เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
อ่าน: 14244 Out of Africa
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 15:57

        ความสัมพันธ์ของเธอและเดนิสเริ่มบนพื้นฐานที่ต่างยอมรับในความเป็นอิสระของทั้งสองฝ่าย แต่
เมื่อเวลาผ่านไป เธอก็กลับกลายเป็นฝ่ายผูกพันเฝ้ารอคอยการมาถึงของเขา
         เธอจะใช้เวลานานเป็นสัปดาห์เป็นเดือนในการตระเตรียมสรรพสิ่งเพื่อต้อนการกลับมาของเขา และ
เมื่อเขาจากไปเธอก็จะตกอยู่ในอาการซึมเศร้าอยู่นานนับสัปดาห์นับเดือน ดังที่เธอเขียนไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งว่า

          "to love the ground he walks upon, to be happy beyond words when he is here,
and to suffer worse than death many times when he leaves."


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 16:05

       เดนิสย้ายเข้ามาอยู่กับคาเรนในปี 1924 ก่อนหน้าที่เธอจะหย่าขาดอย่างเป็นทางการจากสามีในเดือนมกราคม 1925
เขาดำเนินอาชีพพาคนมั่งมีท่องซาฟารีโดยมีคนสำคัญที่มีชื่อเสียงหลายคนได้เคยมาใช้บริการจากเขา
         ในปี 1926 คาเรนอาจจะเข้าใจผิดว่าตั้งครรภ์ หรือตั้งครรภ์แล้วตกไปอีก ความสัมพันธ์ของเธอกับเดนิสปรากฏ
ความไม่ลงรอยเนื่องมาจากเขากลัวการผูกมัด เมื่อเธอส่งโทรเลขไปบอกข่าวทารกในครรภ์กับเดนิสโดยใช้คำว่า Daniel แทน
เดนิสได้ตอบทางโทรเลขกลับมาว่า

          "Reference your cable and my reply please do as you like about Daniel
as I should welcome him if I could offer partnership but this is impossible
STOP You will I know consider your mother's views Denys."
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 16:08

           ปี 1927 เป็นปีแห่งความสุขเมื่อเดนิสให้เวลาอยู่กับเธอมากขึ้น เธอได้มีโอกาสถวายการต้อนรับเจ้าชายแห่งเวลซ์
(พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด และสุดท้ายท่านดยุคแห่งวินเซอร์ในกาลต่อมา) ในเดือนธันวาคม 1928 โดยมีเดนิสและบรอร์นำเจ้าชายเสด็จซาฟารี


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 16:11

        เดนิสได้เข้าเรียนการบินในปี 1929 แล้วซื้อเครื่องบินมาใช้ในฤดูร้อนปีต่อมา ในสมัยนั้นการเรียน การมีเครื่องบิน
ไม่ได้เป็นเรื่องยาก เขาประสบอุบัติเหตุขณะบินในอังกฤษจนต้องส่งซ่อมก่อนจะนำลงเรือกลับมา แล้วพาคาเรนและเพื่อนๆ
ซึ่งรวมทั้ง Beryl Markham * ขึ้นบินชมทัศนียภาพงามงดของแอฟริกาทางอากาศ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 16:13

         ปี 1930 เป็นปีวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลอย่างหนักต่อฐานะการเงินของไร่กาแฟซึ่งให้ผลผลิตไม่ดี
เนื่องจากดินไม่เหมาะกับการปลูกกาแฟ เดนิสตั้งชื่อเครื่องบินที่เขาซื้อมาว่า Nzige (แปลว่าเจ้าตั๊กแตน)
เขาพาเธอบินเหนือผืนแผ่นดินแอฟริกาที่เธอรัก

เธอได้เขียนบรรยายว่า

               "To Denys Finch-Hatton I owe what was, I think,
      the greatest, the most transporting pleasure of my life on the farm:
                I flew with him over Africa."


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 03 ต.ค. 08, 16:17

* Beryl Markham สาวชาวอังกฤษย้ายมาเคนยากับครอบครัวตั้งแต่ยังเล็ก มีความสัมพันธ์กับเดนิสในช่วง
ปี 1930-31 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เธอเป็นนักบินหญิงคนแรกที่บินเดี่ยวข้ามมหาสมุทรแอ็ตแลนติก
จากฝั่งตะวันออกไปตะวันตก ในหนังคือตัวละครสาวนามว่า Felicity


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 05 ต.ค. 08, 09:27

         ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขนี้มีวันสิ้นสุด เธอจำต้องขายไร่กาแฟไปในเดือนมีนาคมปีต่อมา
ในขณะที่สายสัมพันธ์กับเดนิสก็คลอนคลายด้วยฝ่ายชายกลัวการผูกมัด  คาเรนซึ่งอยู่ในฐานะแม่ม่าย
ไร้ทรัพย์สิน ไม่มีใคร ไม่เหลืออะไร ไม่มีเหตุใดให้อยู่ที่นี่ต่อไป (ยกเว้นว่าเธอจะได้แต่งงานอยู่กับเดนิส
ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้)
            เธอไม่มีทางเลือกอย่างอื่นนอกจากการลาจากแอฟริกากลับคืนบ้านเกิด 
 
           นักชีวประวัติบางคนบอกว่า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ในภาวะจืดจางลงแล้ว และเดนิสได้ทิ้งคาเรน
ไปหา Beryl ที่สาวกว่าและเป็นนักบินเช่นกัน บางคนว่าเดนิสอยู่กับคาเรนจนกระทั่งสองสามสัปดาห์
ก่อนเที่ยวบินสุดท้ายของเขา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 05 ต.ค. 08, 09:31

        ในเดือนพฤษภาคม 1931 เดนิสบินไปกระท่อมริมทะเลที่มอมบาซา แล้วบินกลับมาเพื่อมองหา
โขลงช้างทางอากาศโดยมีคนรับใช้ร่วมโดยสาร
         14 พฤษภาคม 1931 หลังจากที่เครื่องบินของเขาทะยานขึ้นได้ไม่นาน เครื่องยนต์เกิดขัดข้อง ทั้งเดนิส
และคนรับใช้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกไฟลุกไหม้   

(บางคนกล่าวว่าเดนิสมีนัดพบกับผู้หญิงคนใหม่ - Beryl ในการเดินทางครั้งนี้ บ้างบอกว่าในเที่ยวบินสุดท้ายนั้น
แต่แรก Beryl จะร่วมโดยสารไปด้วย แต่คนรับใช้ชาวพื้นเมืองซึ่งมีอำนาจพิเศษได้ห้ามเธอไว้)

         ร่างของเขาถูกนำกลับมาแล้วทำพิธีฝังไว้ที่เนินเขา Ngong ที่ซึ่งเขาเคยเอ่ยไว้ว่าปรารถนาจะอยู่ที่นี่
           มีเรื่องเล่าในเวลาต่อมาเมื่อเธอกลับไปอยู่ที่เดนมาร์กแล้วว่าสิงโตทั้งเพศผู้และเมียชอบขึ้นมาเยี่ยมเยียน
และนอนรับแสงแดดอุ่นสบายที่หลุมศพแห่งนี้


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 05 ต.ค. 08, 09:35

          ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเดินทางกลับเดนมาร์กนี้ คือวันคืนแห่งห้วงอารมณ์สูญเสียรุนแรงเป็นทวีคูณของคาเรน
            ทั้งแผ่นดินที่เธอรักแต่ต้องพรากจาก ทั้งชายผู้เป็นคนรักแห่งชีวิตของเธอ แต่
            แม้จะดูเหมือนว่าในขณะนั้น ณ ที่นี้ เธอไม่มีใคร ไม่เหลืออะไรแล้ว ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ลืมชาวพื้นเมือง
คิคูยูของเธอ ก่อนกลับบ้านเกิดเธอได้ดำเนินการเพื่อหาที่ดินให้แก่ชนเผ่าต่างๆ เป็นผลสำเร็จ พวกเขาได้อาศัยอยู่
ในพื้นที่ส่วนหนึ่งไม่ไกลจากไร่ของเธอ

ที่สถานีรถไฟ คาเรนอำลาแอฟริกา และ Farah ผู้ที่เป็นทั้งพ่อบ้าน ผู้ช่วยงาน และเพื่อนสนิทของเธอตลอดช่วงเวลา
ในแอฟริกา


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 09:42

           คาเรน เดนิส - คู่สร้าง คู่สม ที่ไม่อาจสมหวังในรัก

      ทั้งคาเรนและเดนิส ต่างเป็นศิลปิน นักคิด นักสนทนา และนักล่าผู้มีฝีมือ ทั้งสองคือคู่ที่เหมาะสมราวกับว่า
ต่างก็เกิดมาเพื่อกันและกัน เป็นคู่แท้ที่แม้อยู่ห่างกันแสนไกลแต่ก็ได้ข้ามมหาสมุทรเพื่อมาพบกันที่แอฟริกา
          ทว่าสุดท้ายแล้วในความสัมพันธ์ที่เข้ากันได้ดีนั้น กลับปรากฏจุดขัดแย้งหรือจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้
สายสัมพันธ์นั้นกลับกลาย
          สำหรับเธอ สายสวาทไม่อาจพาไปถึงจุดหมายคือการครอบครองคู่อยู่ด้วยกันมั่นคง
          สำหรับเขา สายใยนั้นคือพันธนาการที่ไม่อาจทานทนได้   

       


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 09:50

          ไม่น่าแปลกใจอย่างใดเลยที่คาเรนจะตกหลุมรักเข้าอย่างจังในชายคนนี้ที่ชื่อ เดนิส
        เดนิสผู้มีรูปงามสะดุดสายตา เข้มแข็ง ฉลาด กล้าหาญ เป็นสุภาพบุรุษยุคเอ็ดเวิร์ด เป็นวีรบุรุษสงคราม
ผู้รักอุปรากรและวรรณคดี เป็นเทพศิลป์ผู้ช่วยพาเธอผ่านช่วงเวลาทดท้อ จากชีวิตการแต่งงานที่ปราศจากความรัก
ธุรกิจทำไร่ที่ไม่ประสบความสำเร็จ และซิฟิลิส
         เขาคือภาพในฝันที่เป็นจริงของพระเอกนายพรานผู้ปราบสิงห์ร้ายในกาฬทวีป มีตัวตนให้เธอได้สัมผัส
ได้ฟังเขาท่องบทกลอนและสำราญสนทนาระหว่างการหยุดพักแรมระหว่างท่องซาฟารี เขาคือชายผู้พร้อม
ด้วยคุณสมบัติเท่าเทียบกับบิดาผู้เป็นที่รักของเธอ


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 09:57

          เมื่อเขาเดินทางมาแอฟริกา ดินแดนนี้คือเวทีชีวิตที่ชาวยุโรปขึ้นมารับบทวีรบุรุษในอุดมคติ หรือ
เวทีสร้างฝันให้เป็นจริง
      สำหรับเดนิสแล้ว เป้าหมายหลักแห่งชีวิตของเขาได้รับการเติมเต็มที่นี่ ด้วยพื้นที่โล่งกว้างใหญ่ไพศาล
การบินทะยานเหนือน่านฟ้า และผู้หญิงแบบโบฮีเมียน

      ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เขาไปปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติ รอดชีวิตจากกองทัพเยอรมันและไข้จับสั่น
ที่สมรภูมิแอฟริกาตะวันออก ในขณะที่บรรดาเพื่อนในวัยเรียนของเขาต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้ในแนวรบยุโรป
      หลังสงครามโลกสงบ สรรพสิ่งเปลี่ยน ยุคเอ็ดเวิร์ดสิ้นสุด ทรัพย์สมบัติของครอบครัวถดถอยลดน้อยลง
เดนิสหันมาจับอาชีพพาบุคคลสำคัญ ร่ำรวยท่องซาฟารี ซึ่งรวมถึงบรรดานักธุรกิจอุตสาหกรรมชาวอเมริกัน และ
เจ้าชายแห่งเวลซ์ (พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดและท่านดยุคแห่งวินเซอร์ ในกาลต่อมา) ผู้ทรงสนพระทัยทั้งการล่าสัตว์และ
ภรรยาของชาวผิวขาวที่มาตั้งรกรากที่นั่น
      ช่วงเวลาทศวรรษที่ 20 นั้น เป็นยุคทองสั้นๆ ของอาณานิคมเคนยา และเป็นช่วงเวลาแห่งความสัมพันธ์ของ
เดนิสและคาเรน       
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 10:04

        เธอทรงเสน่ห์ เป็นศิลปินปนความเพี้ยนเล็กๆ (เธอเคยกล่าวว่า  “it was worth having syphilis
to become a baroness.”)
        ทั้งสองอ่านหนังสือ ดื่มดำบทเพลงของโมสาร์ทด้วยกัน ที่บ้านของเธอในยามเย็นหลังอาหาร
เดนิสจะเอ่ยประโยคแรกเริ่มขึ้นมาแล้วให้เธอเล่าต่อเป็นเรื่องเป็นราวยาวเหยียด คล้ายกับนางเฌอเหราสาด
(Scherherazade) เล่านิทานอาหรับราตรี เป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของสองคนที่เป็นนักคิด นักอ่าน
นักฉลาดสนทนา ในดินแดนห่างไกล ในยุคสมัยที่ไร้วิทยุ โทรทัศน์ ฯ 
          บางครั้งเขาและเธอไปซาฟารี บางทีก็ไปปิคนิคใต้ฟากฟ้าแอฟริกา ในช่วงหลังบางเวลาเดนิสขับเครื่องบิน
พาเธอท่องแอฟริกาทางอากาศ ภูมิทัศนียภาพรอบกายอันทรงพลังโอบทั้งสองไว้ด้วยกัน
 
      Simple pleasures took on a heightened intensity: the smell of camel milk in
a smoke-cleansed gourd, the thin yelling of Somali singing on five sad notes,
the purple hieroglyphs of shadow on the sand below a thorn tree.        


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 10:12

        ในช่วงแรกนั้นคาเรนจะคอยบอกกับตัวเองว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไม่มีกฎเกณฑ์เงื่อนไขนี้
เหมาะสมดีแล้วสำหรับเธอ
        ในที่สุด เดนิสผู้ไม่คิดจะหยุดพักพิงก็เลือกที่จะรักในแผ่นดินซึ่งเป็นตัวแทนของเสรีภาพมากกว่าเธอ
เขาเจ็บปวดกับการเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งความสูญเสียของแดนเถื่อน เมื่อมองมาจากเครื่องบินภาพฝูงสัตว์อพยพเบื้องล่าง
ช่างน่าเป็นห่วง เดนิสทำการรณรงค์เพื่อมวลหมู่ชีวิตเหล่านั้นได้ผลสำเร็จ ทำให้มีการจัดตั้งเขตพิทักษ์รักษาพันธุ์สัตว์ป่า
แถบแอฟริกาตะวันออก และมีการออกกฎห้ามล่าสัตว์จากยานพาหนะด้วย

        แม้เขาจะเป็นคนที่ดำเนินชีวิตอย่างมีจุดหมาย แต่เขาไม่ยอมหยุดอยู่กับที่ สุดท้ายเขาก็ทิ้งคาเรนไปหาหญิงอื่นที่สาวกว่า
และเป็นนักบินเหมือนกัน นามว่า Beryl Markham ในตอนที่คาเรนกำลังจะสูญเสียไร่กาแฟไป และไม่นานนัก
หลังจากนั้นเขาก็จากทุกๆ คนไปด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกด้วยวัย 44 ปี
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 06 ต.ค. 08, 10:19

        แม้ว่าเดนิสจะเป็นผู้ทอดทิ้งทำให้คาเรนต้องเจ็บปวดผิดหวัง แต่สิ่งสุดท้ายที่เขาได้มอบให้เธอ
หลังจากความตายคือ ความสำเร็จรุ่งโรจน์จากผลงาน Out of Africa ที่สร้างชื่อระบือไกล ได้รับการพิจารณา
สำหรับรางวัลโนเบล

        ทุกคนที่ได้พบเดนิสเป็นต้องชอบเขา หลายคนรักเขา แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักเขาดี สุดท้ายแล้วไม่มีใคร
สามารถเข้าใจเขาอย่างถ่องแท้ แม้แต่คนรักหรือคนศึกษาชีวประวัติของเขา

        คาเรนเลือกร้อยกรองกรีกเป็นคำจารึกบนหลุมฝังศพ
 
        "Though in death fire be mixed with my dust, yet care I not,
for with me now all is well." 

        ต่อมาญาติของเขาได้สร้างแท่งหินตั้งขึ้นเหนือหลุมศพ และจารึกข้อความจากร้อยกรองที่เดนิสชื่นชอบ

         "Denys George Finch Hatton" - "He prayeth well who loveth well both man
and bird and beast."

(from The Rime of the Ancient Mariner)


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.071 วินาที กับ 19 คำสั่ง