เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 43264 กรุเรื่องเก่า สาวครีเอทีฟ
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 90  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 00:40

 โกรธ โกรธ โกรธ รู้นะ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1876



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 91  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 08:56

โฆษณานมที่จำได้แม่นคือ

นมตรามะลิ ใหม่และสด
ทุกทุกหยด รสดีเสมอ

อันนี้เพิ่งจะเคยได้ยินเมื่อไม่นานมานี้เองนะเนี่ย แฮ่ๆ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 92  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 09:15

เอ! โฆษณานมที่คุณ CH ว่านั้น แถวบ้านผมเนื้อร้องต่างกันนิดเดียว จาก ตามะลิ เป็น ยายมะลิ

โฆษณานมยี่ห้อนี้ฟังแล้วได้รสชาติมากๆ ตอนที่บอกว่า "ขาวข้น หวานมัน"
แล้วก็เอาอิ๋วจาก้วยจุ้มลงไป ยกขึ้นมาให้เห็นว่า ข้นมัน แค่ไหน
(นึกแล้วอยากกินขึ้นมาทันใด)

โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับข้องกิน ต้องทำให้คนดูเกิดความรู้สึกอยากบริโภค
ต๊อก ต๊อก ต๊อก
"เสียงอะไร"
"เสียงสับหมู"
ฟืดดดดดดดดด
"หอมอาราย"
"หอมหมูสับ"
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 93  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 09:21

ภาษาภาพ กับภาษาเสียง สองภาษาประกอบกัน มันแรงค่ะ
ยกตัวอย่าง ซอสแม็กกี้ คงจำได้
โคลสอัพไข่ดาวสีสวย น่ารับประทาน
เหยาะแม็กกี้ลงไปสองหยด
เพลงขึ้นว่า
"หอมอร่อย.. เหยาะนิดหน่อย อร่อยทุกจาน"
เฮ้อ... เท่านั้นหละ จำกันแม่น
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 94  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 10:06

สำคัญที่พรีเซ็นเตอร์ด้วยครับ
ถ้าคุณชายถนัดศรีเป็นพรีเซ็นเตอร์
ต่อให้บอกว่าแค่ข้าวสวยร้อนๆ
คลุกน้ำปลายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งก็อร่อยเหลือรับประทาน
เราก็น้ำลายสอตามท่านได้เหมียนกัน
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 95  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 11:01

เรื่องของโฆษณาอาหาร เขียนเก็บไว้ได้อีกเล่ม ถ้าสมองยังคม จะพยายามขุดกรุมาเล่าอีกค่ะแบบเจาะลึก
เราพูดถึงเรื่องของเพลงกันมาแล้ว น่าจะเลยไปคุยเรื่องของการทำโพรดัคชั่นค่ะ
ก่อนอื่น ขอตบด้วยเพลงอาหารอีกเพลง จำการออกตัวของน้ำมันพืชกุ๊กได้ไหมคะ ที่มีตัวการ์ตูนโลโกโดดไป โดดมา พร้อมเพลงร้อง ที่มีชื่อสินค้าเป็นสิบครั้ง สร้างการรับรู้ของผู้บริโภคได้ชะงัด กุ๊กๆๆๆๆ กุ๊กปรุงอร่อย กุ๊กถูกใจ
กุ๊กๆๆๆๆ
ใช้แต่กุ๊ก สุขกายใจ

แบรนด์อแวเนสสูงมาก ที่จริงกุ๊กเกิดหลังทิพ ทิพเป็นน้ำมันพืชชื่อดี มีความหมายทั้งไทยและฝรั่ง
เพลงของทิพ ที่ดิฉันจำได้เสมอ เป็นเสียงร้องของคุณแป้น วรางคณา คนเขียนคำโฆษณาหรือสาวครีเอทีฟอีกคนของวงการค่ะ
เคล็ดลับเหล่านี้
นี่แหละสำคัญ
ต้องใช้น้ำมัน พืชทิพ

จำได้ไหมคะ
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 96  เมื่อ 09 พ.ค. 08, 19:18

ก่อนจะไปโพรดัคชั่น เล่าเรื่องพี่เมาประจำที่ฟาร์อีสท์หน่อยสิครับ ความประพฤติคล้ายๆพวกหน้าพระลานนะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 97  เมื่อ 10 พ.ค. 08, 09:49

พี่เลี้ยงคนแรก
เป็นความโชคดีของดิฉัน ที่ได้พบพี่เมาเขาเมื่อได้ทำงานที่ฟาร์อีสท์
พี่เมาน่ะ เขาไม่ได้จบหน้าพระลานหรอก เขาเป็นหนุ่มจามจุรี หัวใจสีชมพู หน้าตาก็อมชมพู ไม่ใช่เพราะเมานะคะ แต่เพราะผิวดีมาก แก้มงี้ไซ้ ใส.. นัยว่าเมื่อก่อนไม่ได้ผ่องอย่างนี้หรอก
แต่เพราะซุกซน เอาหน้าไปใกล้ลูกโป่งที่ระเบิดเข้า จำไม่ได้ว่าฝีมือใคร
ผิวเลยลอก..
ฮ่าฮ่า นี่คือเรื่องจริง
ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ดิฉันก็ทันเห็นหลังพี่เขาไวๆ เนื่องจากเป็นนักกลอนสจม.ค่ะ
แล้วนักกลอนสจม.ก็เหมือนนักว่ายน้ำสจม.แหละ คือ ต้องระดับเซียน มีมุข มีลูกล่อลูกชน รุ่นดิฉันน่ะ เพื่อนที่คณะในทีมกลอนของเรา มีติดนักกลอนสจม.ดูเหมือนจะแค่สองคนค่ะ นั่นหมายความว่าเมื่อมีแข่งระหว่างมหาวิทยาลัย เราจะต้องลงด้วย แล้วรุ่นนั้น ฝีปากแข็งๆก็มีศิลปากร กับธรรมศาสตร์ค่ะ
ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ประสานมิตร เกษตร จะไม่น่ากลัวนะคะ
กลอนของเขาหวานมาก พี่เมาคนนี้ ผิดกับหน้าตาอันแสนจะออกหยิ่ง ทรนง ซึ่งเป็นธรรมดาที่ชายหนุ่มชมรมวรรณศิลป์
ที่สิงสถิตย์อยู่ใต้ถุนศาลาพระเกี้ยวเขามักจะนิยมเก๊กกัน
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 98  เมื่อ 10 พ.ค. 08, 10:03

ดิฉันน่ะ เจอพี่เก๊กๆอยู่หลายคนในชมรม สองในบรรดาขี้เก๊กเป็นนักโฆษณาทั้งคู่ เมื่อสอบผ่านเข้ามาทำงานได้เพราะเขียนสป็อตกระบอกไฟฉายได้ถูกใจคนรับเข้าทำงาน ก็ได้มาเจอพี่เมาคนนี้
ต้องบอกก่อนว่า พี่เขาไม่ค่อยเข้ามานั่งประจำที่โต๊ะทำงานหรอก วันๆ กว่าน้องนุ่งที่หวังพึ่งใบบุญจะได้เห็นหน้า ก็ต้องรอพระมาโปรด
ดิฉันก็เลยต้องมาทำงานแบบตามมีตามเกิด เขียนสป็อตทีไร ถูกอาแปะแกแก้จนมึน ถามตัวเองว่า ถ้าตูไม่มีฟาสามารถขนาดนั้น แล้วรับตูมาทำไมหว่า
เฮ้อ..เด็กใหม่ไฟแรงเริ่มหมดกำลังใจค่ะ
...
กำลังคิดจะลาออกอยู่วันสองวัน ก็ดันโชคช่วย แน่ะ!มีการรีออแกไนซ์ สลับจัดโผ แบ่งเป็นกลุ่ม ดิฉันได้เข้ามาเป็นลูกน้องโดยตรงของคุณพี่เมาเขา เท่านั้นหละ มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว มีการแบ่งสินค้ากันรับผิดชอบ เขียนอะไรไป ก็ดูเหมือนจะดี หรือไม่ทันเขียนให้ดี พี่แกก็เขียนเองเสียเลย แล้วให้เราดูและวิจารณ์ว่าชอบอันไหน แหม อย่างนี้เขาเรียกว่า เคมิสทรี่ลงกัน มีการยอมรับกัน เป็นการสอนไปในตัว
ผสมผเสเหมือนได้พี่เลี้ยงค่ะ ประทับใจมากนะคะ สำหรับการเริ่มต้นในอาชีพใดก็ตาม
ทำให้เรามีโอกาสเรียนแบบครูพักลักจำน่ะค่ะ ไม่ใช่มานั่งติวกันโต้งๆ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 99  เมื่อ 10 พ.ค. 08, 10:29

พี่เมานี่หละที่ทำให้ดิฉันได้มีโอกาสเสนองานเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนที่ทำงานจนเกือบไม่พ้นโปร ไม่มีการสกัดดาวรุ่งแต่อย่างใด เมื่อเสนองานลูกค้าที่ว่าหินสุดๆผ่านได้
คำชมที่ออกมาจากนายห้างเทียม ย่อมมาถึงหูเขา
ในฐานะหัวหน้า ที่มีกิตติศัพท์ของความที่อารมณ์ไม่อยู่กับร่องกับรอย ติสท์แบบหน้าพระลานเดิม ซึ่งไม่เป็นผลบวกเท่าไหร่มาก่อน
แต่ตอนนั้นเป็นผลดีแล้ว ดิฉันกลายเป็นลูกน้องของพี่เมาคนเก่งค่ะ
ดิฉันภูมิใจมาก..
เพราะดิฉันรู้สึกว่า ไม่ได้เขา เราก็ไม่มีโอกาส
..
ครีเอทีฟไม่ใช่อยู่ๆจะนั่งเทียนเขียนโฆษณาออก ต้องไปต่างจังหวัด พบลูกค้าทั้งยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซึ่งคุมกลไกการจำหน่ายสินค้ายุคนั้น พบโฆษกเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างบริษัทสหพัฒน์กับเขา เดินท่อมๆคุยกับชาวบ้านแท้ๆ เพื่อสอบถามการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เราทำโฆษณา
ก็มีพี่เมานี่หละที่ไปด้วย ช่วยกันอีกแรง
ดิฉันซึมซับสไตล์ของเขามาโดยไม่รู้ตัว..
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 100  เมื่อ 11 พ.ค. 08, 08:37

ที่จริงก็ไม่ได้อยากเรียกเขาว่าพี่เมาหรอก เขามาเห็นก็อาจจะคิ้วขมวด กรามขบกันเป็นสันนูนแบบพระเอกนิยายสมัยโดมผู้จองหองด้วยซ้ำ ว่าดิฉันไม่มีปัญญาไปหาชื่อดีกว่านี้มาตั้งหรือไง ชะชะ
แต่จะบอกว่า ช่วงที่ไปต่างจังหวัดด้วยกัน ก็ได้เขานี่หละ ในฐานะเพื่อนร่วมงาน และพี่ชายที่ทำให้อบอุ่นใจ มีขำๆบ้างก็ตอนชอบหว่านเสน่ห์นางงามที่เราส่งประกวด แต่ในเรื่องของงานนั้นไปได้สวยมาก
และเราก็ได้เห็นตัวจริงๆของเขา ว่าไม่ได้แย่อย่างที่ใครๆบอกต่อๆกันมา
..
เนื่องจากเราทำโฆษณาสบู่ ที่ขายเรื่องผิวพรรณ สิ่งที่จะช่วยโปรโมทสินค้าอย่างหนึ่งคือการส่งนางงามประกวดค่ะ
นางงามที่เราส่งเป็นเวทีนางสาวเชียงใหม่ คนแรกได้ไปประกวดนางงามจักรวาลด้วย หลังจากประกวด ก็มาทำงานฝ่ายวิจัย สหพัฒน์
โดยทั่วไป สบู่ของสหพัฒน์มีทั้งตลาดบนและตลาดล่าง ปีนั้น เราส่งนางงามสองคน สวยน่ารักทั้งคู่
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 101  เมื่อ 12 พ.ค. 08, 10:34

นางงามคนแรกจากสหพัฒน์ที่ไปประกวดนางงามจักรวาลชื่อน้องแหม่มค่ะ เป็นสาวเชียงดาวผิวละเอียด หุ่นนางงามแท้ๆ ไซส์แอล ไม่ได้อรชรอ้อนแอ้นแบบนางในวรรณคดีไทย
ป่านนี้แต่งงานไปหรือยัง ดิฉันไม่ได้ติดตามข่าวสารของเธอเลย
นางงามคนที่สบู่เราเป็นสปอนเซอร์ เป็นสาวชาวเชียงใหม่แท้เช่นกัน โดยมีพลังเชียร์จากโฆษก และเธอก็เรียบร้อยทั้งกริยา มารยาท มีร้านเสริมสวยชื่อดังของเชียงใหม่เป็นผู้ควานหาตัวมาประกวดและดูแลด้านทรงผม ชุด แต่งหน้าเสร็จสรรพ
เราต้องขึ้นไปเชียงใหม่ ในงานประกวดนางงามสงกรานต์เชียงใหม่นี่หละ
นางงามสงกรานต์ตำแหน่งนี้จะใส่ชุดไทยค่ะ
เธอชื่อ อารีรัตน์ วัฒนา ผลก็คือ ชนะค่ะ ได้ครองตำแหน่ง หลังการประกวด มีงานสงกรานต์
สบู่เราดังระเบิดมากขึ้นในแง่ของชื่อ และภาพพจน์ คนไทยเป็นคนชอบนางงาม แต่ดารามีอิทธิพลกว่า ยังไงๆ แบรนด์ที่ใช้ดาราเขาเก่าแก่กว่ายังมาที่หนึ่งค่ะ คือลักส์ขาว ตามมาด้วยไลฟ์บอยย์ก้อนแดง และนกแก้วก้อนเขียว
แม้สบู่เราเป็นแบรนด์มาจากนอก คุณภาพดี และผลิตที่โรงงานไลอ้อนแฟทแอนด์ออย วิธีการผลิต ดิฉันได้ไปดูมาด้วย เพราะคนทำโฆษณา ไม่รู้จักสินค้าที่ตัวเองทำ ไม่ได้ค่ะ
พี่เมาเขาไปด้วย งานนั้น รู้สึกจะมีความสุขมากที่ได้อยู่ในหมู่คนงาม โดยมีฝ่ายการตลาดของหพัฒน์ไปด้วยอีกสองคน ฟาร์อีสท์กับสหพัฒน์ เป็นเหมือนพี่น้อง เพราะเรามีเจ้าของคนเดียวกัน แต่สหพัฒน์ก็คือลูกค้า 
อัฐยาย ซื้อขนมยายค่ะ




บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 102  เมื่อ 13 พ.ค. 08, 06:45

ไอซีซีตอนนั้น ไปอยู่เสียที่ไหนล่ะครับ มีโฆษณาหรือแผนการส่งเสริมการตลาดที่น่าสนใจไหม
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 103  เมื่อ 13 พ.ค. 08, 10:24

การส่งนางงาม ไม่ได้อยู่ในสายงานของไอซีซีตอนนั้นมังคะ เพราะเครื่องสำอางเพียซยุคนั้นไม่ได้บุกหนัก ไอซีซีช่วงที่ดิฉันทำงานอยู่สหพัฒน์ เขาเริ่มดังเรื่องเสื้อแอร์โรว์ ที่ใช้เสียงคุณพิชัย วาศนาส่ง เป็นผู้ประกาศในสป็อตทั้งทีวี และวิทยุ
แอร์โร่ว์ เอกลักษณ์ของเอกบุรุษ
จำไม่ได้ว่าใครเป็นผู้คิดสโลแกนนี้..
สมัยนั้น เขาไม่ได้เลือกใครก็ได้ มาเป็นผู้ประกาศหรอกค่ะ เสียงต้องมีชั่วโมงบินสูงๆ .. ผู้ประกาศตอนนั้นจึงมีเพียงไม่กี่คน รับเงินสดกันสบายๆ รวยไม่รู้เรื่อง บางคนติไม่ได้ด้วยนะคะ
จำได้ว่ายุคนั้น ไอซีซีจะมีร้านเสื้อสวยๆมีดีไซเนอร์ประจำอยู่ที่สยามสแควร์ ชื่อrainflowerเดี๋ยวนี้ เป็น lacosteไปแล้ว
และวาโก้ ก็ยังไม่ได้แยกออกไป
ว่ากันว่า ลูกชายคนหนึ่งของนายห้างเทียมที่คุมฟาร์อีสท์ตอนนั้นแหละ คือคนที่คิดคำตบท้ายหนังชุดชั้นใน ที่หมาเซนต์เบอร์นาร์ด มองนายสาว แต่งตัว เพราะมีนัดก่อนปิดประตูใส่หมาที่ทำตาละห้อย ออกนอกห้องไป
หมามองกล้องแล้วพูดว่า
"เฮ้อ ผมคงหมดความหมายซะแล้ว"
น่ารักมากค่ะ..
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 104  เมื่อ 13 พ.ค. 08, 11:05

สจม เป็นคำเก่าครับ ฟังแล้วนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
สมัยผมเข้าไปเรียน เขากำลังย้ายขึ้นตึกใหม่ เลยต้องเปลี่ยนชื่อเสียใหม่เป็น อบจ
ไม่รู้ว่าทำไมไม่เป็น อจม อาจจะฟังแล้วกลิ่นไม่ค่อยดี
อบจ พวกเราเรียกแหย่กันเล่นๆ ว่า ไอ้บ้าจี้
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 5 6 [7] 8 9 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.052 วินาที กับ 19 คำสั่ง