เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
อ่าน: 6420 มาคุยเรื่องเหล้ากันบ้างดีกว่า เอิ๊ก...
จ้อ
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1081

แต่งงานแล้วจ้า ...


เว็บไซต์
 เมื่อ 17 ม.ค. 01, 06:23

เปล่าครับ เปล่า ผมยางงง ไม่ มาววว

เพียงแต่เกิดสงสัยขึ้นมาครับว่า ทำไมมนุษย์แทบทุกชาติ
รู้จักการหมักเหล้า (ทั้งเถื่อนและไม่เถื่อน) มาตั้งแต่สมัยโบราณ
ผมไม่ทราบเหมือนกันว่าเริ่มที่อารยธรรมใหนก่อน แต่รู้สึกว่า พวกกรีกโรมัน ก็มีดื่มกัน
อังกฤษ เยอรมัน ดื่มเบียร์ ฝรั่งเศส อิตาลี ดื่มไวนส์ ( ส่วนไทยดื่มทุกอย่าง )

เพื่อนผมให้เหตุผลว่า เป็นเพราะว่าน้ำสมัยก่อนไม่ค่อยสะอาด มีเชื้อโรคเยอะ
แต่ใน เหล้า ในไวน์ มีแอลกอฮอล์ ที่ค่าเชื้อโรคได้ ซึ่งสะอาดและปลอยภัยกว่า
เลยดื่มเหล้ากันดีกว่า ( เหตุผลของคนเมาครับ ... เอิ๊ก )

อีกอย่างที่อยากทราบ คือเหล้าไทยขนานแท้นี่ มีกี่ชนิด อะไรบ้างครับ
มีใครพอจะทราบบ้างเอ่ย
บันทึกการเข้า
อักกา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 12:22

เท่าที่เคยดื่มมี อุ กับ กระแช่
อุเป็นข้าวเปลือกหมักในไหเมื่อได้ที่แล้วเอาหลอดไม้ไผ่ปักร่วมดูดรอบวง รสชาตินุ่มกว่าเหล้าขาว
กระแช่เข้าใจว่าหมักจากน้ำตาลสดของมะพร้าวหรือตาล
สาโท ไม่แน่ใจว่าเป็นเหล้าที่กลั่นจากข้าวเหนียวหรือเปล่า
เหตุผลหนึ่งที่น่าจะส่งเสริมการหมักเหล้าในทุกอารยธรรม น่าจะมาจากเป็นการส่งเสริมการผลิตทางการเกษตรให้มีส่วนเหลือจากการบริโภคทั่วไป และเป็นการเพิ่มความซับซ้อนทางเศรษฐกิจโดยการค้าขายสินค้าแปรรูปจากผลผลิตทางการเกษตร
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 14:50

เคยมีคนกล่าวว่าการที่มนุษย์เราอยู่เป็นหลักแหล่ง
เเละเปลี่ยนเป็นสังคมเกษตรกรรมก็เพราะเหล้านี่แหละ
เดิมที่มนุษย์เป็นนักล่าสัตว์เเละย้ายถิ่นฐานไปเรื่อยๆ
แต่มีคนไปพบเหล้าที่เกิดโดยบังเอิญในธรรมชาติเข้ากินเเล้วติดใจจึง
เกิดการปลูกข้าว(เอามาทําเหล้า) และอยู่ติดที่ขึ้นมา

จริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ เคยอ่านจากเรื่อง ประวัติการปลูกข้าว
บันทึกการเข้า
วัฒน์พระนคร
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 16:00

ทราบมาว่าชาวบ้านบางระจันก่อนจะออกรบก็ดื่มเหล้าย้อมใจกันก่อนเหมือนกันนะครับ
จริงเท็จแค่ไหน ก็ไม่ทราบนะครับ  แต่ผมเชื่อว่าต้องมีเค้าความจริงมั่งไม่มากก็น้อย เพราะฤทธิ์ของสุรานี่ทำให้ใจกล้าดีนักแล
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 19:36

ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป....แต่มาวจายเนี่ยประจามทุ๊กค่ามคืนนน เอิ๊กส์

ผมไปโรงงานกลั่นเหล้าของ Scotland มา 2-3 โรง แหะๆ ไม่ได้ว่าสินค้าหมดตลาด
แล้วลงแด้ง ต้องตามไปซื้อถึงโรงงานนะครับ เข้าไปดูๆวิธีการผลิต
ช่วงหนึ่งมี VDO ให้ดูเรื่องที่มาของเหล้า Scotch Whiskey
เข้าว่ามีชาว Scot แก่ ใส่กระโปรงแบบ Scot ละครับ นั่งต้มน้ำ
แล้วเอารวงข้าวมานั่งแกะๆไปด้วย เมล็ดข้าวหล่นบนกระโปรงเยอะแยะ
ช่วงลุกขึ้น เมล็ดข้าวก็ตกลงไปในหม้อต้มน้ำ เมื่อเจ้าของหายไปนาน
คนมาเจอทีหลังก็กลายเป็นเหล้าไปเสียแล้ว

ขี้โม้ผมว่า... น่าจะมาจากสาเหตุอื่นนะ ถึงมีการต้มเหล้าขึ้น
สมัยก่อนๆ Scotch whiskey ก็คือเหล้าเถื่อนทั้งนั้นครับ
ผิดกฏหมายทั้งนั้น 95% ของ Brand ดังๆ สมัยนี้เป็นเหล้าเถื่อนสมัยก่อน
จนเมื่อรัฐบาลเปิดเสรี (เหมือนที่ไทยเพิ่งจะมาเปิด) Scotch Whiskey ก็โด่งดังไปทั่วโลก

ถ้ากระแช่มาจากน้ำตาลสด ผมเคยลองครับ (แต่แถวบ้านผมเรียกน้ำตาลเมา อิอิ)
ดื่มแล้วชื่นใจ แต่ยังไม่ขนาดเห็นช้างตัวเท่าหมู
บันทึกการเข้า
แจ้ง ใบตอง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 09:18

ว่าด้วยเรื่องเครื่องดองของเมาแล้ว
ผมเป็นแค่มือสมัครเล่นครับ  มีเพื่อนคนหนึ่งตอนสมัยเรียน
เป็นคนติดเหล้า ตอนเช้าก็ต้องกรึ๊บนึงประจำ ไม่เช่นนั้นมือไม้
สั่น  แต่แปลก ตอนจบกลับได้เกียรตินิยม คนไม่ค่อยกินเหล้า
อย่างผมได้แค่เกรดนิยม...

ผมได้อ่านบทความของคุณ ส.ฟลอริดา เกี่ยวกับเครื่องดื่มมีแอลกอฮอร์ เค้าจำแนก
ออกตามกรรมวิธีการผลิตได้ ๓ ประเภทดังนี้ครับ
  ๑. ได้จากการกลั่น  จีนเป็นต้นตำหรับเรื่องการกลั่นเหล้า  ผมไม่แน่ใจว่าจะเป็น
พวกเหมาไถ หรือเปล่า  ก่อนกลั่นก็ต้องนำมาหมักเสียก่อน โดยใช้ข้าวเหนียว
ข้าวฟ่าง ข้าวบาเลย์ ข้าวโพด ฯลฯ เป็นต้น เหล้าที่ได้จากการกลั่น เช่น บรั่นดี วิสกี้
รวมทั้งเหล้าป่า หรือเหล้าเถื่อนของเราด้วย
  ๒. ได้จากการหมัก  โดยนำข้าวเหนียว ข้าวโพด หรือผลไม้ต่างๆ มาหมักกับยีสต์
ได้ผลออกมาเป็น เบียร์ ไวน์ ฯลฯ ส่วนน้ำตาลเมา น้ำขาว(สาโท) ของเรานี่ก็ได้
มาจากการหมักด้วยเช่นกัน
  ๓. ได้จากการผสม เช่นพวกยิน โดยนำเหล้าที่กลั่นแล้วไปหมักกับสมุนไพร จนได้
รสหรือกลิ่นที่เฉพาะตัว

น้ำตาลเมา ตอนเด็กๆผมกินบ่อย เนื่องจากที่บ้านทำสวนมะพร้าว  พอปาดจั่นมะพร้าว
เสร็จแล้วก็ต้องรีบเอากระบอกไม้ไผ่รองน้ำหวานที่ไหลออกมาจากจั่นเป็นน้ำแรก
ผมไม่แน่ใจว่าทางภาคใต้จะเรียกว่าลูกยอดหรือเปล่า ในกระบอกจะใส่เปลือกไม้ไว้ด้วย
แต่จำไม่ได้แล้วว่าเป็นเปลือกอะไร (คงจะเป็นเปลือกมะเกลือ) รสของน้ำตาลเมาจะหวานๆ
ขมๆ เค้าว่ากินน้ำตาลเมา ภาชนะที่ใช้จะต้องเป็นกะลาและต้องกับปลาถึงจะเข้ากัน

ในชีวิตผมเคยเมาแบบสุดยอดครั้งหนึ่ง  ตอนไปเที่ยวจังหวัดสุรินทร์
เพื่อนให้ลองกินสาโท (ผมถือคติ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิวตาตาม & ไปสุรินทร์ก็ต้องกินสุรา)
รสมันหวานๆ (อร่อย) เหมือนน้ำขาวที่บ้านผมเคยทำ ด้วยความที่คิดเอาเองว่าตัวเอง
คอแข็ง เลยกินไปเรื่อยๆ ตอนแรกยังไม่เมา พอเลิกกินได้สักพักก็ได้เรื่องเลยครับ
สาโทที่อยู่เต็มท้องมันเริ่มค่อยๆออกฤทธิ์แถมยังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จะนอนก็นอนไม่ได้
แม้แต่จะยืนก็ยังทรงตัวไม่อยู่ โลกทั้งโลกมันเหมือนจะหมุนถล่มทลาย  ผมเพิ่งรู้ว่า
การเมาแบบ "ไม่รู้หนเหนือหนใต้" มันเป็นยังงี้เอง...
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 10:06

คัดลอกมาจากพระคัมภีร์  "บรั่นดี และ 6 ตระกูลเหล้ากลั่นชั้นยอดของโลก" อันเป็นพระคัมภีร์ประจำตัวของผมเอง อิอิ
-----------------------------------------------------------
คำว่าวอดก้า "vodka" ในภาษารัสเซียเขียนเป็น "voda" ซึ่งแปลได้ว่า "น้ำอมฤตแห่งชีวิต" ตรงกับภาษาฝรั่งเศสว่า "Eau de vie" และภาษาแกลลิคซี่งเป็นภาษาโบราณบนเกาะอังกฤษ เรียกว่า "Uisgebeatha" ซึ่งทุกคำนี้ก็มีความหมายเหมือนกันทั้งสิ้น คือหมายถึง "น้ำที่ทำให้ชีวิตชุ่มฉ่ำ" หรือพูดอย่างกำปั้นทุบดินว่า ก็คือ "เหล้า" นั่นเอง
------------------------------------------------------
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 14:37

น่าจะเป็นเปลือกพยอมมังคะคุณแจ้ง
บันทึกการเข้า
แม่หญิง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 19:22

ปกติผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงกินเหล้าใช่ไหมคะ

แต่สำหรับดิฉัน คุณพ่อเคยสอนให้ดื่ม บอกว่าควรให้รู้รสไว้บ้าง ไม่งั้นเป็นสาวเป็นนาง ถูกผู้ชายหลอกแค่แก้วสองแก้วก็คอพับคออ่อน โดนหิ้วปีกไปง่าย ๆ ซะแล้ว
แต่เวลากินให้กินในวงที่มีพ่อนั่งอยู่ด้วยเท่านั้น


วีรกรรมเด็ดที่สุดในชีวิต ก็คือ ตอนงานฉลองเรียนจบปริญญา  เคยเดินเป๋ไปเข้าห้องน้ำ ขาเข้าผลักประตูเข้าไป พอจะออกก็ผลักประตูออกอีก แทนที่จะดึงเข้าหาตัว ประตูมันไม่ยอมเปิด ก็เลยนั่งเหยียดยาวพิงฝาหลับอยู่ในนั้นเลย  เพื่อนฝูงต้องไปตามหาแล้วลากออกมา ..

ตั้งแต่นั้น สาบานกับตัวเองไว้ว่า ชีวิตนี้จะไม่เมาอีกแล้ว
เพราะอับอายขายหน้ามากค่ะ
บันทึกการเข้า
อดีต รปภ.โรงลิเกครับผม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 22:50

ผมว่าคุณแม่หญิงเมาได้น่ารักน่าเอ็นดูดีออก
นั่งหลับอยู่ในห้องน้ำ

แล้วคิดอย่างไรกันบ้างครับ กับราคาไวน์บางชนิดที่แพงบ้าเลือด เป็นหมื่นเป็นแสน กรรมวิธีการผลิตของมันยากเย็นแสนเข็ญสมราคาขนาดนั้นเชียวเหรอครับ
หรือว่าคนไทย ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายเค้าเว่อร์กันไปเอง
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 09:57

เคยเมาสุดๆ ครั้งเดียวในชีวิตค่ะ  เหตุผลก็คล้ายๆ กับแม่หญิง   อยากรู้ลิมิตของตัวเองก็เลยกระดกแสงโสมเพียวๆ ไปครึ่งแบน  ได้เรื่องทันที  มีเท่าไหร่ออกหมดท้องเลย  เสร็จแล้วปวดหัวโดดเรียนไปครึ่งวัน เฮ้อ

ไวน์ที่ขวดเป็นแสนๆ มันก็ไม่เห็นจะรสดีกว่าขวดเป็นพันซักหน่อย  อาจเป็นเพราะเราไม่ใช่คอไวน์  หรือคนที่ดื่มขวดเป็นแสนนั่นคิดว่ารสชาติไม่เป็นไร  แต่หน้าตาของผู้ดื่มสำคัญกว่าก็ไม่รู้นะคะ
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 20:44

เอ้า  กรึ๊บ กะรึ๊บ กรึ๊บ กรึ๊บ
เหล้ามันแพงอย่ากินมากนักซี
........................
ระวังเมากันยกใหญ่นะครับ

ไม่ทราบว่าเคยได้ยินคำเปรียบชุดนี้กันบ้างไหมครับ
"คนสุรินทร์ต้องกินสุรา  ถ้าไม่กินสุราก็....."
บันทึกการเข้า
เบิ้ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 13 ม.ค. 01, 13:33

เพื่อนผมคนสุรินทร์บอกว่า
คนสุรินทร์ไม่กินสุรา(มากมายขนาดนั้น)
ไอ้ที่กินสุรา(มากๆ)หนะ ...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30544

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 13 ม.ค. 01, 14:05

ตั้งวงกันครึกครื้น     เลยเอาเพลงแบ็คกราวนด์มาประกอบให้ค่ะ...เอิ๊ก...



เหล้าจ๋า



ในโลกนี้ไม่มีหัวใจใครแน่นอน

หญิงร้ายชายร้อนยอกย้อนกันปี้ป่น

กลิ้งกลอกหลอกลวงกันเวียนวน

ฉันจึงเกลียดคนมารักเหล้าสุขสำราญ

โอ้เหล้าจ๋าไหนลองหันมายิ้มหน่อยซิ

ยิ้มซิยิ้มซิที่รัก ยิ้มนาน ๆ

อย่าด่วนใจดำทำรำคาญ

ฉันจะแต่งงานกับเธอใต้แสงเดือน

 ฉันมีฟ้าเป็นมุ้ง ฉันมียุงเป็นเพื่อน

ฉันมีพื้นดินเหมือนดั่งพื้นเรือน

นกหนูเป็นเพื่อน กล่อมเตือนให้สุขใจ

ไม่เชื่ออีกแล้วหัวใจของพวกมนุษย์

ยื้อ ๆ ยุด ๆ ฉุดฉันให้ร้องไห้

จะอยู่กับเธอจนวันตาย

เพราะไม่มีใครซื่อเหมือนเธอแล้วเหล้าจ๋า



http://www.geocities.com/SunsetStrip/Club/6329/' target='_blank'>http://www.geocities.com/SunsetStrip/Club/6329/
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW279x013.gif'>
บันทึกการเข้า
เปี้ยว
พาลี
****
ตอบ: 321

วิชาการ.คอม, อาจารย์ภาคฟิสิกส์ มหิดล


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 13 ม.ค. 01, 19:02

แหม๋ อ่านแล้วก็ต้องหยิบเทปพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ มาเปิดทันทีครับ
......โอ้เหล้าจ๋า ในลองหันมายิ้มหน่อยซิ.....

ร้องให้ขวดแม่โขงข้างตัวฟังครับ
ไม่ยักกะหันมายิ้มแหะ สงสัยน้อยใจ เก็บไว้นานไม่ยอมดื่มมัน
กะจะเอาแบบสุรามหาแพงครับ บ่มนาน ยิ่งบ่มยิ่งหอมหวาน ฮาๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.055 วินาที กับ 19 คำสั่ง