เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 16
  พิมพ์  
อ่าน: 45799 ชาติพันธุ์วรรณา ในขุนช้างขุนแผน (๒)
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 150  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 12:16

สร้อยฟ้าสวยแค่ไหน

พึ่งเป็นสาวรุ่นร่างกระจ่างดวง                                 ดูสองถันนั้นเป็นพวงผกาทิพย์
เหมือนโกมุทพึ่งผุดหลังชลา                                   พอต้องตาเตือนใจจะให้หยิบ
............................
............................
งามขนงก่งค้อมละม่อมละไม                                  แต่เนตรหลับยังวิไลประหลาดนาง
นาสิกแต่ละทรงพระแสงขอ                                    โอษฐละออเรี่ยมริมเหมือนจิ้มฝาง
สองปรางอย่างผิวผลมะปราง                                  ดูศอคอคางอย่างกลึงกลม
งามระหงทรงศรีไม่พีผอม                                      เพริศพร้อมแต่บาทจนถึงผม



อ่านแล้วไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสร้อยฟ้าจะแก่เดือนกว่านางสร้อยทองหรือไม่   เพราะนางสร้อยทองอายุ ๑๕ ปี  ตกไปอยู่เชียงใหม่ กึ่งปี
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 151  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 12:21

คุณเพ็ญชมพู ในคคห ๑๔๘      มีความรู้กว้างขวาง น่านับถือ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 152  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:01

เป็นไปได้ไหมคะ  ว่า เส้นทางเดินทัพ ผ่านไปตามสุโขทัยเดิมซึ่งเป็นเมืองร้างไปแล้ว   กวีจึงไม่ได้เอ่ยถึงตัวเมือง ในตอนนี้

กลับมาเรื่องแม่กับลูกสาว

เมื่อเสร็จศึกเชียงใหม่  ขุนแผนกับพลายงามปฏิบัติการ mission impossible บุกเข้าวังเจ้าเชียงใหม่  จู่โจมถึงตัวพระเจ้าเชียงอินทร์     หลังจากฆ่าแสนตรีเพชรกล้าทหารเอกเชียงใหม่ลงได้แล้ว
เจอแบบนี้ เจ้าเชียงอินทร์ก็ยอมแพ้   จำต้องยกลูกสาวให้เป็นบาทบริจาริกาให้พระพันวษา   แต่นางสร้อยฟ้าโฉมงาม วาสนาด้อยกว่าความสวย     พระพันวษาไม่รับเป็นพระสนม  แต่ยกให้เป็นเมียหัวหมื่นมหาดเล็กแทน
แทนที่จะได้เป็นเจ้านายสตรีฝ่ายใน   ก็กลายเป็นเมียที่สองของจมื่น
ก็ถึงบทที่พระนางอัปสรสุมาลี  แม่ของสร้อยฟ้า  ให้โอวาทลูกสาวที่กำลังจะออกเรือน

สร้อยฟ้ากับสร้อยทอง มีศักดิ์เท่ากัน  ต่างก็เป็นเจ้าหญิงพระธิดาเจ้าแผ่นดิน     แต่ได้สามีไม่เท่ากัน   สูงต่ำผิดกันมากมาย    แม่จึงให้โอวาทไปคนละทาง

ขอตั้งข้อสังเกต แทรกเข้ามานิดหนึ่งว่า  พระพันวษากับพระเจ้าเชียงอินทร์ ดูจะพระอัธยาศัยและรสนิยมเรื่องสตรี  แตกต่างกันมาก   
พระเจ้าเชียงอินทร์เมื่อเห็นตัวจริงของสร้อยทอง   ก็ดูว่าจะไม่ปลื้มนัก     ผิดกับตอนแรกที่ได้ยินข่าวลือเรื่องความงาม  แล้วคลั่งไคล้ใหลหลง

เพ่งพิศโฉมนางไม่วางตา                    ลักขณาเพริศพริ้งทุกสิ่งอัน
เสียอยู่แต่ดูยังเป็นเด็ก                        ร่างเล็กไม่สมภิรมย์ขวัญ

แม้เสียดายว่าสวย    แต่ก็คงจะไม่ถูกอกถูกใจมากจนกระทั่งอยากได้เป็นมเหสี ว่างั้นเถอะ  จึงปล่อยนางไว้ก่อน   
ผิดกับพระพันวษาที่พอเห็นนางสร้อยทอง  ก็ถูกพระทัยทันที ว่าสงบเสงี่ยม  กิริยามารยาทเรียบร้อย     รับเป็นฝ่ายในก็เหมาะสมดี    ไม่น่าจะมีอะไรให้ยุ่งยากพระทัย   
ส่วนนางสร้อยฟ้า  ทรงเห็นว่าจริตกิริยาแสนงอนกระตุ้งกระติ้งเหมือนนางละคร     ก็เลยไม่โปรด   พระชนม์มากแล้ว ไม่ใช่หนุ่มๆ  มีเมียสาวแบบนี้คงจะทรงตามไม่ทัน

แสดงว่าพระพันวษากับเจ้าเชียงอินทร์ คนละเรื่องกันเลยทีเดียว    เจ้าเชียงอินทร์มีลักษณะเป็นหนุ่มใหญ่เจ้าชู้     ได้นางคนใหม่มาทีไรก็หลงใหลไปเป็นพักๆ  แต่แล้วก็กลับมาตายรัง   
พระนางสร้อยสุมาลี เป็นสาวใหญ่ที่ยังสาวพริ้งเหมือนสาวน้อย  จึงรู้เชิงพระสวามี  ว่าไปไหนได้ไม่นาน   เวลาสอนลูกสาวที่จะออกเรือน  ก็สอนแบบเมียหลวงที่รู้วิธีเอาสามีไว้อยู่มือ

ด้วยวิสัยในการประเวณี                             ย่อมอยู่ที่ดวงจิตพิศมัย
พอถึงกันก็ประหวัดกำหนัดใน                     แต่พอได้รู้รสก็หมดกลัว
และ
อันเป็นเมียจะให้ชอบใจผัว                        สิ่งสำคัญนั้นก็ตัวของผู้หญิง
ทำให้ผัวถูกใจไม่มีทิ้ง                               ยังอีกสิ่งก็อาหารตระการใจ

ว่ากันว่า เสภาตอนนี้เป็นฝีมือของครูแจ้ง
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 153  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:04

เมื่อสมเด็จพระพันวษารับสั่งกับพระเจ้าเชียงใหม่ว่า  จะยกนางสร้อยฟ้าให้พระไวย

มันน่าชมสมกันนี่กระไร                                          ลูกสาวเจ้าเชียงใหม่ก็เฉิดฉาย
อ้ายพลายงามความรู้ก็เลิศชาย                                 จะได้เป็นสุขสบายทั้งสองรา



พระเจ้าเชียงใหม่................                                 รันทดท้อฤทัยให้ไหวหวั่น
เสียดายศักดิ์สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์                                  อัดอั้นมิใคร่ออกวาจา
นึกถึงสร้อยฟ้านิจจาเอ๋ย                                         ไม่ควรเลยจะระคนลงปนข้า



สงสารสร้อยฟ้าอยู่เหมือนกัน เพราะนางรู้ตัวว่าไม่รู้ประเพณีไทย   นางยินดีทำงานหนักที่ใช้แรงแม้นกระทั่ง
ตักน้ำและหามวอ    เพราะเป็นการทดแทนบุญคุณบิดามารดา

แสนทุกข์อยู่ที่จะมีผัว                                               พระทูลหัวอกเอ๋ยหาเคยไม่
จะดูการเรือนเหย้าเขาข้่างไทย                                    จะอย่างไรก็ไม่รู้ประเพณี
จะถูกติฉินยินร้าย                                                  อัปยศอดอายชาวกรุงศรี
สำหรับค่อนว่าทั้งตาปี                                             มีแต่จะอับอายขายบาทา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 154  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:12

ในตอนที่พระนางอัปสรสุมาลีสอนสร้อยฟ้าออกเรือน   มีวิธีสอนทำกับข้าวแทรกอยู่ด้วย
กับข้าวทั้งหมดที่บรรยายมา  สงสัยว่าจะเป็นของโปรดของครูแจ้ง   ดูเมนูแล้วบางอย่าง เชื่อกันว่าบำรุงกำลัง
ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ท่านเขียนไว้ในเรื่อง "ฆาตกรรมจากก้นครัว" ให้คุณนายองุ่นทำให้สามีกิน  บำรุงบำเรอเสียจนร่างกายทนไม่ไหว    ตายเร็วกันทั้งสองคน

ถ้าจะวิจารณ์ตอนนี้  ก็ขอบอกว่าไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง   เพราะเมนูไม่ใช่กับข้าวชาวเหนือเลยสักอย่าง

เป็นต้นต้มตีนหมูให้ชูรส                          ไข่ไก่สดปลาต้มยำทำขยัน
ตับเหล็กสันในและไข่ดัน                         หั่นให้ชิ้นเล็กเล็กเหมือนเจ๊กทำ

สร้อยฟ้าเป็นเจ้าหญิง   เกิดมามีแต่พี่เลี้ยงบริวารประคับประคอง  จะเอาโอกาสไหนไปทำกับข้าวกินเอง
วาสนาเธอก็เกิดมาเพื่อจะไปเป็นมเหสีพระราชาอยู่แล้ว   ไม่จำเป็นต้องเข้าครัว

ข้อสังเกตอีกอย่างคือ เมนูอาหารตอนนี้ มีลักษณะของกับข้าวจีนปะปนเข้ามา   เมื่อเทียบกับกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ ๒
ยิ่งวรรคสุดท้ายยิ่งเห็นเลยว่า เป็นรายการอาหารเหลาของอาเฮียตั้งแต่รัชกาลที่ ๓ เป็นต้นมา เสียละมังคะ
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 155  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:25

นางอัปสรเป็นเจ้าหญิงเชียงตุง    พระปู่เฒ่าเชียงใหม่ไปขอมา  ได้เห็นสวามีก็เมื่อวันงาน

นางสอนธิดาว่า

ธรรมดาสตรีที่มีผัว                                           ต้องเกรงยำจำกลัวผัวข่มเหง
เพราะถ้าผัวตัวนั้นยังคุ้มเกรง                                ถึงคนอื่นครื้นเครงมิเป็นไร


อาหารที่นางแนะแนวทาง

เป็นต้นต้มตีนหมูให้ชูรส                                     ไข่ไก่สดปลาต้มยำทำขยัน
ตับเหล็กสันในและไข่ดัน                                     หั่นให้ชิ้นเล็กเหมือนเจ๊กทำ


เรื่องต้มขาหมูนี่ มีแทรกในกลอนหลายตอน     ครูแจ้งคงเบื่ออาหารเลี้ยงตามงาน
คอเพลงที่ต้องใช้เสียงให้เจื้อยแจ้ว  คงต้องการของเปรี้ยวเผ็ด และบำรุงกำลัง


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 156  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:43

บทเสภาขุนช้่างขุนแผนตอนแต่งานพระไวย  สำนวนครูแจ้ง



หน้า ๒๐ - ๒๑   นางบุษบาก็สอน ศรีมาลาไว้เหมือนกัน


แม่อุตส่าห์ต้มลูกลำไยทำไข่หวาน                                รังนกเคี่ยวน้ำตาลกรวดให้ยวดยิ่ง
กับนมโคเคี่ยวน้ำตาลให้หวานจริง                                ทำใส่โถทิ้งไว้ให้ทุกวัน

สิ่งอื่นถึงจะมิกินก็แล้วไป                                           เมื่อคราวจะกินยกมาให้ขมีขมัน
กับข้าวอุตส่าห์หาปลามันหมั่นต้มยำ                              นั่นแลสำคัญนะแม่คุณ

น้ำพริกต้มยำทำให้ถึงที่                                            กะปิดีเสาะหาน้ำปลาญี่ปุ่น
เคียวให้ค่นน้ำขาวราวกับวุ้น                                       หนุนผักชีกระเทียมกรอบคงชอบใจ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 157  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 15:53

เมนูอาหารแบบชาวบ้าน  ในตอนที่นางบัวคลี่คิดฆ่าขุนแผน ด้วยยาพิษ

มาจัดแจงแกงเนื้อตะพาบน้ำ                     แย้ยำห่อหมกทั้งนกคั่ว
ข้าวใหม่ใส่ในชามกลีบบัว                        เอายานั้นโรยทั่วทุกสิ่งอัน
บันทึกการเข้า
luanglek
นิลพัท
*******
ตอบ: 2894


ความคิดเห็นที่ 158  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 16:03

ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นเปิดประเด็นสำรับคาวหวานแล้ว   งั้นขออนุญาตแทรกแหล่มหาชาติเกี่ยวกับเรื่องขุนช้างขุนแผนสักหน่อย  ตอนที่นำเสนอนี้เป็นตอนเกี่ยวกับลาวทอง  เชิญอ่านดูครับ  โปรดสังเกตตอนจบ  เด็ดดีทีเดียว

แหล่ขุนแผนกลับจากทัพ  (เครื่องเล่นเทศน์มหาชาติกัณฑ์มหาพนหรือกัณฑ์มหาราช)

ฝ่ายขุนแผนแสนหาญฮึก    เมื่อชนะศึกล่องลงมา
เร่งบ่าวไพร่พายนาวา    เรือจอดหน้าท่าบ้านศรีประจัน
เสียงเกรียวกราวฉาวฉ่า    คนในนาวาเสียงอึงลั่น
เวลาก็ดึกลงครามครัน    ผู้คนผายผันเข้าหลับนอน
สายทองพลิกฟื้นตื่นผวา    เสียงใครมาในสาคร
พลางฉุดสลักชักกลอน    รีบบทจรคลาไคล
พอมาถึงห้องหอกลาง     เปิดหน้าต่างออกมองไป
เห็นคนตีฆ้องน้องก็ตกใจ    จึงจุดไต้ไฟเดินออกมา
พลางบรรจงลงบันได    รีบครรไลมาถึงหน้าท่า
เห็นเรือยาวใหญ่ดีใจหนักหนา   พ่อแผนกลับมาก็ยินดี
นางกลับขึ้นเรือนแล้วเชือนเข้าห้อง   ปลุกแม่วันทองมารศรี
ผัวเจ้ากลับมาอย่าช้าที     มาเถิดพี่จะพาไป
วันทองได้ฟังกำลังง่วง     ชะน้อยหรือมาลวงหลอกน้องเล่นได้
ขุนช้างแสนกลคนจัญไร     น้องไม่อยากไปเห็นหน้ามัน
ไม่ใช่ขุนช้างดอกนะวันทอง   เชื่อพี่เถิดน้องอย่าหุนหัน
ขุนแผนเลิกทัพกลับมานั่น   อย่าหุนหันเลยแก้วตา
จริงๆ หรือนี่พี่สายทอง    จะมาหลอกน้องกระมังหนา
จริงๆ โฉมศรีฟังพี่ว่า    เรือจอดหน้าท่าบ้านของเรา
วันทองลุกพลันมิทันช้า    หวีหัวผัดหน้าจับเขม่า
นุ่งลายห่มแพรแลดูพริ้งเพรา    พักตร์น้องดังดาวดวงจันทร์
โอษฐ์สะอาดดังสีลิ้นจี่จิ้ม   เมื่อยามจะยิ้มมันน่ารับขวัญ
ลูกสาวใครไม่เทียมทัน      ในเมืองสุพรรณไม่เห็นมี
ช่างยกย่องแม่วันทองขึ้นเชิด    มันช่างสวยประเสริฐเมื่อยามมีศรี
รีบเร็วเถิดหนาอย่าช้าที       สายทองรีบรี่ลงบันได
นางค่อยดำเนินเดินมา     พอถึงหน้าท่าเห็นเรือยาวใหญ่
เห็นคนตีฆ้องจึงร้องถามไป    ว่านั่นเรือใครนะขาตา
ฝ่ายตาลาวที่เฝ้ายามครั้นได้ยินถามทัก    เหลือบแลเห็นพักตร์งามเลขา
จะเป็นเมียนายหรือใครมา    ดูท่วงทีท่าก็สมทรง
จะพิศดูไหนก็งามนั่น     ดูผิวพรรณก็งามระหง
ทั้งรูปร่างสำอางองค์   คล้ายๆ นางหงส์ที่เหินลอย
ธุระอะไรเล่าหล่อนจ๋า  มาถามถึงนายข้าแม่ยอดสร้อย
นายขุนแผนสั่งให้มาคอย    แม่สาวน้อยๆ จงแจ้งใจ
สายทองได้ฟังถ้อยคำ     ช่างคมขำพอใช้ได้
พูดจาคดเคี้ยวเกี้ยวแทนนาย   พูดจาใช้ได้คมขำ
ปลุกนายเถิดหนาจะให้กัญชาสองกำ   เร็วๆ เถิดอย่าร่ำพิไร
ตาลาวได้ฟังว่า   จะได้กัญชาลุกออกมาโดยไว
ว่าพ่อแผนจ๊ะพ่อแผนจ๋า   ใครมาหานายลุกขึ้นไวๆ เถิดสินะพ่อคุณ
ขุนแผนผวาคว้าสอด      เอื้อมมือไปกอดแม่เนื้ออุ่น
ลาวทองรูปสวยมาด้วยแม่คุณ   เอามืออังอุ่นแนบอุรา
พลางขยับประคับประคอง    ว่าแม่ลางทองหล่อนจ๊ะหล่อนจ่า
ช่างขาวผ่องละอองตา    ใครเห็นก็พากันยินดี
พลางขยับประคับประคอง    ว่าแม่ลาวทองโฉมศรี
ค่อยชื่นชวนยวนยี     ทำกระซิกกระซี้แล้วก็เลยหลับไป
ตาลาวคุกคลานแอบม่านเข้าไปมอง   แลเห็นไฟส่องสว่างไสว
แลเห็นเต็มตาประหม่าใจ    มือกุมก้นไต้หัวเราะงอ
ขุนแผนไม่หลับให้ขยับเขยื้อน    เห็นม่านสะเทือนถามว่าใครหนอ
เปิดม่านออกไปไม่รั้งรอ    นี่เอ็งมาหัวร่อข้าด้วยเรื่องอะไร
ตาลาวว่าข้อยมาคอยอยู่นาน    ถามถึงนายท่านข้อยนี้หารู้ไม่
ข้อยจึงแหวกม่านคลานเข้าไป   นายเล่นซิใดสัประดน
ขุนแผนว่าไหนใครให้ปลุก    ขุนแผนก็ลุกเถลือกถลน
เห็นสายทองนั่งอยู่ยังฝั่งชล    นั่งอยู่สองคนกับแม่วันทอง
วันทองขัดแค้นขุนแผนหนักหนา   ช่างมาลืมเคหาหอห้อง
ช่างไม่กลับมารับวันทอง    ประเดี่ยวนี้น้องถูกยุยง
ไอ้ขุนช้างดูถูกเอากระดูกห่อผ้า    บอกว่าชีวาพ่อแผนผุยผง
ไอ้ลาวแทงตายเสียที่ชายดง    มันยุยงแม่ศรีประจัน
มันมาขอแม่แกก็ให้     เขาปลุกหอใหม่ให้ดิฉัน
มันมานอนหอรออยู่นั่น    ไม่เชื่อฉันไปดูก็ได้
ขุนแผนครั้นได้ฟัง   ให้แค้นคั่งดั่งเพลิงไหม้
น้อยหรือไอ้ช้างคนจังไร    มันข่มเหงได้ไม่เกรงเรา
ยายศรีประจันแกขันไม่หยอก   โดนแต่เขาหลอกแกก็ให้ลุกสาว
เห็นเขามั่งมีดีกว่าเรา     จึงได้ยกลูกสาวให้แก่มัน
ชิชะทำได้ไม่ไว้หน้า   แล้วลุกออกมาจากม่านกั้น
ฉวยดาบได้ว่าจะไปฟัน   ลาวทองนั้นเดินตามมา
ว่าหม่อมคะหม่อมขาหม่อมจะไปซิใด     ธุระอะไรเล่าหม่อมขา
เขามีผัวใหม่ช่างเป็นไรนา    จะไปโกรธาเขาทำไม
วันทองได้ฟังซึ่งคำลาว    มันรานร้าวน่าหมั่นไส้
จึงมีสุนทรย้อนกลับไป   ว่านางลาวเชียงใหม่ช่างพาที
เข้ามากั้นกางทำขวางหน้า   มาเจรจาว่าเสียดสี
นางลาวรูปสวยเป็นเจ้าของด้วยหรือนี่   ช่างมาเสียดสียียวน
ลาวทองได้ฟังนั่งชม้อย    จึงตอบว่าน้อยหรือนางสำนวน
แม่ไทยรูปสวยเป็นเจ้าของด้วยจึงควร   อย่าพูดลามลวนให้ฉันรำคาญ
ขุนแผนว่าไฮ้อย่าได้จาบจ้วง   เขาเป็นเมียหลวงอย่าทำหักหาญ
เชิญขึ้นไปไหว้กราบกราน    เจ้าจงสมานซึ่งไมตรี
ลาวทองขึ้นไปบ่ได้ช้า    ยกมือวันทามารศรี
สองมือลูบเข่าเข้าทันที     ว่าอีสันบ่มีสิ่งอันใดมา
วันทองเห็นนางเข้ามานั่งไหว้   ให้ประหลาดใจเป็นหนักหนา
ว่าหม่อมไปได้ที่ไหนมา     หรือภรรยาเขาประทาน
ขุนแผนว่าเจ้าลาวทอง    เป็นลูกนายซ่องบ้านเชียงคาน
เขายกให้ด้วยใจสมาน   แม่อย่าเดือดดาลเลยนิรมล
วันทองว่าหม่อมเห็นไหมคะหม่อมเห็นไหมขา   เมียมาวันทาทำเสือกสน
มันผิดในแบบแยบยล    มันผิดกว่าคนชาวนคร
ช่างสวยสมคมคาย   ดูเนตรละม้ายคล้ายกินนร
เที่ยวอยู่ตามซอกซอกวอน    ดูเหมือนกินนรตามตรอกอาจม
ลาวทองได้ฟังนั่งแอบม่าน    ทั้งเจ็บทั้งคันทั้งขื่นทั้งขม
ว่าแม่ไทยรูปสวยช่างคารม    อันว่าตรอกอาจมมันอยู่ซิใด
ตัวข้อยเป็นลาวชาวบ้านนอก   บ่รู้จักบางกอกมันอยู่ซิใด
มันอยู่ที่นี่หรืออยู่ที่ไหน   จงบอกไปให้แจ้งกิจจา
วันทองว่านางช่างประจบ    เอ็งจะกินผักตบหรือจ๊ะหล่อนจ๋า
ว่าแล้วนวลนางเยื้องย่างเข้ามา   ขุนแผนห้ามว่าฮึฮึเลิกกัน
วันทองขยับจับแขนขวา   ลาวทองก็คว้าแขนซ้ายนั่น
ขุนแผนอยู่กลางไม่ห่างกัน    ดูเหหันอลวน
ดุเหมือนพระจันท์กับโมรา   เมื่อโจรป่านไพรสณฑ์
ขุนแผนอยู่กลางนวลนางสองคน    ดูเหมือนไอ้โจรกับพระจันท์
ข้างโน้นก็ฉุดข้างนี้ก็ฉุด     ผ้าผ่อนล่อนหลุดเห็นแต่ด้ามพระขรรค์
ดูวาววับจับตาพลัน          ต้องขอหยุดกันเท่านี้ที
—นั้นแหล่ ฯ

ถ้ามีโอกาสจะเอาแหล่ตอนสร้อยฟ้าทะเลาะกับศรีมาลามานำเสนออีก
 
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 159  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 16:19

เจ้าพระยาภาสกรวงศ์(พร  บุนนาค)  เก็บตำราต้มยำปลาช่อน   จาก เสภาคำครูแจ้งไว้ตอนหนึ่ง



แนะหม่อมพี่สีมาลาบรรดาทำ                              ไม่เอิบอารมณ์เหมือนต้มยำดอกพี่ขา
ซื้อปลาช่อนตัวใหญ่ ๆที่ไข่มี                               น้ำใส่อ่างล้างสีให้สิ้นคาว

ต้มน้ำเสียก่อนให้ร้อนฉ่า                                   แล้วเอาปลาใส่เค่ยวให้น้ำขาว
ทุบตะไคร้ม้วนใส่ทั้งท่านยาว                              เข้าสารซาวใส่ด้วยช่วยหนุนปลา

น้ำพริกต้มยำทำให้ถึงที่                                    น้ำปลาญี่ปุ่นกะปิดีพี่เสาะหา
เมื่อตักนั้นสันศีร์ษะกะพุงมา                               ช้อนเอาไข่ใส่หน้าให้ชูใจ

กระเทียมสุกบดใส่สักสามกลีบ                            มะนาวบีบลงให้ดีผักชีใส่
น้ำพริกเจือน้ำปลาล่อให้จุใจ                               เอาช้อนโบกเข้าโฮกไรแล้วได้แรง                                                   


บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 160  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 16:25

ยังมีการบรรยายเรื่องสำรับที่บ้านพระไวย  สำนวนครูแจ้ง  อีกหนึ่งหรือสองตอน



เรื่องแหล่นั้น  คงต้องขอความรู้จากคุณหลวงเล็กสืบไป   เป็นตอนที่ กรมหมื่นรักษ์รณเรศไปเที่ยวเล่น
จำได้ว่ามีระยะเวลา  และชื่อวัด
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 161  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 16:29

ลืมเรื่องลาวสักครู่     แวะพักที่เมนูอาหารของครูแจ้งก่อนค่ะ
ดูแล้ว  ตีนหมู (ต้มยำ?) น่าจะเป็นจานโปรดของครูแจ้ง

อนึ่งต้มตีนหมูดูให้แน่                                           ถ้าเปื่อยแท้แล้วจึงคั่วถั่วทองใส่
มะขามเปียกรสชาติมักขาดไป                               ต้องสอดใส่น้ำส้มจึงกลมละมุน
หนึ่งไข่ไก่อังไฟแต่ห่างห่าง                                  พอเป็นยางมะตูมต่อยออกข้นขุ่น
เอาไม้คนให้ขาวราวกับวุ้น                                    น้ำปลาญี่ปุ่นเหยาะหน่อยซอยหอมลง
หนึ่งปลาไหลย่างไฟพอน้ำหยด                             ขดใส่หม้อลงทั้งตัวกับถั่วลิสง
ข้าวสารขาวซาวใส่ให้บรรจง                                  ทุบตะไคร้ใส่ลงแล้วเคี่ยวไป
ไฟให้แรงน้ำแกงขาวจนข้าวข้น                              จนเม็ดถั่วเปื่อยปนเนื้อปลาไหล
แล้วเด็ดเอาใบมะกรูดรูดลงไป                               ตักใส่ไว้ในชามฝรั่งบาง
เอาไม้คนปลาให้เข้ากับข้าวทั่ว                              หักหัวเก็บเสียให้สิ้นก้าง
พริกกะปิเผาให้เกรียมกระเทียมราง                        ตำให้อย่างยาบดรสจึงดี
น้ำปลาใสใส่ทั่วพอกลั้วพริก                                  กระเทียมสุกใส่อีกจนได้ที่
ต้นหอมหั่นสันใส่ใบผักชี                                      มะนาวสีเขียวสดรสดีจริง

ปลาไหล เดี๋ยวนี้เห็นมีแต่ในร้านอาหารญี่ปุ่น   ส่วนตีนหมู ไม่เคยกินค่ะ  
อาหารไทยข้างบนนี้  ใครเคยกิน ช่วยอธิบายว่าเป็นอย่างไร  จะขอบคุณมาก
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 31182

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 162  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 20:09

กลับไปค้นกระทู้เก่าในเรือนไทย    ถ้าใครยังสนใจ ครูแจ้ง  เชิญอ่านได้ที่นี่ค่ะ
http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1145.0
บันทึกการเข้า
Wandee
หนุมาน
********
ตอบ: 4006


ความคิดเห็นที่ 163  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 20:27

ตีนหมูก็คือคากิ   ขาหมูส่วนที่ไม่มีเนื้อมากนักไงคะ
ต้มแล้วน้ำแกงก็จะข้นหนืดๆเป็นพิเศษเพราะมีกระดูก

ครูแจ้งและพ้องเพื่อนก็ขอเป็นต้มยำไปเสีย

ไข่อังไฟ  ก็มีในฆาตกรรมก้นครัวของคุณคึกฤทธิ์

ปลาไหลนั้น  ผ่าน   ไม่เกลียดตัวแต่ไม่เคยกิน
ข้าวสารที่ใส่ไปก็จะทำให้น้ำข้นอีกนั่นแหละ
พริกเผาหอมเผากระเทียมเผา  ก็คือเครื่องน้ำพริกเผา


ในเสภาสำนวนครูแจ้ง    ตอนเลี้ยง

พวกทนายยกสำรับมาตั้งให้                                     เป็ดตัวไก่พะแนงแกงหมูหัน
เกาเหลาของเคียงเรียงเป็นชั้น                                  เหล้าบ้าหรั้นทั้งอะหนีและสามทับ

เรื่องเหล้าต่างประเทศนั้นเก็บข้อมูลไว้บ้าง  คงจะได้นำมาคุยกัน

เกาเหลานั้นทราบมานานแล้วว่าเข้ามาตั้งแต่รัชกาลที่ ๒
มีหมูหันด้วยนี่น่าสนใจ


ในแม่ครัวหัวป่าก์ได้ลงพระอภัยมณีไว้

เสวยที่แท่นสุวรรณด้วยหรรษา                    พระอะไภยศรีสุวรรณเป็นหลั่นมา                  พร้อมบรรดาสุริวงศ์เผ่าพงษ์พันธุ์
กับข้าวไข่ไก่แพนงแกงเป็ดต้ม                    จอกน้ำส้มสายชูจิ้มหมูหัน                          ซ่อมมัดพับสำหรับทรงองค์ละคัน
เหล้าบ้าหรั่นน้ำองุ่นยี่ปุ่นดี

บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 11111


ความคิดเห็นที่ 164  เมื่อ 06 พ.ย. 09, 20:44

ข้าวสารที่ใส่ไปก็จะทำให้น้ำข้นอีกนั่นแหละ

ใส่แค่ไหนยังไงหรือครับ
ปกติจะให้น้ำข้น ก็ป่นให้เป็นแป้ง เช่นแป้งข้าวจ้าวเอามาใส่ก็ได้ใช่ไหมครับ
หรือพ่อครัวต้องการข้าวเป็นตัวแบบเม็ดๆด้วย

วันนี้แม่ยายมาทานข้าวที่บ้าน ผมถามเรื่องนี้ แม่บอกว่าไม่เคยเห็น
แม่ยายผมสมัยยังไหวอยู่ก็ทำกับข้าวเก่งมาก
แต่บอกว่าไม่เคยเห็นใครเอาข้าวใส่ไปในแกง แสดงว่าสูตรนี้ตองเก่าจริง หรือสูตรเฉพาะตัวครูแจ้ง

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 9 10 [11] 12 13 ... 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.041 วินาที กับ 19 คำสั่ง