พระนางศุภยาลัต

<< < (11/14) > >>

เทาชมพู:
ถ้าใครสนใจชีวิตพระนางศุภยาลัต  อยากอ่านในแง่มุมอื่น  หาอ่านได้ที่นี่ค่ะ

http://archive.org/stream/thibawsqueen00fieluoft#page/24/mode/2up

เทาชมพู:
ทศกัณฐ์พม่า    เขาก็มีรามเกียรติ์ตามแบบเขาเหมือนกันค่ะ

เทาชมพู:
เหล่านางรำในราชสำนัก มีตั้งแต่ตัวจิ๋วๆ ไปจนรุ่นสาว  ภาพนี้ถ่ายประมาณค.ศ. 1890

เพ็ญชมพู:
อ้างจาก: เทาชมพู ที่  04 ม.ค. 13, 20:43

ส่วนตำหนักรัตนคีรี ปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์   แต่ก็ทรุดโทรม  เพราะขาดการบำรุงรักษา



ภาพชุดนี้ ถ่ายเมื่อปีที่แล้วเอง พระตำหนักยังอยู่ในสภาพดีพอใช้

เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ค่าผ่านประตูคนละ ๗ รูปี

 ;D

NAVARAT.C:
พระนางศุภยลัตได้รับอนุญาตให้ออกจากวังในรัตนคีรีกลับคืนสู่แรงกูนในวันที่๑๐เมษายน๑๙๑๙ แต่มิได้เป็นอิสระแท้จริง เพราะยังคงอยู่ใต้อารักขาของอังกฤษต่อไปจวบจนสิ้นพระชนม์ในปี๑๙๒๕ อย่างไรก็ดี พระนางมีโอกาสได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์ หม่อง กา เล เมื่อทรงมีพระชนมายุ๖๕พรรษาว่า
“ตอนพระเจ้าเหนือหัวสวรรคตเมื่อ๑๕ธันวาคมปี๑๙๑๖ เราไม่มีเงินพอที่จะจัดพิธีพระบรมศพถวาย ไม่มีแม้กระทั่งโอกาสจะได้ทำบุญอุทิศพระราชกุศลตามประเพณี เราตั้งพระบรมศพไว้ในห้องๆหนึ่งที่วัง จนวันที่๑๗กุมภาพันธ์ ๑๙๑๗ จึงย้ายมาบรรจุที่พระราชสุสานที่สร้างไว้ในบริเวณวังนั่นเอง จนกระทั่งเดือนมีนาคม ๑๙๑๗ พวกเจ้าหน้าที่รัฐบาลก็มาย้ายพระราชสุสานไปตั้งใหม่ในป่าแห่งหนึ่ง"

พระราชธิดาเจ้าหญิงมธุรสศุภรา (Princess Madarus Suphara - her daughter and Princess) เคยประทานประทานสัมภาษณ์นิตยสารมหาพันธุละว่า “พระราชสุสานตั้งอยู่ใจกลางป่า ไกลจากวังมาก ต้องเดินทางกันครึ่งค่อนวันจึงจะไปถึง”

พระนางศุภยาลัตทรงอ้างในระหว่างการสัมภาษณ์ครั้งนั้นว่า ทรงอยากจะย้ายพระราชสุสานกลับมาพม่า แต่รัฐบาลอังกฤษปฏิเสธเพราะเกรงว่าจะเกิดกระแสต่อต้านจากมวลชนที่เห็นว่าอังกฤษเอากษัตริย์ของพวกตนไปเป็นๆแต่คืนกลับมาให้แค่ร่างที่หาชีวิตไม่แล้ว ไม่ยอมแม้แต่จะให้นำส่วนใดส่วนหนึ่งของพระบรมศพกลับมาพม่า จึงเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของบรรดาพระราชวงศ์ ทั้งยังจัดยามคอยเฝ้าดูพระราชสุสานด้วย

เมื่อพระนางศุภยลัตเสด็จกลับพม่าในปี๑๙๑๙นั้น พระนางศุภยาจี พระขนิษฐาซึ่งเป็นพระมเหสีอีกองค์หนึ่งของพระเจ้าสีป่อมิได้เสด็จด้วย คงอยู่ในวังที่รัตนคีรีนั่นเองจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในสองสามปีต่อมา รัฐบาลอังกฤษได้นำพระศพไปบรรจุไว้ในพระราชสุสานเคียงข้างกัน

ทุกวันนี้พระราชสุสานที่ว่ากันว่าอยู่ใจกลางป่าในครั้งกระนั้น กลายมาเป็นป่าคอนกรีตซึ่งเป็นย่านพักอาศัยของชาวเมืองไปแล้วอย่างน่าพิศวง ขอบคุณรัฐบาลอินเดีย(จากใจชาวพม่า)ที่ได้ทำการบูรณะพระราชสุสานเมื่อปี๑๙๙๔ และเว้นที่ตรงนั้นไว้ให้โดยการสร้างกำแพงเล็กๆ ป้องกันมิให้คนเข้าไปใช้พระราชสุสานเป็นลานตากเสื้อผ้าดังเช่นที่เคย

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว