เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
อ่าน: 19793 รักประทับใจ หาได้จากในเน็ท
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


 เมื่อ 22 ก.ค. 08, 11:02

          ท่องเน็ทรวบรวมเรื่องรักแท้ รักประทับใจ ได้อยู่หลายเรื่องครับ
          กะว่าจะนำลงกระทู้ต่อกันรวดเดียวหลายเรื่อง แต่
วันนี้ขอนำเรื่องรักจากจีนแผ่นดินใหญ่เรื่องนี้มาเสนอก่อนครับ เพราะเริ่มเป็นที่กล่าวถึงมากขึ้น
ทั้งในเว็บ และในทีวี

Love Ladder of China

                  ด้วยแรงแห่งรัก เขาสลักสร้างหกพันขั้นบันไดหินบนภูเขาเพื่อเธอ   
                  Man Carves Wife A 6,000 Granite Path in Mountain.

         ตำนานรักสุดประทับใจในหุบเขาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ถูกเปิดเผยออกสู่สาธารณชนภายนอก
เมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว
           คือ  เรื่องราวความรักต่างวัยของชายหนุ่มกับหญิงม่ายผู้สูงวัยกว่า
   
           ย้อนอดีตไปกว่าครึ่งศตวรรษ หลิว (Liu) ชายหนุ่มวัย ๑๙ ปี มอบหัวใจให้ม่ายหญิง ซู (Xu)
ผู้มีอายุ ๒๙ ปี
           ในช่วงเวลานั้นความรักต่างวัยที่ชายอายุน้อยกว่าหญิงถือเป็นสิ่งต้องห้าม สังคมไม่ยอมรับ 
ทั้งสองจึงตัดสินใจออกจากหมู่บ้านของตน หลีกเลี่ยงคำติฉินนินทา ไปอาศัยอยู่ในถ้ำบนเขาที่ Jiangjin County
ทางตอนใต้ของ ChongQin 
          (เรื่องราวคล้ายกับ รักต่างชนชั้นของรุ่นพ่อและแม่ในนิยายเรื่อง ดรรชนีนาง ของ อิงอร -
ชายหนุ่มสามัญชนเด็ดดอกฟ้าสละศักดิ์ฐานันดร หนีหน้าวงศ์ญาติไปด้วยกัน - จากเมืองกรุงมุ่งสู่เวิ้งอ่าวสงขลา) 


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 11:16

          ชีวิตสองครองคู่อยู่อย่างยากลำบาก ไม่ต้องนึกถึงไฟฟ้าแค่อาหารหารกินก็แทบจะไม่มี
ทั้งสองต้องอาศัยหญ้าและรากไม้ที่ขึ้นอยู่ตามเขาประทังชีพ
         หลิวทำตะเกียงน้ำมันก๊าดจากขวดหมึกไว้จุดไฟเพื่อให้แสงสว่างแก่ชีวิตคู่
         
         ซูรู้สึกว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้หลิวต้องมาทุกข์ยากอยู่กับตน เฝ้าถามหลิวเสมอว่า เธอเสียใจไหม
         หลิวตอบไปเช่นเคยว่า ตราบใดที่เราขยันขันแข็งการงาน ชีวิตของเราต้องดีขึ้น
         
         ในปีที่สองของการครองคู่กัน หลิวเริ่มต้นงานสร้างอันยาวนานต่อเนื่องนับ ๕๐ ปี ก่อขั้นบันไดหินเพื่อให้ซูเดินขึ้นลงเขา
ได้อย่างสะดวกสบาย

          ปี ค.ศ. 2001 กลุ่มนักสำรวจธรรมชาติเดินท่องป่าเขา ได้เข้ามาพบกับอัศจรรย์น้ำมือมนุษย์ - บันไดหินหกพันกว่าขั้น
บนขุนเขา และคู่รักสองตายายที่อาศัยอยู่คู่กันบนนั้นมานานกว่ากึ่งศตวรรษ

          และในปี 2006 เรื่องราวความรักยืนยงของสองตายาย ได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่งแห่งเรื่องรัก
ของจีนแผ่นดินใหญ่ รวบรวมโดย Chinese Women Weekly รัฐบาลท้องถิ่นได้ตัดสินใจที่จะรักษาบันไดรักและ
ที่พักอาศัยไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้เรื่องราวความรักที่ยืนยงคงอยู่ต่อไป


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 11:26

          ในพิธีมอบรางวัล คุณตาคุณยายซึ่งชราภาพมากแล้วไม่สามารถมารับรางวัลได้  ลูกชาย หลิวมิงเช็ง (Liu Mingsheng)
จึงเป็นผู้แทนมารับรางวัล เขานำตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ส่องสว่างให้แก่ชีวิตรักของพ่อและแม่แต่แรกเริ่มมาด้วย

             "My parents have lived in seclusion for more than 50 years because of
their love for each other. They had no electricity and my father made kerosene lamps
to lighten our lives," he said.

           "My mother seldom goes down the mountain, but my father cut the 6,000-plus
stairs for her convenience," Liu said. "It's a ladder of love."

            Dai Rong, a local official of Jiangjin County, said, "We're glad to see the story of
two senior citizens won and the local government will try to connect them to the electricity supply
as soon as possible."

            วันหนึ่ง หลิวในวัย ๗๒ ปี กลับจากงานในไร่มาถึงที่พักแล้วก็ล้มพับลง ซูตะกองกอดหลิวไว้ในสองแขนและสวดมนต์
จนกระทั่งหลิวจากเธอไปในขณะที่มือของเขายังกำมือของเธอไว้แน่นไม่ยอมคลาย
            วันแล้ววันเล่า ซูเฝ้ากระซิบข้อความนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ข้างโลงศพบรรจุร่างของเขา น้ำตานองอาบสองแก้มคุณยาย

              “You promised me you’ll take care of me, you’ll always be with me until the day I died,
now you left before me, how am I going to live without you?” .........

ในที่สุด - Life is not much, just a few fotos.

(ยังมีเรื่องรักประทับใจ ให้ติดตามต่อไป ครับ)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 14:57

Life is not much, just a few fotos.


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 15:17

       ด้วยแรงแห่งบุพเพสันนิวาส มัจจุราชยังต้องเปิดทางรัก

คราวนี้เป็นอีกหนึ่งเรื่องรักยืนยงครึ่งศตวรรษจากอีกฟากฝั่งทวีป ครับ

           นำเสนอโดยสาวคนดัง ผู้ทรงอิทธิพล  Oprah Winfrey
         ผู้เลือก Love in the Time of Cholera ของนักประพันธ์รางวัลโนเบล  Gabriel Garcia Marquez
เป็นหนึ่งในนิยายรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
(หนังที่สร้างจากนิยายเรื่องนี้เข้าฉายในโรงบ้านเราไปเมื่อไม่นานนัก ตัวหนังไม่ประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้
และคำวิจารณ์ บางท่านกล่าวไว้ประมาณว่านิยายเรื่องนี้มีไว้ให้เสพโดยการอ่าน ไม่อาจแปลงมาเป็นหนัง
      เนื้อเรื่องเล่าถึงรักแรกฝังใจแต่ไม่สมหวังของชายหนุ่มที่มีต่อสาวงาม ผ่านห้วงกาลเวลานานนับครึ่งศตวรรษ
จวบจนทั้งสองล่วงสู่ปัจฉิมวัย)

      เรื่องรักต่อไปนี้เป็นเรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยาย Oprah กล้ารับประกันว่าเป็นหนึ่งแห่งเรื่องรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
เท่าที่เธอเคยนำเสนอออกอากาศในรายการของเธอตลอดช่วงเวลา ๒๒ ปีที่ผ่านไป

ปกสวย หนังไม่สนุก


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 15:23

          เหตุการณ์ย้อนกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  Herman Rosenblat วัย ๑๒ ปี และครอบครัวถูกกวาดต้อน
จากโปแลนด์ไปสู่ค่ายกักกันในเยอรมันนี
            ด้วยวัยเยาว์ เขาได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ตักขนศพเข้าเตาเผา โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า วันหนึ่งข้างหน้าเขาก็จะต้องกลาย
เป็นหนึ่งในร่างเหล่านั้น

            สองปีผ่านไปในค่ายกักกัน วันนั้นยังคงมาไม่ถึง วันหนึ่งเขาเดินไปที่รั้วลวดหนามและได้พบกับเด็กสาวข้างนอกรั้ว
           "เธอพูดว่า - เธอไปทำอะไรอยู่ในนั้น, ผมถามเธอไปว่า เธอมีอะไรให้ฉันกินบ้างมั้ย แล้วเธอก็หยิบแอ็ปเปิ้ลลูกหนึ่ง
ออกมาจากแจ็คเก็ท"
          เด็กสาวคนนั้นนำแอ็ปเปิ้ลมาให้เขาวันละผลทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลานานถึง ๗ เดือน
            จนถึงวันหนึ่งซึ่งเขาต้องบอกกับเธอว่า อย่ามาที่นี่อีก เพราะเขากำลังจะถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น
   
            "หยาดน้ำจากตาเธอรินไหล ในขณะที่ผมหันหลังกลับก้าวเดินไปจากเธอ น้ำตาผมก็เอ่อนอง ผมร้องไห้เพราะรู้ดีว่า
ผมคงไม่ได้พบเธออีกแล้ว" 

              Herman ถูกส่งไปอยู่ในค่ายที่เช็คโกสโลวเกีย และวันสุดท้ายวันนั้นของเขาก็มาถึง
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 15:30

        สองชั่วโมงก่อนที่เขาจะถูกส่งเข้าห้องรมแก๊ส  กองทหารรัสเซียได้บุกมาถึงค่ายนั้น เขาจึงรอดตายได้รับอิสรภาพ

         เกือบ ๑๕ ปีต่อมา Herman ได้งานทำอยู่ในนิวยอร์ก เพื่อนของเขาได้จัดการนัดบอดให้พบกับหญิงสาวนามว่า
Roma Radzika
        เขารู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดระหว่างกันในทันทีที่แรกเจอ เมื่อเริ่มการสนทนาถึงเรื่องราวชีวิตของแต่ละคน เธอถามว่า
เขาอยู่ที่ไหนในช่วงสงครามโลก

          "ผมบอกว่า - ผมอยู่ในค่ายกักกัน, เธอบอกว่า - ฉันเคยไปที่ค่าย และฉันได้พบกับเด็กชายคนหนึ่ง
ฉันได้ส่งแอ็ปเปิ้ลข้ามรั้วกั้นให้เขาอยู่หลายครั้ง"

        "วินาทีนั้น พลันผมรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยอิฐหนักนับตัน ผมถามเธอว่า
      - เด็กชายคนหนึ่ง ตัวสูงๆ ใช่ไหม, เธอตอบว่า
      - ใช่, ผมถามต่อไปว่า
      - แล้ววันหนึ่งเด็กคนนั้นบอกคุณว่า อย่ากลับมาอีกเพราะเขากำลังจะไปจากที่นี่แล้ว ใช่ไหม, เธอตอบว่า
      - ใช่, ผมจึงบอกเธอไปว่า
      - เด็กชายคนนั้นคือผมเอง

           Roma และครอบครัวได้ย้ายออกจากโปแลนด์มาอยู่ที่เยอรมันนีโดยใช้เอกสารปลอมปิดบังความเป็นยิว
และทำตัวเป็นคริสเตียนเพื่อจะได้ไม่โดนจับ ครอบครัวของเธออาศัยอยู่ในฟาร์มข้างค่ายกักกันนั้น เธอเล่าว่า
เมื่อเธอนำแอ็ปเปิ้ลและขนมปังไปให้เขาๆ จะบอกเธอว่า พรุ่งนี้ ฉันจะมาพบเธออีกนะ 

            เชิญอ่านต่อครับ

            "Well, what can I tell you? I proposed right then and there," Herman says.
          "I said, 'Look, I'll never let you go anymore. … Now that we're free we're
going to be together forever.'"
           
           In 1996, on The Oprah Show stage, Herman and Roma gave Oprah a moment
she'll never forget.
           Herman stood and addressed his wife:
 
           "Darling, you've fed me when I was hungry. You fed me when we were married.
You fed me…until now. But now I'm not hungry anymore, and I'm hungry for your love!"


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 15:40

           Herman และ Roma ครองคู่อยู่ยืนยาวมานานนับครึ่งศตวรรษ และต้นรักของทั้งสองยังคงงอกงามเติบโต
           ๑๑ ปีหลังจากที่ทั้งคู่ออกรายการของ Oprah ครั้งแรก  Herman ตั้งใจจะแสดงความยกย่องเธออีกครั้ง
คราวนี้เขาคุกเข่าลงแล้วกล่าวว่า
             
           "Sweetheart, it was 64 years ago when I first saw you," he says to Roma.

           "My mother came to me and said to me, 'I'm sending you an angel.'
And a couple of days later you appeared at the other side of the fence while I was in
a concentration camp.
            Then in 1957, 14 years later, I had a blind date, and it was you.
            Now our 50th anniversary is coming up.

            With this ring, my dear, I pronounce my love for you forever.
            And as this ring has got no end, my love for you doesn't have any end."

            "You have become the beautiful metaphor for what love can be,"
Oprah says. "For endurance, and fate and destiny."


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 24 ก.ค. 08, 02:20

เคยได้ยินเรื่องของดาราหนุ่มชาวสิงคโปร์ที่ชื่อ ปิแอร์ ไหมครับ  เค้าตัดสินใจบริจาคตับให้คนรักที่ชื่อแอนเดรีย  ซึ่งการบริจาคตับนั้นไม่เหมือนไต  เพราะไตมี 2 ข้าง เราตัดออกข้างนึงและสามารถใช่อีกข้างได้โดยไม่อันตรายมากนัก  แต่ตับมีอันเดียวต้องรีบเฉือนออก 1/3  และอันตรายมาก  แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาลังเลเลย  เพราะความรักที่มีต่อเธอนั่นเอง  และปาฏิหาริย์แห่งรักของเขาก็ทำให้เธอปลอดภัย  เรื่องจึงดังขึ้น  และคำให้สัมภาษณ์ของแม่เขาที่ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า "He makes us know what love is."   .......... ร้องไห้


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 12:01

          น่าจะเรียกว่าเป็นคู่สร้าง คู่สม กันนะครับ เพราะบริจาคอวัยวะให้กันได้
          กรณีบริจาคตับ แม้ว่าจะเฉือนตับออกไป แต่เซลล์ตับที่เหลือสามารถเจริญงอกงาม
กลับมาเท่าเดิมได้ ไม่เหมือนการบริจาคไตที่ผู้ให้จะเหลือไตข้างเดียว
          เคยได้ยินข่าว เด็กไทยลูกของอดีตดาราหญิงป่วยเป็นโรคความผิดปกติของท่อน้ำดี
ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนตับที่ต่างประเทศโดยมีผู้ให้เป็นบิดาของเด็กคนนั้น
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 12:08

       Fervent Love of Lives

          “ความมุ่งมั่นความรักต่อชีวิต  Fervent Love of Lives” เป็นรางวัลของมูลนิธิวัฒนธรรมและ
การศึกษาโจวต้ากวน ประเทศไต้หวัน ก่อตั้งโดย โจวจิ้นฮวา ในปี 2540 เพื่อเป็นการรำลึกถึง โจวต้ากวน
บุตรชายผู้มีจิตวิญญาณกล้าหาญต่อสู้กับโรคร้ายอย่างเข้มแข็ง ก่อนที่จะจากไปด้วยวัยเพียง 10 ขวบ

                โจวต้ากวนเขียนในบันทึกประจำวันว่า
      “หนูต้องกล้าผจญชีวิตต่อไป หนูจะต่อสู้กับมะเร็งเพื่อสุขภาพของหนู”
      “ชีวิตนี้สั้นนัก ควรหมั่นชื่นชมกับทุกสิ่งที่เรามีอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะคนที่เรารัก
เพราะเราอาจต้องเสียใจเมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่มีวันหวนคืน”
 
               ความหวังของเด็กน้อยนักสู้ รวมถึงการประดิษฐ์ "เครื่องเร่งขจัดมะเร็งพลังแสงอาทิตย์"
ความหวังที่จะปลุกเร้าให้คนทั้งโลกประกาศสงครามกับมารร้ายมะเร็ง
หวังว่าจะมีนักวิทยาศาสตร์ หมอผู้เชี่ยวชาญและนางพยาบาลมากกว่านี้
หวังให้ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัวเข้มแข็ง มีความมุ่งมั่นอย่างถึงที่สุด และ หวังว่าทุกคนบนโลกจะถนอมรัก
สุขภาพร่างกาย ศักดิ์ศรีของชีวิต และความสุขความปรองดองของครอบครัว
     
               มูลนิธิฯ  ส่งเสริมสนับสนุนการรณรงค์ความรักและมุ่งมั่นต่อชีวิตไปทั่วโลก เรียกร้องให้ทุกคนรักและ
ทะนุถนอมชีวิตของตน เคารพในชีวิตของผู้อื่น และร่วมจรรโลงชีวิต
              ทุกปีมูลนิธิคัดเลือกมอบรางวัลให้บุคคลประเทศต่าง ๆ ที่มีผลงานดีเด่นในการท้าทาย
ต่อสู้กับอุปสรรคในชีวิต
            รางวัลจากมูลนิธิฯ ประจำปี 2008 ได้มอบให้แก่ พญ.รสสุคนธ์ พุ่มพันธ์วงศ์ ผู้ทุ่มเทให้งานชีวบำบัดและต่อสู้กับโรคร้าย
            โจวจิ้นฮวา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิฯ เดินทางมามอบรางวัลนี้ให้แก่ พญ.รสสุคนธ์ ณ “บ้านสุขภาพ” อ.บ้านฉาง จ.ระยอง
ในวันที่ 22 ม.ค.นี้       
            พญ.รสสุคนธ์จัดตั้งบ้านสุขภาพ เพื่อให้คำแนะนำกับคนไทยเกี่ยวกับการปลูกผักอินทรีย์ และให้การปรึกษาการรักษาพยาบาล
กับผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ติดเชื้อ HIV ผู้ป่วยเบาหวานและผู้ป่วยพิการทางสายตา ด้วยผลงานส่งเสริมการเพาะปลูกผักอินทรีย์ปลอดสารพิษ
อันโดดเด่น จึงได้รับรางวัลจากองค์การอาหารและเกษตร หรือ FAO สหประชาชาติ เมื่อปี 2546.

เว็บมูลนิธิฯ http://www.ta.org.tw/English/a2.html
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 12:11

             หนึ่งแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ คือ รักในสรรพชีวิต รักที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ทั้งชีวิตตนและคนอื่น ที่ใช่และไม่ใช่ญาติ
เรื่องรักเรื่องนี้แตกต่างจากเรื่องอื่นเพราะปราศจากนางเอก มีพระเอกเป็นเพียงเด็กชาย นักกวีตัวน้อยที่อาจหาญต่อกรกับ
ผู้ร้ายตัวฉกาจ เจ้าปีศาจมะเร็ง 

             พระเอก - เด็กชายโจวต้ากวน * ผู้ที่ถ้าวันนี้ยังมีชีวิตอยู่ เขาคือหนุ่มน้อยวัย 20 ปีเศษ ผู้มีจิตใจเข้มแข็ง
มองโลกในแง่งาม
             แต่ในความเป็นจริง เขาจากโลกนี้ไปเมื่อ 11 ปีที่แล้ว หลังจากต้องเผชิญกับโรคร้ายด้วยวัยเพียง 9 ขวบ

          โจวต้ากวนเกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 1987 ที่ไทเป หลังจากที่พ่อและแม่ของเขาต้องพบสูติแพทย์ถึง 6 ปี
เพื่อทำกิ๊ฟท์ถึง 6 ครั้ง 
          เด็กน้อยจึงถือกำเนิดที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก เป็นบุตรคนหัวปีของครอบครัวโจว และเป้นเด็กที่ใครเห็นใครก็รัก
          เขาสามารถอ่านหนังสืออย่างคล่องแคล่วตั้งแต่อายุ 5 ขวบ หลงใหลในเสียงไวโอลิน และได้เป็นนักไวโอลินนำ
ของวงดนตรีประสานเสียงประจำโรงเรียนประถม     

          ชีวิตเป็นสิ่งเหนือจะคาด หลังกลับจากท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกา ช่วงปิดเทอมฤดูหนาวพร้อมครอบครัว
เด็กชายวัย 9 ขวบผู้นี้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งกล้ามเนื้อ (Rhabdomyosarcoma)
          เด็กน้อยต้องผ่านการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง ทำเคมีบำบัด 7 ครั้ง ฉายรังสี 30 ครั้ง แล้วยังต้องตัดขาไปข้างหนึ่ง
เขาอดทนต่อสู้กับโรคร้ายอยู่นานเกือบ 1 ปี ก่อนที่จะจากไปเมื่อเช้ามืดของวันที่ 18 พฤษภาคม 2540 (1997)
ด้วยวัยเพียง 10 ขวบ
            ช่วงที่เด็กชายนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เขาได้เขียนบทกลอนรวม 42 บท บรรยายถึงการต่อสู้
เพื่อให้ชีวิตดำรงอยู่ บอกเล่าความคิด ความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานด้วยความเจ็บปวด
ทั้งร่างกายและจิตใจ
           โจวต้ากวนเผยความรู้สึกและประสบการณ์การต่อสู้กับโรคร้ายผ่านบทกวีง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญ
ไม่ตัดพ้อต่อโชคชะตากรรมของตัวเอง ด้วยดวงใจดวงน้อยบริสุทธิ์ มองโลกในแง่ดี แม้ในวันที่เขาเจ็บหนักเจียนขาดใจ
           


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 12:21

             เด็กน้อยเผชิญโรคร้ายอย่างกล้าหาญ เขาไม่ยอมปล่อยใจให้หม่นหมอง และไม่ยอมปราชัย
ด้วยการยอมรับความทุกข์ที่โรคนั้นนำมา ตรงกันข้ามเขารู้ดีว่า “สุขหรือทุกข์อยู่ที่การเลือกของเขาเอง”
           เมื่อจะเข้าห้องผ่าตัด เขาจึงเลือก “เด็กผู้หญิงสงบ” และ “คุณอามั่นคง” เป็นเพื่อนแทนที่จะเลือก
“เด็กชายกังวล” และ “คุณน้าหวาดหวั่น”
           เมื่อถูกผ่าตัดขาข้างหนึ่ง เขาจึงคิดใหม่ ทำให้รู้สึกดีด้วยซ้ำว่า “ฉันยัง(โชคดีที่)มีขาอีกข้างหนึ่ง”
เพราะยังมีคนอื่นที่ขาพิการทั้งสองข้าง
           ด้วยการเลือกของเขา ทำให้เขาสามารถมองมะเร็งด้วยสายตาที่เป็นมิตร
จนถึงกับคิดจะสอน “มารร้ายมะเร็ง” ให้รู้จักเล่นไวโอลิน ด้วยเหตุผลว่าคนที่เล่นไวโอลินเป็นย่อมทำตัวเลวไม่ได้

          บทกลอนของเขาได้รับการรวบรวมเป็นหนังสือบันทึกบทกวีของเด็กน้อยที่เปี่ยมด้วยความหวัง
ไม่ระย่อท้อต่อโรคร้าย  หัวข้อของบทกลอนเหล่านี้มีเรื่องที่บรรยายเกี่ยวกับแพทย์พยาบาล ประวัติการรักษา และ
ความอิ่มเอิบใจที่มีต่อชีวิต สุขภาพและเสรีภาพ ตลอดเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา

        รวมบทกวีของเขาเขียนเป็นภาษาจีน ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์หย่วนหลิวของไต้หวัน ก่อนจะมีการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ
เช่น เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซียและอาหรับ มียอดขายกว่า 2 ล้านเล่ม


(* ชื่อโจวต้ากวน  ปรากฏในประวัติศาสตร์แถบบ้านเรา เป็นชื่อผู้บันทึกการเดินทางของคณะทูตในราชวงศ์หยวน
มาเยือนเขมรเมื่อประมาณเจ็ดร้อยปีที่แล้ว)


บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 14:19

        บางบทกวีของโจวต้ากวน แปลจากเว็บตามต้นฉบับภาษาอังกฤษ ครับ

Lonely Hospital Room

In a hospital, in the depths of the mountains,
there is a very small cancer room,
a child,
hoping desperately:
my illness quickly be healed,
quickly leave,
go home, go to school,
play the violin,
with everyone together,
everying would then be fine.

ที่โรงพยาบาล ในหุบเขาลึก
ยังมีห้องผู้ป่วยโรคมะเร็งห้องเล็กๆ
เด็กน้อยคนหนึ่ง
กับความหวังอย่างยิ่งว่า
อาการป่วยของผมจะหายวันหายคืน
หายโดยไว
จะได้กลับบ้าน ไปโรงเรียน
ได้สีไวโอลิน
อยู่กันพร้อมหน้าทุกคน
แล้วทุกอย่างก็กลับมาดีเหมือนเดิม

"นอกหน้าต่าง"

Outside the Window     ข้างนอกหน้าต่างห้องผู้ป่วยมะเร็ง
Outside the cancer room windows,
blue sky,     ท้องฟ้าสีฟ้าสวย
sun high,     ดวงตะวันลอยอยู่สูง
I so want to go out,     ผมอยากจะออกไปข้างนอกเหลือเกิน
Aunt nurse won't allow,      แต่คุณน้าพยาบาลไม่ยอม
Uncle doctor won't allow.     คุณอาหมอก็ไม่อนุญาต

Outside the cancer room window,     ข้างนอกหน้าต่างห้องผู้ป่วยมะเร็ง
stars twinkle,     ดาวกระพริบ
moonlight glows,     จันทร์กระจ่าง
I so want to go out,     อยากจะออกไปข้างนอกเต็มที
Aunt I.V. cuffs,     น้าสายน้ำเกลือล่ามไว้
Uncle Oxygen Tent covers.     อาอ็อกซิเจนขังไว้

        เด็กน้อยป่วยด้วยมะเร็ง ขณะได้รับการรักษาด้วยเคมีและรังสีบำบัด
เม็ดเลือดขาวจะลดต่ำลง ต้องอยู่ในห้องแยกคนเดียวเพื่อป้องกันการติดเชื้อ
        หนูน้อยคงจะได้รับการให้ออกซิเจนโดยนอนในเต๊นท์พลาสติกใส
และมีท่อให้อ๊อกซิเจนเข้าไป
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 14:35

Cancer Devil Don't Be Proud

Cancer Devil is so proud,
in my body's every corner,
shouting loudly, yelling out,
I scream at Cancer Devil back:
Who fears you!
Don't be proud!
Soon you’ll beg for mercy!
I have Mum and Dad, nurses, doctors and faith backing me;
I also have:
Radiotherapy nuclear bombs,
chemotherapy missiles,
surgery guns.
Radiotherapy, chemotherapy, surgery, faith
together rush forward,
plop,
Cancer Devil goes 'bye-bye'.
 
    ปีศาจมะเร็งช่างหลงทะนงตน
เจ้าแพร่ไปทั่วร่างกายฉัน
ตะโกนก้อง เสียงร้องลั่น       
ฉันตะคอกเจ้าปีศาจมะเร็งกลับไป
ใครกลัวเจ้า               
อย่าทะนงไป
อีกไม่ช้าเจ้าจะต้องร้องขอความเมตตา
ฉันมีแม่ มีพ่อ คุณพยาบาล คุณหมอ และศรัทธามั่นเป็นกำลังหนุน
ฉันยังมี
ระเบิดนิวเคลียร์รังสีรักษา
จรวดเคมีบำบัด
ปืนศัลยกรรม
ศรัทธามั่น
พร้อมกันพุ่งปะทะ
ร่วงผล็อย
เจ้ามะเร็งถอย บ๊าย บาย

-----------------------------------------------------------
         เมื่อเขาต้องถูกตัดขา เขายอมรับชะตากรรม และบันทึกไว้ว่า

Beethoven, two deaf ears,
Jeng Lung Sheei*, two blind eyes,
I still have one leg
I want to stand on the Earth. 
 
Helen Keller**, two blind eyes,
Jeng Feng Syi***, two disabled legs.
I still have one leg,
I want to walk all over the beautiful world. 


เบโธเฟน หูหนวกทั้งสองข้าง
เจิ้งหลุงชิ ตาบอดทั้งสองข้าง
ตัวผมยังมีขาอีกหนึ่งข้าง
ผมอยากจะยืนบนพื้นโลก

เฮเลน เคลเลอร์ ตาบอดทั้งสองข้าง
เจิ้งเฟิงสี่ ขาพิการทั้งสองข้าง
ผมยังมีขาอีกหนึ่งข้าง
ผมจะเดินไปให้ทั่วบนโลกที่งดงามใบนี้

*A visually impaired Taiwanese congressperson.
***One of the 'Best Ten Youths of the Year'.
**Helen Adams Keller (June 27, 1880 – June 1, 1968) was an American author,
activist and lecturer. She was the first deafblind person to graduate
from college.


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.154 วินาที กับ 19 คำสั่ง