เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 20666 เจ้าฟ้ากุ้ง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 10:42

คุณแจ้งคะ ตอนพลายแก้วเป็นชู้กับนางพิม (รวมตอนเข้าห้องสายทอง)  เชื่อว่าเป็นพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ ค่ะ เช่นเดียวกับตอนขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง เพราะสำนวนคล้ายคลึงกับพระราชนิพนธ์ละครนอกเรื่องสังข์ศิลป์ชัย  ถือกันว่าเป็น ๒ ตอนที่ขึ้นชื่อมากของขุนช้างขุนแผน

ขอย้อนกลับมาเรื่องเรทอีกนิดค่ะ
บทอัศจรรย์ในวรรณคดีสมัยต้นรัตนโกสินทร์จะเปลี่ยนแปลงไปตามยุค  ถ้าเป็นพระราชนิพนธ์ละครในอย่างอิเหนา บทอัศจรรย์ออกมาเรียบร้อยนิ่มนวล เป็นเรื่องฝนตก  แมลงกับดอกไม้ ราวกับบทชมธรรมชาติ

ตอนดิฉันเรียนปี ๑ อาจารย์ให้ไปหาบทชมธรรมชาติในวรรณคดี ก็เอาบทอัศจรรย์นี่ละค่ะส่งไป นึกว่าเป็นบทชมธรรมชาติจริงๆ  อาจารย์ก็ดีมากไม่หัวเราะ แต่บอกว่าให้ไปหามาใหม่

กลับเข้าเรื่อง
พอมาถึงขุนช้างขุนแผนที่รวบรวมชำระในรัชกาลที่ ๕  ถือว่าเป็นเรื่องแต่งแบบชาวบ้าน
บทอัศจรรย์เริ่มโลดโผน แตกต่างจากละครใน  มีการเปรียบแปลกแตกต่างออกไป  อย่างตอนขุนแผนเข้าห้องนางแก้วกิริยา
พระพายชายพัดบุปผชาติ.............เกสรสาดหอมกลบตลบห้อง
ริ้วริ้วปลิวชายสไบกรอง...............พระจันทร์ผันผยองอยู่ยับยับ
พระอาทิตย์ชิงดวงพระจันทร์เด่น....ดาวกระเด็นใกล้เดือนดาราดับ
หิ่งห้อยพร้อยไม้ไหวระยับ...........แมลงทับท่องเที่ยวสะเทือนดง

ออกจากเรทแล้วค่ะ

ยังนึกไม่ออกว่าหลังจากหม่อมไกรสรแล้วมีเจ้านายองค์ไหนถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์อีก    เหตุการณ์นี้เกิดตอนปลายรัชกาลที่ ๓  รัชกาลที่ ๔ ไม่มีการสำเร็จโทษเจ้านายอีกแล้ว   คิดว่าท่านน่าจะเป็นองค์สุดท้าย
หม่อมไกรสรเคยกำกับกรมสังฆการีซึ่งมีหน้าที่ควบคุมพระสงฆ์
ค่ะ ใช่ ได้ยินมาอย่างที่คุณแจ้งว่า   แล้วยังมีเกร็ดว่า ตอนท่านถูกทุบด้วยท่อนจันทน์  เพชฌฆาตคงมือไม้สั่นเพราะกลัวเจ้านายเดิม เลยทุบพลาด  ไม่สิ้นพระชนม์ในครั้งเดียว
ท่านก็ตะโกนออกมาจากถุงแดงว่า "ไอ้พวกนี้กูสอนแล้วไม่จำ"  ถ้าจริงก็แปลว่าเป็นเจ้านายที่พระทัยเด็ดและดุเอาการ

พูดถึงเรื่องนี้ เคยมีการถกเถียงกันในวง   คนหนึ่งบอกว่าการทุบด้วยท่อนจันทน์  ไม่โหดร้ายเพราะทุบไม่เจ็บ   แต่อีกคนเถียงว่า ถ้าเชื่อยังงั้นก็ลองลงไปอยู่ในกระสอบให้ทุบดูไหมล่ะว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ
วงแตก  ไม่มีใครรับคำท้า

แต่เข้าใจว่า การทุบต้องทุบด้วยฝีมือ  คือตรงคอต่อ ทุบทีเดียวเรียบร้อย  ไม่ใช่ใส่กระสอบแล้วทุบเอาๆ เหมือนทุบน้ำแข็งก้อน

ดิฉันเป็นแฟน "เพชรพระอุมา" เช่นกันค่ะ
ภาคสองและสาม  อดนึกไม่ได้ว่าตอนแต่ง คุณพนมเทียนอาจจะสุขภาพไม่ดีนักในช่วงนั้น ได้ข่าวว่าเป็นโรคหัวใจ  
ท่านอาจจะสะท้อนอารมณ์และสุขภาพลงไปในเรื่องโดยไม่รู้ตัว  สุภาพบุรุษไพรขวัญใจคนอ่านที่เคยทรหดในภาคแรก จึงดูอ่อนเปลี้ยทั้งร่างกายและจิตใจ   ทำเอาดิฉันเกือบจะป่วยตามไปด้วยกว่าจะจบเรื่อง
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 13:18

ผมเข้าใจว่าเพชฌฆาตที่รับหน้าที่สำเร็จโทษเจ้านาย
คงจะต้องมีการฝึกกันบ้าง ไม่เหมือนพม่าในสมัย
พระเจ้ามินดุงที่ใช้นักโทษมาเป็นเพชฌฆาต เคยอ่านตอน
ที่เพชฌมาตพม่าประหารเจ้านายใน"พม่าเสียเมือง"แล้ว
ยังหวาดเสียวไม่หายเลยครับ

ในส่วนของสามัญชน นักโทษจะถูกประหารด้วยการตัดคอ
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เล่าถึงวิธีการทรมานและประหารชีวิต
ในสมัยโบราณ  การตัดคอนี่เป็นวิธีที่อยู่ในลำดับท้ายๆครับ
ที่โหดมากๆคือ การเจาะกระโหลกให้แตก แล้วเอาเหล็กเผาไฟจนแดง
ใส่ไปในสมองให้เนื้อสมองเดือด...
ซามูไรโบราณเองก็ใช้วิธีประหารชีวิตด้วยการตัดคอเหมือนกัน
แต่จะมีกรรมวิธีแตกต่างจากไทย คือจะไม่ตัดให้คอขาดกระเด็น
ให้เหลือหนังติดที่ลำคอเอาไว้หน่อยนึง  ดังนั้นเพชฌฆาตจึง
ต้องมีฝีมือมาก มือต้องนิ่ง กะน้ำหนักให้พอดี  เรื่องนี้เค้าถือว่า
เป็นเกียรติภูมิของซามูไรทีเดียว...

กระทู้นี้แปลกครับคุยกันเรื่อง "วิธีการเกิด"  แต่ท้ายๆกับเปลี่ยน
เป็น "วีธีการตาย" ไปได้ ต้องขอโทษคุณบีด้วยครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 13:34

ใน" พม่าเสียเมือง" เรียกว่าการสำเร็จโทษเจ้านาย  แต่ดิฉันเรียกว่าฆาตกรรมหมู่
้เป็นความทารุณโหดร้ายแบบเดียวกับเขมรแดง
แต่วาระสุดท้ายของพระเจ้ามินดงและพระนางสุภยะลัต ก็ดูไม่สมกับบาปกรรมที่ทำไว้เลย

เคยอ่านการประหารชีวิต" อีอยู่" หรือคุณนายของขุนนางคนหนึ่ง ในรัชกาลที่ ๕   ถูกฟ้องร้องว่าฆ่าทาสหญิงอย่างทารุณ
จำได้ว่านักโทษจะถูกให้กินยาอะไรบางอย่าง ให้เมามึน ไม่ค่อยจะรู้ตัว ระหว่างถูกนำไปมัดติดหลักประหาร ให้นั่งเหยียดขา ผูกตา มัดมือพนมดอกไม้ธูปเทียนไว้
เพชฌฆาตรำดาบเข้าไปแล้วฟันคอให้ขาดในดาบเดียว  และมีเพชฌฆาตรองอีกคนหนึ่งคอยอยู่ใกล้ๆด้วย หากคนแรกฟันไม่ขาดคนที่สองก็ต้องซ้ำให้ขาด
ประหารคราวนั้นมีผู้คนมาดูกันเต็มไปหมด  พอนักโทษคอขาดเลือดพุ่งกระฉูด   คนดูที่อยากเห็นภาพอุตส่าห์ปีนขึ้นไปดูบนต้นไม้   มือไม้อ่อนร่วงลงมาเป็นแถว

คุยผสมโรงเรื่องวิธีการตายไปด้วยจนได้   เหลือวิธีการเจ็บกับวิธีการแก่ ยังไม่ได้คุยกันเลยค่ะ
บันทึกการเข้า
แจ้ง เพชฌฆาต
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 13:52

นักโทษประหารนี่เวลาเพชฌฆาตประหารชีวิตเสร็จแล้ว เค้าจะตัดข้อมือข้อเท้า  เพื่อเอาตรวนออก
เพราะตรวนเป็นของหลวง คงจะเอาไปไหนกับศพด้วยไม่ได้  แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ตัดข้อมือข้อเท้าด้วย เอากุญแจไขออกก็น่าจะได้ ทำอย่างนั้นศพจะเป็นที่อนาจเปล่าๆ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 15:48

เห็นแล้วอดไม่ได้ขอแจมด้วยคน นอกเรื่องไปเยอะเเล้ว  :-)
ผมว่า
รพินทร์ภาคหนึ่งนอกจากจะต้องต่อสู้กับสิงสาราสัตว์เเล้ว
ยังต้องขับเคี่ยว หักเหลี่ยมกับเเงซายอีก  จะมามัวทําสําออยอยู่มิได้

ภาคหลังไม่ค่อยจะมีเรื่องคับขันเท่าไร นอกนั้นยังเป็นเรื่องน่าปวดหัวกระจุกกระจิก
ของพวกฝรั่งอีก น่าระอาใจกว่าเยอะเลย

กลับมาพูดถึงเรื่องตัดคอของซะมุไร
ถ้าจําไม่ผิด  ที่ว่าตัดคอให้เหลือหนังติดนั้นจะใช้กับพวกที่คว้านท้อง
ถือเป็นการให้เกียรติช่วยเหลือไม่ให้ทุรนทุราย  การเหลือหนังคอก็เพื่อให้หน้าฟุบเข้ากับอก

ส่วนนักโทษละก็  ตัดให้หัวกระเด็นเลย แถมยังเอาไปเสียบไม้ประจานด้วย
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 15:59

ขอบคุณคุณภูมิครับที่ทบทวนความจำให้ เป็นอย่างที่คุณภูมิว่าจริงๆ
ผมชักเลือนๆไปแล้วว่าคนตัดหัวนี่จะต้องเป็นคนที่สนิทกับคนที่คว้านท้องด้วยหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 16:36

ตอบคุณแจ้ง เพชฌฆาต(ชื่อน่ากลัว)
ในบันทึกของคาร์ล บอร์ก ที่มาเห็นการประหารชีวิต เขาเขียน อย่างที่คุณแจ้งบอกค่ะ  ว่า
" พวกเพชฌฆาตจัดการทำธุระให้เสร็จต่อไป   แทนที่จะถอดโซ่ตรวนรอบข้อเท้าหญิงผู้ตายออก   เขากลับตัดข้อเท้าออกโซ่ตรวนก็หลุดออกมาเอง  แล้วจึงตัดร่างออกเป็นชิ้นๆ แล่เนื้อออกจากกระดูกเช่นเดียวกับศพคนเข็ญใจที่วัดสระเกศ    ตับไตไส้พุงก็ทิ้งให้เป็นทานแก่ฝูงแร้งฝูงกา  แต่ศีรษะผู้ตายนั้นเอาไปเสียบไว้กับไม้ไผ่ลำยาวปักประจานไว้ให้มองเห็นได้ไกลๆตามที่เคยปฏิบัติมา"
ใครทราบบ้างคะ  ทำไมถึงตัดเท้า?
ดิฉันเข้าใจว่ามันคงจะง่ายกว่าถอดโซ่ตรวนออกจากเท้า ซึ่งกินเวลามากกว่า   เพราะไม่รู้ว่าสมัยนั้นมีกุญแจ หรือใช้วิธีสวม ดันเข้าให้พอๆกับข้อเท้า (เพื่อจะได้ไม่หลุด)
พอตาย เส้นเอ็นมันเกร็งหรือเปล่า งอเท้ารูดออกลำบาก  ก็เลยตัดเสียเลยหมดเรื่องไป
ถ้าเดาผิด โปรดอภัย ไม่เคยเห็นตรวนโบราณค่ะ

ใครเอ่ยถึงเพชรพระอุมา ดิฉันมักจะอดตอบไม่ได้ค่ะ  ขอพระราชทานอภัยเจ้าฟ้ากุ้งท่านมา ณ ที่นี้  ออกนอกเรื่องท่านไปเสียไกล

เพชรพระอุมา ภาค ๑ วางพล็อตดีมีเสน่ห์ตรงตัวละครทั้งชุด ออกฉากมาพร้อมกัน (ยกเว้นมาเรียซึ่งมาเติมสีสันภายหลัง แต่ก็มีบทบาทมาก)
โดยเฉพาะแงซาย มีแม่ยกนอกนิยายตามสวมพวงมาลัยถึงอยู่จนทุกวันนี้
แต่พอถึงภาค ๒ และ ๓  พล็อตไม่มีสีนสันเท่าภาคแรก  เพราะโครงเรื่องกำหนดให้รพินทร์บุกป่าไปกับฝรั่งซึ่งก็ไม่น่าประทับใจเท่าไชยยันต์ เชษฐา และแงซายสักนิด
ส่วนแหม่มสาวสองคนนั้นก็หาเสน่ห์เท่าดารินและมาเรียไม่ได้เลย   ซ้ำจะว่าเป็นนางเอกก็ไม่ใช่ นางผู้ร้ายก็ไม่เชิง  เฉียดไปเฉียดมาอยู่ตลอด
นางเอกก็ไม่ได้เจอพระเอกตลอดการเดินทาง  ไล่ตามกันอยู่นั่นเอง   จนถึงมรกตนคร
แงซายก็ไม่มีบทบาทจะมายิงงูยักษ์ ยิงไทรันฯ เพราะมัวติดตำแหน่งพระเจ้ากรุงมรกตนคร  ได้แต่ส่งวิญญาณมาร้องเพลงสุนทราภรณ์เป็นระยะ  ทำให้ดิฉันผิดหวัง ไม่จุใจเลย
ก็เลยอ่านแต่ภาค ๑ มาไม่รู้กี่หนแล้ว  ภาคเดียวก็รู้สึกว่าครบถ้วนแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
แม่หญิง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 17:40

คุณแจ้ง  อยู่กระทู้นี้ทำไมโหดนักล่ะคะ
แบบนี้แม่หญิงรับไม่ไหวค่ะ จะเป็นลม..
บันทึกการเข้า
B
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 17:59

Since we still cannot find out a reason leads to สมเด็จกรมพระยาดำรง ฯ's conclusion, thus it is hard for me to beleive that it was not hae...hae...a group sex. ("Tid rate" again!)



From love scence to killing....



I read about an execution (massacre?) of a royal family in Burma but not sure if they were พระเจ้ามินดง and พระนางสุภยะลัต or not. The way of killing was very cruel. They were hanged but not by having a rope around their neck, but ankle!  Being hanged this way makes blood falls to head and people die in about a day.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30933

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 19:32

แม่หญิงอย่าเพิ่งล้มค่ะ  คุณแจ้งมัวร้องเพลงอยู่อีกกระทู้ มารับยังไม่ทัน  
หมุนคว้างอยู่กับที่ก่อนนะคะ  เดี๋ยวคุณแจ้งก็คงมาเองละค่ะ

คุณ B คะ  การฆาตกรรมหมู่เจ้านายพม่า จำไม่ได้ว่าสมัยพระเจ้ามินดงหรือถอยขึ้นไปกว่านั้น  ที่ต้อนมาหมดไม่ว่าลุกเด็กเล็กแดง แล้วเอาค้อนทุบตัวโยนลงในหลุม
องค์ไหนยังไม่ตายสนิทก็โดนพระศพองค์ต่อๆมาทับลงมาจนตาย แล้วกลบหลุม
สองสามวันต่อมา ศพหลายร้อยนั้นพองอืด จนดันดินขึ้นมา ก็ให้ช้างมาเหยียบจนราบลงไป

อ้าวตาย แม่หญิงหมุนเป็นลูกข่างหลายรอบแล้ว  ล้มไม่ได้  คุณแจ้งทำไมไม่มาซะทีนะ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 20:15

ผมก็เห็นด้วยกับคุณเทาชมพู(เรื่องเพชรพระอุมา)
สําหรับผม ภาคหนึ่ง อ่านไปประมาณ ๔ เที่ยว เเล้ว แต่ ภาคหลัง อ่าน
ไปแค่เที่ยวกว่าๆ เอง
แต่ผมก็ชอบ คริส นะ  (แม้ไม่เท่าดารินก็ตาม)

ที่คุณเเจ้งถามมาว่าต้องเป็นคนสนิทหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ส่วนมากคนที่สนิทกัน
มักรับอาสาเพราะถือว่าเป็นการช่วยกัน
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 22:03

"พระจันทร์เต็มดวง แต่วงแขนของฉันยังว่างเปล่า..."
เพลงฝรั่งรุ่นเก่าครับ
วงแขนว่างเปล่า พร้อมจะรองรับใครก็ได้ที่จะล้มมาในอ้อมแขนได้เสมอครับ

เท่าที่ผมพยายามนึกย้อนไปถึงเรื่องพม่าเสียเมืองของ อ.คึกฤทธิ์ ดูเหมือนจะเป็นพระเจ้าสีป่อกับพระนางศุภยลัตนะครับที่มีการดินอูดขึ้นมาจนต้องเอาช้างเหยียบให้ราบลงไปใหม่
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 22:12

ถูกของคุณ นกข.ครับ เรื่องสังหารหมู่เจ้านายพม่านี่อยู่ในสมัยพระเจ้าสีป่อ
ข้างบนผมบอกผิดไป พระเจ้าสีป่อทรงเป็นกษัตริย์ที่อ่อนแอ และที่สำคัญทรงเกรง
ใจพระนางศุภยลัตเป็นที่สุด (สมัยใหม่เรียกโรคเกลียมัว)... ไม่ผิดกับในสมัย
เสด็จพ่อของพระองค์ (พระเจ้ามินดุง) ที่กลัวนางอเลนันดอมเหสีฝ่ายซ้าย
ถึงขนาดยอมให้ประทับร่วมแท่นพระเศวตฉัตรได้ ทั้งที่เป็นการผิดประเพณี
อย่างร้ายแรง พระเจ้ามินดุงก็มิได้ลงพระราชอาญาแต่อย่างใด จึงเป็น
ที่เลื่องลือกันว่า พระนางอเลนันดอ ทรงมีอำนาจมากที่สุดในแผ่นดิน

ช่วงที่พระเจ้าสีป่อขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ พระนางศุภยลัตทรงเห็นว่าพระสวามี
ของพระองค์ทรงอ่อนแอยิ่งนัก หากไม่รีบกำจัดเสี้ยนหนามศัตรูเสียก่อน
เศวตฉัตรคงตกเป็นของเจ้านายองค์อื่น  จึงทรงกราบบังคมทูลพระเจ้า
สีป่อว่าควรจะรีบกำจัด "ศัตรู"เสีย ศัตรูของพระนางศุภยลัตนี่ก็คือเจ้านาย
ที่เป็นพระญาติพระวงศ์นั่นเอง   พระเจ้าสีป่อก็ทรงคล้อยตามเนื่องจากความ
กลัว พระนางศุภยลัตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

กระบวนการสำเร็จโทษเจ้านายนั้นน่าหดหู่และสยดสยองมากครับ เนื่องจาก "ศัตรู"
ของพระนางศุภยลัต มีทั้งลูกเล็กเด็กแดง คนเฒ่าคนแก่ จะโดนฆ่าทั้งหมด แบบ
 "ตัดไม้ไม่ไว้หน่อ" พอถึงเวลาเข้าจริงๆ พระเจ้าสีป่อกลับมีใจสงสารพระญาติ
พระนางศุภยลัตจึงต้องหาข้าราชบริพารที่ทรงโปรดมาเป็นเพื่อน ถวายน้ำจันฑ์อยู่
เนืองๆ นอกจากนั้นยังหามหรสพมาแสดงเพื่อกลบเสียงร้องของคนที่กำลังจะตาย

กระบวนการฆ่านั้นผมคงไม่กล่าวถึง ยิ่งมีคนท้วงมาว่าทำไมถึงโหดนัก เอาย่อๆก็แล้วกัน
เจ้านายเล็กๆบางองค์ถูกจับสองขาเอาหัวฟาดกำแพงวังให้ตาย  บางองค์ตายแบบแปลกๆ
คือเพชฌฆาตเอาดินดำยัดปากจนเต็มแล้วเอาไฟจุดให้ระเบิด คงจะเป็นที่ทรมานมาก...

พอสำเร็จโทษแล้วก็โยนพระศพลงไปรวมอยู่ในหลุมที่ขุดเตรียมไว้
บางองค์ที่ยังไม่ตายดีก็ถูกโยนลงในหลุมด้วย สุดท้ายก็ตายหมดเพราะถูกดินกลบ
การสำเร็จโทษเจ้านายครั้งนั้น ใช้เวลาสามวันสามคืนทีเดียว พอเวลาผ่านไปสี่ห้าวัน
พระศพก็ขึ้นอืดจนดันให้ดินที่กลบพองปริขึ้นมา ต้องเอาช้างไปย่ำให้ยุบ
แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ในที่สุดต้องขุดพระศพ(เป็นร้อย)ที่กำลังขึ้นอืดเต็มที่ไปทิ้งในแม่น้ำ  

เห็นอย่างนี้แล้วผมรู้สึกเป็นว่าเป็นบุญอย่างยิ่งที่เกิดบนแผ่นดินไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร
ของพระเจ้าอยู่หัว


พอดีไปค้นเจอหนังสือ "พม่าเสียเมืองครับ" เลยอธิบายได้ละเอียดนิดนึง
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 22:17

ว่าด้วยเรื่องเพชรพระอุมาต่อครับ เมื่อมีใครพูดถึงเพชรพระอุมาผมก็อดจะร่วมด้วยไม่ได้  
ของผมออกจากแปลกกว่าคนอื่นอยู่หน่อยตรงที่ไม่ได้รู้จักเพชรพระอุมาจากการอ่าน
แต่รู้จักทางวิทยุครับช่วงนั้นผมคงอยู่ประมาณ ป. ๖  เวลาทุ่มครึ่งจะมีผู้หญิงมาอ่านเพชรพระอุมา
ให้ฟัง ตอนแรกที่ผมได้ฟังคือ  ตอนที่ดารินกับรพินทร์หนีสางเขียวไปติดอยู่บนหน้าผา จากนั้นก็ฟัง
มาเรื่อยๆ คนอ่านก็อ่านได้สนุกเหลือเกินคนฟังก็นั่งลุ้นอยู่หน้าวิทยุทุกวัน  โดยเฉพาะตอนที่อ่านไปถึง
บทที่มาเรียต้องพูด เธอก็จะดัดเสียงให้เหมือนฝรั่งพูดไทย  ในที่สุดเธอคงเมื่อยปาก ดารินเลยพูด
นอกบทกับมาเรียตอนหนึ่งว่า  "เมย์ ตอนนี้เธอพูดไทยชัดขึ้นเยอะนะ"
( ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกเพราะยังไม่เคยอ่าน ตอนหลังเมื่อได้อ่านถึงตอนนี้แล้วผมขำแทบตาย)
จากนั้นมาเรียก็พูดไทยชัดเปรี๊ยะเรื่อยมา ผมฟังอยู่ทุกวันจนถึงตอนปราบมันตรัยเสร็จ รายการ
นี้ก็เลิกไป ผมหงุดหงิดมากของที่ฟังอยู่ทุกวันกลับไม่ได้ฟัง เหมือนขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง
ในใจก็คิดถึงแต่รพินทร์ ดาริน แงซาย ฯลฯ   ในที่สุดตอนผมขึ้น ม.๑  มีโอกาสได้ไป
ค้นหนังสือในห้องสมุด พอดีไปเจอเพชรพระอุมาเรียงอยู่บนชั้นหนังสือ  อารามดีใจมากแต่ยัง
ไม่แน่ใจว่าจะใช่เรื่องเดียวกันหรือเปล่า จึงรีบเปิดไปดูเนื้อเรื่อง โอ้.. รพินทร์ที่ผมคิดถึงมาหลบ
อยู่นี่เอง ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว งานที่อาจารย์ให้ค้นก็ไม่สนใจ  รีบยืมเล่มที่ผมได้ฟังค้าง
อยู่ไปอ่านทันที แถมยังมาเอามาอ่านในห้องเรียนเสียอีก จนถูกคุณครูจับได้ ครูหน้าบึ้งเชียวที่ผม
ไม่ตั้งใจเรียน แต่พอครูเห็นหนังสือที่ผมอ่าน ครูก็เปลี่ยนจากหน้าบึ้งเป็นยิ้มเลยครับ แล้วบอกผม
ว่า"เอาไว้อ่านหลังเลิกเรียนนะ" ตกลงผมเลยไม่ถูกทำโทษ เนื่องจากครูก็เป็นแฟนเพชรพระอุมาตัวยงคนหนึ่ง
พออ่านจบเรื่องแล้ว ผมจึงย้อนกลับมาอ่านตอนเริ่มเรื่องใหม่ จึงรู้ว่าเพชรพระอุมา
มันมีที่มาที่ไปอย่างนี้เอง ตอนนี้ก็ยังอ่านอยู่เรื่อยๆครับประมาณ ปีละครั้ง   อ่านเพชรพระอุมาทีไร
อดสมมติว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคณะไม่ได้ ความสนิทสนมกับตัวละครยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
คิดถึงเมื่อไหร่ก็หยิบมาอ่านทันที  ผมว่าคนรักการอ่านคนไหนยังไม่เคยอ่านเพชรพระอุมา นั่นยัง
ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเป็นหนอนหนังสือที่แท้จริง
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 22:26

พระเอกตัวจริงมาแล้ว ตัวสำรองอย่างผมคงต้องหลบไปอยู่ท้ายเรือนก่อนนะครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง