รำวงสาวบ้านแต้

(1/2) > >>

olala:
เนื่องด้วยกระทู้ฟังเพลง และ ภาษาในแต่ละภาคค่ะ ตอนเด็กๆฟังเพลงรำวงสาวบ้านแต้ค่ะ
ร้องตามด้วยความสนุกสนาน ตอนนี้มาฟังอีกทีก็สงสัยค่ะว่า คำหลายๆคำในเนื้อเพลงนั้น
หมายถึงอะไรน่ะค่ะ ก่อนอื่นก็ขอร้องให้ฟังนิดๆหน่อยก่อนนะคะ (เผื่อใครจะนึกไม่ออก) :)
ทนๆฟังหน่อยนะคะ ต้องขออภัยด้วยนะคะที่มาร้องผิดห้องนิดนึง

สร้อย (ช/ญ) เดือนสามนกกาเหว่ามันฮ้อง ยูงทองมันมาฮ้องไหว้วอน
             จากไปสวี วี่วี จากไปสวีวี่วี
             ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน
(ญ) จากไปตั้งแต่วันตี้ห้า วันตี้ห้าเดือนกันยายน
     พอศอสองสี่เก้าเก้า พอศอสองสี่เก้าเก้า
     เจ้าสิอ่องไล่เด้อ เฮ็ดเป้อเซ่อคือกระด้งฟัดเถา (ไม่แน่ใจค่ะ)
     เจ้าสิอ่องไล่แน สาวบ้านแต้ขี่สักขะยาน สาวบ้านแต้ขี่สักขะยาน
(ช) จดหมายไปสองฉบับ ได้ฮับหรือเปล่าคนดี
    จากไปสวีวี่วี จากไปสวีวี่วี
    ถ้าบุญฉันมีคงจะได้เชยชม ถ้าบุญฉันมีคงจะได้ชมเชย
(ซ้ำ สร้อย)
(ช) สายัณห์ตะวันแล่ๆ สาวบ้านแต้ขี่รถสักขะยาน
    ขี่ไปทุกถิ่นสถาน ขี่ไปทุกถิ่นสถาน
    ขี่รถสักขะยานไปกับฉันไหมเธอ ขี่รถสักขะยานไปกับฉันไหมเธอ
(ญ) เสียใจบ้านอยู่ไกลไปหน่อย กล้วยอ้อยเป็นแต่ป่าสอนหลอน
    ขี่ไปจนหัวเข่าเหนื่อยอ่อน ขี่ไปจนหัวเข่าเหนื่อยอ่อน
    เป็นป่าสอนหลอนคือเกษตรสมบูรณ์ เป็นป่าสอนหลอนคือเกษตรสมบูรณ์
(ซ้ำ สร้อย 2 รอบ)

อยากทราบค่ะว่า
- สาวบ้านแต้ เนี่ย บ้านเธออยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเหรอคะ เหนือ?
- ทำไมต้อง "จากไปสวีวี่วี" ด้วยคะ แปลว่าอะไรเหรอคะ?
- "เจ้าสิอ่องไล่เด้อ เฮ็ดเป้อเซ่อคือกระด้งฟัดเถา
   เจ้าสิอ่องไล่แน ... " แปลว่าอะไรคะ?
- ยังมี "ยูงทอง", "ตะวันแล่แล่ ..." และ "ป่าสอนหลอน" อีกค่ะ ป่าสอนหลอนเนี่ยเป็นยังไงเหรอคะ?
ขอบพระคุณล่วงหน้าสำหรับคำอธิบายค่ะ
:)

โสกัน:
ยู้ฮู คุณพวงร้อยครับ
แวะเข้ามาให้ความกระจ่างทางนี่แนเด้อ
ผมเดาเอาตามประสาลาวผลัดถิ่นว่า
บ้านแต้ อยูในภาคอีสาน ครับ

พวงร้อย:
มั่วๆเอานะคะ  ไม่ได้ใช้นานๆก็นึกไม่ค่อยออกเลยค่ะ  คุณสาวเครือกวาวเห็นโผล่มาแป๊บๆแจมลิเกอยู่ ไม่ทราบหายไปไหนแล้ว  
ถ้าเห็นมาช่วยกันหน่อยนะคะ

- สาวบ้านแต้ เนี่ย บ้านเธออยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเหรอคะ เหนือ?
ข้อนี้ไม่ทราบค่ะ  คงจะอยู่อีสาน  แต่อีสานบ้านได บ่ฮู้เด้อ  ถ้าอยู่ทางเหนือคงต้องอู้กำ๋เมืองแล้วเจ้า  บ่มาเว้าลาวจั่งซี้อดอก
นางเอ๊ย

- ทำไมต้อง "จากไปสวีวี่วี" ด้วยคะ แปลว่าอะไรเหรอคะ?
ชักเหงื่อตก ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ

 - "เจ้าสิอ่องไล่เด้อ เฮ็ดเป้อเซ่อคือกระด้งฟัดเถา เจ้าสิอ่องไล่แน ... " แปลว่าอะไรคะ?
สิ แปลว่า จะ  อ่องไล นี่ไม่ทราบซีคะ  "เด้อ" และ "แน" เป็นคำลงท้าย อย่าง "นะ" "เนอะ" อะไรพวกนี้น่ะค่ะ
เฮ็ดเป้อเซ่อคือกระด้งฟัดเข่า  ทำเป๊อะเซอะเหมือนกระด้งฝัดข้าวน่ะค่ะ  "เป๊อะเซอะ" นี่ไม่แน่ใจว่าเป็นเซ่อซ่ารึเปล่านะคะ

- ยังมี "ยูงทอง", "ตะวันแล่แล่ ..."
"ยูงทอง" ?? ไม่เห็นในเนื้อเพลงนี่คะ
"ตะวันแล่แล่"  ตะวันคล้อยลงมากแล้วจวนจะลับแหล่มิลับแหล่แล้วน่ะค่ะ

ป่าสอนหลอนเนี่ยเป็นยังไงเหรอคะ?
"ป่าสอนลอน" คือ "ป่าสลอน"  หมายความว่า  เห็นเป็นป่าสุดลูกหูลูกตาน่ะค่ะ

เคล็ดมันอยู่ตรงที่คำๆเดียวกัน  แต่สำเนียงต่างกันจะออกวรรณยุกต์ต่างกัน  อย่าง "ฝัดข้าว" เป็น "ฟัดเข่า" น่ะค่ะ

มีโจ๊กเรื่องนึง  ของคนอีสานเค้าล้อสำเนียงคนเมืองเลย  เพราะจะออก "แน้วๆ" ไม่เหมือนคนอีสานทั่วไป  
คงเพราะได้อิทธิพลคำเมืองน่ะค่ะ  เค้าว่า  มีเจ้านาย(คือพวกอำเภอ  ไปตรวจราชการตามหมู่บ้าน  ก็ไปขึ้นเรือนพ่อใหญ่(พ่อเฒ่า)  
ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน  คุยเวียกคุยการเสร็จแล้ว  พ่อใหญ่ก็ชวนกินข้าว  เจ้านายท่านก็อิดออด  
เพราะคิดว่าคงไม่ค่อยมีกับข้าวดีๆให้กิน  เลยถามว่า
"พ่อใหญ่มีหยังกินกั๊บเข่าเด๊"  (พ่อมีอะไรกินกับข้าวล่ะ)  พ่อใหญ่ก็ตอบว่า
"กะบ่มีหยังด๊อก  มันอึดมันอยากหลาย  พ่อกะมีแต่ซี่นขาฟานแฮ้งท่อนั่นแหล็ว"
(ก็ไม่มีอะไรมากร้อก  มันอดอยากมาก  พ่อมีแต่ชิ้นข่าฝานตากแห้งเท่านั้นเองแล้ว)
แต่ความที่พ่อใหญ่ออกเสียงแบบคนเลยที่วรรณยุกเพี้ยนไปหน่อย  คนอีสานทางอื่นจะเรียก ข่าฝานแฮ้ง  ไม่ใช่ ขาฟานแฮ้ง
ท่านปลัดเลยเข้าใจผิดไปว่า  พ่อใหญ่บอกว่า  มี "ขาฟานแห้ง" เป็นชิ้นไว้กินเป็นกับข้าว  "ฟาน" คือกวางในภาษาอีสาน  
ธรรมดาเค้าได้เนื้อมาก็มักจะปาดเห็นชิ้นเคล้าเกลือตากแห้งไว้กินนานๆ  ท่านปลัดนึกว่าได้กินของดี คือเนื้อกวางแดดเดียว  
เลยนั่วทานด้วย  พอพ่อยกกะติ๊บข้าวออกมาให้  กับข่าที่ฝานเป็นแว่นตากแห้ง  ที่คนอีสานที่ยากจนมากๆกินยามยาก  
ท่านปลัดเลยต้องทนกลำ้กลืนกินไปด้วย

ว้า เล่าเป็นภาษากลางมันไม่ตลกเลยอ่ะ

สอบวา:
เพลงนี้ผมก็ได้ยินมาตั้งแต่จำความได้เหมือนกัน ชอบร้องเล่นๆ แต่ไพล่ไปได้ยินว่า จะไปสวิงวี่วี แล้วยังมานึกอยู่เลยว่าไอ้ไปสวิงนี่มันจะช้อนปลาช้อนกุ้งกันยังไง
จนโตขึ้นถึงได้เข้าใจเนื้อความ ช่วยเสริมแล้วกันครับ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจนิดนึงว่า เพลงโต้ตอบชายหญิงของไทยเรานั้นพัฒนามาจากการละเล่นพื้นบ้านเก่าๆ ของเราเอง พวกเพลงฉ่อย
เพลงเหย่ย  เพลงซอ ค่าว ฮ่ำ คำซอและเจี้ยะก้อม รวมไปถึงพวกหมอลำ เพลงแคน และเพลงผญา
ในเพลงพื้นบ้านเหล่านี้ เอกลักษณ์ที่ชัดเจนคือบางครั้งจะเอาพวกคำซ้ำเสียง คำพ้องรูปพ้องเสียง มาเล่นเพื่อให้เกิดความคล้องจองและความสนุกมากขึ้น
และบางครั้งเพื่อเรียกเสียงเฮฮาก็จะใช้คำผวนเข้ามาช่วย แต่ถ้าเป็นเพลงบางประเภทอย่างพวกเพลงเทพทองนี่เค้าก็ว่ากันตรงๆ เหมือนกัน
เพลงนี้เค้าผสมผสานกันระหว่างเพลงโต้ของภาคกลาง แต่ใช้คำของอีสานและบวกเอาผญาเกี้ยวมาแซมไว้นิดหน่อย พวกผญาคำเปรียบ
แล้วใช้วิธีการเขียนคำอย่างที่บอกมาล้อความหมายในเพลง  รวมทั้งได้ผนวกเอาธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวเนื่องกัน
"ยูงทอง" นั้นประกอบไปด้วยนกสองชนิด  คือนกยูงและนกขุนทองครับ  ในท่อนนี้มีนกกาเหว่าอีกหนี่งก็รวมเป็นสามประเภท  ท่อนนี้เป็นความเปรียบเรื่องการหาคู่  ความเหงาที่หาคู่ตุนาหงันไม่เจอหรือว่าต้องห่างหายกัน  เดือนสามก็คือเดือนกุมภาพันธ์ เป็นเดือนที่นกป่าของในเขตร้อน และเขตตะวันออกเฉียงใต้และในประเทศไทย จะเริ่มจับคู่กันตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมและจะเริ่มสร้างรังกันตั้งแต่กลางเดือนยี่คือเดือนมกราคมเป็นต้นไป  แต่ถ้าเดือนสามยังหาคู่ไม่ได้ นกผู้ตัวนั้นก็จะเกาะคอนร้องหาคู่  ส่วนใหญ่นกที่ร้องเดี่ยวๆ ในเดือนสามนั้น  จะเป็นนกหนุ่มที่พรรษายังน้อย เสียงไม่ดี หรือยังไม่เป็นที่สนใจของนกสาว ก็เลยไม่มีคู่ดังนั้นก็ต้อง”ฮ้องไหว้วอน” ให้นกสาวเห็นใจ
ผู้แต่งเลยหยิบธรรมชาติมาเปรียบเปรยไว้ตรงนี้ไงครับ

สอบวา:
สาวบ้านแต้ เนี่ย บ้านเธออยู่ส่วนไหนของประเทศไทยเหรอคะ เหนือ?
บ้านแต้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ  อยู่ในเขตอำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ  ถ้าเรานั่งรถไฟสายหวานเย็นไปจังหวัดอุบลราชธานี  รถไฟหวานเย็นขบวนนี้จะจอดแวะที่สถานีบ้านแต้ด้วย  เป็นสถานีเล็กๆ แบบที่เด็กต่างจังหวัดหลายคนคุ้นตา  แต่ในเนื้อเพลงนี้ไม่รู้ว่าเจ้าหนุ่มนั่งรถไฟไปหรือปล่าว ?

ทำไมต้อง "จากไปสวีวี่วี" ด้วยคะ แปลว่าอะไรเหรอคะ?
“สวี” ในที่นี้ก็หมายถึงอำเภอสวี จังหวัดชุมพร ซึ่งในความหมายคำว่า “สวี” ของสมัยก่อนนั้น ถือว่าไกลมาก เพราะการเดินทางสมัยก่อนนั้นไกล และสวีก็ยังเป็นป่าดงดิบเลยก็ว่าได้ ตรงนี้ไม่รู้ว่าผู้แต่งต้องการบอกว่าไปสวีจริง ๆ หรือหยิบเอามาเปรียบว่าไปถิ่นไกลที่ทุรกันดาร  ไปแล้วอาจต้องไปตั้งรกรากมีคู่กันไปเลย ดังนั้นประโยคต่อมาจึงต้องมีคำว่า “ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน ถ้าบุญเฮามีคงจะได้เจอกัน “

ส่วน”วี่วี” เป็นการเล่นคำซ้ำแบบเพลงพื้นบ้านของไทย น่าจะมาจากการกร่อนคำ “วี่” น่าจะมากจากวี่แวว ซึ่งแปลว่าร่องรอย หรือเค้าเงื่อนที่เคยทราบมา   “วี” นั้นแปลว่าพัด หรือโบก วีไป ก็แปลว่าบินไป
ความหมายตรงนี้ก็เลยจับความได้ว่า  หนุ่มเหน้ากับสาวบ้านแต้นั้น สาวเจ้าพอจำเลาๆ ได้ว่าหนุ่มจากไปอย่างรวดเร็ว  และเท่าที่ระลึกความจำแต่หนหลัง หนุ่มบอกว่าจะไปไกลมาก ไปถึงสวี  และไปนานแล้วด้วย ถ้าบุญสองได้อุ้มสมก็คงช่วยให้ทั้งสองคนได้อยู่ร่วมกัน

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป