เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 16
  พิมพ์  
อ่าน: 44102 ชาติพันธุ์วรรณา ในขุนช้างขุนแผน (๒)
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 03 พ.ย. 09, 17:07

มาเริ่มชาติพันธุ์วรรณาลาว ชุดใหม่  ห่างจากศึกเชียงทองมาอีกเกือบ ๒๐ ปี
คราวนี้   มาถึงลาวล้านช้าง    ในเรื่อง เรียกชื่อเป็นทางการว่า "กรุงนาคนะหุต"   ดิฉันไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ ศรีสตนาคนหุต
ในขุนช้างขุนแผน ระบุว่าอาณาจักรเชียงใหม่และล้านช้าง เป็นอาณาจักรอิสระ  เท่าเทียมกัน

ทั้งกรุงนาคนะหุตมงกุฎภพ                       เลิศลบทั่วโลกราศี
ทั้งสองกรุงบำรุงธรณี                              พระเกียรตินั้นก็มีเสมอกัน

เจ้าเชียงอินทร์แห่งเชียงใหม่   แต่งทูตไปขอนางสร้อยทอง  ลูกสาวเจ้าล้านช้าง   ทางฝ่ายนั้นนอกจากเดือดดาล    ไม่ยอมยกให้แล้วยังตัดสินใจยกเจ้าหญิงให้อยุธยาแทน   ทั้งๆพระพันวษาก็ไม่ทันได้รู้เรื่องอะไรด้วย ส้มหล่นลงมาเฉยๆ

ทูตล้านช้างเดินทางมาอยุธยา   ตรงนี้  มีเส้นทางใหม่มาให้คุณหลวง   คุณN.C.  คุณ V_Mee  คุณม้าและท่านอื่นๆ ได้ส่องกล้องสำรวจทางกันอีกแล้ว
เส้นทางนั้นบอกว่า ทูตลงเรือจากล้านช้าง  ข้ามไปปากโมง  จากนั้นขึ้นม้า  ข้ามป่าฝ่าดงไปถึงเขาศาล   จากนั้นไปสามหมอ  ต่อไปถึงลำพาชี  มาถึงโคราช
จากโคราชใช้เส้นทางถึงโคกพญา   ข้ามเขาเขื่อนลั่นเข้าดงพญาไฟ  ใช้เวลาห้าคืนถึงมาถึงแก่งคอย  อีกหกเจ็ดวันถึงอยุธยา

ล้านช้างในที่นี้ หมายถึงเวียงจันทน์
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 03 พ.ย. 09, 21:35

การเดินเรือลงใต้ ถ้าเป็นเรือใบ เขาจะแล่นเลาะชายฝั่งตะวันออกไปให้พ้นเกาะสีชัง เพื่อให้เข้าแนวลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากนั้นกางใบแล่นไม่นานก็ตัดอ่าวไทยลงมาถืงทางตะวันออกของคาบสมุทรได้ เป็นวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุดแล้วครับ เส้นทางนี้ในหลวงเคยทรงเรือใบแล่นข้ามมาแล้วครับ

ถ้าเป็นเรือพายก็ต้องเลาะชายฝั่ง โดยมากก็จะพยายามเดินทางในคลอง จากแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าคลองบางกอกใหญ่ ตัดเข้าคลองด่าน ไปออกสมุทรสาคร หลังจากนั้นจะเลียบชายฝั่ง หรือจะลัดเลาะไปตามลำคลองไปออกเพชรบุรีก็ได้ครับ แต่โดยมากจะพายเรือในทะเลเท่าที่จำเป็นเพราะคลื่นลมแรง พายยาก

เส้นทางที่กล่าวถึงในเสภาขุนช้างขุนแผน ถ้าเชียงทองอยู่ในเขตจังหวัดจากจริง จะเหนือหรือใต้ระแหงก็ไม่สมเหตุสมผลทั้งนั้นครับ เพราะจากเถินไปลำปางระยะทางไม่ไกล และสามารถไปตามลำแม่น้ำวังได้ ถ้าจะย้อนกลับลงมาตากก็เรียกได้ว่าทิศทางตรงกันข้ามเลย (ต้องลงมาทางน้ำวังเหมือนกัน แต่คนละทิศ)

ก็คงกลับมาที่เดิม
- เชียงทองในเสภา ไม่ใช่เชียงทองที่ตาก (และในจารึกสุโขทัย) เป็นเมืองอะไรสักเมืองที่อยู่ระหว่างเถินกับลำปาง
- ผู้แต่งเสภาไม่รู้จักเชียงทอง จึงระบุเส้นทางไม่ถูกต้อง
- เชียงทองเป็นเมืองในจินตนาการของผู้แต่งเสภา ไม่มีอยู่จริง

ไม่น่าจะนอกเหนือไปจากนี้ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 00:09

ทูตล้านช้างเดินทางมาอยุธยา   ตรงนี้  มีเส้นทางใหม่มาให้คุณหลวง   คุณN.C.  คุณ V_Mee  คุณม้าและท่านอื่นๆ ได้ส่องกล้องสำรวจทางกันอีกแล้ว
เส้นทางนั้นบอกว่า ทูตลงเรือจากล้านช้าง  ข้ามไปปากโมง  จากนั้นขึ้นม้า  ข้ามป่าฝ่าดงไปถึงเขาศาล   จากนั้นไปสามหมอ  ต่อไปถึงลำพาชี  มาถึงโคราช
จากโคราชใช้เส้นทางถึงโคกพญา   ข้ามเขาเขื่อนลั่นเข้าดงพญาไฟ  ใช้เวลาห้าคืนถึงมาถึงแก่งคอย  อีกหกเจ็ดวันถึงอยุธยา

เส้นทางนี้แม่นยำ และไม่มีอะไรให้สงสัยเลย สอบจากหนังสือ นิราศทัพเวียงจันท์ (มติชน ๒๕๔๔) ซึ่งนอกจากจะมีนิราศทัพเวียงจันท์พระนิพนธ์ในหม่อมเจ้าทัพ (ในกรมหลวงเสนีบริรักษ์) ยังมีโคลงนิราศทัพเวียงจันท์พระนิพนธ์ในสมเด็จกรมพระยาเดชาดิศร และยังมีจดหมายเหตุระยะทางเสด็จพระราชดำเนินกองทัพหลวงอยู่ด้วย

เส้นทางทูตล้านช้างลงมากรุงศรีอยุธยาเป็นเส้นทางที่มีอยู่จริงและถูกต้องดี น่าสังเกตว่าเป็นเส้นทางเดียวกับระยะทางเสด็จพระราชดำเนินของกองทัพหลวงเป๊ะๆเลยครับ

ความแม่นยำของเส้นทางนี้ทำให้ต้องกลับมาคิดทบทวนเรื่องเชียงทองอีกครั้ง ผมคิดว่าชื่อเชียงทองไม่น่าจะเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นมาลอยๆไม่มีตัวตน น่าจะเป็นชื่อที่อยู่ในเรื่องขุนช้างขุนแผนมาแต่สมัยอยุธยา หากเมื่อเวลาผ่านไป เมืองเชียงทองยุบหายไปด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง กวีผู้แต่งเสภาในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ใส่รายละเอียดทางเดินทัพเพิ่มเข้าไป แต่เนื่องจากไม่ทราบตำแหน่งเชียงทองอย่างแน่นอน จึงเดาเอาว่าคงอยู่ระหว่างเถินกับลำปางดังความที่ปรากฏอยู่ครับ

ถ้ามีฉบับอยุธยาให้สอบก็น่าจะดีครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 04:39

คุณม้าครับ

การเดินเรือลงใต้ ถ้าเป็นเรือใบ เขาจะแล่นเลาะชายฝั่งตะวันออกไปให้พ้นเกาะสีชัง เพื่อให้เข้าแนวลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากนั้นกางใบแล่นไม่นานก็ตัดอ่าวไทยลงมาถืงทางตะวันออกของคาบสมุทรได้ เป็นวิธีการเดินทางที่เร็วที่สุด..........ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีครับ มีแต่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดจากใต้ขึ้นเหนือ แล้วเส้นทางในทะเลนะครับ มันไม่ใช่ถนนหรือทางรถไฟ จะต้องไปเริ่มตรงนั้นตรงนี้เป๊ะจึงจะลัดตรงเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวไปยังที่โน่นที่นี่  ตรงไหนใบเรือกินลมก็ปล่อยฉิวเลย ใช้หางเสือบังคับทิศทางเอา จะเฉียงหรือสลับฟันปลาก็แล้วแต่ทิศที่ต้องการจะไป

เส้นทางนี้ในหลวงเคยทรงเรือใบแล่นข้ามมาแล้วครับ.....ทรงข้ามจากไหนไปไหนครับ จากปากแม่น้ำเจ้าพระยาไปเกาะสีชัง แล้วเลี้ยวสู่หัวหินหรือ?
ผมตรวจสอบพระราชประวัติแล้ว มีครั้งเดียวที่ทรงเรือใบซูปเปอร์มดที่ทรงออกแบบและต่อขึ้นเองชื่อเวคา ข้ามอ่าวไทย

เมื่อเวลา 04.28น.19 เมษายน 2509 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเรือใบเวคาด้วยพระองค์เองเพียงลำพัง จากพระราชวังไกลกังวลแล่นข้ามอ่าวไทยมาถึง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เวลา 21.28น.เวลาเที่ยงคืนเศษ ประทับร.ล.จันทรกลับหัวหิน

ปกติมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะพัดปกคลุมประเทศไทย ระหว่างกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม  หลังจากนั้นจะเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ(ลมหนาว)พัดปกคลุมประเทศไทย จนถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมษายนจะเป็นช่วงที่ลมแปรปรวน  วันนั้น "ลมอ่อน" ทำให้เรือใบแล่นได้ช้าลง เพราะเรือใบต้องอาศัยแรงลมในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย หากครั้งใดเจอปัญหาสภาพลมอ่อนจะต้องควบคุมเรือใบให้เดินทางสู่จุดหมายด้วยวิธีแล่นก้าว ซึ่งเป็นการแล่นเรือใบสลับฟันปลา เพื่อให้ใบเรือปะทะรับแรงลมแล่นไปสู่จุดหมายปลายทางนั่นเอง ผู้คนเป็นห่วงพระองค์มากเพราะกะว่าจะถึงก่อนค่ำ แต่ก็ทรงปลอดภัย


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 06:48

จากประชุมพงศาวดารภาค 70 ของกรมศิลปากร เรื่องพงศาวดารย่อนครเวียงจันทน ปรากฏข้อความประมวลได้ว่า ภูเวียงที่เป็นอำเภอหนึ่งของขอนแก่นในปัจจุบัน มีฐานะเป็นเมืองป้อมหรือเมืองหน้าด่าน ของเวียงจันทน์ ตั้งอยู่ในเส้นทางมาติดต่อกับนครเวียงจันทน์กับกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ การเดินทัพเดินทางโดยทั่วไปของทั้งสองนครต้องผ่านหนองบัวลำภู(อำเภอกุมภวาปี)  ภูเวียง (อำเภอหนึ่งของขอนแก่น) ช่องสามหมอ(อำเภอหนึ่งของชัภูมิ) ลงไปโคราช เพราะเป็นทางตรงและมีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์

ต่อมาภายหลังเมื่อสร้างทางรถไฟและถนน ได้เลี่ยงหลีกเลี่ยงทางลุ่มไปทำบนที่ดอน จากโคราชผ่านเมืองพล บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดร ไปยังลาวแทนเส้นทางโบราณ

ในขุนช้างขุนแผน บอกว่าข้าม(แม่น้ำโขง)ไปปากโมง  จากนั้นขึ้นม้าข้ามป่าฝ่าดงไปถึงเขาศาล จากนั้นไปสามหมอ ต่อไปถึงลำพาชี ลำพาชีนี้คือแม่น้ำชี อยู่ใต้เมืองชัยภูมิก่อนเข้าโคราช มาถึงตำบลด่านพระไวยที่อยู่ในอำเภอเมือง นครราชสีมาเลย

ที่ผมยังไม่ทราบก็คือ นาคนะหุตซึ่งหมายถึงล้านช้างแน่ แต่ไม่แน่ใจว่าคนแต่งขุนช้างขุนแผนจะตั้งเป้าให้เป็นหลวงพระบางหรือเวียงจันทน์ แต่ไม่ว่าจะเมืองใดก็ตาม ท่านทูตคงต้องข้ามมาฝั่งนี้แถวๆหนองคาย แต่ผมก็ไม่ทราบว่าปากโมงจะอยู่ตำแหน่งไหนแน่ๆของฝั่งนี้หรือฝั่งโน้น

ที่ไม่ทราบอีกอย่างหนึ่งก็คือ ตำบลด่านพระไวยนี้ตั้งขึ้นเมือใด ก่อนหรือหลังที่ขุนช้างขุนแผนจะดัง


บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 07:03

เมืองลาวเริ่มแบ่งเป็นสองอาณาจักร คือ หลวงพระบางและเวียงจันทร์ มาตั้งแต่สมัยพระไชยเชษฐาแล้วครับ 

เนื่องจากเส้นทางคมนาคมระหว่างหลวงพระบางกับเวียงจันทร์นั้นในอดีตต้องอาศัยลำน้ำโขงเพียงอย่างเดียว  ฉะนั้นเส้นทางการติดต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับเวียงจันทร์และหลวงพระบางจึงแยกขาดจากกันโดยเด็ดขาด  จึงพบว่าชาวหลวงพระบางมีการติดต่อกับล้านนาทางเมืองน่านหรือเชียงแสนสืบมาจนถึงปัจจุบัน  แต่การติดต่อกับกรุงเทพฯ จะใช้เส้นทางๆ เมืองอุตรดิตถ์  ส่วนเวียงจันทร์แทบจะไม่พบการติดต่อกับล้านนาเลย  การติดต่อกับกรุงเทพฯ ก็จะลงมาทางเส้นทางที่กล่าวกันไว้ข้างต้นเป็นพื้น
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 08:51

คราวนี้มาถึงลาวล้านช้าง ในเรื่องเรียกชื่อเป็นทางการว่า "กรุงนาคนะหุต"   ดิฉันไม่เคยได้ยิน เคยได้ยินแต่ ศรีสตนาคนหุต


ศรีสตนาคนหุต แยกคำศัพท์ออกมาได้ว่า ศรี = ใช้นำหน้าชื่อเมืองเพื่อยกย่อง เช่นศรีอยุธยา สต = ร้อย นหุต = หมื่น  นาค = ช้าง รวมความแล้ว แปลว่า ล้านช้าง

กรุงนาคนะหุต ไม่คำว่า สต จึงแปลได้เพียงว่า เมืองหมื่นช้าง เท่านั้น

บางทีการย่อชื่อทำให้ขาดทุนได้เหมือนกัน

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 09:45

ขออภัยครับคุณ Navarat.C มือผมไม่ตรงกับใจ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พิมพ์เป็นใต้ ออกมหาสมุทรแปซิฟิคเรียบร้อย  ยิงฟันยิ้ม

ครั้งในหลวงทรงเรือใบเวคา เส้นทางกลับกัน ใช้ลมตะวันตกเฉียงใต้ แล่นตัดจากหัวหินไปที่สัตหีบ(พ้นเกาะสีชังคงไม่ผิดนะครับ ใช้เป็นเพียงจุดอ้างอิงที่เป็นที่รู้จัก) การเดินทางโดยลมก็เป็นอย่างที่คุณ Navarat.C ว่า คือถ้าลมอ่อนก็ลำบากล่ะครับ แต่โดยทั่วไป ถ้าเลือกเดินทางในหน้ามรสุมได้ ใช้เส้นทางนี้ย่อมดีกว่าแล่นเลาะชายฝั่งลงมามากนัก

ปากโมง คือปากแม่น้ำโมงตรงที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง อยู่ฝั่งไทยฝั่งนี้ เยื้องๆเมืองเวียงจันท์ ค่อนลงมาทางใต้เล็กน้อยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 09:58

ตอนถวายนางสร้อยทองสร้อยฟ้า

ครานั้นพระองค์ผู้ทรงเดช                 ปิ่นปักนคเรศเป็นใหญ่
ฟังขรัวนายทูลสนองต้องพระทัย         เอออ้ายไวยมันสมกับสร้อยฟ้า
แล้วหันมาปราศรัยนางสร้อยทอง        อย่าหม่นหมองจะเลี้ยงให้งามหน้า
สมเป็นราชบุตรีศรีสัตนา                 ซึ่งบิดายกให้ด้วยไมตรี


ศรีสัตนา เหลือแค่ร้อยช้าง (หรือร้อยนา ?)

ย่ออย่างนี้ยิ่งขาดทุนใหญ่

 ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 10:29

ขอบคุณค่ะ คุณเพ็ญชมพู  ยิ้มกว้างๆ
ในเรื่องนี้   อยุธยาเรียกล้านช้างว่า "นาคบุรี" คำนี้ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกัน

คุณ N.C. คะ
ตอนแรกที่หยิบขึ้นมาปัดฝุ่น อ่านตอนนี้   วาดภาพว่าเจ้าล้านช้างอยู่หลวงพระบาง   ดูท่าทีว่าเป็นอาณาจักรใกล้เคียงกับเชียงใหม่    คมนาคมกันไปมาได้   เจ้าเชียงใหม่ถึงได้ยินข่าวเล่าลือถึงความงามของเจ้าหญิงล้านช้าง  จนเกิดอยากจะได้มาเป็นมเหสีอีกองค์หนึ่ง
แต่อ่านๆไป ระบุชื่อเมืองว่าเวียงจันทน์ จึงต้องกลับมาแก้ข้อความเสียใหม่

ตอนนี้  กวีให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างอาณาจักร   คือทูตล้านช้างเดินทางมา ยังตรงเข้ามาถึงอยุธยาไม่ได้
แต่ต้องหยุดอยู่แค่โคราช   เจ้าเมืองก็ต้อนรับอย่างดี   จัดหาที่อยู่ให้ เลี้ยงโต๊ะกันทุกวัน    พร้อมกันนั้นก็ทำเรื่องบอกเข้ามาในเมืองหลวง
เมื่อพระพันวษาทรงทราบและตอบรับไมตรี  ก็จัดขุนนาง ลงเรือไปถึงท่าราบ  จากนั้นขึ้นบก  เดินบุกป่าฝ่าดงไป ๕ คืน ถึงโคราช   พาทูตล้านช้างมาเฝ้าที่อยุธยา
ตกลงกันดีแล้วก็ให้ขุนนางคุมบรรณาการอย่างดีจากไทยไปล้านช้าง  เพื่อรับนางสร้อยทองมาอยุธยา
เส้นทางจากอยุธยาไปล้านช้าง    บอกรวบรัดว่า กินเวลา ๑ เดือน ๑๐ วัน  ไปหยุดอยู่ที่ฟากพานพร้าว   ทางฝ่ายลาวมารับแล้วไปกราบทูลพระเจ้าล้านช้างก่อน  ทรงอนุญาตแล้วถึงจะเข้าเฝ้าได้
บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 11:05

ในเรื่องนี้ อยุธยาเรียกล้านช้างว่า "นาคบุรี" คำนี้ก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเหมือนกัน


พระพันวษารับทูตล้านช้าง

อนึ่งกรุงนาคบุรี                    ข้าวกล้านาดีฤๅไฉน  
ฤๅฝนแล้งข้าวแพงมีไภย           ศึกเสือเหนือใต้สงบดี  
ทั้งองค์พระเจ้าเวียงจันท์           ทรงธรรม์เป็นสุขเกษมศรี  
ไม่มีโรคายายี                     อยู่ดีฤๅอย่างไรในเวียงจันท์


กรุงนาคบุรี  เป็นคำกลาง ๆ  อาจจะหมายถึง "เมืองช้าง" หรือ "เมืองนาค" ก็อาจเป็นได้ เพราะเมืองลาวเองก็นับถือพญานาคอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 13:01

ขอบคุณคุณม้าครับที่ชี้แนะว่าปากโมงคือปากแม่น้ำโมง เลยทำให้หามาแสดงได้
พิเคราะห์ดูแล้วเห็นว่าที่เขามาข้ามฟากกันแถวนั้นก็เพราะช่วงหนึ่งแม่น้ำโขงแคบมากนั่นเอง

กำลังนึกขำคำแปลเรื่องกำไร-ขาดทุนของคุณเพ็ญชมพูอยู่พอดี(สงสัยจะจบมาจากคณะอักษรศาสตร์การบัญชี)
คุณเทาชมพูเข้ามาบอกว่าตอนแรกคิดว่าพระเจ้าล้านช้างอยู่หลวงพระบาง ครับคิดเหมือนผมเลย
นึกไม่ถึงว่าทหารเชียงใหม่จะพยายามขนาดหนักที่จะมาดักชิงนางแถวอิสาน
ถ้าไปหลวงพระบางละก็ ค่อยสมเหตุสมผลหน่อย

ผมขับรถเส้นทางลำปาง- หล่มสัก-เพชรบูรณ์-ขอนแก่นไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
เส้นทางช่วงลำปาง-หล่มสักเป็นเขาสูงชันคดเคี้ยวมาก คนนั่งมาด้วยเมารถคอพับคออ่อน การเดินทัพจึงไม่น่าจะง่าย

ก็..ครับ จะไปเอาอะไรมากกับนิยาย ก็จริงมั่งแต่งมั่งเสริมกันไป


บันทึกการเข้า
เพ็ญชมพู
หนุมาน
********
ตอบ: 10723



ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 15:00


ในขุนช้างขุนแผน บอกว่าข้าม(แม่น้ำโขง)ไปปากโมง  จากนั้นขึ้นม้าข้ามป่าฝ่าดงไปถึงเขาศาล จากนั้นไปสามหมอ ต่อไปถึงลำพาชี ลำพาชีนี้คือแม่น้ำชี อยู่ใต้เมืองชัยภูมิก่อนเข้าโคราช มาถึงตำบลด่านพระไวยที่อยู่ในอำเภอเมือง นครราชสีมาเลย

ตำบลที่คุณนวรัตนกล่าวถึงชื่อที่ถูกต้องคือ ตำบลหมื่นไวย ชื่อในเรื่องคือ บ้านด่านหมื่นไวย

อำมาตย์รับสั่งบังคมลา                   คลานถอยออกมาหาช้าไม่
ลงเรือข้ามส่งล่องลงไป                  ถึงท่าใหญ่ปากโมงทันที
ขึ้นม้าแล้วก็พากันรีบไป                  ดั้นตัดลัดไพรพนาศรี
ข้ามป่าฝ่าทุ่งมุ่งจรลี                      ถึงคีรีเขาศาลล่วงด่านไป
พักม้ากินหญ้าพอหายเหนื่อย            ลมเฉื่อยขึ้นม้าหาช้าไม่
หยุดร้อนนอนป่าพนาลัย                 มาได้สามหมอรีบต่อมา
ถึงลำพาชีรี่ออกทาง                     ชักม้าสะบัดย่างมากลางป่า
ถึงบ้านด่านโคราชสีมา                   เข้าหาชาวบ้านด่านหมื่นไวย
แจ้งความตามเรื่องราชสาร               ชาวด่านพามาไม่ช้าได้
ตัดตรงลงโคราชทันใด                   ผูกม้าไว้เข้าในเมือง


บันทึกการเข้า
NAVARAT.C
หนุมาน
********
ตอบ: 10846


ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 15:21

เอาละครับ ถึงตาผมเมาคลื่นบ้างแล้วละขอรับคุณม้า

เอ้า...ด่านหมื่นไวยคร้าบ ด่านหมื่นไวย
ช่วยแก้ข่าวหน่อยยยย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 04 พ.ย. 09, 15:34

อ้างถึง
ข้ามป่าฝ่าทุ่งมุ่งจรลี                      ถึงคีรีเข้าศาลล่วงด่านไป
พักม้ากินหญ้าพอหายเหนื่อย                      ลมเฉื่อยขึ้นม้าหาช้าไม่


เมาคลื่นตามไปอีกคนค่ะ แต่ไม่รู้คนไหน คุณเพ็ญหรือคุณ N.C.
เข้าศาล หรือ เขาศาล คะ?
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 16
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.053 วินาที กับ 19 คำสั่ง