ตามรอย หัวจักรรถสายปากน้ำ

<< < (12/17) > >>

กุ้งแห้งเยอรมัน:
เหงือกปลาหมอเป็นพืชชายน้ำ คนบ้านดิฉันเขาเรียกหนามปลาหมอค่ะ เพิ่งจะทราบจากเรือนไทยนี่หละค่ะว่า เขาเรียกอีเกร็งอีกชื่อ
..
เวลาเล่นขายของ มีต้นไม้ข้างทางที่เห็นเจนตาหลายประเภท ประเภทที่ไม่อยากเอามาเล่นก็มีใบหนามปลาหมอนี่หนึ่งละ แต่มันก็สวยดี เด็กๆ เรายังงงอยู่ว่า หนามนี้มีไว้เพื่อไร ใช้ประโยชน์ไม่ได้เสียเลย
จะขึ้นแทรกตามแนวป่าจาก ลำพู ข้างทางค่ะ
อย่าว่าแต่นางจะเกรงเลย เด็กๆก็เกรง เพราะจงอยหนามคมกริบ

CrazyHOrse:
ผมเคยค้นเรื่องบางเหี้ยบางบ่อตอนหาข้อมูลกระทู้นิราศเมืองแกลงผ่านดาวเทียม

เท่าที่ค้นเจอ บางเหี้ยได้ชื่อใหม่ว่าคลองด่านในสมัย ร.๕ แต่ไม่ได้เจอหลักฐานว่าเป็นชื่อพระราชทานครับ หากคุณปากน้ำเจ้าพระยามีข้อมูลตรงนี้เสริมจะขอบคุณมากเลยครับ

พูดถึงคลองด่าน ได้ยินชื่อนี้ ใครไม่คุ้นเคย อาจจะสับสนกับคลองด่านอีกคลองคือคลองสนามไชยที่แยกออกจากคลองบางกอกใหญ่(บางหลวง) คลองด่านนั้นขุดลอกในรัชกาลที่ ๔

นึกแปลกใจอยู่่ว่าหาก ร.๕ ทรงพระราชทานชื่อบางเหี้ยเป็นคลองด่านจริง ก็น่าจะเป็นชื่อที่เจาะจงกว่านี้สักหน่อยครับ เพราะคลองด่านอีกคลองก็เป็นคลองสำคัญเหมือนกัน อดคิดไม่ได้ว่าเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกจากโลกทัศน์ของคนที่รู้จักแต่คลองในละแวกของตัวเองครับ จะซ้ำกับที่อื่นบ้างก็ไม่เป็นไร เพราะใช้สื่อสารกับคนในพื้นที่ได้ก็พอแล้วครับ

ปากน้ำเจ้าพระยา:
ผมเริ่มกลัวอย่างที่คุณ Hotacunus ได้ให้ความเห็นเรื่อง การหาที่มาโดยพยายาม ลากศัพท์จากชื่อปัจจุบัน ไปหาเรื่องราว

เรื่องที่ ร.๕ พระราชทาน ชื่อ บางเหี้ยเป็นคลองด่าน มีอยู่ในหนังสือหลายเล่มในปากน้ำ เล่มหนึ่งที่จำได้ น่าจะเป็นเรื่องสมุทรปราการ ของคุณสังข์ พัฒโนทัย แต่ข้อมูลที่น่าจะเกี่ยวข้องโดยตรง ก็น่าจะเป็นเรื่องการเสด็จ วัดบางเหี้ยนอก โดยหนังสือประวัติที่ทางวัดทำเอาไว้ มีอยู่ว่า

คลองบางเหี้ยที่ปากน้ำ เป็นคลองที่แยกจากคลองสำโรง ออกสู่อ่าวไทย เมื่อมีการตั้งชุมชนปากคลอง ตรงปากอ่าวไทย ชาวบ้านในที่นี้จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านบางเหี้ย” ที่นี่มีวัดก็ตั้งชื่อว่า วัดบางเหี้ย มี ๒ วัด คือ วัดบางเหี้ยใน กับ วัดบางเหี้ยนอก สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่วัดบางเหี้ยนอก มีเกจิอาจารย์ชื่อดัง ชื่อ พระครูปาน (หลวงพ่อปาน)

บ้านบางเหี้ย มีปัญหามาตลอดในเรื่องน้ำทะเลหนุน ทำให้มีสัตว์ประเภท เหี้ย ตะกวด และตะเข้ เข้าคลอง ทางราชการจึงได้เข้าช่วยเหลือโดยการสร้างประตูกั้นน้ำเค็ม แต่การก่อสร้างมีปัญหากั้นน้ำไม่อยู่  ซ่อมอย่างไรก็ชำรุดทุกปี พระครูปานได้นำดิน ๓ ก้อน ขึ้นมาบริกรรมคาถา แล้วหย่อนดินทั้ง ๓ ก้อนลงไปในประตูน้ำ ปรากฏว่า ประตูน้ำไม่เกิดน้ำรั่วอีกต่อไป
 
ในปี พ.ศ. ๒๔๔๓  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปที่ตำบลบางเหี้ย จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่จะทำพิธีเปิดประตูน้ำใหญ่ที่ตั้งอยู่ในคลองบางเหี้ย ปรากฏว่าทรงประทับอยู่ที่คลองด่านถึง ๓ วัน (ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดฯให้เปลี่ยนชื่อ ตำบลบางเหี้ย เป็น ตำบลคลองด่าน คลองบางเหี้ย เป็นคลองด่าน และอำเภอบางเหี้ย เป็นอำเภอคลองด่าน ) ...

ปากน้ำเจ้าพระยา:
ถ้าเป็นข้อมูลในจดหมายเหตุต่างๆ การเสด็จประทับวัดบางเหี้ยนอก ถึง ๓ คืน คิดว่าน่าจะมีข้อมูลเรื่องนี้อยู่นะครับ

ประตูที่กั้นคลองนั้น มีชื่อเรียกกันปัจจุบันว่า “ประตูน้ำชลหารวิจิตร”
วัดบางเหี้ยบน หรือวัดบางเหี้ยใน (ปัจจุบัน คือ วัดโคธาราม) เป็นวัดน้ำจืดเพราะอยู่เหนือประตูน้ำ
และวัดบางเหี้ยล่าง หรือ วัดบางเหี้ยนอก (ปัจจุบัน คือ วัดมงคลโคธาวาส) เป็นวัดน้ำเค็มเพราะอยู่ใต้ประตูน้ำ

ชื่อวัดทั้งสองที่ดูน่าฟังขึ้น ก็มาจากคำว่า โคธา ที่แปลว่า เหี้ย นั่นเอง
(รู้สึกว่า ผมจะพิมพ์คำไม่สุภาพหลายครั้งเหลือเกิน) 

Hotacunus:
บางเหี้ย ถ้าแปลเป็นคำเก๋ๆ ก็คงเป็น โคธาสถาน  ;D

เอาศัพท์มาฝากครับ

गोधा (โคธา)

ग = ค
ो = โ
ध = ธ
ा = า

ผมมาสะกิดใจตรง "มงคลโคธาวาส" มีคำว่า "มงคล" ด้วย แสดงว่า ผู้ตั้งชื่อวัดยังติดใจคำว่า โคธา นี้ เป็นคำไม่ดีอยู่กระมัง  ;D

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว