เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 18
  พิมพ์  
อ่าน: 43318 กรุเรื่องเก่า สาวครีเอทีฟ
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 20 ก.ค. 08, 21:27

ด้วยความเป็นติสท์ของท่าน การที่จะนำภาพพิมพ์ที่ทำขึ้นครั้งเดียวไม่กี่ชิ้น และมีผู้ซื้อไปแล้ว ไปใช้ในงาน อาจนำปัญหามาให้ภายหลัง
อาจารย์ประหยัดท่านก็เลยทำชิ้นใหม่ให้ค่ะ โดยมีมูฟเม้นท์ต่างไปชนิดคนรู้ รู้สึก
น่าเสียดายที่ชิ้นใหม่นี้ บริษัทไวน์ไม่มีนโยบายซื้อไว้
แต่ดิฉันได้มาครอบครองหนึ่งชิ้น
..
สวยงามมาก
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 22 ก.ค. 08, 17:40

อยากรู้ว่าฉลากหน้าตาเป็นไง ลองเข้าซูเปอร์สิครับ ถามหาไวน์ oggi อาจพอมีเหลือมั่ง
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 24 ก.ค. 08, 07:29

ขอบคุณคุณเอลวิสภูค่ะ คราวหน้าเข้าซูเปอร์ใหญ่ๆจะดูว่ายังมีเหลือให้เก็บไหม
..
ดิฉันรู้สึกว่า งานครีเอทีฟจะสนุกได้บ้าง ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดช่องให้ได้ใช้ศิลปะการเขียนและการวาดตามจินตนาการบ้าง เหมือนเดินในทะเลทรายแต่มีโอเอซิสเป็นจุดๆ มันค่อยชุมชื่นใจขึ้นมาบ้าง และเมื่อได้เจอคนที่ทำงานด้วยกันแบบรู้มือ ก็จะลืมความเหนื่อยยากลำบากปัญหาสารพัดไปได้
อีกงานหนึ่งที่กำลังอยู่ในสมัยก็คือพวกการจัดงานแฟร์ หรือนิทรรศการ
ที่จะยกมาเล่าก็คือ งานThailand Exhibition ในเมืองฝูโจว ของจีนค่ะ
เรามีครีเอทีฟสามคน ดิฉัน คุณพอล และคุณจอน
คุณจอน ดีไซเนอร์จบมาสายสถาปนิก เลือดสีชมพู เป็นหนุ่มไทยอีสาน ผิวเนื้อดำแดงกำยำเช่นชายไทยทั่วไป หัวตั้งตามสมัยนิยม ย้อมสีแดงแปร๊ดมีปอยทองปะปน ซ่อนนัยน์ตาไร้เดียงสาของเขาใต้แว่นตาดำ ชอบใส่เสื้อผ้าสีสดๆ ชนิดคนมองเหลียวหลัง อมยิ้ม ไปไหนในเมืองจีน อาแปะอาซิ้มอ้าปากหวอ ไอ๊ย่า ทำมายมังหล่อหยั่งนี้ฟะ..อิอิอิ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 24 ก.ค. 08, 07:36

สาวจีนที่ติดใจบุคลิกขำๆของพี่จอน ก็คือนังหนูล่ามไทย เชื้อจีน ที่ประสานงานระหว่างทีมไทยกีบทีมตอกตะปูก่อสร้าง เลขาท่านกงสุลที่กรมส่งออกเขาส่งมาช่วยเรา ชื่อเพราะพริ้งว่า รังสิมา
หนูรังสิมาน่ะ หน้าตาเป็นตุ๊กตาจีน ขาว ผมยาวแสกผมตรงกลางเดี๊ยะ หน้าผากเล็กๆ ตาแป๋ว ทาปากแดง ฟันคู่หน้าจอบหน่อยๆ คล้ายๆบุสก้า..
หวังว่าผู้อ่านคงนึกหน้าบุสก้าออกค่ะ
เธอมักจะพี่จอนคะ พี่จอนขา อยู่ตลอด
ประโยคหนึ่งซ้ำซาก ที่ในที่สุดจอนต้องขอร้องว่าให้เลิกพูดเสียทีก็คือ การเริ่มต้นทุกครั้งว่า
"คือหยั่งนี้นะคะ..."
...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 04:57

ไทยเรานำอุตสาหกรรมหลายอย่างไปแสดงงานนี้ นับแต่ที่จีนต้องการที่สุดคืออาหาร ลงไปจนถึงอัญมณี
แต่พวกเสื้อผ้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าไหร่ เพราะกลัวถูกก็อป ของตกแต่งบ้านก็เช่นกัน กลัวมาก
่มีบางบริษัทที่ไม่ไปออกร้านแต่ให้ความร่วมมือนำของไปโชว์ เราต้องคัดเลือกว่าแบบไหนที่เขากอปไม่ได้ เช่นที่มันเก๋ไก๋เป็นไทยมาก
เรื่องอาหารสำคัญที่สุด จุดเด่นของงานเป็นทุเรียนผลโต ทำจากโฟม แกะโดยมือแกะโฟมคนเก่งของปากน้ำ
 
ก่อนอื่นเราต้องหาkey visualของงานนี้กันก่อน
และกุญแจนี้ ก็ควรจะมาจากคอนเส็ปท์
หลังจากถกกันในห้องประชุมนานมากระหว่างครีเอทีฟกับกรม ท่านรองเป็นผู้จุดประกายเรื่อง ซื้อใจกัน ซึ่งท่านบอกว่าน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีทางการค้าระหว่างเรากับประเทศใหญ่อย่างจีน
ซึ่งเราแข่งกับเขาได้ในบางเรื่องเท่านั้น
พวกเราเห็นด้วย
ท่านรองยกตัวอย่างวรรณกรรมจีนให้ดิฉันและทีมงานฟังในหลายๆเรื่อง คุณค่าของจิตใจเป็นเรื่องสำคัญในการทำการค้า โดยเฉพาะนี่เป็นการวางหมากระดับชาติ ไม่ใช่บริษัทต่อบริษัท
หลังจากเคี่ยวกรำกันเรื่องไอเดียในการประชุม 
ท่านรองอธิบดี ท่านผอ. ท่านกงสุล ก็เห็นด้วยกับtheme lineของคอนเส็ปท์งานแสดงสินค้าครั้งแรกของไทยที่ว่า
"ใจประสานใจ รุ่งเรืองร่วมกัน"
ซินเหลียนซิน ก่งช่วงฮุยหวง
ภาษาง่ายๆว่าใจถึงใจ รวยด้วยกัน ทำนองนั้น
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 13:19

ใจประสานใจ รุ่งเรืองร่วมกัน
ทีนี้อะไรล่ะคะจะแทนใจถึงใจได้
ท่านรองพูดถึงความเชื่อของคนจีนที่มีต่อหลงค่ะ หลง คือมังกร
ดิฉันว่าแทนใจของคนจีนได้
และใจของไทยก็คือพญานาค
คุณพอลออกแบบสัญลักษณ์มังกรกับพญานาค สองตัว สมานมิตรกัน
ทั้งสองสัญลักษณ์เป็นความยิ่งใหญ่ เป็นความรุ่งเรือง
เข้าคู่กับความหมายของคอนเส็ปท์
ส่วนในด้านกราฟฟิค คุณพอลนำลายจีนกับไทยในฟอร์มใกล้เคียงกันมาเมิจ์กันได้ลงตัว  จนทั้งคุณหวง ฝ่ายการพาณิชย์ของเขา กับท่านรองและผอ.ต้องร้องฮ้อ
..ส่วนคุณจอน ก็ออกแบบศาลาไทยในนิทรรศการ ได้สวยงามมาก เป็นไทยผสมกลิ่นจีน โดยเล่นสีแดงและสีทอง
มีทั้งศาลาพักผ่อน ศาลาเจรจาการค้า และทางเดิน
ส่วนซุ้มประตูออกแบบได้กลมกลืนกันมาก มีพญานาคและมังกรอยู่ด้านละข้าง
เมื่อถึงเวลาก่อสร้างศาลา เราต้องไปทำที่นั่น
แต่พญานาคกับมังกรสิ เราควรทำในบ้านเรา ขนาดยาวมาก และความสูงต้องได้สัดส่วนกับความยาวของศาลา เพื่อให้ได้ความยิ่งใหญ่และสวยงาม ในจินตนาการของเรา เราก็เฟ้นหาลักษณะที่งามของมังกร และพญานาค จนสำเร็จ
หาช่างแกะจนได้ ช่างคนนี้ ดิฉันนับถือในน้ำใจของเขามาก เป็นศิลปินเต็มตัว ทำงานดี และวางใจได้
เมื่อทำเสร็จ จะต้องแยกชิ้น ทำเครื่องหมาย และนำไปประกอบที่เมืองจีน
เราจะต้องส่งทางเครื่องบิน ปลายทาง ก็เมืองฝูโจวค่ะ
แล้วก็มีเรื่องไม่คาดคิดจนได้

บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 26 ก.ค. 08, 04:50

เราส่งพญานาคและมังกรไปขึ้นเครื่อง China southern airline ก่อนที่ตัวเราจะบินไปทำงานเสียอีก แต่วันที่เราไปถึง ทั้งพญานาคแและมังกร ยังไม่ถึงฝูโจว!!!
....
คณะทำงาน มีท่านกงสุล ท่านผอ. และทีมงานของดิฉันใจตุ๊มๆต่อมๆ นี่เป็นความร่วมมือทางการพาณิชย์อย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างเรากับจีน ในการบริหารของไทย ฝูโจวอยู่ในเขตรับผิดชอบของกงสุลกวางโจว ซึ่งตอนนั้น พี่มัลลิกา เป็นคนดูแลอยู่
พี่มัล ท่านเป็นสุภาพสตรีโสด ลุยมาก รู้เรื่องจีนจริงๆ และรู้ลึก ใช้ชีวิตรับราชการให้ไทยที่เมืองจีนตลอด ท่านให้นังหนูรังิมา เช็คกับสายการบิน ได้ความว่าผู้จัดการสถานี นำพญานาคขึ้นแยกมาไว้แล้วที่กวางโจว เนื่องจากหีบห่อใหญ่ยักษ์มาก จึงต้องรอเที่ยวบินที่โหลดสมบัติน้อยหน่อยเพื่อที่จะโหลดพญานาคมาได้
แล้วมังกรล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันหรอกรึ
...
พวกเราถามเป็นเสียงเดียวกัน
หนูรังสิมาก็
"คือหยั่งนี้นะฮ้า...."
..
 
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 27 ก.ค. 08, 08:59

"คือหยั่งนี้นะฮ้า สายการบินเค้าบอกว่า มังกรมาจากดอนเมืองแล้วฮ่า แต่ว่า มังกรของเราคงใหญ่มากนะฮ้า แทนที่เขาจะส่งมาที่กวางโจว แล้วเปลี่ยนเครื่องส่งมาที่ฝูโจว เขาเอายัดใส่เที่ยวที่ไปปักกิ่งฮ่า รอเที่ยวไหนที่ตู้ว่าง ถึงจะส่งมาได้ฮ่า"
นังหนูรังสิมาทำเราทั้งทีมตระหนก
"ปูเหลียวก่อง ปูเหลียวก่อง... มันคิดยางงายกันเนี่ย ส่งมังกรของเราไปปักกิ่งน่ะคนละเส้นทางเลย"
พี่จอนล้อนังหนูรังสิมา ทำเอาความเครียดเปลี่ยนเป็นความงง
"หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันนะฮ้า ..พี่ๆจะเอายังไงกันฮ้า"
ผอ. พี่มัลลิกา คุณพอล ดิฉันมองหน้ากัน ก็มันมะรืนนี้แล้วนะ ที่งานจะเริ่ม แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีล่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 27 ก.ค. 08, 20:49

เหตุการณ์ที่ไม่ชอบมาพากลนี้ ทำให้ดิฉันและคุณพอล นึกถึงวันที่เราไปตรวจงานการแกะพญานาคและมังกร (รวมถึงทุเรียน)ที่เทพารักษ์ ทุกอย่างสำเร็จร้อยเปอร์เซนต์งดงาม ช่างแกะถามเราว่า ต้องบวงสรวงพญานาคและมังกรก่อนหรือไม่ ก่อนที่จะส่งไปเมืองจีนน่ะ เรามองหน้ากันยิ้มๆ ประเภทเอ๋อเหวอ ไม่คิดอะไร
วินาทีนั้น ที่เมืองจีน เราสองคนคิดตรงกัน ว่ารู้งี้ อธิษฐานก่อนก็ดี
ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้
พี่มัลลิกา ท่านกงสุลกวางโจวช่วยผอ.และเราคิดจนได้ ให้ผอ.สถานีการบินไทยที่กวางโจว ติดต่อใช้คอนเนคชั่นให้ทั้งพญานาคที่ค้างอยู่ที่กวางโจวหลายวัน และมังกรที่ไปเที่ยวปักกิ่งเพลินมาฝูโจวไม่ได้ มาให้ทันการเปิดงานจะได้ไหม
ต้องขอบคุณคนไทยด้วยกัน ที่จัดการสำเร็จ คืนก่อนวันงาน เวลาค่ำๆ กล่องทุเรียนยักษ์ และกล่องพญานาคก็มาถึงฮอลล์ที่เราแสดงสินค้า
ศุลกากรมาตรวจที่ฮอลล์เลยว่าเรานำเข้าอะไรน่ะ ใหญ่มากมา เราแกะให้ดูทันที พวกเขาทึ่งมาก และทึ่งยิ่งกว่านั้น เมื่อแต่ละชิ้นๆ ที่ประกอบกันสดๆ ได้สำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง
ในที่สุด ใจประสานใจฝ่ายไทยก็มาถึงทันเปิดงาน
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แรงสามัคคีของคนไทยด้วยกัน ทำให้พญานาคมารักษาหน้าคนไทยค่ะ ..
ส่วนมังกร มาถึงในอีกวันหนึ่งถัดมา...
 

บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 28 ก.ค. 08, 09:44

 ยิงฟันยิ้ม นับว่า เราผ่านสถานะการณ์ฉุกเฉินไปได้เฉียดฉิว ไม่ใช่แต่เพียงพญานาคและทุเรียนยักษ์ อันสวยงามเท่านั้น สินค้าที่พ่อค้าและราชการนำไปจัดแสดง ที่ตกค้างเคลียร์ของออกไม่ได้ก็ทะยอยมาทั้งคืน
ทุเรียนคือของที่มีค่ามาก ในสายตาของคนจีน พอๆกับข้าวหอมมะลิ
สินค้าอื่นๆก็ได้เตรียมจัดแสดงพร้อมในคืนนั้น
ท่านหวง ซึ่งเป็นแม่งาน สบายใจ กรมก็สบายใจ
ท่านหวงถึงกับนั่งตีขิมอยู่ตรงศาลา เป็นเพื่อนกับทีมงานในคืนนั้น ทำให้เรานึกถึงขงเบ้ง และวรรณกรรมจีนหลายเรื่อง
เพลงที่ตี เป็นเพลงสากล ถามว่า เพลงประเทศอะไร เพราะมาก
ท่านหวงยิ้ม และบอกเราว่า เป็นเพลงคลาสสิคของรัสเซียไง
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 28 ก.ค. 08, 16:30

อันที่จริง ก่อนงานจะเกิด ทีมศิลป์ของเราคือคุณพอลและคุณจอน ต้องบินไปเมืองฝูโจวรอบหนึ่งก่อน เพื่อบรีฟรายละเอียดในการตกแต่งและก่อสร้าง ตอนนั้น ไม่มีใครเคยไปเมืองจีนกันมาก่อนเลย
โชคดีที่เรารู้จักทีมงานของจีนกันมาก่อนแล้วจากการเยือนเจรจากันที่เมืองไทย
ท่านหวง เป็นคนจีนที่น่าคบ ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูไม่เป็นพ่อค้าสักนิด ส่วนท่านรองท่านดูเป็นพ่อค้ากว่า ทั้งที่ความจริงท่านเป็นนักเจรจาการฑูตระดับเซียน
ดิฉันยังภาคภูมิใจอยู่ทุกวันนี้ที่ได้เคยทำงานกับนักต่อรองอย่างท่าน
คุณพอลและคุณจอน บินไปประสานงานกับว่านยี่ ว่านยี่เป็นถึงผู้จัดการบริษัทที่รับงานก่อสร้างตกแต่งฮอลล์แสดงสินค้า จบมาทางศิลปะเหมือนกัน จึงพูดภาษาเดียวกัน เจอแบบของสองหนุ่มจากไทย ก็ตะลึงอึ้งกิมกี่ไปเหมือนกัน
พูดกับทีมงานอย่างถ่อมตัวว่า
"ไม่แน่ใจว่าจะทำได้สวยเป็นที่พอใจของเราคนไทยหรือไม่"
..
คุณพอลและคุณจอนต้องปรับสเปคกันพอสมควร เพื่อให้เหมาะกับวิธีการทำงานของที่นั่น ที่จริงนอกจากบริเวณส่วนที่เป็นแลนด์มาร์คซึ่งเป็นศาลาไทยนั้น เรายังมีเวทีการแสดงอีกด้วยค่ะ
เวทีนี้ จะยกพื้นขึ้นมา อยู่อีกมุมของฮอลล์ การแสดงจะส่งตรงมาจากททท. เป็นพวกรำไทยที่งดงามอ่อนช้อย วิจิตรบรรจง งานออกแบบตกแต่งเวทีนี่ จอนก็ทำด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 29 ก.ค. 08, 07:10

บนเวที เรามีคำพูดว่า ก่งถงฟัดจ่าง.. สังเกตว่า คนจีนจะชอบการแสดงมาก มีการแสดงทีไร คนจีนจะเฮเทกันไปที่เวทีก่อนอย่างอื่น คนแสดงก็มีความสุข
..
ดิฉันสังเกตว่า ท่านหวงของเราเป็นศิลปินคนหนึ่ง ไม่เพียงแต่ตีขิม และชงน้ำชาหอมๆให้เราดื่มเพื่อผ่อนคลายความเครียดคืนวันก่อนเปิดเท่านั้น ในอีกวันต่อมา เมื่อพิธีเปิดผ่านไปเรียบร้อยโดยท่านอธิบดีกรมส่งออกขณะนั้น กับผู้ปกครองมณฑลฝูเจี้ยน และมีทีวี นักข่าว สื่อมวลชนเพียบ และมังกรจากปักกิ่งมาถึง ติดตั้งเคียงคู่พญานาคเรียบร้อย ท่านก็ยังเขียนบทกวีจีนมาให้บทหนึ่งด้วย
เขียนไม่เขียนเปล่า ทำอิงค์เจ็ทมาให้แผ่นหนึ่งเล็กๆ ใช้เป็นโมบายได้เลย
ในบทกวีนั้นพูดถึงน้ำใจต่อน้ำใจของเขากับเรามาด้วย
หนูรังสิมาและพี่มัลลิกาแปลให้ฟัง
ซาบซึ้งกันมาก
ท่านรองบอกดิฉัน.. "คุณกุ้งแห้งเยอรมันครับ แต่งตอบสดๆเลย"
เอ้อ.. ดิฉันอึกอัก กลัวสนิมร่วง
คุณพอลยื่นปากกาด้ามโปรดให้ (ก็เรย์โนลด์ไงคะ) ท่านผอ. สั่งลูกน้องไปหากระดาษเอสี่มาปึกหนึ่ง
ดิฉันก็ลงทุนแค่ไปนั่งที่มุมสงบหนึ่งในฮอลล์ปั่นกลอนแปดมาสองสามบทค่ะ
คุณพอลแบบลาย กรอบให้ ส่วนกลอนใช้ลายมือดิฉันน่ะแหละ ว่านยี่รู้ใจ ส่งคนมารับไปทำอิงค์เจ็ท
ไม่กี่นาที ก็สำเร็จมาแขวนคู่กับบทกลอนของท่านหวง
เรียกว่าทันกันค่ะ...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 29 ก.ค. 08, 07:26

การทำอิงค์เจ็ทบ้านเราตอนนั้น ทั้งแพงและเชื่องช้า แต่ที่จีน รวดเร็ว สวยงามหาที่ติไม่ได้เลย ก่อนที่ดิฉันมา จอนเล่าให้ฟังว่า
"ผมกับพี่พอลงงเหมือนกัน พี่พอลปรับไซส์แบบเสร็จ ส่งไฟล์ให้ว่านยี่ สักครู่ มีคนปั่นจักรยานเข้ามา รับแบบไปแล้ว ไม่เท่าไหร่ในวันเดียวกัน ไอ้หมอนั่นปั่นจักรยานกลับมา ส่งอิงค์เจ็ทให้แล้ว.."
ก็แน่ละ ไม่กี่เดือนให้หลัง เราก็ทราบว่า พวกจีนไต้หวันมาบุกเมืองไทย เปิดบริษัททำอิงค์เจ็ทกันเป็นล่ำเป็นสัน ตีตลาดและหั่นราคาจนบริษัทเดิมๆขนหัวลุกกันไปตามๆ
สมน้ำหน้า เอากำไรขูดรีดกันมาพอแล้ว
ไฮเรสโซลูชั่นซะด้วย
ทำแคมเปญเลือกตั้งกันที จ่ายเงินค่าอิงค์เจ็ทกันคอย่น
นักการเมืองสบายไป
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 31 ก.ค. 08, 07:53

ผู้อ่านคงอยากจะทราบว่า นิทรรศการ ซินเหลียนซินของเรา มีผู้ชมมากไหม ขอเรียนว่า ก่อนเปิดงาน เขามีการสนับสนุนส่งเสริมข่าวของงานแรกระหว่างไทยกับจีนโดยกรมส่งออก ที่เราเรียกว่า Thailand Exhibition in Fuzhou กันครึกโครมตามทีวี หนังสือพิมพ์ และคัทเอาท์ในเมืองฝูโจวเอง
ทีมงานของเรายังไปยืนถ่ายรูปหน้าคัทเอาท์ยักษ์นี้กันเลยค่ะ
นอกจากคุณรังสิมา เจ้าของคำขึ้นต้นว่า คือหยั่งนี้นะฮ้า ดิฉันยังไม่ได้เล่าเรื่องมิสเฉิน ซึ่งเป็นบัณฑิตจบใหม่หมาด มาเป็นผู้ประสานงานระหว่างทีมตอกตะปูกับทีมเอเจนซี่ของเรา เธอทำหน้าที่เข้มแข็งมาก ดิฉันไปไหนมาไหนโดยมีเธอประกบเสมอๆ ในเวลางาน เพราะเธอสันทัดภาษาอังกฤษพอที่จะสื่อสารกับพวกเราอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นี่คือสาวจีนรุ่นใหม่ค่ะ
คล่อง มีน้ำใจบริการ และทันสมัย
เยาวชนรุ่นใหม่ที่มาช่วยงานแสดงสินค้า ก็คัดมาจากเด็กหนุ่มสาวที่กำลังเรียนปริญญาตรี ช่วยเป็นล่ามระหว่างผู้ส่งออกที่พูดจีนไม่ได้ กับลูกค้า
ผู้เข้าชมงานนั้น แยกไม่ได้ค่ะ ว่าเป็นpublicหรือเป็นtrade เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่เปิดให้เฉพาะผู้เจรจาการค้าเท่านั้นเข้ามา สาธารณะชนก็แห่แหนกันเข้ามาด้วยแบบมารอที่ประตูทางเข้าตั้งแต่ยังไม่เปิดงานแล้ว
งานของเราอยู่บนชั้นสามของอาคารหอการค้านะคะ เนื้อที่ประมาณสี่พันตารางเมตรค่ะ ถ้าจำไม่ผิด
 
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 01 ส.ค. 08, 07:14

เป็นธรรมดาของการแสดงงาน เมื่องานวันพิธีเปิดผ่านไปเรียบร้อย กลางคืนก็มีการเลี้ยงรับรอง ทั้งสองฝ่ายสลับกันเป็นเจ้าภาพคนละคืน ในฐานะที่ทีมของเราคลุกงานตั้งแต่ต้น ดิฉัน คุณพอล และคุณจอนก็ไปนั่งร่วมโต๊ะด้วย ไม่ได้มีกันแค่สิบคนนะคะ โต๊ะกลมใหญ่ ผู้หลักผู้ใหญ่ฝ่ายจีนเยอะมาก ผู้ใหญ่ที่สุดในโต๊ะ มีข้าราชการระดับสูงของจีน ท่านหวงและทีม ท่านรอง ผอ. และท่านกงุสุล
อาหารเด่นของเมืองนี้ที่เป็นเอกลักษณ์มาพันปีก็ซุปปลาฉลามที่พวกเราไม่รู้สึกเลยว่ามันอร่อย แต่ก็ยินดี
ที่อร่อยกรุบๆแน่นอนของเขาก็คือหอยค่ะ หากใครเคยรับประทานหอยหลอดที่แม่กลอง จะตกใจเมื่อเจอหอยหลอดของฝูโจว ตัวโตกว่า อร่อยพอสมควร ถามว่าโตขนาดไหน ก็ขนาดหอยพิมที่ขายคู่กันเสมอในตลาดแม่กลอง แต่ยาวกว่า
ที่เหลือนอกนั้นก็หนักปลา หมูเห็ดเป็ดไก่ตามสไตล์คนจีน รสชาติเล่นเอาพวกแต้จิ๋วไทย ไม่คุ้นเลย
แปลกๆไปหมด รับประทานภัตตาคารไหนก็รสชาติจืดๆแบบนี้ พวกติดน้ำปลา พริกขี้หนู จะบ้ากัน
ที่ขำกันไม่เลิกคือ คนเสิฟมองคุณพอลของดิฉันกันตลอด เราคาดว่า น่าจะเป็นเพราะความหล่อ.. ไม่ได้คิดอะไรกัน
ที่หักมุมมากๆก็ตอนเก็บเงิน บริกรมุ่งตรงไปที่คุณพอลค่ะ
เล่นเอาฮือฮากันทั้งโต๊ะ
ท่านรอง ท่านหวงงง ว่า เอ.. ผมก็ว่าโหงวเฮ้งผมบอกฐานะ แต่มันทำไมไม่มาเก็บเงินที่เราหว่า
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 18
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง