เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 12708 เอกศิลปะในสมัยปฐมบรมราชจักรีวงศ์
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


 เมื่อ 15 ก.ย. 09, 21:58

เป็นความภาคภูมิใจของผมเป็นอย่างยิ่งที่ ท่านแอดมินใหเกียรติกับผมในการเปิดห้องชมรมอนุรักษ์ภาพจิตรกรรมไทย เพื่อการนำเสนอข้อมูล เรื่องราว รูปภาพเกี่ยวกับจิตรกรรมไทยและศิลปะไทยทั้งหลายทั้งปวง โดยได้ย้ายข้อมูลทั้งหมดจากห้องศิลปวัฒนธรรมมายังห้องใหม่นี้ โดยมีผมเป็นผู้ดูแลแล้วยังเพิ่มขนาดของไฟล์ที่จะแนบประกอบกระทู้ให้ถึง250KB ก็ขอเรียนเซิญทุกท่าน ร่วมกันนำเสนอข้อมูล ถาม ตอบกระทู้ ตามอัธยาศัยเลยครับ วันนี้เพื่อเป็นการประเดิมห้องใหม่ ขอนำเสนอเรื่อง เอกศิลปะในสมัยปฐมบรมราชจักรีวงศ์ ซึ่งก็หมายถึงศิลปะชิ้นเยี่ยมๆในสมัยรัชกาลที่1นั่นเอง จะขอนำรูปประกอบและข้อมูลนำเสนอคร่าวเพื่อต่อยอดให้ผู้สนใจได้ศึกษา อันที่จริงศิลปะสมัยรัชกาลที่1นั้นได้เคยนำเสนอไปหลายส่วน อย่างเช่นกระทู้วัดราชสิทธาราม กระทู้นี้ก็จะเป็นการนำเสนอรวมๆเพื่อให้รู้ว่านี่แหละคือรากเหง้าของศิลปะไทยที่สืบเนื่องคงอยู่มาถึงปัจจุบัน ไม้แพ้ความยิ่งใหญ่ของศิลปะอยุธยาเลย
รูปที่1 พระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิ์พิมาน
พระที่นั่งบุษบกมาลามหาจักรพรรดิพิมาน เป็นบุษบกประกอบท้ายเกรินทั้ง 2 ข้าง ที่ท้ายเกรินปักฉัตรลายทอง 7 ชั้น ประดิษฐานอยู่ที่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย สำหรับพระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นประทับ ในวโรกาสเสด็จออกฝ่ายหน้าในงานมหาสมาคม หรือประดิษฐานปูชนียวัตถุในพระราชพิธี ปัจจุบันใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระมหากษัตริย์ อัครมเหสี ในการพระราชพิธีสำคัญ


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:01

2 พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก
 พระแท่นราชบัลลังก์ประดับมุก ซึ่งนับเป็นศิลปวัตถุอันล้ำค่า ประดิษฐานอยู่เหนือพระแท่นลากกลางในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท กางกั้นด้วยพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร 9 ชั้น เป็นพระราชบัลลังก์ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ในวโรกาสเสด็จออกมหาสมาคม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ในการพระราชพิธีสำคัญ



บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:16

3.พระราชยานกงหรือพระแท่นราชบัลลังก์แบบกง
เป็นราชยานที่สร้างด้วยไม้สลักหุ้มทอง สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นพระราชยานสำหรับประทับห้อยพระบาทมีกงกับพนักสำหรับพิง โดยรอบฐานกง จะมีกระจังปฏิญาณประดับโดยรอบ ตอนด้านหลังเป็นกระจังปฏิญาณตัวใหญ่ติดอยู่ตรงกระดานพิง ตอนฐานส่วนลดท้องไม้ มีภาพครุฑยุดนาค ประดับอยู่โดยรอบ พระราชยานองค์นี้ได้ใช้เป็นแบบอย่างในการสร้างพระปฐมบรมราชานุสรณ์ที่เชิงสะพานพุทธ เพราะใช้ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินในขบวนราบเต็มพระอิสริยศเช่น ในการเสด็จพระราชดำเนินวัดพระแก้ว


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:20

4พระมหาพิชัยราชรถ
พระมหาพิชัยราชรถ  ปรากฏบันทึกการสร้างในพระราชพงศาวดารว่า “...ปีเถาะ  สัปตศกพระโองการรับสั่งให้ช่างทำพิชัยราชรถที่จะทรงพระโกศพระอัฐิ ๗ รถ  ให้ตัดเสาพระเมรุตั้ง ทรงประดับเครื่องให้แล้วเสร็จในปีเถาะ”
 การสร้างราชรถครั้งนั้นก็คือการสร้างพระมหาพิชัยราชรถขึ้น เพื่อการพระบรมศพพระปฐมบรมมหาชนก ใน พ.ศ. ๒๓๓๘  โดยโปรดให้สร้างเป็นราชรถขนาดใหญ่ตามแบบพระราชประเพณี ที่เคยมีมาครั้งกรุงศรีอยุธยา คือ มีขนาดสูง ๑,๑๒๐ เซนติเมตร ยาว ๑,๕๓๐ เซนติเมตร งานพระเมรุ พ.ศ. ๒๓๓๙  ต่อมาใน พ.ศ. ๒๓๔๒  สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์  ก็โปรดให้อัญเชิญพระโกศทรงบนพระมหาพิชัยราชรถออกพระเมรุอีกครั้งหนึ่ง  นับจากนั้นพระมหาพิชัยราชรถก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นราชรถเฉพาะ อัญเชิญพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินตลอดมา



คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:25

5.แผงลับแลรายรดน้ำ เรื่องรามเกียรติ์ตอนศึกอินทรชิต
เป็นฝีมือช่างวังหน้าสมัยรัชกาลที่1 อยู่ในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร เป็นงานรายรดน้ำ ฝีมือดั้งเดิมที่ไม่ถูกซ่อมแซมเลย งดงามมาก


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:38

6.บานประตูประดับมุกพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
เป็นลายประดับมุก ลายแบบกนกเปลวเคล้าภาพ ฝีมือเจ้าพระยามหาเสนา(บุนนาค)ฝีมือประดับมุกชิ้นนี้มีความทัดเทียมเท่ากับลายประดับมุกที่ตู้พระไตรปิฎกซึ่งประดิษฐานอยู่ในมณฑป ลวดลายนั้นท่านผู้ทำคงมีความปรารถนาอย่างยิ่งยวดที่จะให้มีความเสมอเหมือนด้วยช่างฝีมือบานประตูประดับมุก สมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ที่ติดตั้งอยู่ที่หอพระมณเฑียรธรรมที่วัดเดียวกันนั่นเอง
*พรุ่งนี้มาต่อครับ ง่วง


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 22:40

อีกรูป


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 15 ก.ย. 09, 23:34

ขอบคุณ คุณ jean1966 สำหรับภาพที่ดูแล้วอิ่มทั้งตาและใจครับ
เสียดาย คนเปิดกระทู้ง่วงซะแล้ว ผมเลยอดชมต่อเลย


ชง capuchino มาฝากแก้วนึงครับ
ไม่รู้จะถูกใจคนรับรึเปล่า



.


บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 09:31

ตอนเราเป็นเด็ก  ครูพาไปทัศนศึกษาพิพิธภัณฑ์ และโบราณสถานต่าง ๆ เราก็ดูแล้วก็รู้สึกว่าสวยดีนะ  มีคุณค่าก็จำตามคำที่วิทยากรท่านบอก  เมื่อประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น  มาเห็นภาพอย่างนี้เรารู้ซี้งถึงแก่นเลยว่า  ความสวยงามที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แค่สวย  แต่หมายถึงทักษะ  ความสามารถ  และวิริยะอุตสาหะของผู้สร้างสรรค์อย่างยิ่ง  ชั่วชีวิตคน ๆ หนี่งจะทำอะไรอย่างนี้ได้กี่ชิ้น  แล้วในคนเป็นร้อย เป็นพันจะทำงานอย่างนี้ได้กี่คน  กราบสักการะบรรพชนที่ได้สร้างสรรค์งานเช่นนี้เป็นบุญหูบุญตาพวกเรานะคะ  ขอบพระคุณคุณJeanคะที่มุ่งมั่นสะสมสิ่งดี ๆ เหล่านี้เอาไว้  และนำมาเผยแพร่เป็นบุญตาอย่างยิ่งค่ะ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:16

ขอบคุณทั้ง2ท่านคือท่านติบอและท่านpakun2k1dที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ มาต่อกันเลย
7.จิตรกรรมฝาผนังที่พระที่นั่งพุทไธสวรรยในภาพเป็นตอนพระเจ้าอุเทนแห่งนครโกสัมพีตอนหนึ่งในพุทธประวัติภาพนี้ก่อนมีการซ่อม ปัจจุบันมีการซ่อมแซมภาพดังกล่าวหรือไม่ยังไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม เนื่องด้วยปิดซ่อมแซมอยู่ แต่เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ก็มีการซ่อมแซมอยู่หลายผนังแล้วก็ทำอย่างขาดความปราณีตมีการท้วงติงจากนักวิชาการทางศิลปะหลายท่านแต่ก็ไม่สนข้าจะซ่อมมีไรมั๊ย 55555555555555


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:23

อีกรูป เป็นตอนพระเจ้าพิมพิสารภายในปราสาทตอนพระยามหาชมพูฟันยอดปราสาทจนภายหลังพระเจ้าพิมพิสารต้องไปพึ่งพระพุทธเจ้า ในภาพจะเห็นการตกแต่งภายในพระราชวังมีฉากลายทอง การใช้เส้นสีแดงอันขลังและการจัดวางองค์ประกอบได้อย่างยอดเยี่ยม นี่แหละคือเอกลักษณ์ของจิตรกรรมไทย


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:36

อีกรูป ภาพพุทธประวัติ แสดงภาพภายในสันฐาคารตอนถวายพระเพลิง พระพุทธสรีระ เป็นภาพที่เขียนพื้นในปราสาทด้วยสีแดงฉ่ำ มีม่านทอง ม่านปักลาย เห็นฉากเขียนลายดอกไม้ข้างในเป็นศิลปะบวกกับการตกแต่งสมัยรัชกาลที่1 ที่มีความเป็นพิเศษไม่มีแห่งใดเหมือน


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:46

8.จิตรกรรมฝาผนังที่วัดดุสิดาราม ปากคลองบากกอกน้อย
  ผมได้เข้าไปถ่ายที่วัดนี้เมื่อ 19 มิ.ย.52 สภาพปัจจุบันแม้จะซ่อมแซมแล้ว กลับหลุดร่อนอย่างมาก อีกไม่นานนักคงจะไม่เหลือฝีมือเดิมคงอยู่เฉกเช่นวัดสังขจาย ช่างฝีมือสมัยเดียวกัน รูปประกอบ เป็นภาพมารผจญ สังเกตว่าพื้นหลังระบายด้วยสีชาดแดงฉ่ำ และมีรูปดอกไม้ร่วงเพื่อเป็นตัวลายประกอบมิให้ภาพว่าง นับว่าเป็นภาพมารผจญที่งดงามแห่งนึงทีเดียว


บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:51

ภาพทวารบาลคู่หนึ่งที่วัดดุสิดารามปัจจุบัน ใหดูเปรียบเทียบกับภาพต่อไป๘องวัดสังขจาย จะมองเห็นได้เลยว่าเป็นช่างฝีมือสมัยเดียวกันและอาจจะเป็นชุดเดียวกันด้วยตามความคิดของผม


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
jean1966
สุครีพ
******
ตอบ: 1256


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 ก.ย. 09, 11:58

9. จิตรกรรมฝาผนังที่วัดสังขจาย
 ภาพทวารบาลที่เหลืออยู่ถ่ายไว้ก่อนจิตรกรรมฝาผนังที่นี่จะถูกลบเขียนใหม่ทั้งหมดเมื่อกว่า20กว่าปีมาแล้ว โดยสำนักพิมพ์เมืองโบราณ จะเห็นว่าเป็นช่างสมัยรัชกาลที่1เช่นที่วัดดุสิดารามไม่มีผิดเพี้ยน น่าเสียดายงานจิตรกรรมฝาผนังที่นี่เป็นอย่างยิ่ง


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.045 วินาที กับ 20 คำสั่ง