เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18
  พิมพ์  
อ่าน: 43371 กรุเรื่องเก่า สาวครีเอทีฟ
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 240  เมื่อ 26 ก.ย. 08, 13:26

เอาหละ เมื่อสยามก็ไม่ยอมเป็นน้อง จีนก็อาจจะไม่อยากเป็นน้องเหมือนกัน เราก็ทิ้งคอนเส็ปท์บ้านพี่เมืองน้องไปซะ
ครีเอทีฟห่ามๆบางคน อาจจะนึกถึงเสื่อผืน หมอนใบ ในอดีต ที่คนจีนมาตั้งรกรากเมืองไทยโดยที่มีของติดตัวมาแค่นั้น เขาว่ากันว่า มาสยาม ถือว่าเขียว อากาศดี และอุดมสมบูรณ์ ก็ตามๆกันมา
จะเอามาเป็นคอนเส็ปท์ ท่าจะไม่สวยค่ะ
เซ้นซิทีฟมาก..
จุดประสงค์ของงาน คือการค้าขาย เรานำของไปขายเขา ก็ต้องเสนอสิ่งที่คนที่จะมาชมงาน รู้สึกในทางบวกหน่อย
และงานนี้ ก็ไม่ใช่โซโล่โชว์เสียด้วย
เป็นงานใหญ่ที่ชาวจีนโพ้นทะเล เขากลับมาเจอกัน
เป็นเทศกาลอาหารด้วย ในฮอลล์จึงไม่ได้มีงานแสดงสินค้าจากประเทศของเราอย่างเดียว ยังมีสินค้าจากเมืองต่างๆนอกมณฑลมาออก รวมถึงฝูโจวด้วยสิ
เพราะฉะนั้น จะยิ่งใหญ่อย่างที่ชาร์จาห์นั้น ไม่ใช่เสียแล้ว
แต่ถึงเราจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงาน ก็มีวิธีอยู่ดีน่ะแหละ ที่จะให้ส่วนนั้น เด่นขึ้นมาให้จงได้
เป็นเรื่องท้าทายกึ๋นนะคะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 241  เมื่อ 27 ก.ย. 08, 10:43

เราพยายามหา key visual ที่จะใช้สำหรับงานแสดงสินค้าที่นี่ก่อนค่ะ
จำได้ไหมคะว่า ที่ฝูโจว เราใช้พญานาคและมังกร ประสานกัน
ที่นี่เราควรจะใช้อะไรดี ที่สื่อถึงการประสานใจกันเช่นเดียวกับที่ฝูโจว
ไอเดียจบกันตรงที่เรือสำเภาค่ะ..
แต่จะต้องเข้ากับข้อความที่เราคิดด้วย
ผลสุดท้าย เราก็ได้คำที่ทั้งไทยทั้งจีน เห็นพ้องกัน
นั่นก็คือ ไถ้ซ่าน อี่เจียชิง
แปลว่า ไทยซัวเถา เราคนบ้านเดียวกัน...
ก็หมายถึงเราน่ะ ไม่ใช่คนอื่นคนไกล ค้าขายติดต่อสัมพันธ์กันแต่โบราณ จนออกลูกออกหลานกันมาถึงรุ่นนี้ ที่แท้ เราก็คนบ้านเดียวกัน จะไม่สนับสนุนกันได้ไง
บ้านเดียวกัน มันก็สื่อถึงชนชาติ ความเป็นชาวผิวเหลือง กินคล้ายกัน อยู่คล้ายกัน....
เลือดข้นกว่าน้ำแหละ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 242  เมื่อ 27 ก.ย. 08, 12:53

งานนี้ททท.มีเอี่ยวด้วย ไช่วยกันโปรโมทให้ชาวซัวเถามาเที่ยวไทย พี่ที่เป็นหัวหน้าทีมคือคุณปิยะวัธน์ สงขาว
นอกจากเราจะโปรโมทอาหารซึ่งจิตรโภชนานำไปแล้ว ยังมีหุ่นละครเล็ก โจ หลุยส์ และระบำรำฟ้อน รวมถึงกระบี่กระบอง
ได้ใจแฟนๆชาวจีนจนเวทีแทบถล่ม
..
ผัดไทย กับต้มยำกุ้ง เป็นอาหารหลักที่ถูกใจประชาชนชาวซัวเถามาก
และอีกหลายอย่างค่ะ เช่นทุเรียนกวน
ดิฉันช่วยกับคุณพอลร้อง อี๋เก้อ เหลี่ยงไขว้... ขายหมดเกลี้ยง

อะไรที่เกี่ยวกับสมุนไพรและความงาม ขายได้ อาเจ๊อาซ้อหอบเงินกลับกันเงียบกริบ..
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 243  เมื่อ 01 ต.ค. 08, 13:55

ผลิตภัณฑ์ย้อมผม ที่ไปหาตัวแทนจำหน่ายเมืองจีนของไทยเราชื่อว่า โลเลนค่ะ
เล่นพ้องเสียงกับลอรีอัลหรือเปล่าไม่ทราบ
แต่ฮือฮาทีเดียว ผู้ที่ควบคุมไปคือช่างผมคนดังแห่งฮอลลีวู้ด คุณประเสริฐศักดิ์ อาณากร หนุ่มหน้าเข้ม นายแบบซันซิลเก่า
คุณประเสริฐศักดิ์เป็นที่ปรึกษาบริษัทนี้ ผลิตภัณฑ์ผมของเขายืนยงมาตั้งแต่รุ่นคุณน้า ด้วยยี่ห้อ จัสซะโมเดิ้นนนน..
ว่าไปแล้ว บรรดาแฟนๆของจัสท์โมเดิร์นยังอยู่กันหรือเปล่าไม่รู้ หยกๆนี่ ดิฉันเห็นโลเลนมีขายแล้วในเซเว่น
แบรนด์นี้เคยส่งไปขายในจีนหนหนึ่ง แล้วก็ถุฏก็อปไปเรียบร้อยที่กวางโจว
คราวนี้ กล้า และใจถึงฮ่ะ มาบุกเมืองซัวเถาโดยไม่กลัวถูกก็อป
ต้องแน่จริง .. คนจีนยังกับมด แถมสาวๆยังยอมใช้จ่ายเงินซื้อความสะดวกสบายอีก
ยี่ห้อนี้ สำเนียงซัวเถาฟังแล้ว แปร่งมากค่ะ เขาเรียก โหลเหลน..
ฟังแล้ว สวยไหมคะ คุณผู้อ่าน
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 244  เมื่อ 08 ต.ค. 08, 23:36

ผลิตภัณฑ์ไทยอีกอย่างที่ฮือฮาคือ กวาวเครือค่ะ อาเจ๊แกไม่ได้หอบสมุนไพรไปนะคะ แกหอบน้ำมันนวดทรวงอกค่ะ โอย..ขายดีระเบิด แล้วก็ให้บังเอิญมาก เจ๊แกคงทำบุญมาดี คืนแรกที่เปิดงาน จีนเขาเอาสารคดีเกี่ยวกับสมุนไพรกวาวเครือมาออก ว่ามันมีผลกับขนาดของทรวงอก
แล้วคุณสังเกตไหมล่ะว่าขนาดทรวงอกของสาวจีนนั้น ไม่ค่อยมีหรอก ประเภทอึ๋มๆ
บูธเจ๊แกก็แทบถล่มสิคะ
แล้วแกก็ประเภทฮาร์ดเซลสุดๆ มีพีโอพี ประเภทอกเป็นอก ดูแล้วครีเอทีฟอย่างดิฉันช็อค ก็มันแสนจะเกินขนาดสุดๆ ชัดเจนแบบโจ๋งครึ่ม ต้องปิดตาข้างหนึ่งค่ะ
ขืนโฆษณาในเมืองไทย อย.ต้องเรียกไปเฉ่งแน่
แต่เจ๊ไม่สนฮ่ะ ว่าจะโฆษณาเกินจริงไหม เธอพูดจีนปร๋อ ขายแบบปิดประตูตีแมวทุกวัน
...ได้ผลหรือไม่ได้ไม่รู้
ขากลับ เจ๊นั่งยิ้มอย่างสงบ .. คนอื่นขายไม่ออก ขืนบอกว่าเจ๊ขายหมด ได้โดนอิจฉาปะไร
ดิฉันแอบมองแล้วก็ อืมม์.. แน่จริงๆเจ๊
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 245  เมื่อ 09 ต.ค. 08, 00:53

สถาบันนวดวัดโพธิ์ก็เป็นอีกรายที่ คิวยาวเหยียด นวดฟรีค่ะ แต่ไปๆมาๆ คงไม่ไหว คิดสตางค์ดีกว่า และขายน้ำมันนวดสมุนไพรไปด้วย
ดิฉันสังเกตว่า ธุรกิจนวดแผนไทยของเราไปงานไหน คนก็ขึ้นกันคึกคัก
ยกเว้นไม่มีในตะวันออกกลาง เพราะวัฒนธรรมที่แตกต่าง
นวดแผนไทยเป็นการแสดงภูมิปัญญาที่ร่ำรวยของไทย คนจีนเขามีวิธีแมะ คนไทยก็มีวิธีจับเส้น
และส่วนผสมสมุนไพรที่จีนไม่มี
การจัดบูธ และดีสเพลย์ เราไม่เอาขมิ้น ไพล ใบมะขาม ฯลฯมากองบนภาชนะหม้อดินชาวบ้านอีกต่อไป
ภาชนะที่ใช้ต้องหรู ภาพที่ประกอบต้องเน้นที่คุณค่าและความหรูหราของสปาไทย แม้เงินทองการจัดและออกแบบจะน้อย จะด้วยนโยบายกรมที่ไม่ให้ความสำคัญกับเมืองนี้มากนัก หรืออย่างไรไม่อาจบอกได้
คนออกแบบศิลปของงาน ก็ใช้รสนิยมเลิศ รายจ่ายต่ำพอสร้างภาพพจน์ได้กล้อมแกล้ม
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 246  เมื่อ 10 ต.ค. 08, 09:47

ในแง่ธุรกิจการค้า การผลิต เมืองไทยมีคู่แข่งที่น่ากลัวเช่นจีน เวียดนาม แลอินโดนีเซีย แต่ในแง่ของธุรกิจบริการ เรายังเป็นหนึ่งเสมอ เพราะเราเป็นชาติที่อ่อนโยน มีน้ำใจ สังเกตไหมคะว่ามีกี่ชาติในโลกกันล่ะ ที่เวลาพูดจาต้องมีคะ ขา นะคะ นะครับ ครับ ค่ะ ไม่มีหรอก
เดี๋ยวนี้ วัฒนธรรมอินเตอร์เน็ต อีเมล หลายคนที่ใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อกัน แสดงความอ่อนหวาน นอบน้อม เป็นไทย ด้วยการใส่ na ka, naja , na krub กันสนุกสนาน
สำหรับจดหมายเขียนกันเองคงไม่มีข้อห้ามให้ตะขิดตะขวงใจ
แต่มันแพร่ระบาดไปที่จดหมายธุรกิจด้วยน่ะสิ คนไทยเขียนให้ฝรั่งที่เป็นลูกค้าบ้าง บายเออร์บ้างคงจะดูพิลึก มากกว่าน่ารักน่าเอ็นดู
เดวิด แลนเดอร์เคยหัวเราะกับดิฉัน และบอกว่า ถ้าเอากันตามเซนส์ของภาษา ที่คนอังกฤษเวลาพูดแล้วชอบจบว่าดาร์ลิ่ง ไม่ได้หมายความว่าเขาเรียกเราว่าที่รักอย่างที่คนไทยคิด
คำว่าดาร์ลิ่งก้คือคำลงท้ายสุภาพ แบบครับ นั่นเอง
กว่าจะรู้ สาวไทยฟังแล้วหลงไปหลายรายแล้ว
ในธุรกิจบริการ ที่ไทยเป็นหนึ่งตลอดมาก็คือเรื่องของอาหารไทย ไม่ใช่แต่ฝรั่งหรอกที่จะคลั่งไคล้ ยอมจ่ายเพื่อให้ได้กินข้าวไข่เจียว ต้มยำกุ้งหรือกะเพราไก่ไข่ดาวแพงๆในยุโรปและอเมริกา คนจีนก็เหมือนกันค่ะ
ททท.ถือเป็นหน้าที่หนึ่งของเขาคราวนี้ ที่จะส่งเสริมให้คนจีนมาเที่ยวไทยและรับประทานอาหารไทย ด้วยการนำจิตรโภชนา ไปทำอาหารให้คนชิมกันฟรีๆ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 247  เมื่อ 10 ต.ค. 08, 10:03

อาหารที่จิตรโภชนาพาคนระดับอาจารย์ไปทำก็มีทั้งคาว ทั้งหวาน สำหรับหวาน ดิฉันไปนั่งพับเพียบประจบอาจารย์ที่แสนจะน่ารัก ทั้งดูทั้งชิมของหวานที่ท่านทำจนมีผลกับน้ำหนัก
ความประณีตสวยงามของขนมไทย มันทำให้แต่ละชิ้น ต้องหลับตาพริ้มกิน เพื่อจะเก็บรสชาติและความงามไว้ในความรู้สึกนานเท่าที่จะสามารถ
ก็เมืองจีนน่ะ มีแต่ขนมจีบ ซาละเปา ขนมผักกาด ขนมไหว้พระจันทร์นี่คะ ไหนจะมาสู้ขนมน้ำดอกไม้ อันงามงด ขนมสัมปันนีที่สะสวย ขนมเบื้องที่กรอบอร่อยสดชื่นแทบจะกราบ สาคูและข้าวเกรียบปากหม้อที่อร่อย ไม่หยาบและลวกเหมือนที่หาซื้อได้ข้างทางหรือตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป
นั่งดูอาจารย์ทำ เหมือนกำลังพิจารณางานศิลปะค่ะ
ท่านใส่ชุดไทยๆด้วย แต่ไม่ใช่ระดับพระราชนิยมนะคะ หมายถึงผ้าไทย คนจีนมากลุ้มรุมรอบๆเวที เด็กๆผู้หญิงน้ำลายจะยืดเอา น่าสงสาร
ส่วนด้านอาหารคาวนั่น ไม่ต้องพูดถึงค่ะ วันที่สองต้องไปหาที่กั้น และเชือกมารอบเวที เพราะพี่น้องชาวจีนเหมือนจะสกรัมคนทำไปด้วย
เมนูที่รอคอย มีดังนี้
ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันท์ผัดไทย ต้มยำกุ้ง ...
ผัดไทยนั้น ผัดแต่ละมื้อ ใส่จานกระดาษแจกตามคิวแทบจะไม่ทัน คนรอมากกว่าปริมาณ ในหนึ่งจานที่เราส่งให้ เราให้ส้อมแต่ละท่านไว้แล้ว พอมือยื่นจานให้ พี่น้องชาวจีนก็ใช้ส้อมนี่ละ จิ้มชิมกันคนละหนุบหนับเป็นอันเรียบร้อย
มีอยู่คนหนึ่ง เห็นแล้วพวกเราตะลึง
ใช้ส้อมของตัวกวาดผัดไทยแล้วเอาปากไปรออยู่ที่ปลายจานเลย กวาดเข้าปากปร๊าดคนเดียวทั้งจาน
ชาวจีนรอบๆมึน ชาวไทยช็อค คิดในใจว่า โอ้อุเม่เจ้า.. ตะกละขนาดนั้นเชียวหรือฟระ
ส่วนต้มยำกุ้งถ้วยใครถ้วยมันแล้วกัน ไม่มีนโยบายแบ่ง ใครมารอได้ ใครไม่มาอด
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 248  เมื่อ 10 ต.ค. 08, 20:27

สิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ดิฉันนึกถึงงานที่เมืองฝูโจว ที่เรานำทุเรียนหมอนทองไปให้ลองชิมค่ะ
ทุเรียนไม่ใช่ผลไม้ที่หาง่าย ราคาก็แพงมาก เมื่อเรานำไปโปรโมท ก็ต้องมีส่วนหนึ่งที่ตัดแจกให้ชิมฟรี ชาติไหนๆก็ชอบของแปลก ของแพง ของดี และของฟรีอยู่แล้วนี่คะ ชาวฝูโจวก็บอกต่อกันจนคิวชิมทุเรียนยาวเหยียด แน่นปั๋ง
เราแจกไม้ขิ้มลูกชิ้นให้คนละอัน แล้วตัดทุเรียนสดเป็นชิ้น ๆเล็กๆ คนมีมารยาทเขาก็จิ้มชิ้นเดียว แล้วก็รีบไป ถ้าอร่อย ก็กลับมาต่อแถวจิ้มใหม่ ไม่มีใครว่า
แต่คนหนึ่งค่ะ ถึงคิว ก็หยิบไม้ กระหน่ำจิ้มๆๆๆๆๆด้วยความรวดเร็วแม่นยำจนเต็มไม้
แล้วก็ออกไป...
ไม่อายฟ้าดินหรือเพื่อนร่วมชาติเล้ย.. ตกใจ ตกใจ ตกใจ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 249  เมื่อ 11 ต.ค. 08, 20:10

สิ่งที่น่าตื่นเต้นคือการจับผู้ใช้เงินปลอมมาซื้อของที่ขายปลีก แม้บรรดาผู้ส่งออกจะได้รับการอบรมจากเจ้าหน้าที่แล้ว เรื่องการดูเงินก็ตาม
ก็โดนดีจนได้
ส่วนหนึ่งก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
หรือรู้ก็สายไป
ในวันต่อไป ตำรวจพร้อม ผู้ส่งออกพร้อม โจรชะล่าใจ
พอจับได้ปุ๊บ ก็โวยกันลั่น ตำรวจวิ่งไล่จับได้ทันควัน ดิฉันก็ถ่ายรูปได้ทันควันเช่นกัน
เป็นหญิงหนึ่ง ชายหนึ่ง...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 250  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 22:37

เพราะประชากรของจีนทุกเมืองมีจำนวนมาก ประกอบกับการลงทุนประชาสัมพันธ์ คนจีนให้ความสนใจกับงานมาก มากันขวักไขว่ พิธีกรสาวของทีวีช่องหนึ่งมาสัมภาษณ์และชมการสาธิตผัดข้าวผัดของบูธข้าวสินธนา ซึ่งทำการบ้านดี เตรียมคนทำกับข้าวมาหนึ่งคน และพิธีกรหนุ่มพูดจีนได้คล่องปรื๋อ
ดิฉันมีความคิดว่า เมืองหลายเมืองที่ผู้ส่งออกของไทยไปออกบูธ มักไม่ค่อยได้ลูกค้าที่เป็นธุรกิจต่อธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าปลีก เป้าหมายของงาน หากมุ่งขายปลีก ก็ไม่คุ้มกับการลงทุน ยกเว้น มูลค่าของต่อชิ้นจะสูงมาก
เวลาจะไปออกบูธที่เมืองจีน พวกเจ้าหน้าที่กรมส่งออกมักจะต้องกุมขมับ ว่าจะนำบริการหรือสินค้าแบบไหน ไปออกงานดี เพื่อให้เกิดการติดต่อการค้าอย่างเป็นล่ำเป็นสันและต่อเนื่อง
เพราะผู้ส่งออกส่วนหนึ่งละ ที่ถอยกรูด
จะเอาอะไรไปสู้จีนได้ หนึ่งละ
สอง ถ้าเอาไป ของจะถูกเลียนแบบไหม
สาม จะเกิดความสัมพันธ์ทางการค้าไหม
และสี่ โดนเก็บภาษีการขายทุกวัน จะไหวหรือ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 251  เมื่อ 22 ต.ค. 08, 08:33

ไปออกงานที่เมืองชาร์จาห์ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ เขาไม่มีการหักภาษีการขาย แต่ไปเมืองซัวเถาน่ะชัดมาก ตกเย็น พนักงานของฮอล จะมาเดินเช็คยอดขาย เก็บเงิน ทำเอาคนไทยที่ไปออกบูบ่นพึมพัมไปตามๆกัน
ส่วนฝูโจวนั่น โดนตั้งแต่ขาเข้าแล้ว ศุลกากรมาเต็มฟลอร์นับแต่วันแรก ตรวจของทุกหีบห่อ จะหักอย่างไร ดิฉันก็มัวแต่ยุ่งกับนาค มังกร และทุเรียนยักษ์ จึงไม่ได้มีเวลาติดตามมาเล่าให้ผู้อ่านฟัง
แม้แต่ที่ฮิวส์ตัน เท็กซัส ก็ไม่มีการเก็บภาษีการขายแต่อย่างใด อุตส่าห์ถ่อสังขารหอบสินค้ากำไรไม่มากไปขายถึงนู่นแล้วยังมาหักภาษีกันอีกก็แย่แล้ว
เพราะหลักการออกร้าน เขาไม่ได้หวังขายปลีก เขาหวังจะได้พบตัวแทนการค้าต่างหาก
ขายเป็นตูคอนเทนเนอร์ ไม่ใช่ขายเป็นชิ้นสองชิ้น
ดิฉันน่ะ ค้าขายของอย่างพวกที่ไปออกร้านไม่เป็นหรอก ขายเป็นแต่ไอเดียค่ะ ขายปลีกแบบกว่าจะได้สักชิ้น ต้องพ่นภาษาไฟแลบแปลบปลาบ มันไม่มัน แต่ถ้าเป็นดีไซน์ ถึงไหนถึงกัน
คนฟังเพลิน ไม่ซื้อถือว่า ต้องกลับไปเกิดใหม่
เป็นครีเอทีฟไม่ได้  ว่างั้น..
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 252  เมื่อ 22 ต.ค. 08, 13:26

ตอนแรกๆ ก็หลงดีใจ ว่าอเมริกาคงไม่เก็บภาษี แต่จริงๆแล้ว ที่ฮิวส์ตัน พอจบงาน เราไปเข้าคิวรายงานการขาย เพื่อให้สำนักงานกฎหมายของไทยที่นั่นหักภาษ๊ให้แบบรวมๆ บริการดีมาก คิวยาว ทั้งที่ขายไม่ดีกันหรอก เพราะเป็นเมืองอุตสาหกรรม ถ้าไม่ได้คนไทยด้วยกันแถวเมืองใกล้ๆมาซื้อ เหมาบูธ สงสัยหน้าแห้งกลับเมืองไทย
แต่ยังไงก็ไม่ขูดรีดเท่าเมืองจีน ที่พวกผู้ส่งออกโวยกัน
ที่ฮิวส์ตัน หรือฮุสตันถ้าออกเสียงแบบไทยๆ มีรุ่นน้องครีเอทีฟที่ฟาร์อีสท์ ชื่อเจ้าป้อม ลาออกเป็นการถาวรไปทำเสื้อผ้าเด็ก อุตส่าห์นำเสื้อผ้าเด็กของเธอที่เริ่ดเรื่องดีไซน์เพราะเธอกับสามีลงทุนออกแบบเองไปออกร้านด้วย ตบยุงซะเบื่อ เพราะมีแต่คนมาซื้อปลีก หนอย เสื้อผ้าชั้นดี แบรนด์ดัง ไม่ขายปลีกให้ใครง่ายๆหรอก
แค่ผลิตทุกวันนี้ยังไม่พอขายเลย
ถ้าไม่ใช่เอเจ้นท์ หรือบายเออร์มา อย่าหวังว่าจะได้ใส่
ดิฉันไม่ขายให้ค่ะ
เชิด...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 253  เมื่อ 29 ต.ค. 08, 11:31

หัวครีเอทีฟ คือพวกที่ช่างคิด ช่างดีไซน์ พลิกแพลงสร้างมูลค่า จริงๆแล้วในเอเจนซี่ เขาไม่ได้เป็นกันแค่พวกครีเอทีฟ พวกพีอาร์ มีเดีย หรือแม้แต่client serviceก็ไม่เบา สถานที่บางแห่ง มีคนหมู่มาก ใช้เวลาสักพัก เราก็พอแยกแยะได้
บางทีดิฉันเข้าจิม ไปออกกำลังกาย เห็นพวกเอเจนซี่ด้วยกันเดินอยู่ ก็รู้ได้ ว่า เขามีอาชีพเดียวกับเรา
มันไม่ใช่ด้วยรูปแบบการแต่งตัว แต่ภาษากาย มันบอก
วันนี้ ฉากของเอเจนซี่เปลี่ยนแปลงไป แยกส่วนที่ทำรายได้มหาศาลคือบริการสื่อออกมาต่างหาก
งานมีเดีย ซึ่งมักจะตกในมือพวกจบเศรษฐศาสตร์ บัญชี การเงินการคลัง ก็เร้าใจเรื่องรายได้มากกว่า
บัณฑิตรุ่นใหม่ๆ อาจจะอยากไปทำงานสายนั้นมากขึ้น
ยุคนายห้างเทียมท่านคุมฟาร์อีสท์ พี่ๆมีเดียเขาไต่มาจากพาณิชย์หรือธุรการทั้งนั้น พวกพี่พวกนี้ถึงจะไม่ได้เรียนร่ำสูงส่ง ก็แสนจะเก่ง ทำงานสมัยนั้นไม่มีคอมพิวเตอร์ช่วยหรอก แผนงานออกมาที แก้แล้วแก้อีกอย่างวันนี้ คีย์วินาทีเดียว ตัวเลขแก้ไขอัตโนมัติไปทั้งแผน
โลว์เท็ค แต่ไฮเอฟฟิเชนซี่
สมัยนี้ งานทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เสียเวลากับตัวเลขน้อยลง
ปัญหาใหม่ๆเข้ามา ยกตัวอย่าง ในเมื่อคุณเป็นเอเจนซี่ของสินค้านมยี่ห้อ ที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนผสมของเมลามีน
คุณจะทำอย่างไร




บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 254  เมื่อ 30 ต.ค. 08, 16:39

เหตุการณ์นี้ สร้างความตื่นตัวและตื่นกลัวทั่วโลก วันหนึ่งได้forward mail เกี่ยวกับ melamine หลายต่อหลายครั้ง
รื้อเรื่องเก่ามาเล่าอีกที ถ้ายังจำกันได้ มีเรื่องของอุบัติเหตุการระเบิดโรงผลิตพลังงานนิวเคลียร์โรงหนึ่ง ที่เมืองเชอร์โนบิล (Chernobyl) ในสหภาพโซเวียต ปี 1986 รังสีนิวเคลียร์แพร่กระจายไปทั่ว
ถึงแหล่งผลิตนมในยุโรปเหนือ นมนำเข้าจากเดนมาร์ก สวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งยอดขายสูงในประเทศไทย ต้องเผชิญกับปัญหาความกลัวของผู้ซื้อ และผู้ขายเองก็ก่ายหน้าผาก จะกู้ภาพพจน์สินค้ากันอย่างไรดี
มีบทเรียนกันมาแล้วค่ะ




บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 15 16 [17] 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.059 วินาที กับ 19 คำสั่ง