เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 14242 Out of Africa
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 09:44

         17 ปีในแอฟริกาของคาเรนคือช่วงเวลาแห่งความสุขล้นระคนทุกข์ท้น
      นับตั้งแต่เธอได้ย่างเหยียบดินแดนแห่งกาฬทวีปนี้ เธอก็รู้สึกได้ว่าเธอเป็นคนของที่นี่ ที่นี่คือแผ่นดินของเธอ
ซึ่งเป็นดั่งจุดนัดพบระหว่างเธอกับเดนิส มิ่งมิตรยอดปรารถนาแห่งชีวิต
            แม้ว่าในที่สุดเธอจะต้องเผชิญกับความทุกข์ในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่โรคร้าย ชีวิตสมรสที่ล้มเหลว
การสูญเสียแผ่นดินที่เธอรักและ เดนิส แม้ว่าช่วงเวลาสุดท้ายก่อนพรากจากแอฟริกาจะกลับกลายมืดมน แต่
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียนเรืองนาม เมื่อเธอได้กลั่นวันเวลาแห่งประสบการณ์ชีวิตในแอฟริกาออกมา
เป็นน้ำหมึกขีดเขียน

       ในกาลต่อมาเธอได้บันทึกไว้ว่า หากแม้นเธอไม่ถูกพรากจากแผ่นดินที่รักด้วยความจำเป็น เธอคงไม่ได้กลายมาเป็น
นักเขียนที่เธอพอใจจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักเล่าเรื่องมากกว่า
            (I am not a novelist, really not even a writer; I am a storyteller.)
      เธอได้ให้สัมภาษณ์ว่าความทะเยอทะยานที่แท้จริงของเธอคือปรารถนาที่จะ  "tell stories, beautiful stories."

      คาเรนเลือกที่จะเขียนหนังสือในภาษาอังกฤษเพื่อให้ผู้คนนอกบ้านเกิดได้อ่านเรื่องเล่าของเธอด้วย
        (หลังจากใช้ชีวิตถึง 17 ปีในแอฟริกาอาณานิคมอังกฤษ ภาษาอังกฤษของเธออยู่ในระดับเป็นเลิศ)
      ผลงานหนังสือเล่มแรกคือ Seven Gothic Tales(1934) ตีพิมพ์โดยใช้นามปากกาว่า Isak Dinesen
ได้รับความสนใจตอบรับเป็นอย่างดีในสหรัฐอเมริกา 
         ("Isak" เป็นคำในภาษา  Hebrew แปลว่า "one who laughs")
        หนังสือพิมพ์ในเดนมาร์กได้ลงเรื่องข่าวราวเกี่ยวกับตัวเธอจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว ในที่สุดเธอจึงใช้ชื่อจริงสำหรับ
งานเขียนของเธอในบ้านเกิดและอังกฤษ ส่วนที่สหรัฐเธอยังคงใช้นาม Isak Dinesen ต่อไป

         Out of Africa(1937-38) เป็นผลงานการเล่าชิ้นที่สองที่ประสบความสำเร็จที่สุด
สร้างชื่อเสียงโด่งดังทั้งสองฝั่งแอตแลนติก และได้รับเสนอชื่อเพื่อการพิจารณาสำหรับรางวัลโนเบล

ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดนมาร์ก - Den Afrikanske Farm - เมื่อ  6 ตุลาคม 1937
ต่อมาในลอนดอนปีเดียวกัน แล้วข้ามไปสหรัฐอเมริกาในปีต่อมา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 09:49

         ชื่อ Out of Africa นี้อาจเป็นชื่อของร้อยกรอง Ex Africa ที่เธอแต่งเมื่อครั้ง
เธอกลับเดนมาร์กเพื่อรักษาซิฟิลิสในปี 1915 โดยเธออาจนำคำนี้มาจากภาษิตในภาษาละตินที่ว่า
             Ex Africa semper aliquid novi
แปลว่า
             Out of Africa, always something new.

      Truman Capote กล่าวถึง Out of Africa ว่าเป็น
            "one of the most beautiful books of the twentieth century."

      ในขณะที่เฮมิงเวย์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลในปี 1954 ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เขาจะมีความสุข สุขมากกว่า หากรางวัลนี้
ได้มอบให้แก่นักเขียนงามนาม Isak Dinesen

       As a Nobel Prize winner I cannot but regret that the award was never given to
Mark Twain, nor to Henry James, speaking only of my own countrymen.
       Greater writers than these also did not receive the prize. I would have been happy
— happier — today if the prize had been given to that beautiful writer Isak Dinesen.

คาเรนเองเคยเขียนไว้ว่า
                 No one came into literature more bloody than I.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 09:53

         หนังสือเป็นบันทึกความทรงจำในแอฟริกาช่วงเวลาปี 1914-1931 เล่าเรื่องราวชีวิตและธรรมชาติ
งดงามที่อิงอาศัยร่วมกันในเคนยา ผ่านมุมมองของกวีถ่ายทอดเป็นถ้อยคำสำนวนลีลาไพเราะเหมือนบทร้อยกรอง
ที่ไม่เรียงลำดับตามวันเวลา
          สำหรับเธอแล้ว แอฟริกาคือแดนสวรรค์ที่เหนือชั้นกว่ายุโรป เพราะยังคงความบริสุทธิ์ปราศจาก
สิ่งแปลกปลอมที่เรียกกันว่าความเจริญ ยังคงสภาพใกล้เคียงกับดินแดนเดิมเมื่อครั้งที่พระผู้เป็นเจ้าแรกรังสรรค์ไว้

          "Up in this high air you breathed easily, drawing in a vital assurance
and lightness of heart. In the highlands you woke up in the morning and thought:
          Here I am, where I ought to be."

        "It was Africa distilled up through six thousand feet like the strong and
refined essence of a continent... The views were immensely wide —
everything that you saw made for greatness and freedom, and unequalled nobility."


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 09:58

        เนื้อหาในช่วงต้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับชนพื้นเมืองหลากเผ่าที่เธอชื่นชม และมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน
คาเรนไม่มองพวกเขาแล้วตัดสินแบบคนผิวขาวที่คิดว่าตนเหนือกว่า ทำให้เธอได้รับการชื่นชมกลับมา
สำหรับพวกเขาแล้ว เธอเป็นคนฉลาด มีความคิด และไว้ใจได้
          “We were good friends,”
         “I reconciled myself to the fact that while I should never quite know
or understand them, they knew me through and through.”

ชาวพื้นเมืองที่เธอเล่าไว้ ได้แก่

           Farah Aden พ่อบ้าน ผู้ช่วยงาน และเพื่อนแท้ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงจนวันสุดท้ายเมื่อเธอเดินทางจากแอฟริกา
เขาเป็นชาวเผ่า Somali ชนเผ่าที่เหนือกว่าเผ่าอื่นดังคำนิยามจากเธอว่า
              "superior in culture and intelligence"

         Kamante เด็กหนุ่มผู้มีแผลเรื้อรังที่ขา ซึ่งเธอได้ให้การรักษาในเบื้องต้นแต่อาการไม่ทุเลาจึงได้ส่งไป
รับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลดำเนินการโดย Scotch Protestant เมื่อหายแล้วคามานเต้ได้กลับมาทำงาน
เป็นเด็กปรุงอาหารที่บ้านและเป็นอีกหนึ่งเพื่อนผิวสีของเธอ

          Kinanjui หัวหน้าเผ่าที่อาศัยอยู่ใกล้ไร่ เธอบรรยายถึงเขาว่า

           “a crafty old man, with a fine manner, and much real greatness to him”

ทางการอังกฤษได้แต่งตั้งให้เขาเป็นหัวหน้าสูงสุดของชาวเผ่าคิคูยูที่อาศัยอยู่ในบริเวณไร่ของคาเรน ทำให้เขามีอำนาจ
ควบคุมคนงานในไร่ของเธอด้วย 

            นอกจากนี้ในแถบบริเวณไร่ของเธอยังมีชนเผ่าอื่นอีก เช่น Swahili, Masai, Somali

Denys Finch Hatton, Rose Cartwright, and Karen Blixen, with Halima and Tumbo, children of her staff.
(Rose - เพื่อนผิวขาวในอาณานิคมแฟริกา)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 10:01

         เรื่องเล่าช่วงต่อมาเป็นหลากสีสันของผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนไร่ของเธอที่เปรียบเสมือนแหล่งพักพิงอันปลอดภัย
ส่วนใหญ่คือชาวยุโรปที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ ไร่ของเธอ และชีวิตของชาวผิวขาวในอาณานิคม   ได้แก่

       Berkeley Cole หนุ่มอังกฤษทรงเสน่ห์เหมือนเพื่อนสนิทของเขา-เดนิส ทั้งสองเป็นแขกพิเศษที่บ้านของเธอ
ร่วมโต๊ะดินเนอร์ ดื่มไวน์แล้วสนทนาอย่างออกรสด้วยกัน เขาเป็นสุภาพบุรุษ น้ำใจงาม พูดภาษาและเข้ากับชนพื้นเมืองได้ดี
เมื่อเขาเสียชีวิตไปนั้น..

          “An epoch in the history of the Colony came to an end with him,”
และ       “The yeast was out of the bread of the land. A presence of gracefulness,
           gaiety and freedom, an electric power factory was out. A cat had got up and left the room.”

       Old Knudsen  ชายชราชาวเดนมาร์ก ผู้มาอาศัยพักพิงอยู่ที่ไร่ได้หกเดือนก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
เธอชอบที่จะสนทนากับเขาเพราะเขาคือนักเล่าเรื่องตัวจริง เรื่องเล่าของเขาคือประสบการณ์ชีวิตของการเป็นนักสมุทรโคจร
ท่องไปได้เห็นสรรพสิ่งทั่วโลก

              "White people, who for a long time live alone with Natives, get into the habit of
saying what they mean, because they have no reason or opportunity for dissimulation,
and when they meet again their conversation keeps the Native tone." 
       
         ช่วงสุดท้ายเป็นตอนที่หม่นหมองของหนังสือ เรื่องราวร้อยเรียงตามลำดับกาล  เธอเล่าถึงปัญหาการเงินของไร่
ที่ถึงขั้นล้มละลาย การจากไปก่อนวัยอันควรของเพื่อนสนิท การหาพื้นที่อยู่ใหม่ให้คนพื้นเมืองในไร่ของเธอ
และการขายทรัพย์สิน ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหลาย   
         หนังสือจบลงด้วยเหตุการณ์วันสุดท้ายในแอฟริกา เธอกล่าวคำอำลาทุกคนในไร่แล้วจึงขับรถอย่างช้าๆ ไปไนโรบี
ที่สถานีรถไฟเพื่อนๆ ทั้งชาวยุโรปและพื้นเมืองมาส่งเธอ ภายหลังการร่ำลาเธอและฟาราห์ก้าวสู่ชานชาลา
         คาเรนหันกลับไปมองทางทิศที่เป็นบ้านของเธอ ภาพสุดท้ายสุดสายตาคือภูเขา Ngong ที่แลลิบเหนือผืนแผ่นดิน
แอฟริกา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 13 ต.ค. 08, 10:16

         สำหรับบรอร์ อดีตสามีนั้น เรื่องราวหรือแม้แต่ชื่อของเขาแทบจะไม่ได้ปรากฏในหน้าหนังสือเลย
เมื่อเธอเล่าถึงการท่องซาฟารีในช่วงแรก(ซึ่งเธอไปกับบรอร์) เธอก็ไม่ได้เอ่ยถึงเขา โดยรวมแล้วในหนังสือทั้งเล่ม
มีสักหนึ่งถึงสองครั้งที่เธอกล่าวถึง "สามีของฉัน" โดยที่เธอไม่เคยเอ่ยชื่อของเขา(บรอร์)

         และสำหรับเดนิสคนสำคัญแห่งชีวิต
           เธอเล่าถึงเขาในฐานะเพื่อนสนิท รูปงาม ปราดเปรื่อง รักศิลปะ ดนตรี เขาช่วยให้ความรู้แก่เธอในด้านภาษากรีก
ละติน ทั้งยังนำของขวัญชิ้นสำคัญคือเครื่องเล่นแผ่นเสียงมามอบให้เธอ ช่วยเพิ่ม "new life on the farm."
เขาพาเธอบินเหนือแผ่นดินแอฟริกา ท่องซาฟารี และสุดท้ายคือความตายของเขาที่นำความโศกเศร้ามาสู่ผู้คน
ทั้งชนเผ่าผิวสี และชาวยุโรปผิวขาว
          แม้เธอจะไม่ได้เล่าถึงความสัมพันธ์ฉันคนรักอย่างชัดเจน แต่ผู้อ่านก็สามารถจะรับรู้ได้จากเรื่องราวที่เธอเล่าถึงเขา

เธอบรรยายถึงยามที่เขามาเยือนไว้ว่า

            “When he came back to the farm, it gave out what was in it –
it spoke… When I heard his car coming up the drive, I heard, at the same time,
all the things of the farm telling what they really were.”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:16

         “When he came back to the farm, it gave out what was in it –
it spoke… When I heard his car coming up the drive, I heard,
at the same time, all the things of the farm telling what they really were.”

ยามเขากลับมาเยือน เหมือนตะวันคืนฟ้าคราอรุณ ส่องแสงสว่าง สงบ อบอุ่น


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:28

           "I had time after time watched the progression across the plain
of the giraffe, in their queer, inimitable, vegetative gracefulness, as if
it were not a herd of animals but a family of rare, long-stemmed,
speckled gigantic flowers slowly advancing.
     It was, in giant size, the border of a very old, infinitely precious Persian carpet
in the dyes of green, yellow and black-brown.”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:30

       "I have sometimes come upon the Iguana, the big lizard, as they were
sunning themselves upon a flat stone in a river-bed.
    They are not pretty in shape, but nothing can be imagined more beautiful than
their colouring.
    They shine like a heap of precious stones or like a pane cut out of an old
church window.
    When, as you approach, they swish away, there is a flash of azure, green and
purple over the stones, the color seems to be standing behind them in the air,
like a comet's luminous tail."


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:32

            “Lulu [a bushbuck antelope] came in from the wild world to show
that we were on good terms with it, and she made my house one with the
African landscape, so that nobody could tell where the one stopped and
the other began.”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:49

           “There is something about safari life that makes you forget all your
sorrows and feel as if you had drunk half a bottle of champagne -
bubbling over with heartfelt gratitude for being alive,”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 09:50

      “If I know a song of Africa, of the giraffe and the African new moon
lying on her back, of the plows in the fields and the sweaty faces of
the coffee pickers, does Africa know a song of me?
     Will the air over the plain quiver with a color that I have had on,
or the children invent a game in which my name is, or the full moon throw
a shadow over the gravel of the drive that was like me, or will the eagles
of the Ngong Hills look out for me?”


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 10:02

Karen Blixen - Isak Dinesen Quotes

       “God made the world round so we would never be able to see too far
down the road.”
       - As quoted in obituaries (7 September 1962)
       
       “The cure for anything is salt water - sweat, tears, or the sea”
        - As quoted in Reader's Digest (April 1964) Variant:
        I know a cure for everything. Salt water ... in one form or another,
sweat, tears or the salt sea.
   
       “Difficult times have helped me to understand better than before,
how infinitely rich and beautiful life is in every way, and that so many
things that one goes worrying about are of no importance whatsoever...”
        - Unsourced

        Who tells a finer tale than any of us? Silence does.
        - Last Tales
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 10:04

        "When in the end, the day came on which I was going away, I learned
the strange learning that things can happen which we ourselves cannot
possibly imagine, either beforehand, or at the time when they are taking
place, or afterwards when we look back on them."
         - Out of Africa

        "I have a feeling that wherever I may be in the future, I will be wondering
whether there is rain at Ngong."
         - a letter to her mother, February 1919


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 10:25

        หากเปรียบหนังสือคือของขวัญเป็นรางวัลชีวิตจากแอฟริกาที่นำมาซึ่งความสุขแก่คาเรนในช่วงหลังจาก
พรากแอฟริกา
         ของที่ระลึกอันไม่พึงปรารถนาที่ติดตัวเธอมาและมีผลเป็นความทุกข์ต่อเนื่องก็คือปัญหาสุขภาพจากซิฟิลิส
และผลของการรักษา
         แม้ว่าเธอจะเคยเจ็บป่วยด้วยซิฟิลิสและได้รับการรักษาด้วยวิธีของยุคนั้นที่ยังไม่มีเพนิซิลิน
แล้วผลการตรวจเลือดและน้ำไขสันหลังในเวลาต่อมาเป็นลบ แต่ทว่าเธอยังคงมีอาการเจ็บป่วยซึ่งอาจจะเป็น
ผลข้างเคียงจากการรักษาด้วย arsenic(สารหนู) และปรอท (หรือเป็นผลจากซิฟิลิสในระยะหลัง)
       นอกจากนี้เธอยังมีปัญหาทางจิตใจ ได้แก่อาการแพนิค (ซึ่งเธอได้เคยกล่าวไว้ใน Out of Africa)
ความกลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว และอาการปวดเรื้อรังที่อาจเป็นเรื่องของภาวะทางจิตใจ
        ต่อสาธารณะเธอจะโทษซิฟิลิสว่าเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย โรคซิฟิลิสนี้ที่ฮีโรและกวี รวมทั้งบิดาของเธอ
ต่างก็เป็นกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง