เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 7724 ที่สุดในโลก
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
 เมื่อ 07 เม.ย. 08, 18:59

สมัยเด็กๆ ชอบเล่นทาย"ที่สุดในโลก"กัน
แต่พอพ้นระดับประถม เข้ามัธยม พวกนี้ก็ซาไปจากชีวิต
กลายเป็นไปเห่อคนดังแทน

คิดๆ ดูก็น่าเสียดายนะครับ การที่เราสนใจโลก หมายความว่าเราก็สนใจเพื่อนร่วมโลกด้วย
แต่การบ้าดาราหรือบ้านักกีฬา กลับกลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม
คือสร้างคอกขังตัวเองไว้กับสิ่งที่ลุ่มหลง

อย่างเช่นเมื่อผมเริ่มบ้าเปเล่ ผมไม่เคยสนใจเลยว่าบราซิลคืออะไร
อเมริกาใต้คืออะไร....(เพิ่งรู้เมื่อไม่กี่ปีมานี้เองว่า ประเทศนี้ เขามีกิจกรรมฆ่าเด็กทิ้งด้วย)
ในสมองคิดถึงแต่เกือกของเปเล่ กับลีลาท่ายิงประตู
พอมาเห่อโมเน่ต์ ก็ไม่เคยสำนึกว่าฝรั่งเศสเป็นยังไง ยุโรปเป็นยังไง

การลุ่มหลงเช่นนี้ คิดว่าไม่ใช่เรื่องคุ้มค่า

ขอเชิญท่านที่สนใจมาเล่นปัญหาที่สุดในโลกกันดีกว่า

ขอถามว่า
เมืองหลวงที่ชื่อยาวที่สุดในโลก คือเมืองอะไรครับ
(แหะๆ....ต้องมีคนหัวเราะเยาะแน่เลย ว่างี่เง่าอะไรอย่างนี้)
เอ้า ทำให้ยากขึ้นหน่อย ขอเป็นภาษาอังกฤษละกัน
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 19:31

ถ้าถามเป็นชื่อไทยจะตอบให้ทันที พอถามเป็นภาษาปะกิต จะไปก๊อป wikipedia มาตอบก็เขิล

คำถามนี้ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่า สมัยเด็กๆ นอกจากหนังสือเรียนแล้ว ก่อนไปสอบเข้ามัธยม ไม่ว่าจะมัธยมต้นหรือมัธยมปลายก็ตาม เราต้องอ่านหนังสือ "ความรู้รอบตัว" เผื่อไว้ด้วย  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 21:29

เดี๋ยวนี้ เขาอ่านก๊อสศพดารา
ม่ายก็ปาป้าราดคี่....เฮ้อ โลกหนอ

แม้แต่สื่อที่น่าจะมีคุณภาพ ก็ยังจัดอันดับอะไรที่งี่เง่า
เช่นหมาวิทยา เอ้ย มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด
คนที่รวยที่สุด...รู้แล้วสมองหายฝ่อรึงัยย์น่ะ

เอางี้ ผมขออวดสักเรื่องหนึ่ง เป็นที่สุดในโลกที่คนไทยเป็นเจ้าของ
เคยทราบมาว่า บทความที่ติดอันดับถูกอ้างอิงมากที่สุดในโลกสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ
มีคนไทยเป็นชื่อต้นครับ
เจ๋งมะ

แต่...เป็นข้อมูลนานแล้ว บัดนี้จะถูกแซงด้วยงานอื่นหรือไม่ ไม่ทราบ
แต่อย่างน้อยก็ชวนปลื้มอยู่พอสมควรแหละครับ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 196


ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 00:26

สมัยเด็ก ถัดจากชื่อเมื่องต่อไปก็จะต้องถามต่อว่าชื่อคน (พระนาม,นาม) ที่ยาวที่สุดในโลกคือใคร
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 00:40

เมืองหลวงที่ชื่อยาวที่สุด (กรุงเทพฯ ไม่เอาครับ เอาแบบที่ใช้กันทั่วๆ ไป  ยิงฟันยิ้ม)

ขอทายว่า "บันดาร์ เสรี เบกาวัน" ครับ เมืองหลวงของบรูไน
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 01:52

Sri Jayewardenepura-Kotte ศรีลังกา

Bandar Seri Begavan บรูไน

ชื่อเดิมของ LA ก็ใช่ย่อยนะครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 29 เม.ย. 08, 21:51

เก่าที่สุดในโลก
Antikythera mechanism
http://en.wikipedia.org/wiki/Antikythera_mechanism

เชื่อว่าเป็นกลไกการคำนวณที่เก่าก่อนคริสต์กาล และถือว่าเป็นคอมพิวเตอร์ที่เก่าที่สุดในโลกอีกด้วย


บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 29 เม.ย. 08, 22:18

รวยสุด
เคยบอกว่าบิลล์ เกตต์ ไม่ใช่คนรวยสุด
เขาถูกวอรเรน บั๊พเฝต เพื่อนซี้ริบตำแหน่งไป
บั๊พเฝท นักเลงหุ้น ก็ถูกแม๊กซิกันแซ.ไปแระ

ล่าสุดของล่าสุด พี่แม๊กก็โดนน้องอินตะระเดียนไทคูณ แซงเหมือนกัน

เป็นอันว่า ลำดับใหม่เป็นดังนี้ครับ
http://www.dailymail.co.uk/pages/live/articles/news/news.html?in_article_id=490818&in_page_id=1770

1 Mukesh Ambani ndian nearly £31billion.
2 Carlos Slim Helu Mexican
3-4 Warren Buffe/Bill Gates

นี่เป็นข่าวรายวัน ถ้าตามการจัดแบบรายเดือนหรือนานกว่านั้น
คุณอัมพานี ยังอยู่ที่สิบกว่าครับ

อันดับดังกล่าว อาจจะชี้แนวโน้มอะไรบางอย่างเกี่ยวกับทิศทางของโลกใบนี้
ในรอบทศวรรษ แต่ใครจะคิดแล้วได้อะไร ก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของแต่ละท่านนะครับ
ตอนนี้ ผมขอต้มข้าวต้มรับประทานก่อน

มีที่ใหน หลับไปไม่กี่วัน ตื่นมาอีกที ข้าวแพงขึ้นหนึ่งเท่า
สงสารคนที่ตุนข้าวสารไว้หมื่นล้าน พริบตาเดียวกลายเป็นสองหมื่นล้าน
เฮ้อ....จะเอาเงินที่เพิ่มหนึ่งเท่าไปเก็บไว้ใหน

หุงข้าวต้ม ลดปริมาณข้าลงได้ครึ่งหนึ่ง
ลดความอ้วน

และลดความโลภได้ด้วย
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 29 เม.ย. 08, 23:35

ดีออกครับคุณพิพัฒน์
เมื่อก่อนนายติบอเข้าร้านอาหารตามสั่ง
ต้องสั่งเสมอว่า "ข้าวน้อย"

เดี๋ยวนี้ไม่ต้องสั่งแล้ว สบายอกสบายใจ
กินยังไงก็ไม่อ้วน คิคิ



ปล. แต่กับมันก็น้อยลงด้วยนี่สิ แย่นะ เหอๆ
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 00:16

หมู่บ้านผมตุนทุกครัวเรือนล่ะครับท่านพิพัฒน์  ตุนข้าวในยุ้งแต่ไม่ใช่เพื่อขายครับเพื่อกิน  จนเหลือกินแล้วถึงฤดูใหม่ที่จะต้องนำข้าวใหม่และพันธุ์ที่คัดใส่เล้า  จึงนำข้าวเก่าออกขาย  บางคนช็อตก่อนไม่ชนปีก็ต้องซื้อกิน  นี่ล่ะคนผลิตอาหารที่เค้าพูดซะหรูว่าครัวของโลก  ที่จริงผลิตเงินให้คนที่ตุนหมื่นล้านที่ท่านพิพัฒน์พูดถึงมากกว่า

ที่สุดในโลกที่กำลังพูดกันทั่วว่าบ้านเราส่งข้าวออกไปขาย ตปท. มากที่สุดในโลก  มีคนทำอาชีพเกษตรปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศ  และคนปลูกข้าวเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดในประเทศอีกทั้งที่ทุกคนในประเทศต้องกินข้าว  น่าภูมิใจพิลึก........... แลบลิ้น   แลบลิ้น   แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 01:32

ขำคุณบานา สำนวนไม่เป็นบ้านนอกเลย
เดิ้นซะอย่างหรู
"คนทำอาชีพเกษตรปลูกข้าวมากที่สุดในประเทศ"
พูดอย่างนี้ ไม่รู้จักครับ รู้จักแต่
ชาวนา ทำนา เกี่ยวข้าวได้มากที่สุดในโลก

ที่สุดในโลกอีกอย่างก็คือ
ข้าวรับฝากไว้ในยุ้ง(เดี๋ยวนี้เขาเรียกโกดังแฮะ) หกหมื่นตัน หกหมื่นกระสอบ
กองเป็นภูเขาสูงเท่าตึกห้าชั้น

วันดีคืนดี ข้าวทั้งหมด หาย
ไร้ร่องรอย

ข่าวว่ามดมาขนไปหมด....55555555
น่าจะลงที่สุดในโลกหมัยเนี่ยะ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 16:27

ผิดครับ ไทยไม่ใช่ผู้ผลิตข้าวอันดับหนึ่งของโลกนะครับ

จะว่าไปต้องเรียกว่าไม่ใกล้เคียงเลยด้วยซ้ำ เราเป็นผู้ผลิตอันดับ 6 ครับ ผลิตข้าวได้ราวๆ 15% ของอันดับหนึ่งอย่างจีนเท่านั้น หรือถ้าคิดสิบอันดับแรกรวมกัน เราก็ผลิตได้แค่ไม่ถึง 5% เลยครับ
นี่ว่าตามข้อมูลปี 2005 จาก wiki นะครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Rice#World_production_and_trade
 
แต่เป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก อันนี้จริง ถ้าจำไม่ผิด ปีที่แล้วเราส่งออกข้าวราว 9 ล้านตัน มากกว่าผู้ส่งออกอันดับสองอย่างเวียดนามอยู่ราวเท่าตัว

เรื่องนี้เป็นภาพลวงตาของคนไทยมานาน เพราะนักการเมืองบางคนเพ้อเจ้อขายฝันว่าจะทำให้เราเป็นชาติมหาอำนาจทางข้าว

ดูเอาคงจะเข้าใจนะครับ  ถึงขายมากกว่าคนอื่น แต่เราไม่ใช่คนที่จะกำหนดราคา เป็นแค่รายย่อยในตลาดข้าวครับ ดีร้ายอยู่ที่สภาพตลาดเท่านั้นครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 17:23

เคยคุยกับพ่อค้าข้าว
เรื่องเบื้องลึกก็คือ เราเป็นมหาอำนาจเรื่องข้าว ของจริงครับ
ถ้าข้าวเราเข้าตลาด ทุกเจ้าหลบ ไม่กล้าสู้

แต่บังเอิญว่า ประชาชนไม่ได้ปกครองประเทศไทย พ่อค้าตะหาก.........
อ้อ
ยังมีที่สุดในโลกอีกรายการ

น้ำตาลครับ
ประเทศไทย น้ำตาลแพงที่สุดในโลก
(นี่เทียบตามคุณภาพนะครับ)
น้ำตาลนอก ถ้าเข้าตลาดไทยได้ จะราคาครึ่งเดียวของที่ต้องจ่ายกันตอนนี้
นำ้ตาลไทย ถ้าออกนอก จะไม่มีใครซื้อ

นโยบายอุ้มตลาดภายใน ใช้มาจะครบครึ่งศตวรรษอยู่แล้ว
พ่อค้า 99 % ไม่เคยใช้ความได้เปรียบนี้ พัฒนาสินค้าในประเทศให้ออกนอกกระลาครอบได้เลย
คุณอานันท์ เคยถามนายทุนรถยนตร์สมัยที่ลดกำแพงภาษีว่า รัฐบาลอุ้มคุณมาสามสิบปีแล้ว

คุณยังเดินเองไม่เป็นหรือ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 18:38

คุณพพ.ค่ะ  ดิฉันได้ยินแบบไม่ตั้งใจฟังว่า  ราคาน้ำตาลเราถูกกว่าประเทศเพื่อนบ้าน  ท่านนายกฯสมัครจะยอมให้ราคาน้ำตาลขื้น  เพื่อให้ชาวไร่อ้อยขายอ้อยได้ราคาเพิ่มขึ้นอีก  แล้วอย่างนี้อย่างเรา ๆ จะรู้ความจริงได้อย่างไรค่ะนี่  เราน่ะเป็นผู้เสียประโยชน์อยู่แล้วล่ะ  ที่นี้ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์  ชาวไร่อ้อย โรงงาน พ่อค้าคนกลาง หรือนักการเมือง

ประเทศเราเป็นที่สุดในโลกเรื่องข้อมูลเชื่อถือไม่ได้หรือเปล่าค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 30 เม.ย. 08, 20:17

น้ำตาลของเรา มีผลผลิตต่อไร่ ตำ่กว่าคู่แข่งมาก ทั้งจากฟิลิปปินส์ หรือเมกาใต้
นอกจากนั้น อัตราความหวานก็ต่ำด้วย หมายความว่า เขาปลูกหนึ่งไร่ เราต้องปลูกไร่ครึ่งเป็นอย่างน้อย
แล้วยังมีภูมิอากาศมาแจมอีก คือบางปี ตัดไม่ได้ เพราะไม่สุกหรือเน่าใน หรือหวานไม่พอ....
บางปีลงแล้ว ต้องถอนทิ้งลงใหม่
และ.....เป็นพืชชนิดเดียว ที่ใช้การเมืองเป็นปุ๋ย

เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่น่าลงทุนเลย ให้ตายเหอะ
นายทุนใหญ่ๆ หนีไปอาัยดินประเทศอื่นทำไร่อ้อยกันหมด

แต่อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมว่ามา
ใครไปเมืองนอก ลองเช็คราคาน้ำตาลดูเถิดว่ากิโลละเท่าไร และใส่กี่ช้อนจึงหวาน
และ ทำไมมิตรผล จึงหนีไปทำน้ำตาลไฮเอนด์ พวกใส่สมุนไพร พวกแพคเกจจิ้งสวยๆ
เพราะถ้าของเราถูกกว่า ก้อส่งออกสะบายสิครับ ป้ากุน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.087 วินาที กับ 19 คำสั่ง