เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
อ่าน: 19837 "พระวิหาร" เรื่องที่ใครก็อยากรู้...จริงหรือเปล่า
asia
มัจฉานุ
**
ตอบ: 78


ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 18 พ.ย. 09, 16:51

สวัสดีครับ คุณติบอ ผมเป็นคนที่เข้ามาอ่านข้อมูลเพราะได้รับคำแนะนำจากน้อง vairain ครับ ที่ว่าชาติพันธ์เรามาจากขอมนั้นจริงหรือครับ แล้วความเป็นไปได้มันเท่าไหร่ เพราะว่าในทัศนคติของผมแล้ว น่ะภาษาคนเขมรปัจจุบันนี้เป็นตระกูลมอญ -พม่า ใช่มัยครับแล้วที่ว่าภาษส่วนใหญ่เป็นภาษาขอมนั้น น่าจะเป็นเพราะรับวัฒนธรรมมาหรือเปล่าครับ ในเรื่องสงครามบ้าง การค้าขายบ้าง บางคำๆบางคำเรายังรับมาจากแขก เช่นชื่อผ้าต่างๆอ่ะครับ ผมนั้นเกิดในลุ่มแม่น้ำโขง ก็อยู่ในตระกูลภาษาไท  ที่สามารถฟังคำไทยได้ตั้งแต่ ไทยลื้อที่เชี่ยงรุ่ง สิบสองปันนา ไทยเขินที่เชียงตุง และไทยดำ ที่เมืองแถน รวมทั้งเผ่าไทยต่างๆเช่นที่จีนมณฑลกวางสี ก็ยังสื่อสารกันได้รวมทั้ง ที่ชายแดนจีนต่อเวียดนาม เช่น ฟืนก็ เรียกฟืนเ หมือนกัน ก่อไฟ เรียก ดังไฟ รวมทั้งเผ่าไทคำตี่โหลง ไทยอาหม ไทมาว ที่ปากคำไตทั้งสิ้น ก็เลยยังไม่ปักใจเชื่อว่า บรรพบุรุษนั้นมาจากเขมรโบราณ ตรงนี้เป็นแค่ทัศนคตินะครับ เพราะว่าวัฒนธรรมประเพณีมันเหมือนกันมาก เช่นเรื่องการบูชากบ เรื่องกบกินเดือน (จันทรุปราคา) เรื่องปู่สังกะสาย่าสังกะสี ที่เป็นนิทานโบราณที่คนในตระกูลเผ่าไทจะเคนได้ฟังได้ยินมา นะครับ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 08:20

ขอบคุณ คุณasia และคุณvairain มากครับ
ที่ยังสนใจทฤษฎีแปลกๆเรื่องภาษาไทยอยู่
ผมอยากขอร้องให้ย้ายไปคุยกันในกระทู้ใหม่น่าจะสะดวกกว่า
ที่กระทู้ "ไทสยาม... ภาษาลูกครึ่ง" (กดบนอักษรสีฟ้าได้ครับ เป็นไฮเปอร์ลิงค์)
(รวมทั้งเรื่องทับหลังของคุณศรีด้วยนะครับ)



ขออนุญาตเรียนเสียก่อน
ว่ากระทู้นี้ผมมาตอบเรื่องเขาพระวิหาร
ที่จริงจะไม่พูดเรื่องภาษานี่ก็ได้ แต่อยากให้เห็นว่านอกจากศิลปะแล้ว
ภาษาขอมก็ยังอยู่ในข่าย "เป็นพ่อ" ของภาษาไทสยามอยู่ด้วย

แต่การตอบจะตอบไปอย่างตีรวนนิดๆ ดูแคลนคนอ่าน(กว่าปกติ)นิดหน่อย
เพราะทราบอยู่ ว่าเมื่อเวลาที่เหมาะสมมาถึงคนอ่านหลายท่านจะรู้สึกจี๊ดขึ้นสมองเอง
และอาจจะจะรู้สึกอยากกระทำรุนแรงกับตาติบอตามมาได้ (ถ้ามีโอกาส)

แต่ถ้ายังมีผู้อ่านที่เป็นห่วงผมอยู่บ้าง
ท่านก็คงจะเตือนผมว่า "ทำแบบนี้ชาวบ้านไม่คบนะ!"
เหมือนที่คุณ sugar และคุณsrisiam กรุณาเตือนผมไปแล้ว




ไม่มีมนุษย์ชาติไหนในโลกจะอยากโดนดูถูกหรอกครับ
ไม่ว่าจะชาติไทย...... หรือชาติเขมร
แต่ดูเหมือนว่าสังคมไทย ที่ "โหยหาความเป็นไทย" จะไม่เคยรับรู้เลย

ทั้งๆที่เราถูกเผาสถานฑูตไปครั้งหนึ่งแล้ว...
แต่เราก็ไปโทษว่า "เพราะเขาเลวเขาถึงเผาสถานฑูตเรา"... มันจริงหรือครับ ?
หรือว่าเพื่อนบ้านเราเหม็นขี้หน้าและรู้สึกว่าเราเอาเปรียบเขารอบด้านกันแน่ ?
เพราะแม้แต่เพื่อนบ้านที่อยู่ซอยเดียวกันกับเราเอง... เรายังเผลอมีปัญหากับเขาบ่อยๆเลยหรือเปล่า ?

ถ้าเป็นอย่างนั้น..... เราพิจารณาตัวเองก่อนดีกว่ามั้ยครับ ?
พิจารณืดูว่าเรา "เปิด" เข้าหา "เขา" หรือยัง ?
เรา "เข้าใจ" เขาหรือยัง ?
เรา "เข้าข้าง" ตัวเราเองอยู่หรือเปล่า ?
และที่สำคัญที่สุด.... "เรากำลังเปรียบเทียบเรากับเขา... แล้วดูถูกเขาอย่างร้ายแรง" อยู่หรือเปล่า ?

เช่นว่า เห็นโคตรวงศ์ของเขาเขาต่ำเสียกว่า ลิง, ไดโนเสาร์, และสัตว์เซลล์เดียวเหมือนเชื้อโรค.... เป็นต้น







ขอบพระคุณ คุณsrisiam และคุณsugar อีกครั้งนะครับ
ที่ยังเป็นห่วงผม และเห็นว่าอนาคตของผมนั้นอีกไกลนัก
...จะไกลเพียงใดผมก็คงอยู่ได้อีกไม่เกิน 70 หรือ 80 ปี
(ยิ่งปากหมาๆแบบนี้... 30 ปีก็อาจจะไม่ถึงได้!!)

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านทั้งสอง และคนอื่นๆที่อ่านกระทู้จะนึกได้
ว่าประเทศไทยของเราคงมีอายุอยู่นานกว่าผมไปอีกหลายเท่านัก....

ผมจึงอยากขอความกรุณาจากท่าน ให้ช่วย "เป็นห่วง" ประเทศชาติ (ให้มากกว่าเป็นห่วงผม)
และหวังจะให้ท่านเป็นอีกคนหนึ่ง ที่อยู่ในข่ายของ
"บุคคลผู้ไม่เป็นต้นเหตุแห่งการเผาสถานฑูตไทยครั้งที่ 2"
ถ้าความเคราะห์ร้ายอันมีเหตุจากความ "รู้เท่าไม่ถึงการของคนไทย".... จะต้องเกิดขึ้นอีก








ขออนุญาตจบตัวเองจากกระทู้นี้แต่เพียงเท่านี้นะครับ

ขอบพระคุณครับ
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 09:23

อ้าว เสียดายจังงงงงง วันนี้งานเสร็จ ว่างเยอะ เข้ามาเคี้ยวเอื้อง ค.ห.ต่างๆ หลังจากที่อ่านตลุยๆไปแล้วตอนที่มีเวลาน้อย แล้วจุดที่ผมเคี้ยวเอื้อง แล้วเกิดสงสัย จะถามต่อได้ไหมล่ะครับ
มานิต
บันทึกการเข้า
sugar
มัจฉานุ
**
ตอบ: 53


ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 10:34

ด้วยกลัวว่าสถานฑูตไทยจะมีภัยด้วยความเข้าใจผิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของใครซักคน
ดังนั้นดิฉันจึงต้องแจงให้ลูกหลานบรรพบุรุษโบราณทราบแทน....

คำว่าโครตเขาต่ำ เขาเลว น่ะ แม้จะมาจากคำของคุณติบอก็จริง
แต่คุณติบอผู้น่ารักของคุณมานิตกำลังต้องการ.....แสดงการ

เปิด? เข้าหา?  เข้าใจ?  เข้าข้าง?

ให้ดิฉันทราบ ในฐานะลูกศิษย์โง่ค่ะ จึงมีการอธิบาย และอ้างอิงกระทบเบี่ยงซ้ายป่ายขวา ถูกทั้งไทยและเทศอย่างหลีกเลี่ยงยากตามสไตล์ หมัดสะบัดมือ


โดยไม่ได้ต้องการ

เปรียบเทียบ? ดูถูก? อะไรบรรพบุรุษโบราณนะคะ  

แหม! คุณติบอก็ไม่น่าถามเอง ตอบเองเลยนี่นา (ไม่รอลูกศิษย์ตอบก่อน)

จะแย่จะต่ำยังไงก็เก็บไว้ ให้ความเกรงใจกันบ้างซิคะคุณติบอ  (เหลือที่ให้ดิฉันวันข้างหน้าบ้างเผื่อพิสูจน์ DNA ได้)

ก็อย่าถือสาลูกหลานคุณนะคะคุณบรรพบุรุษโบราณ.





จบก็ขอจบสวยๆหน่อยซิคะ คุณครูติบอขา....... ยิงฟันยิ้ม แลบลิ้น

เอาขาฟาดพาดคอลูกศิษย์แบบนี้ก็หน้าหงายกันพอดี  จี๊ดขึ้นสมองเลย. ขอเปลี่ยนเป็นไม้เรียวแบบครูไหวไม่ทันมังเนี๊ย... ครูติบอเค้าสอนจบแล้ว...โธ่!!








บันทึกการเข้า
srisiam
สุครีพ
******
ตอบ: 857


ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 19 พ.ย. 09, 18:11

ขอแสดงความเห็นใจอย่างสุดซึ้งมายังคุณsugarผู้เป็นเจ้าของกระทู้สุดหฤหรรษ์ คุณครูติบอขอองพวกเราเธอช่างใจร้าย............เล่นตีหัว(แล้ววิ่งหนี)เข้าบ้านนี่หว่า..............ไปเปิดกระทู้ใหม่เฉยเลย...............แอบไปบ่นงึมงำเป็นตาแก่ที่กระทู้อื่นอีกต่างหาก


55555

ครูติบอครับ...อีก 2-3วัน จะเอาเข็มหมุดขึ้นสนิมมาฝากครับ...............

ไม่มีอาการจี๊ดขึ้นสมองอะไรดอก   ด้วยสัตย์จริง

แต่สงสารครูติบอ..ที่พร่องสารบางอย่าง...............


หากต้องการวิจารณ์การเมืองและตำหนิ  ...(ไม่ขอใช้คำว่าด่า) ประเทศหรือพวกเผ่าพันธ์ของตนเอง............น่าจะอ่านบทวิเคราะห์ทางการเมืองหลายๆสำนักหน่อย...จะได้ไม่ตกหลุมต่างชาติเขา



แค่นี้ก่อน...พอสังเขป อายจัง ยิ้มกว้างๆ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 23 พ.ย. 09, 12:44

เมื่อวันอาทิตย์ี่ผ่านมาได้มีโอกาสชมรายการ "พินิจพระนคร" ทางทีวีไทย  เล่าถึงเหตุการณ์ รศ.112 ดูรายการไปพร้อม ๆ กับดูอารมณ์ตัวเองในฐานะคนไทยคนหนี่ง  เห็นความขุ่นเคืองใจของตัวเองต่อเหตุการณ์ดังกล่าว  แล้วก็ถามตัวเองว่า  รายการอย่างนี้ก็ดีนะแต่ดูแล้วเราโกรธนี่จะจัดการอย่างไรดีนะ  จนจบรายการค่ะ  ดีมาก ๆ ที่ตอนท้ายรายการได้นำพระราชดำรัสของมาปิดท้าย  ความว่า  การศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความเกลี่ยดชัง โกรธแค้น  แต่เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก  (ความที่ไม่ได้ดูอย่างใจจดใจจ่อค่ะ  เลยไม่ได้รายละเอียดว่าเป็นพระราชดำรัสของพระองค์ไหน  และพระราชดำรัสเต็ม ๆ เป็นอย่างไร  รบกวนผู้รู้มาให้รายละเอียดก็น่าจะดีนะคะ)

เรื่อง"พระวิหาร" ก็เป็นเรื่องที่อยากรู้จริง ๆ ค่ะ  เพราะที่เคยรับรู้ในอดีตดูจะเป็นความรู้แบบประวัติศาสตร์ชาตินิยม  ไม่รู้ว่าอันไหนข้อเท็จอันไหนข้อจริง  ถ้าคุณติบอไม่หงุดหงิดกังวลก็กลับมาเล่าต่อนะคะจะค่อย ๆ ติดตาม  เรื่องนี้ซับซ้อนและเข้าใจยากสำหรับคนพื้นความรู้น้อย ๆ อย่างดิฉัน
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 24 พ.ย. 09, 06:42

โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าพื้นความรู้ ที่คุณป้ากุน
หรือสมาชิกท่านไหนๆในเรือนไทยมีอยู่ ไม่ได้น้อยครับ
แต่อาจจะเข้าใจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้บ้าง

เช่น
เข้าใจว่า "ประเทศไทยเสียดินแดน"
แต่ที่จริงคือ พระจอมเกล้าฯ ทรงสร้าง "สยาม" ขึ้น
เพื่อ "ล่าดินแดน แข่งกับจักรวรรดินิยมตะวันตก"

ถ้าคิดได้แบบนี้... ก็จะทำความเข้าใจกับอะไรที่เก่ากว่านั้นขึ้นไปง่ายขึ้น
เช่น เข้าใจว่าการที่กรุงเทพให้อังกฤษ "เช่า" สิงคโปร์ไปนั่น...
คนในสมัยที่ให้เช่าคงมองว่าเป็นกำไรเหมือนการเซ้งตึก ไม่ใช่เสียดินแดนครับ
เพราะดินแดน "สยาม" เกิดขึ้นหลังจากนั้น


ถ้าให้ผมตอบทีละเรื่องแบบนี้ก็น่าจะตอบได้
แต่ถ้าจะให้เล่าใหม่เกรงว่าจะต้องเล่าประวัติศาสตร์ไทยกันใหม่ตั้งแต่ทวารวดีถึงปัจจุบัน
ซึ่งผมคนเดียวก็ไม่มีความสามารถมากพอจะทำทั้งหมดนั่น

เพราะปัญหาประวัติศาสตร์ไทยอยู่ที่พื้นฐานความเข้าใจครับ
และตำราหรือหนังสือเรียนของไทยขาดมันมากไปนิดนึง....
ที่เคราะห์ร้ายหน่อย คือ เด็กไทยโดยมาก "อ่อนหลักฐาน" ครับ
ทั้งๆที่การแปลผลหลักฐานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการวิจัย...

งานวิจัยที่นัก(พยายามจะ)วิชาการไทยทำออกมาหลายชิ้นเลยกลายเป็น
การเอาหนังสืออ้างอิงฟาดใส่หน้ากันเสียเองเพื่อยืนยันว่า "กูถูก และ มึงผิด" แล้วก็จบอยู่เท่านั้น





สำหรับคุณศรี ผมยังรอดูเข็มหมุดขึ้นสนิมของคุณอยู่ด้วยความตั้งใจนะครับ
แล้วถ้าคุณศรีจะกรุณาแก่ผมและสมาชิกชาวเรือน
ด้วยลิงค์บทวิจารณ์ด้านการเมืองที่คุณคิดว่าผมไม่ได้อ่าน
ถึงได้ "ตกหลุมต่างชาติเขา" มาให้อ่านกันได้ ก็จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

เดาว่าถ้าบทความนี้ ขอมคือใคร? ทำไม? มาจากไหน? โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ เป็นส่วนหนึ่งในนั้น
โดยส่วนตัวยังเห็นความคุณสุจิตต์ตกหลุมจอมพล ป. อยู่ครับ
คำว่า "ขอม" ไม่ได้มีแค่ในจารึกสุโขทัยหรือพงศาวดารอยุธยา แต่ยังพบในที่อื่นๆด้วย
เช่น พงศาวดารล้านนา และบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน....
และที่พบทั้ง 2 ที่ ก็ไม่ได้แปลคำว่า "ขอม" ว่า "ละโว้" อย่างที่คุณสุจิตต์แปล
เว้นแต่ว่าคุณศรี หรือคุณสุจิตต์จะจัดเสียให้หลักฐาน 2 ชิ้นนี้ "ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย" ก็คงจะยอมรับได้ครับ

อ่อ... ถ้าผมเดาใจคุณศรีผิด ก็ผิดไปนะครับ





มีเรื่องต้องเรียนคุณ sugar  2 เรื่องครับ
เรื่องแรกในความคิดเห็นที่ 136
ผมใช้คำว่า โคตรวงศ์ของเขา.... คิดว่าคงไม่ต้องพิสูจน์ DNA ครับ

เรื่องที่สองคุณอาจจะคิดว่าผมกำลังเข้าข้างชาติอื่น หรือตำหนิชาติตัวเองอยู่
เหมือนที่คุณศรีฯ พูดถึงผมไปแล้วในความคิดเห็นที่ 139
หรืออาจจะคิดว่าผมไม่เคารพรักสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยก็ได้
ผมไม่ได้โกรธหรือตำหนิคุณ ถ้าคุณจะคิดไปเช่นนั้น

แต่อยากเรียนว่าสิ่งที่ผม "ตำหนิ" คือ "พฤติกรรม" ไม่ใช่ "บุคคล"
เรื่องเดียวที่ผมเจาะจงถึงคุณ คือ การเอาคำตอบของคุณในความคิดเห็นที่ 131 มาใช้เป็นตัวอย่าง
เพราะเห็นว่าเป็นตัวอย่างที่คนอ่านกระทู้จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณไม่พอใจผมก็ยินดีรับผิดครับ

และอยากเรียนเพิ่มเติมว่าโดยส่วนตัวเห็นว่าการที่สำนักพระราชวังเปลี่ยนเสื้อที่ผลิต
จากสี "เหลือง" เป็น "ชมพู" คือการแจ้งกับสังคมกลายๆ
ว่าพระมหากษัตริย์ไทยไม่ทรงโน้มเอียงไปกับสีใดสีหนึ่ง









สำหรับสมาชิกเรือนไทยท่านอื่นๆที่ได้อ่านกระทู้

คำว่า "เอาขาฟาดพาดคอลูกศิษย์แบบนี้" ที่คุณ sugar ใช้เป็นความเปรียบครับ
ผมขอเรียนชี้แจงกับทุกท่านว่าผมกับคุณ sugar ไม่เคยพบปะ พูดคุย
หรือติดต่อกันมากกว่าในกระทู้ และ PM สั้นๆสองสามฉบับ
ไม่ว่าจะด้วยจุดประสงค์ใดก็ตาม ท่าทางอันไม่พึงกระทำระหว่างชายหญิงนั่นไม่เคยเกิดขึ้นจริงครับ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 24 พ.ย. 09, 07:58

สิ่งที่ได้เรียนรู้มา  เป็นการพยายามที่จะบอกว่า อะไรเป็นของใคร  นำไปสู่การถกเถียงเพื่อยึดถือ และครอบครอง แล้วก็นำสู่การทะเลาะเบาะแว้งกัน  ไม่เห็นจะได้อะไร  แต่สิ่งที่ดิฉันอยากรู้ และสนใจเป็นองค์ความรู้มากกว่าค่ะ  อยากรู้ว่า  "พระวิหาร" ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่เ่ช่นนี้บรรพบุรุษสร้างมาได้อย่างไร  เป็นความรู้ทั้งด้านเทคโนโลยี่ ศิลปะ วัฒนธรรม หรือแม้แต่กระทั่งเศรษฐกิจ สังคม  เพราะคนที่สร้างต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาล  สิ่งเหล่านี้มาจากไหน  เคยได้อ่านมาบ้าง  จำได้กระท่อนกระแท่นเต็มที่  เพราะไม่ค่อยได้อ่านซ้ำ  ไม่ค่อยมีใครพูดถึงประเด็นเหล่านี้  พูดกันแต่เรื่องให้ทะเลาะกัน  เด็ก ๆ ก็ได้ยิน ได้อ่านแต่เรื่องในแนวนี้  แล้วจะให้เขาคิดกันมากกว่านี้ได้อย่างไร ชวนคุณติบอ และชาวเรือนไทยมาเล่าเรื่องราวความรู้ที่เป็นประโยชน์แบบนี้ได้ไหมค่ะ  อยากรู้จริง ๆ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 24 พ.ย. 09, 08:26

ดีใจครับ ที่คุณป้ากุนถามคำถามเช่นนี้
น่าแปลกไหมครับ ที่สิ่งที่คุณป้ากุนถาม
เป็นสิ่งที่หลายๆท่านคงสงสัย เวลาไปชมปราสาทหินต่างๆ

ข้อมูลแบบนี้เป็นประวัติศาสตร์สังคม
ที่ต้องใช้การสันนิษฐานและการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก
เป็นเรื่องน่าสนใจ และเป็นจุดดึงดูดคนให้ทำความรู้จักกับอดีต...




แต่ที่น่าเสียดายข้อมูลแบบนี้ หาไม่ค่อยจะได้ในประเทศไทยครับ...
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 23 ธ.ค. 09, 17:53

ระหว่างรอคุณติบอ  ลองหาในinternetดูก็ไม่เจอคำตอบที่เราถามแฮะ  คุณติบอบอกว่าหาไม่ได้ในประเทศไทย  หาไม่ได้ในinternet  แล้วจะหาได้ที่ไหนอีกหนอ  พอมีใครแนะนำไ้ด้ไหมค่ะ  เผื่อจะช่วยคุณติบอได้บ้าง
บันทึกการเข้า
manit peuksakondh
พาลี
****
ตอบ: 216


ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 24 ธ.ค. 09, 09:17

ดีใจครับที่กระทู้นี้มีต่ออีก ใกล้ปีใหม่แล้วครับ "ขอให้สุขสันต์ทั่วกัน เอย" (เอามาจากเพลง รำวงปีใหม่ ของวงสุนฯ ครับผม)
มานิต
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง