเสียทั้งหมดไม่ได้  ต้องเลือกพิจารณาดูว่าอะไรเป็นข้อเท็จจริงอะไรเป็นความเห็นของนายกุหลาบ   แต่ก็มีนักหนังสือบางท่านที่ปฏิเสธสิ่งที่นายกุหลาบเขียนทั้งหมด  อันนี้จะโทษใครได้ก็นายกุหลาบทำให้คนอ่านไม่ไว้สิ่งที่แกเขียนเอง 

สงสัยอยุ่เหมือนกันว่า นายกุหลาบไปได้ข้อมูลประวัติคนในสมัยรัชกาลที่ ๓มาแต่ไหน ชะรอยนายกุหลาบจะได้แหล่งข้อมูลดี ที่ไม่ใช่เอกสารหนังสือ  จากพระสงฆ์? จากขุนนางเก่า? จากคนเก่าๆ ?

ทิ้งท้ายคำถามหนึ่ง คุณวันดีพอจะทราบเรื่อง เจ้าพระภาสกรวงศ์เมื่อตอนเป็นนายราชาณัตยานุหารได้เขียนเรื่องนายจิตนายใจสนทนากันลงในดรุโณวาทว่ากระทบเจ้าพระยามหินทร์ หรือเปล่าครับ (ถ้าตอบสั้น ขอให้คุณวันดีตอบในนี้ แต่ถ้าต้องคุยกันยาว  คงต้องขึ้นกระทู้ใหม่ดีกว่าครับ)
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 223  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 16:22

นวนิยายเรื่องแรกของไทยหรือคะ     มีละเอียดอยู่หลายแห่งเลยค่ะ
ไว้ตั้งกระทู้ใหม่ก็ได้


เรื่องครูสมิท โดนฟ้องนั้น  ไม่มีหลักฐานนะคะ
ไม่มีใครรู้ว่า  ขึ้นศาลอะไร       ครูสมิทถือสัญชาติอะไร เพราะอะไร
พยานคืออเมริกัน   ชื่ออะไร  หาไม่เจอค่ะ
จุ้นอะไรด้วยกับพระอภัยมณี
ครูสมิทไม่ได้ทำงานให้มิชชันนารีนานแล้ว  เพราะไม่มีงบ  แต่ครูยังให้มีสวดที่บ้านทุกวันอาทิตย์

ครูเป็นลูกทหารในบังคับอังกฤษ  แม่เป็นสก้อต   ครูดูเหมือนแขกมากค่ะ
ครูเกิดที่อินเดีย  ตามพ่อกับแม่ไปมะละแหม่ง  พ่อตาย(ไม่มีบัญชีการฝังศพ  ไม่มีชื่อในสุสาน)
ครอบครัวสมิท  ชาวอเมริกัน    รับเป็นบุตรบุญธรรม
เล่ากันว่า ซามูเอล  ซนตับแล่บเลยค่ะ  เคยเฝ้ารัชกาลที่ ๔ เมื่อยังทรงผนวช
สมเด็จเจ้าพระยาพระองค์ใหญ่ โปรดมาก   ให้ยืมหนังสือเอาไปพิมพ์
ใครมาเล่าก็ไม่รู้ว่า ต้องแบ่งครึ่งกับ หมอบรัดเล

เป็นแฟนขับครูสมิทค่ะ

ท่านผู้รู้ช่วยตอบว่าพยานอเมริกันผู้นั้นชื่ออะไร  ตอนที่อ่านให้ศาลฟังอ่านตอนไหนที่ว่าโป๊

ว๊า...........ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทรหรือคะ


คุณหลวงอยู่กับสมบัติหนังสือมากมาย  อ่านมาเล่าให้ฟังบ้างซิคะ
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 224  เมื่อ 13 พ.ย. 09, 16:28

ถึงมี  ก็เข้าใจว่าน้อยกว่าของคุณวันดีอย่างเทียบกันมิได้  งานนี้เชิญคุณวันดีสำแดงข้อมูลในกระทู้ใหม่เถิด แล้วผมจะได้ช่วยสนับสนุนข้อมูลตามที่มีและหาได้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 13 14 [15] 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.101 วินาที กับ 19 คำสั่ง