เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 19352 "พระวิหาร" เรื่องที่ใครก็อยากรู้...จริงหรือเปล่า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 12:34

แฮ่... ผมไม่กล้าหนีไปผึ่งพุงนานหรอกครับ คุณsugar
ต้องแวะกลับมาปิดที่เปิดไว้ให้จบก่อน
เดี๋ยวคุณศรีเธอจะเป็นลมไปซะก่อน ดูสิตากแดดหน้าแดงเชียว
ยาดมซักหลอดมะคับ เอาแบบเทอร์โบแฝดเลย ผมหาให้  ยิงฟันยิ้ม





ค้างไว้ด้วยเรื่อง "เมียหลวง"..... เอ๊ย "เมืองหลวง"
(แหม่ คุยกันเรื่องเขมร ผมเลยออกเสียงเป็นเขมรไปซะละ)

ถ้าผมข้ามคำๆนี้ไป เชื่อว่าคงทำคนอ่านหลายๆคนงงแน่ๆ
เพราะส่วนมาก เราจะคิดกันว่า "เมืองหลวง" ต้องใหญ่ที่สุด
ดีที่สุด วิเศษที่สุด สวยที่สุด เริดที่สุด เดิ้ลที่สุด มีคนอยากไปอยู่มากที่สุด ฯลฯ
เหมือนที่คนทั่วประเทศไทยรู้สึกแบบนั้นกับกรุงเทพฯอยู่ทุกวันนี้

แต่นี่มันยุคโทรคมนาคมนะครับ อะไรๆมันก็ globalize ไปหมดแล้ว
"ที่ตั้ง" ไม่ได้สำคัญกับ "การเป็นเมืองหลวง" มากเท่าสมัยอยุธยาแล้ว

ความเห็นที่ 31-33 ในกระทู้อยากทราบว่ากรุงสุโขทัย แตกเพราะกรุงศรีอยุธยายกทัพไปตี จริง ๆ หรือไม่
ผมเคยเล่าเอาไว้ว่าอาณาจักรล้านนานั้น "ย้าย" เมืองหลวงตามเส้นทางการค้า
แน่นอนว่ามีเหตุอย่างอื่นให้ "ย้าย" เมืองหลวงด้วย เช่น พระเจ้าอู่ทองหนีโรคระบาด
พระเจ้ามินดุงหนีสงครามกับอังกฤษไปอยู่ที่มัณฑะเล
หรือรัฐบาลพม่าย้ายจาก "ย่างกุ้ง" ที่เครือข่ายของ อองซาน ซูจี เข้มแข็งกว่าไป "เนปีดอ" แทน

แล้วถ้าจะถามว่าให้เทียบ "เนปีดอ" กับ "ย่างกุ้ง" ที่ไหนเป็น "เมืองหลวง" มากกว่ากัน ?
แน่นอนว่าความเข้าใจแบบตะวันตกในปัจจุบันจะบังคับให้คนพม่าส่วนมากตอบชื่อ "เนปีดอ" เป็น "เมืองหลวง" อยู่แล้ว
แต่เมืองเก่าอย่าง "ย่างกุ้ง" ก็ยังเป็นทั้ง "ศูนย์รวมจิตใจ" "เมืองบรรพบุรุษ" หรือ "นครของพระธาตุศักดิ์สิทธิ์"
และยังเป็นเมืองที่มีบทบาทกับประชาชนชาวพม่าทั่วโลกสูงกว่า "เนปีดอ" มาก



ทีนี้ลองนึกย้อนไปก่อนที่ "ความคิดแบบตะวันตก" จะแพร่เข้ามาดู...
ความรู้สึกของประชาชนของเครือข่ายทางการปกครองในลุ่มน้ำเจ้าพระยา
ที่มีต่อเมืองพระนครของเขมรในฐานะ "เมืองหลวงของบรรพบุรุษ" ก็ยังคงมีอยู่
เมืองพระนคร จึงถูกคนอยุธยาเรียกว่า "เมืองนครหลวง" ไปตามระเบียบ











แล้วทำไม "เมืองพระนคร" ถึงเป็น "เมืองศักดิ์สิทธิ์" ของภูมิภาคล่ะ ?
ต้องรออ่านพร้อมเรื่อง "ขอม คือ เขมร ใช่หรือไม่" ค่ำนี้ครับ (อู้ของจริงละครับ คราวนี้)
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 15:15

วันนี้งานเยอะครับ เพิ่งแว็บเข้ามาได้ แหมต้องไปอ่านต่อตอนกลางคืน ซึ่งเว็บที่บ้านช้าครับ เปิดแล้วต้องทำสมาธิไปกว่าจะได้อ่านครับ
มานิต
บันทึกการเข้า
sugar
มัจฉานุ
**
ตอบ: 53


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 15:35

ถึงคุณศรีที่ถามดิฉันไว้...ดิฉันว่าตอนนี้เป็นมารแค่คอก็พอได้ค่ะ...  คุณติบอก็ใจดีเหลือเกินอุตส่าห์กัดฟันหยิบยื่นยาดมให้เพื่อกระชับมิตร...รับไว้นะคะคุณศรี... ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ได้ คิดซะว่าของฟรี!ก็แล้วกันเน๊อะ



สวัสดีค่ะคุณมานิต... อาจารย์ยังเกริ่นนำไม่จบค่ะ ข้อ 0 อยู่ค่ะ.... เท่าที่ดูแล้ว อีกซัก 2 วันมาอ่านก็คงอยู่ประมาณข้อ 1 น่ะค่ะ... อาจารย์ท่านกลัวไปเร็วแล้วจะไม่เข้าใจ เห็นเป็นเด็กใหม่ เข้าใจจิตใจดีจริงๆค่ะ ซาบซึ้ง ร้องไห้

บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 16:16

ต้องขัดคอคุณติบอหน่อยแฮะ

ผมว่าอยุธยาเรียก "พระนครหลวง" เพราะเป็นการเรียกชื่อ "อังกอรฺธม" อย่างไทยๆนะครับ

อังกอรฺ = นคร
ธม = หลวง

เหมือนอย่างที่เรียกเทพเจ้าในศาสนาฮินดูอย่างไทยๆในโองการแช่งน้ำนะครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 18:00

ผมเห็นด้วยในสิ่งที่คุณ CrazyHOrse ขัดคอมาครับ
และค่อนข้างเชื่อว่า "ชนชั้นปกครอง" ของกรุงศรีอยุธยาส่วนมาก
ที่ได้ศึกษาทั้งภาษาเขมรและไทยก็คงคิดและเชื่อเช่นนั้น

ถึงได้ยกข้อความจากพงศาวดารฯ ฉบับวันวลิตขึ้นมาอธิบาย
และเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น ว่าเรื่องที่เล่าเป็น "ก๊อชชิป" ของคนอยุธยา
ถึงความยิ่งใหญ่ในการเป็น "เมืองหลวงเก่า" ของเมืองพระนคร
ที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาไปแล้ว ณ จุดหนึ่งในความสืบเนื่องของประวัติศาสตร์
แต่ทั้งหมดที่ยกมานั่น คงไม่ใช่ทั้งหมดที่คนอยุธยาทั้งหมดได้รับรู้

ประวัติศาสตร์ ที่คนปัจจุบันพูดถึง คือ การเมือง ของคนในยุคก่อนนี่ครับ
และเมื่อเป็นการเมือง คนในสังคมก็ย่อมไม่มีใครเห็นตรงกันทั้งหมดอยู่แล้ว




อย่างน้อย คำว่า "เมืองนครหลวง" ก็ยังถูกคนอยุธยาใช้มาถึงการรับรู้ของวันวลิตแน่ๆ
แม้จะไม่ได้หมายถึง เมืองหลวงทางการปกครอง
แบบที่เราใช้เรียก "เมืองหลวง" อย่างกรุงเทพในปัจจุบัน
แต่ก็เป็นนครศักดิ์สิทธิ์ หรือ เมืองสำคัญของบรรพบุรุษ
และเชื่อได้ว่าในความรับรู้ของคนอยุธยาจำนวนหนึ่งที่ เมืองพระนครเป็นเมืองหลวงเก่าด้วย
โดยที่ การรับรู้ทั้งหมดนั้นเกิดจากการถ่ายทอดผ่าน "การบอกเล่า" จากรุ่นสู่รุ่น
ในยุคที่ยังไม่มีการจัดการการศึกษาและตำราเรียนที่เป็นแบบแผนจากส่วนกลาง

เราจึงเอา "นิยาม" และ "ความคิด" แบบ westernization ไปอธิบายตรงๆไม่ได้

และข้อความในตอนท้ายของพงศาวดารฯฉบับวันวลิตที่ผมยกขึ้นมาอ้างก็บอกเอาไว้เอง ว่า
1.) คนอยุธยาเองก็มีแนวคิดที่แตกต่างกันออกไป
2.) พระเจ้าอู่ทองให้พระโอรสปกครองเมืองหลวงแทน
เมืองหลงในที่นี้ = เมืองพระนคร ไม่ใช่กรุงศรีอยุธยา
(เสียดายที่ฉุกละหุกไปหน่อย ผมเลยยังไม่ได้หาวิธีสอบเอกสารเดิมครับ)



ประเด็นสนับสนุนอื่นๆที่ทำให้ผมเชื่อว่าในความคิดของคนอยุธยาจำนวนหนึ่ง
มีเมืองพระนครเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ประจำภูมิภาค แต่ไม่ได้ยกมาเล่าไว้ เช่น
- การตีเมืองพระนคร ดูจะเป็นการแสดงพระราชอำนาจอย่างหนึ่งของกษัตริย์อยุธยา
(และรวมไปถึงชาติอื่นๆในภูมิภาคที่เรืองอำนาจขึ้นมา เช่น จามปาด้วย)
ถ้าลองเทียบกับการพิชิตแม่น้ำคงคาของกษัตริย์จากส่วนต่างๆในประเทศอินเดีย
ก็เชื่อได้ว่าเมืองพระนครที่เสื่อมอำนาจไปแล้วนั้นยังมีความ "น่าพิชิต" อยู่โดยตัวของเมืองเอง
- การพบพระพุทธรูปร่วมแบบกับศิลปะอู่ทองขนาดใหญ่จำนวนมากที่นครวัด
- ภาษาขอม เป็นภาษาที่แทรกตัวอยู่ทั่วไปในภาษาของภูมิภาคนี้
และมี "ศักย์ทางภาษา" ที่ "สูง" กว่าภาษาเดิมของเจ้าของภาษา



แต่ถ้าจะต้องอธิบายรายละเอียดทั้งหมดที่ยกมานี่ให้คนอ่านเข้าใจในกระทู้ เพียงเพื่อบอกว่า
"ในพุทธศตวรรษที่ 19 - 21 เมืองพระนครที่เสื่อมความนิยมลงไปแล้วยังเป็นนครศักดิ์สิทธิ์"
หรือ "คนในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำนวนหนึ่ง ยังรับรู้ และเห็นว่าเมืองพระนครเป็นเมืองหลวงเก่าอยู่"
ผมเกรงว่ามันเป็นการขี่ช้างจับตั๊กแตนมากจนเกินไป
และอาจทำให้ผู้อ่านกระทู้หลายๆท่านจะตามไม่ทันกับรายละเอียดด้วย

รายละเอียดทั้งหมดถึงต้องถูกตัดออกไป และเก็บไว้เฉพาะส่วนที่คำว่าจำเป็น
โดยย้ำไว้แต่แรกว่าพงศาวดารฯ ฉบับวันวลิต เป็น "ก๊อซซิป" ของคนอยุธยา





เท่าที่อธิบายมา คุณ CrazyHOrse มีอะไรสนใจจะคุยกันเพิ่มเติมมั้ยครับ







ปล. เผยไต๋ไปซะเยอะเลย ถ้าเรื่องที่เล่าค่ำนี้กร่อยล่ะก็..... ฮึ่ม!!! โกรธ
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 20:01

ไม่กร่อยดอกจ้า....ข้อยย่านหลาย???...โมซีบายคุณติบอ??ลาวปนเขมร???ไม่รู้แปลว่าอะไร...ขอบคุณคุณติบอสำหรับยาดมๆๆๆ...รู้ได้ไงว่าขาดยาดมไม่ได้...อิอิอิอิอิ...คุณsugar สบายใจได้ ไม่ต้องกลัว...คุณติบอน่ารักออก..ช่างสรรหาของดี..มีสาระมาให้เพิ่มพูนปัญญา ใครจะกล้ากัด...ถ้าไม่จำเป็น???.....รักดอกจึงหยอกแรงๆๆๆ.. ยิ้มกว้างๆ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ก.ย. 09, 23:37

เข้ามาเตรียมตัวโดนกัด... เอ๊ย เล่าต่อ
แต่เห็นว่าคุณ CrazyHorse ยังไม่ได้เข้ามา
ผมไม่แน่ใจว่าได้อ่านส่วนที่ผมรีบโพสต์เพิ่มรึยังครับ
ถ้าอ่านแล้ว และไม่อยากโพสต์ลงกระทู้
ผมขอความกรุณาส่งเป็นข้อความหลังไมค์ให้ผมด้วยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ







งั้นคำถามข้อแรกของคุณ sugar ผมขอเลื่อนไปตอบทีหลังดีกว่า
ตอนนี้มาชวนคุยเรื่อง "กระแสปฏิเสธขอม" กันนิดหน่อย
พอให้หอมปากหอมคอกันดีกว่า

ขออนุญาตออกตัวก่อนว่าเรื่องที่ผมชวนคุยขึ้นมา
ยังเป็นแค่ "ข้อสังเกต" เล็กๆที่ผมยังไม่ได้ค้นคว้า หรือตรวจทานอะไรเลยนะครับ
ถ้าใครอยากหยิบไปทำต่อผมก็ยินดี แต่อยากขอว่า
1.) ควรมีมารยาทเข้ามาขอหน่อยนะครับ แล้วถ้าทำเสร็จก็กรุณานำมาลงให้อ่านกันด้วย
2.) คุณต้องไปทำการบ้านเพิ่มเอาเองนะครับ ผมทำได้แค่เปิดประเด็นไว้ให้เฉยๆ
มันจะได้ความหรือไม่ได้ความที่เหลืออยู่ในมือคนเอาไปทำต่อแล้วครับ

เรื่องมีอยู่ว่าก่อนที่ รัฐไทย ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะเจริญขึ้นมา
ดินแดนแถบนี้ถูกกษัตริย์ขอมองค์สำคัญ คือ "พระเจ้าชัยวรมันที่ 7" ปกครองมาก่อน
พระองค์เป็นกษัตริย์ขอมรัชกาลแรกและรัชกาลเดียว
ที่ทรงแผ่พระราชอำนาจเหนือลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้อย่างเบ็ดเสร็จ
หลักฐานการแผ่พระราชอำนาจของพระองค์ กระจายตัวอยู่ทั่วภาคกลางของประเทศไทย
มี พระปรางค์ในศิลปะบายน และ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี เป็นต้น

ถ้าลองไล่ดูว่าของพวกนี้พบที่ไหนบ้าง เราจะได้แผนที่ๆน่าตกใจทีเดียวครับ
เริ่มจากที่ใกล้ๆ อย่างเมืองพิมาย ไปถึงฝี่งตะวันตกอย่างปราสาทเมืองสิงห์
ลงใต้ไปหน่อยที่เพชรบุรี หรือขึ้นเหนือไปอีกนิดที่สุโขทัย
(ถ้าตัดละโว้ที่เป็นเครือญาติเดิมในภาพสลักที่นครวัดออกไปก่อน)
หลักเขตทางศิลปะจะบอกเราว่า พระราชอำนาจของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
แผ่ทับพื้นที่ที่กรุงศรีอยุธยาตอนต้นได้ครอบครองไปเต็มๆ
แล้วในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทยส่วนอื่นๆล่ะ...
จะมีหลักเขตทำนองนี้อีกบ้างมั้ย ถ้ามี... มันหายไปไหนรึเปล่า ?

พักเรื่องชัยวรมันที่ 7 ไว้ก่อน








ภาพพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีในศิลปะบายนองค์จำลอง จาก ปราสาทเมืองสิงห์ครับ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 00:23

ลิลิตโองการแช่งน้ำที่คุณ CrazyHOrse พูดถึง
เป็นวรรณกรรมการเมืองที่แต่งขึ้นสมัยอยุธยาตอนต้น
ใช้ในพระราชพิธีศรีสัจจปาจนกาล หรือการถือน้ำ

ถ้ามองจากประวัติศาสตร์.... ว่าอยุธยาตอนต้นเป็นการรวมกันระหว่างเครือข่าย
ของราชวงศ์ละโว้ และสุพรรณภูมิ อย่างน้อยครึ่งนึงของอยุธยาต้องเป็นขอม
เพราะภาพขบวนกษัตริย์ละโว้ทั้งขบวนมันแผ่หราอยู่ที่ระเบียงนครวัดอยู่แล้ว....



ทำไมวรรณกรรมชิ้นนี้จึงดู "ไทย"(ลาว) มากเป็นพิเศษ ?
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับวรรณกรรมชิ้นอื่นๆของอยุธยาในยุคถัดมาไม่นานนัก
เช่น โคลงกำสรวลสมุทร ที่คนไม่รู้ภาษาเขมรจะอ่านไม่ได้เลย
จะเกี่ยวกับการเป็น วรรณกรรมทางการเมือง หรือไม่ ?







บางทีเนื้อปูนที่กระเทาะจากพระปฤษฏางค์ เผยให้เห็นโกลนใน
ของพระพุทธรูปสมัยอู่ทององค์หนึ่ง ที่วัดพระแก้วเมืองสรรค์
อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท อาจจะบอกอะไรเราได้บ้าง

เสียดาย ผมไปวัดนี้ทีไรถ่ายภาพไม่สวยตลอด
คุณ srisiam อยู่ใกล้หน่อย พอจะมีภาพมาอนุเคราะห์ให้ผมบ้างมั้ยครับ
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 00:28

ไม่มีขอรับกระผม...หากสั่งมาก็อาจจะไปถ่ายภาพมาให้..เพราะอยู่ใกล้กว่าคุณติบอใช่ไหมครับ??.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 00:34

มิได้ขอรับ คุณsrisiam ที่ขอจากคุณก่อน
เพราะเห็นว่าคุณ srisiam เป็นคนถ่ายภาพได้ดี
ถ้ามีสมาชิกจะได้ชมภาพที่ดีกว่าผมหามาจาก internet
ในเมื่อคุณ srisiam ไม่มีผมลองหาใน internet ดูได้นะขอรับ





ภาพที่ว่าจาก http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=sysee&date=03-01-2008&group=12&gblog=1 ครับ


บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 00:41

ฮั่นแน่...ลองของ??..งี้ผมก็อดหนีไปเที่ยวชัยนาทซีครับ..ยังไงก็ขอบคุณที่(แกล้ง)ชมครับ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 09:05

มาลงชื่อว่าอ่านแล้วครับ แต่ขอรวบยอดตอบหลัง เพราะน่าจะเกี่ยวข้องกับคำตอบเรื่องขอมกับเขมรนะครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 14:32

เรื่องแบบนี้ Classic อ่านแบบลวกๆ ตอนอยู่ที่ทำงานไม่ได้เลย ต้อง save เอาไปย่อยต่อตอนนอนครับ ขอบพระคุณทุกๆท่าน ผมว่าผมไป en เข้าที่สามย่านอีกรอบจะดีไหมครับ
มานิต
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 30 ก.ย. 09, 20:58

วันนี้ผมแอบหนีกระทู้นี้ไปเลย
เพราะมีเรื่องอื่นให้วุ่นวายกว่า  ยิงฟันยิ้ม


ขอบคุณ คุณ CrazyHOrse ครับ

สำหรับคุณ Srisiam และคุณ manit
ถ้าภาษาที่ผมใช้เยิ่นเย้อ เข้าใจยากเกินไป
หรือเล่าอะไรช้าเกิดไป คุณ sugar
ก็บอกได้นะครับ จะได้รวบให้ตึงขึ้น



ก่อนจะเล่าต่อไป ว่า "ขอมคือใคร"
ผมขออนุญาต "ขอ" ให้คนอ่านกระทู้ได้เลือกก่อนครับ
ว่า คำว่า "ขอม" ต่อไปในกระทู้จะหมายถึงอะไรดี ?



1.) เชื้อชาติ
2.) สัญชาติ
3.) ชาติพันธุ์
4.) วัฒนธรรม
5.) ศิลปะ



ขอความกรุณาให้ช่วยเลือกนะครับ
ไม่อย่างนั้นยิ่งเล่าจะยิ่งเน่า เพราะคนเขียนกับคนอ่านจะเข้าใจไม่ตรงกันได้
บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 01 ต.ค. 09, 07:15

ขอบคุณครับ...ขอเพียงยาวๆ..ต่อเนื่องหน่อยอ่านเพลินๆแล้วจบไวไป..มันสะดุด....
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.074 วินาที กับ 19 คำสั่ง