เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 6897 อยากทราบประวัติแม่น้ำปิงครับ
ลูกแม่ปิง
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 04:08

คุณสอบว่าเล่าเรื่องได้ไพเราะสละสลวย
ผู้อ่าน "คนเมือง" ยิ่งได้อรรถรสทางภาษา
เพิ่มขึ้นไปอีก

เคยไปเดินดอย แวะลงเล่นต้นน้ำแม่ปิงที่เชียงดาว
เป็นห้วยเล็กๆไหลรินเย็นใส
แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเมื่อได้เห็นทะเลสาบ
เหนือเขื่อนภูมิพล ประจักษ์ต่อตาต่อใจจริงๆว่า
ป่าดอยซึมซับกำเนิดสายน้ำหล่อเลี้ยงชุมชน
อย่างที่ตำราเรียนบอกไว้จริงๆ

ถามหน่อยค่ะว่าในความคิดเห็นที่สิบสี่ หมายความว่าหลังจากสร้างเขื่อนภูมิพลแล้ว น้ำแม่แจ่มไหลลงทะเลสาบแม่ปิง แทนที่จะไหลไปบรรจบกับน้ำปิงที่สบแม่แจ่ม (ซึ่งตอนนี้อยู่ใต้ทะเลสาบแม่ปิง) เข้าใจถูกมั้ยคะ

เคยไปเที่ยวออบหลวงมาแล้ว งามจับใจจริงๆค่ะ
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 20:35

เข้าใจถูกต้องแล้วครับ ตั้งแต่สร้างเขื่อนภูมิพล สบแม่แจ่มหรือปิงสบแจ่มที่พระนางจามเทวีเคยขึ้นฝั่งที่นี่ หรือที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเคยมาประทับเปลี่ยนถ่ายเรือแพก็จมหายอยู่ใต้น้ำ จมหายไปพร้อมกับเวียงสร้อยศรีสุข และเมืองเก่าเรื่องเล่าต่างๆ อีกเยอะแยะ

ผมชอบน้ำแม่ปิงมาก  และก็ชอบคนละแบบกับน้ำแม่แจ่ม  จากสายน้ำที่สงบนิ่งบนแม่แจ่ม  สายน้ำเดียวกันนี้แสดงพลานุภาพอย่างเต็มที่ยามผ่านโขดหิน และไหลซอนเซาะหินผากลายเป็นออบหลวงอย่างที่เห็นนั้นแหละครับ
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 20:36

มอบเพลงนี้ไว้ให้ร้องเล่นๆ แล้วกัน ผมว่าแทนความหมายของน้ำแม่แจ่มได้ดีทีเดียว
------------------แม่น้ำความรัก -----------------
จากดอยเหนืออันเหน็บหนาว
อุ่นแดดพราวจากราวป่า
ทั้งเธอและเขาเติบโตมา
เยียะไฮ่ไถนาประสาขาวไพร

เธอรอด้วยใจไหวหวั่น
ขอคำมั่นรักเดียวจริงใจ
ควายหงานตัวงามเขามอบไว้ให้
แล้วได้ฮ่วมเฮือนฝนเยือนฟ้าเย็น
เหมือนแม่น้ำที่ไหลล่องไป
เหมือนใบไม้ร่วงรายลงดิน
บ่มีวันจบ บ่มีวันสิ้น
อยู่เกิ๋นเวลา เกิ๋นจีวิตเฮา
ต้นฮักอันเฮาได้ปลูกฝังไว้
บ่มีวันตาย มีแต่เติบโตใหญ่

สองเฮาฮักกันพันผูก
แก้วตาลูกเงา เฮาฉายเด่น
ฤดูเดือนเลื่อนลาหลีกเร้น
น้ำยังไหลเย็นใบไม้หล่นลอย

สองเฮาฮักกันมั่นแก่น
ยิ่งนานยิ่งแน่น
บ่มีเสื่อมถอย
ฤดูเดือนเคลื่อนคลาคลาดคล้อย
แม่น้ำสายน้อยยังอยู่คู่ไพร

ในคืนอันเหน็บหนาว
ผัวเฒ่านอนยาวเฮือนเย็นเฮือกใหญ่
ลูกเมียพร้อมหน้า ผัวเฒ่าลาไกล
เมียกุมมือไว้มือใหญ่ มือแฮง

คืนหนาวคราวใกล้สาง
ผัวเฒ่าบอกนางอย่าได้กิ๋นแหนง
แม่น้ำความฮักความแพง
ยังคงไหลแรงกู่ฟ้ากู่ดิน
แม่น้ำความฮักความแพง
ยังคงไหลแรงกู่ฟ้ากู่ดิน
(คำร้อง-ทำนอง โดยทอดด์  เลาว์เวลล์
เขียนคำไทยโดยมาลา  คำจันทร์
ขับร้องโดย สุนทรีย์ เวชานนท์)

………………..
บันทึกการเข้า
เบิ้ม
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 13 ม.ค. 01, 14:18

ผมชอบคำตอบคุณสอบวาจริงๆ
ไปตอบหรือ post อรไรไว้ที่ไหนบ้างอีกไหม
อยากตามไปอ่านครับ
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 14 ม.ค. 01, 02:07

ขออนุญาตขอออกนอกเรื่องหน่อยได้มั้ยคะ  ไหนๆมีเพลงแม่นำ้กันแล้ว  ขอให้ครบชุดเลยได้มั้ยคะ  เคยได้ยินคนลาวอพยพร้องเพลง สองฝั่งโขง
ให้ฟังค่ะ  แต่ลืมไปแล้วว่าเนื้อเพลงเป็นอย่างไร  จำได้นิดหน่อยค่ะ  ขึ้ืนต้นว่า

"ของสองฝั่ง  กั้นกลางด้วยสายนที
แต่ประเพณีนั้นบ่ไกลกัน
ซาดลาวและไทย ก่อนนั้นเคยได้สัมพันธ์
ร่วมสายโลหิตเดียวกัน เพียงนำ้เท่านั้นมากั้นแบ่งกลาง"

จำได้แค่นี้ค่ะ  ไม่ทราบคุณสอบวาเคยได้ยินมั้ยคะ
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 15 ม.ค. 01, 18:24

คุณเบิ้มครับ ผมก็เพิ่งเข้ามาได้แค่หนึ่งอาทิตย์กับสามวันเองครับ

มาช่วยคุณพวงร้อยเธอตอบเรื่องเนียมในกระทู้จีบพลูข้างล่าง

แต่ถ้าจะลองไปเที่ยว “แม่น้ำความรัก” ตามความคิดของผม ก็ลองแวะไปอ่านเรื่อง “จุลกฐินแม่แจ่ม : รอยอดีตเหนือม่านหมอก “ อยู่ในคลังกระทู้เก่าของ BP  http://pantip.inet.co.th/cafe/blueplanet/topicstock/E719871.html' target='_blank'>http://pantip.inet.co.th/cafe/blueplanet/topicstock/E719871.html



คุณพวงร้อย ผมส่งมาให้ตามคำขอครับ แล้วถ้าจะแวะไปเที่ยวหลวงพระบางก็แวะไป

เยี่ยมยามหลวงพระบางได้ที่คลังกระทู้เก่าเหมือนกันครับ

http://pantip.inet.co.th/cafe/blueplanet/topicstock/E705580.html' target='_blank'>http://pantip.inet.co.th/cafe/blueplanet/topicstock/E705580.html
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 15 ม.ค. 01, 18:25

เพลง “สองฝั่งโขง”

สายนทีรินหลั่งจากฟ้า
แบ่งพสุธาเป็นซ้ายและขวาสองฝั่ง
หากน้ำกั้นขวางก็บ่สำคัญ
แต่ความสัมพันธ์ของเฮามั่นคงเรื่อยไป

เถิงไกลกันคนละฝั่งของ
ต่างหมายปองดองมุ่งหวังทั้งสองจนได้
หากความใฝ่ฝันหมั้นสุดหัวใจ
ปักฝังทรวงในเหมือนใจดวงเดียวกัน…..

โขงสองฝั่งกั้นกลางด้วยสายนที
แต่ประเพณีนั้นบ่ต่างกัน
ซาดลาวหรือไทย
ก่อนนั้นเคยได้สัมพันธ์
ร่วมสายโลหิตเดียวกัน
เพียงน้ำเท่านั้นมากั้นแบ่งกลาง

*ขอฟ้าดินช่วยเป็นสักขี
โปรดคิดปราณีจึงอย่าได้เหินห่าง
อย่าให้สัมพันธ์นั้นต้องจืดจาง
ฝากฝังชีวี…เหมือนนทีสองฝั่งเอย

--------------------------------------------------------------

พิมพ์ตามสำนวนเก่าครับ
ปองดอง = ปรองดอง เถิง = ถึง  ซาด = ชาติ  หมั้น คำนี้มาจากคำเต็มว่า “หมั้นยืน”  ในคำไทยก็เขียน มั่นยืน แต่ว่าความหมายของลาวเค้าลึกซึ้งกว่า คล้ายๆ กับว่ากี่หมื่นแสนภพก็ยังคงอยู่ตลอดไป ไม่มีเปลี่ยนแปร (ใช้ในความหมายของผู้บ่าวรักผู้สาวและในความหมายความผูกพันกับแผ่นดินเกิด)
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 08:56

ขอบคุณมากค่ะ คุณสอบวา  ดีใจจริงๆ เพราะอยากได้เพลงนี้มานานแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.035 วินาที กับ 19 คำสั่ง