เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23
  พิมพ์  
อ่าน: 110710 คนเขียนเพลง
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 315  เมื่อ 12 ธ.ค. 08, 11:44

ในเว็บซองแฟคท์ นี่คือคำพูดของเดวิด ว่าเขาเขียนเพลงนี้ (IF)ที่ไหน จบอย่างไร

Bread keyboardist David Gates says: "I wrote that one night at the dining room table, after my kids and my wife had gone to bed. It took me about an hour and a half, with an extra verse left over. If you look at it, there's a few bizarre lines in there, like 'you and I would simply fly away' - that's kind of an unusual thought. When I was done, I said, 'That's the best song I've ever written and probably will be the best song I'll ever write.' For me it's really held up over time, more than any of the others."
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 316  เมื่อ 12 ธ.ค. 08, 13:16

 แลบลิ้น


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 317  เมื่อ 12 ธ.ค. 08, 15:44

อยากให้คุณบานา ฟังเพลงที่ดิฉันไม่ลืม ในช่วงที่หนังรักฮือฮาในเมืองไทย ชื่อว่า melody fair มีเพลงของBee Gees กับ CSNY ในปี 1971
เพลงที่เราๆ สาวๆ ชอบมีหลายเพลง in the morning, melody fair และอีกเพลงที่เรามักจะเล่นกีตาร์กัน ชื่อเพลง First of May
หนึ่งพฤษภา

เมื่อฉันยังเด็ก ต้นคริสต์มาสสูงใหญ่
เราเคยรักกัน ในขณะที่คนอื่นๆเขาเล่นกัน
อย่าถามว่าทำไม เมื่อเวลาผ่านไป
ใครคนหนึ่งจากที่แสนไกลผ่านเข้ามาแทนที่

When I was small, and christmas trees were tall
We used to love while others used to play
Don't ask me why, but time has passed us by
Some one else moved in from far away

ตอนนี้เราโตแล้ว และต้นคริสต์มาสกลับเล็กลง
พวกเราไม่ถามเรื่องเวลากันแล้ว
แต่ความรักระหว่างเราสองไม่จบสิ้น
ทายสิว่า ใครจะร้องไห้ ในวันที่หนึ่งพฤษภา

Now we are tall, and christmas trees are small
And you don't ask the time of day
But you and I, our love will never die
But guess who'll cry come first of May

ต้นแอปเปิ้ลที่เติบโตมาเพื่อเธอและฉัน
ฉันเฝ้าดูผลแอปเปิ้ลต้นนั้นร่วงลูกแล้วลูกเล่า
นึกไปถึงนาทีประทับใจเดิมๆ
วันที่ฉันหอมแก้มเธอและเธอก็จากไป..

The apple tree that grew for you and me
I watched the apples falling one by one
And I recall the moment of them all
The day I kissed your cheek and you were gone



คนทำหนังชื่อดังอย่างเดวิด พัทนั่ม และแอลลัน พาร์คเกอร์ หนังจะไม่ดังได้อย่างไร หน้าปกหนังสือตอนนั้นมีแต่พระเอกนางเอกของเรื่องค่ะ ที่น่ารักคือพระเอกมีผู้ช่วยพระเอกที่คล่องแคล่ว คู่นี้ ชื่อมาร์ค เลสเตอร์ กับแจ็คไวลด์ และเทรซี่ ไฮด์
แจ็ค ไวลด์ขโมยหัวใจทุกคนหมดเลย
มันนานจนจำไม่ได้ว่าดูหนังเรื่องนี้กับใคร

การแสดงสด


ไตเติ้ลหนัง




บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 318  เมื่อ 13 ธ.ค. 08, 00:34

'That's the best song I've ever written and probably will be the best song I'll ever write.'
ว่ามาซะขนาดนี้  ต่อมสนใจทำงานทันทีอ่ะครับ  เลยหาเพลงวงนี้มาฟังซะ  โดยเฉพาะเพลงนี้ IF ไพเราะดีครับน่าที่สาวๆจะชอบ  In the morning ผมก็ชอบครับวง Bee Gees ผมฟังน้อยมาก
ฟังดูดีนะครับ  เพลงทำให้คุณกุ้งเห็นภาพที่สวยงามเยอะแยะ  ได้เห็นความทรงจำไปด้วยระหว่างฟังเพลง  ..อิอิ  สาวใส่สเกิร์ตยาวๆร้องเพลงที่บ้านกลางทุ่ง  ทั้งๆที่ผมนึกไม่ออกเลยว่าแถวคลองตันเอกมัย  จะมีทุ่งนาได้อย่างไร  ผมลองร้องเพลงนี้ดู  ร้องยากชะมัด(หรือไม่ใช่แนว)..อิอิ  แต่ความหมายถือว่าดีมากครับ  เลยของขึ้นขออนุญาตถอดความดูครับ

If
Bread

If a picture paints a thousand words,
Then why can’t I paint you?
The words will never show the you I’ve come to know.
ถ้าหากว่ารูปภาพบรรยายได้เป็นพันคำ
เช่นนั้นทำไมฉันจึงจะวาดเธอออกมามิได้
คำบรรยายเหล่านั้นไม่อาจบ่งบอกถึงตัวเธอที่ฉันรู้จักได้

If a face could launch a thousand ships,
Then where am I to go?
There’s no one home but you,
You’re all that’s left me too.
ถ้าในหนึ่งใบหน้าที่สามารถปลดปล่อยผู้คนเป็นพัน ๆ ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นฉันจะไปที่ไหนได้อีก....
แม้บ้านนี้ไม่มีใครหลงเหลืออยู่เลย นอกจากเธอ
เพียงเธอนั้นคือทุกอย่างที่ฉันเหลืออยู่

And when my love for life is running dry,
You come and pour yourself on me.
และเมื่อความรักในชีวิตชองฉันกำลังเหือดแห้งหายไป
มีเพียงเธอนั่นเองที่เข้ามาเติมเต็มให้ฉันชื่นหัวใจ

If a man could be two places at one time,
I’d be with you.
Tomorrow and today, beside you all the way.
ถ้าคนสามารถอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน
ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็จะอยู่กับเธอ
พรุ่งนี้ หรือวันนี้ ฉันก็จะอยู่ข้างเธอตลอดไป

If the world should stop revolving spinning slowly down to die,
I’d spend the end with you.
And when the world was through,
ถ้าโลกนี้จะหยุดหมุนลง หมุนเวียนไปสู่ความดับสลาย
ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับเธอ
และเมื่อโลกนี้ได้ผ่านพ้นไป

Then one by one the stars would all go out,
Then you and I would simply fly away
เมื่อใดที่ดวงดาราได้จากสิ้นไป.สิ้นไป....สิ้นไป
ยามนั้นเธอและฉัน.....เราจะโบยบินไปด้วยกัน.....ชั่วกัลปาวสาน...ฮือๆๆๆ.. ร้องไห้

(ปล.) First of May เพราะดีครับ  ขออนุญาตไม่เห็นด้วยเรื่องดารา  ผมว่า มาร์ค เลสเตอร์  น่าสนใจกว่าแจ็ค   หรือรสนิยมสาวๆยุคนั้นชอบแบบแจ็ค....อิอิ (ไม่รู้รวมสาวกุ้งไปด้วยหรือเปล่าครับ)
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 319  เมื่อ 13 ธ.ค. 08, 06:17

สิ่งแวดล้อม เป็นทุ่ง เป็นสวนค่ะ แต่บ้านน่ะ มีสระว่ายน้ำ บาร์เครื่องดื่ม และห้องใต้ดิน นับว่าเริ่ดของเซเวนตี้สเหมือนกันนะ
เพชรบุรีตัดใหม่ประมาณชานเมือง
สามทุ่มสุขุมวิทซอยสามสิบกว่าก็สงบ
ขับรถตอนนั้นไม่มีใครติดแอร์เท่าไหร่ หรือไม่มีเลย
ฝุ่นมีแถวดินแดง โบสถ์แม่พระฟาติมา
คุณเกิดทันกรุงเทพยุคนั้นจะปลื้มค่ะ
สวยกว่าเมืองนอกเมืองนาเป็นไหนๆ
ยกเว้น พวกตึกแถวกล่องสี่เหลี่ยมอัปลักษณ์ตามถนนรนแคมแล้ว กรุงเทพสวยน่ามอง นั่งรถเมล์แล้วดูเพลินเชียว แต่รถเมล์จะแน่นมาก
พวกโรคจิตก็พอมี นักล้วงกระเป๋าก็มี และคนถ่มน้ำลายในที่สาธารณะก็มี
ต้นไม้และคลองสองข้างทาง ทำให้กรุงเทพราวเมืองเทวดา
ย้อนกลับไปยุคคุณแม่ดิฉันสวยกว่านี้มากค่ะ ฟังท่านเล่าแล้วอยากกลับไปเกิดใหม่

ทางพระเขาว่า ทุกอย่างย่อมดับสลาย ไม่มีอะไรแน่นอน สักวัน กรุงเทพอาจจะกลับมาสวยงามใหม่ก็ได้

เรื่องของมาร์ค เลสเตอร์กับแจ็ค ไวลด์ คุณต้องไปดูหนังก่อน อย่าดูแค่หน้าตา
don't judge the book by its cover สิคะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 320  เมื่อ 13 ธ.ค. 08, 08:37

ยังอยู่ค่ะ  ได้แต่มาโฉบดูแบบลุกลี้ลุกล้นไ่ม่เป็นโล้เป็นพาย  หวังว่าคนเขึยนจะยังไม่หมดสนุกนะคะ

ภารกิจคุณป้ากุนคงเยอะมาก จะรอมาแจมค่ะ ตอนนี้ให้คุณบานากล้วยตีบแห่งเมืองอุบลฯ ลุยไปก่อน ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 321  เมื่อ 13 ธ.ค. 08, 10:52

นึกถึงเพลง ก็นึกถึงเรื่องราว หากใครมีความรักแบบหนุ่มสาวตั้งแต่สมัยเด็ก ดิฉันคิดว่า มันก็เป็นเรื่องงดงาม เมื่อได้ย้อนกลับไปดู
นิยายรักสมัยเด็กๆ มักจะบริสุทธิ์ ฝังใจ เมื่อเวลาผ่านไป เรามักจะมองรักแรกที่ต้องจบสิ้นไปอีกแบบหนึ่ง
ดิฉันว่า มีรักเก่าๆ บ้าง มันให้บทเรียนดีนะคะ และยิ่งเป็นรักตอนเด็กๆนี่ แก่ๆแล้ว ถ้าเขาหรือเธอยังมีชีวิตอยู่ แล้วมาพบกันใหม่นี่ มันก็ชื่นมื่นลึกล้ำดี
จะดีกว่าไม่มี หรือมีปุ๊บครั้งแรกก็สมหวังเลยนั้น ไม่ทราบ
เพลง First of May ทำให้นึกถึงความรักของศิลปินระดับแถวหน้าสองคนค่ะ
ลูลู กับมอริซ กิบบ์
เหลือเชื่อนะคะ ทั้งคู๋รักกันตอนเด็กๆ แต่งงานกันโดยที่แบรี่พี่ชายคนโตไม่เห็นชอบ เพราะรู้สึกว่ามอริสยังเด็กเกินไป
ลูลูเกิด1948 มอริสเกิด 1949 ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1969 ตอนนั้นอายุแค่ 20-21 ปี แล้วก็หย่าในปี 1973
ลูลูโด่งดังมากจากเพลง To sir with love เพลงในหนังที่เล่นกับครูผิวสีอย่างซิดนี่ย์ ปอยเตียร์
ส่วนมอริซ เขาเป็นหนึ่งหนุ่ม ของวง เดอะ บีจีส์ เป็นคู่แฝดของโรบิน นักร้องเสียงดี คลอดทีหลังโรบิน
เมื่อเลิกรากันไป สามสิบเจ็ดปีต่อมา ทั้งสองก็ได้ขึ้นเวทีร้องเพลง First of mayด้วยกัน
ด้วยความหมายที่เต็มอิ่ม ในสายตา และเสียงเพลง
ราวกับเพลงนี้ คนแต่ง รู้ล่วงหน้าว่า สองคนนี้ ถึงจะแยกกันแล้วไปแต่งงานมีครอบครัวลูกเต้ากับคนอื่น รักเก่านั้นก็ยังคงอยู่
อยากซึ้งเพลงนี้ ต้องดูคลิปนี้ค่ะ
รู้เบื้องหลังขนาดนี้ สาวละเอียดอ่อนอย่างดิฉันซึมไปเลย..




บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 322  เมื่อ 14 ธ.ค. 08, 01:12

ขอบคุณครับสำหรับเพลง  ไพเราะและเป็นภาพสีสวยดีครับ  ทีแรกนึกว่าจะเป็นขาวดำ  อิอิ......พูดตามตรงครับเห็นรูปบีจีส์ครั้งแรก  ผมนึกว่ามอริสแก่กว่าเพื่อน  คงเพราะศรีษะ  ผมคงต้องหาเพลงวงนี้ฟังเยอะๆ  เพราะรูจักน้อยมากจะรู้จักก็เป็นเพลงเต้นรำ  พวก tragedy เลยนึกว่าเป็นวงดิสโก้  แต่ก็ชอบเพลง how deep is your love เพราะดีครับ และเพลงที่ ไมเคิล โบลตัน นำมาร้องมารู้ทีหลังว่าเป็นเพลงของบีจีส์

กรุงเทพผมชอบแถวแพร่งภูธร  ผมว่าตึกแถวสวยดีสมัยก่อนคงเจริญมาก  ถ้าวิถีแบบคลองผมชอบอัมพวา กับ อยุธยา  ชอบศาลาริมน้ำครับ  ได้นั่งเล่นพักผ่อนในบรรยากาศแบบนี้น่ามีความสุข  คนที่ราบสูงอย่างผมก็ชอบในสิ่งที่ขาดแบบนี้ล่ะครับ  แต่ถ้าคลองเมืองกรุงคงไม่ไหวเวรี่แบดโพลูชั่นเต็มทน  แค่ทำคลองให้น้ำใสยังทำกันไม่ได้  ไม่รู้จะพัฒนาอะไรกันน่าอายชะมัด

พูดถึงแม่น้ำ  เพลงนี้เลยครับ Down by the river ของ  นีล ยัง  เป็นเพลงที่ผมยังข้องใจกับเนื้อหา  ไม่ทราบคุณกุ้งรู้จักเพลงนี้ไม๊ครับ....... ฮืม

  http://www.youtube.com/results?search_query=down+by+the+river&search_type=&aq=f

Down by the river
Neil Young

Be on my side,
I'll be on your side,
baby
There is no reason
for you to hide
It's so hard for me
staying here all alone
When you could be
taking me for a ride.

Yeah, she could drag me
over the rainbow,
send me away
Down by the river
I shot my baby
Down by the river,
Dead, oh, shot her dead.

You take my hand,
I'll take your hand
Together we may get away
This much madness
is too much sorrow
It's impossible
to make it today.

Yeah, she could drag me
over the rainbow,
send me away
Down by the river
I shot my baby
Down by the river,
Dead, oh, shot her dead.

Be on my side,
I'll be on your side,
baby
There is no reason
for you to hide
It's so hard for me
staying here all alone
When you could be
taking me for a ride.

Yeah, she could drag me
over the rainbow,
send me away
Down by the river
I shot my baby
Down by the river,
Dead, oh, shot her dead.
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 323  เมื่อ 15 ธ.ค. 08, 16:55

การแปลเพลง นอกจากจะต้องศึกษาภาษาไทยและอังกฤษอย่างดี
ยังควรจะต้องมีความรู้รอบตัวเรื่องศิลปะ วรรณกรรม และการละครไว้บ้างนะคะ คุณบานา
หน้าใครจะสามารถทำให้เรือตั้งเป็นพันๆลำต้องออกรบได้
ถ้าไม่ใช่เฮเลน แห่งทรอย
เพราะความงามของเธอ ทำให้กษัตริย์ต้องรบกัน
ดิฉันอ่านที่คุณแปลแล้วหละค่ะ และยังไม่มีโอกาสจะแปลให้ใหม่
ก็พอดีสมาชิกเรือนไทยที่เคารพ เขียนมาบอก

If
Bread
.........
If a face could launch a thousand ships,
Then where am I to go?
There’s no one home but you,
You’re all that’s left me too.
ถ้าในหนึ่งใบหน้าที่สามารถปลดปล่อยผู้คนเป็นพัน ๆ ได้
ถ้าเป็นเช่นนั้นฉันจะไปที่ไหนได้อีก....
แม้บ้านนี้ไม่มีใครหลงเหลืออยู่เลย นอกจากเธอ
เพียงเธอนั้นคือทุกอย่างที่ฉันเหลืออยู่


สมาชิกที่เคารพและไม่ประสงค์จะออกนามกล่าวว่า

ดวงหน้าในประโยคนี้ น่าจะหมายถึงเฮเลนแห่งทรอย
ที่ความงาม ดึงดูดเรือรบนับพันมาสู่ความตาย

คนแต่งเพลงคงอยากจะเทียบว่าสาวของตน งามดั่งเฮเลน

แปลใหม่สิคะ คุณบานา
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 324  เมื่อ 16 ธ.ค. 08, 01:08

ขอบคุณมากครับ  ผมไม่ได้นึกถึง The face that launched a thousand ships เลยครับ  ถ้ายังงี้ค่อยเข้าเค้าหน่อย  วรรณคดีตะวันตกผมยอมรับว่ารู้น้อยมาก (ก็คือมูลเหตุที่ผมต้องเข้ามาสู่วิชาการและเรือนไทย)  คำวลีและคำเปรียบเปรยมักสร้างปัญหาในความเข้าใจสำหรับผมเสมอ

เฮเลน  เป็นสตรีในมหากาพย์อีเลียตที่ผมจินตนาการความงามของเธอไปร้อยแปด  ผู้หญิงที่สวยจนทำให้เกิดสงครามแย่งชิง  สะเทือนไปทั่วนครรัฐของกรีกที่รบกับทรอย  รบกันเป็นเวลา 10 ปี (รบตั้งแต่สาวจนแก่.......อิอิ)  ตอนอ่านคิดไปอย่าง พอมาเห็น Diane Kruger ก็เปลี่ยนภาพในจินตนาการไปหมด  แต่ไดแอนเธอก็สวยหยดย้อยจริงๆ  สตรีที่มีอิทธิพลต่อแผ่นดินมีในทุกตำนานของทุกประเทศ  แต่ของไทยเรายังไม่ค่อยเด่นชัด  หรือมีแต่ผมไม่ทราบ ท่านหัวหน้าป้ากุนไปไหน  ไม่มาช่วยลูกน้องเลยคร๊าบบบ..... ลังเล


If a face could launch a thousand ships,
Then where am I to go?
There’s no one home but you,
You’re all that’s left me too.
ถ้าหนึ่งหน้าสร้างสมรภูมิเรือนับพัน
แล้วเช่นนั้นฉันจะไปที่ไหนได้
ขอบ้านนี้มีแต่เธอแม้ไร้ใคร
เธอนั้นไซร้คือทุกอย่างที่ฉันมี......... แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 325  เมื่อ 16 ธ.ค. 08, 06:50

เป็นกลอนเลยนะคะ ดีจัง
คุณป้ากุนและอาจารย์พิพัฒน์คงอมยิ้ม โดยเฉพาะรายหลังคงคิดในใจว่า อึ่ม พ่อกล้วยหายเพี้ยนแล้ว
 ยิ้มกว้างๆ
ช่วงนี้ บ้านเมืองค่อยมีบรรยากาศรื่นรมย์บ้าง แต่พวกกุ๊ยยังคะนองสร้างความวุ่นวายอย่างไม่หยุดหย่อน
เพื่อนฝูงบางคน ฟังเรื่องการเมืองมากๆเข้า ต้องไปหาหมอกัน
แต่สำหรับดิฉัน กีฬาและเสียงเพลงช่วยคลายเครียดได้ดีค่ะ ชวนไปฟังเพลงที่เพื่อนๆกลุ่มหนึ่ง เขานัดรวมตัวกันไปซ้อมดนตรีที่สตูดิโอแถวอาร์ซีเอ
เจ้าของกำลังสบายใจเพราะห้องซ้อมเต็มตลอด งานเข้าเยอะ เพราะเป็นช่วงที่ใครๆจองห้องเตรียมเล่นฉลองปีใหม่กัน
โรงหนังซึ่งปกติเงียบก็เริ่มคึกคักแต่ยังไม่ฟื้นเสียทีเดียว โรงแรมที่ช่วงปิดสนามบินขาดรายได้ตรึมเริ่มมีนักท่องเที่ยว จากหกห้อง สิบห้อง กลายเป็นปกติเร็วมาก ปีนี้ กรุงเทพอากาศดี น่าฉลอง น้ำมันลง แต่ค่าใช้จ่ายยังสูง แม่ค้าส้มตำบอกดิฉันว่า มะเขือเทศโลละหกสิบแล้วค่ะ
เคยหยิบเงินสามสิบบาทไปตลาดนัดซื้อผัก ต้องดับเบิ้ลเป็นหกสิบ เท่าตัว
แต่ชาวนาคงไม่เดือดร้อน (เพราะชิน..) คันนาที่ปลูกข่า ตะไคร้ คงต้องเพิ่มปลูกพริก แค เวลาว่างก็เพาะเห็ด ไม่งั้นไม่พอเลี้ยงชีพ
ไปหาเพลงฟังกันต่อค่ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 326  เมื่อ 16 ธ.ค. 08, 08:22

Wish you were here Lyrics
Artist(Band):Pink Floyd


So, so you think you can tell
Heaven from Hell,
Blue skies from pain.
Can you tell a green field
From a cold steel rail?
A smile from a veil?
Do you think you can tell?

Did they get you to trade
Your heroes for ghosts?
Hot ashes for trees?
Hot air for a cool breeze?
Cold comfort for change?
Did you exchange
A walk on part in the war,
For a lead role in a cage?

How I wish, how I wish you were here.
We're just two lost souls
Swimming in a fish bowl,
Year after year,
Running over the same old ground.
What have we found
The same old fears.
Wish you were here.

บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 327  เมื่อ 16 ธ.ค. 08, 08:38

Another Brick in the Wall (Compliation) Lyrics
Artist(Band):Pink Floyd


You, Yes You, Stand Still Laddie!

When we grew up and went to school, there were certain teachers who would hurt the children anyway they could
by pouring their derision upon anything we did
exposing any weakness however carefully hidden by the kids.

Out in the middle of nowhere they were home at night
their fat and psychopathic wives
Would thrash them within inches of their lives!

ooooooooooooo, oooooooo, ooooooooooo, ooooooooo, ooooooooo, ooooooooo,oooo.

We don't need no education
We don’t need no thought control
No dark sarcasm in the classroom
Teachers leave them kids alone
Hey! Teacher! Leave them kids alone!
All in all it's just another brick in the wall.
All in all you're just another brick in the wall.


(A bunch of kids singing) We don't need no education
We don’t need no thought control
No dark sarcasm in the classroom
Teachers leave them kids alone
Hey! Teacher! Leave us kids alone!
All in all it's just another brick in the wall.
All in all you're just another brick in the wall.

Spoken:
"Wrong, Guess again!
Wrong, Guess again!
If you don't eat yer meat, you can't have any pudding.
How can you have any pudding if you don't eat yer meat?
You! Yes, you behind the bikesheds, stand still laddie!"

[Sound of many TV's coming on, all on different channels]
"The Bulls are already out there"
Pink: "Aaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaarrrrrgh!"
"This Roman Meal bakery thought you'd like to know."

(A bunch of kids singing) We don't need no education
We don’t need no thought control
No dark sarcasm in the classroom
Teachers leave them kids alone
Hey! Teacher! Leave us kids alone!
All in all it's just another brick in the wall.
All in all you're just another brick in the wall.


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 328  เมื่อ 17 ธ.ค. 08, 02:05

เฮ้ออออ......บ้านผมกำลังระอุ  สงสัยหมดงานไร่นาเลยว่าง  การเมืองเลยเร่าร้อนฟังเรื่องราวจากการปลุกปั่นครึ่งๆกลาง  แต่อารมณ์ร่วมเกินร้อย  ดีนะครอบครัวผมทั้งหมดไม่ยุ่งเกี่ยวเลย  ได้แต่มองอย่างแปลกใจว่าคนเราขนาดไม่รู้จักกัน  ยังทำร้ายกันได้อย่างหน้าตาเฉย  ถ้าเป็นคนเดียวคงเรียกได้เต็มปากได้ว่าบ้าแน่ๆ  นี่เป็นกันไปหมดอะไรทำให้หัวใจคนเหล่านี้เปลี่ยนไปได้ปานนี้  ขบเขี้ยวเคี้ยวผันหยั่งกะโกรธกันมาเป็นชาติ  วัยรุ่นเซ้งอ่ะคร๊าบบบ

วงหนุ่มมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์อังกฤษแนวโปรเกรสสีฟร็อค  เป็ฯที่ชอบของนักฟังทุกคน(ผมก็ด้วย)  เนื้อเพลงออกแนวเสียดสีสังคมหรือประมาณเพื่อชีวิตของเรา  เพลง Another Brick in the Wall แปลกมากเพราะออกแนวดิสโก้  แต่ก็ดังระเบิดโดยเฉพาะท่อนโซโล่  คนชอบกีตาร์ทุกคนชอบแน่ๆ  แต่เพลง Wish you were here  สำหรับผมผมว่าเพลงนี้สวยครับ  ทั้งความหมายและเมโลดี้  ตอนนี้ไม่มีโรเจอร์แล้ว  ในเมืองไทยเลยไม่ฮ็อต....

เราก็เป็นเพียงอิฐก้อนหนึ่ง
We don't need no education
We don’t need no thought control
เราก็อยากเรียนรู้
แต่เราไม่ต้องการบังคับให้เราคิด
No dark sarcasm in the classroom
Teachers leave them kids alone
Hey! Teachers! Leave them kids alone!
อย่าถากถางเราด้วยความมืดมิด
คุณครูคร๊าบให้เด็กได้มีอิสระคิดเองบ้าง
คุณครูคร๊าบให้เด็กได้มีอิสระคิดเองบ้าง
All in all it's just another brick in the wall.
All in all you're just another brick in the wall.
เพราะเราเป็นเพียงอิฐก้อนหนึ่ง
และคุณก็เป็นเหมือนกัน......... แลบลิ้น

Wish you were here
So, so you think you can tell
Heaven from Hell,
Blue skies from pain.
เอ่อ...คิดว่าจะบอกได้ไหม
สวรรค์นั้นไซร้ไต่จากนรก
ท้องฟ้างามนั้นมาจากทุกข์ร้าวอันใด

Can you tell a green field
From a cold steel rail?
A smile from a veil?
Do you think you can tell?
เธอบอกทุ่งหญ้าเขียวจากรางอันเย็นเฉียบได้ไหม ?
ดั่งหนึ่งยิ้มงามใต้ผ้าคลุมนั้นไซร้
คิดว่าเธอจะบอกใครยังไงดี?

Did they get you to trade
Your heroes for ghosts?
Hot ashes for trees?
Hot air for a cool breeze?
หรือพวกเขาพาเธอแลกเปลี่ยนของ
ยกย่องวีรบุรุษของเธอให้หมู่ผี
มอบเถ้าร้อนให้หมู่ไม้หรือฉะนี้
มอบอบอ้าวแบบนี้ให้ลมโชย

Cold comfort for change?
Did you exchange
A walk on part in the war,
For a lead role in a cage?
คำปลอบโยนที่เย็นชาให้เราเปลี่ยน
หรือเธอจะต้องการจะแปรเปลี่ยน
หรือเธอเพียรก้าวเข้าสู่สงคราม
เพื่อความเป็นแค่จ่าฝูงในกรงขัง
How I wish, how I wish you were here.
We're just two lost souls
Swimming in a fish bowl,
Year after year,
หวังเหลือเกิน,หวังให้เธอยงคงอยู่
เรามันเพียงสองใจสลายที่ยังแหวกว่ายวนเวียนเหมือนปลาในอ่าง
ปีแล้วปีเล่า
Running over the same old ground.
What have we found
The same old fears.
Wish you were here.
วกวนอยู่กับที่เดิม
ที่เราไม่เคยพบ
อยู่กับความกลัวซ้ำซาก
หวังเธอยังคงอยู่.....กับฉันตลอดไป
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 329  เมื่อ 18 ธ.ค. 08, 02:42

song for  the new PM of Thailand
ได้ทราบว่าเป็นเพลงโปรดของท่านนายกคนใหม่  เลยร่วมแจมตามกระแส...อิอิ



Hotel California
The Eagles

On a dark desert highway,                               
cool wind in my hair.                                       
Warm smell of colitas rising up through the air.   
Up ahead in the distance,                               
I saw a shimmering light.                                 
My head grew heavy, and my sight grew dim.     
I had to stop for the night.                             
บนไฮเวย์ในทะเลทรายยามค่ำ
สายลมเย็นฉ่ำพัดเป่าผม
กลิ่นโคลิต้าอุ่นๆโชยมาตามสายลม
ทำให้มองข้างหน้าได้ไม่ไกล
มองเห็นแสงไฟระยิบระยับ
หัวชักหนักตาชักลาลายสุดจะฝืน
โอ้คืนนี้..จำต้องหยุดพักค้างคืน

There she stood in the doorway,                     
I heard the mission bell.                                 
I was thinking to myself,                                 
this could be heaven or this could be hell.         
Then she lit up a candle                                 
and she show me the way.                             
There were voices down the corridor,               
I thought I heard them say...
ที่นั่น..เธอยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า
ผมได้ยินเสียงกระดิ่งเร่งเร้า
ผมกำลังเฝ้าขบคิดกับตัวเอง
เอ๊ะนี่มันสวรรค์หรือนรกหรือไรแน่
และแล้วเธอก็จุดเทียน
และส่องทางให้ผม
มีเสียงดังมาจากทางเดิน
ผมคิดว่า ผมได้ยินพวกเขาพูดว่า...

Welcome to the Hotel California,
such a lovely place,
such a lovely face.
ขอต้อนรับสู่โรงแรมแคลิฟอร์เนีย
ช่างเป็นสถานที่ที่น่าหลงใหล
ช่างเป็นที่พบปะที่สวยงาม

There's plenty of room at the Hotel California     
any time of year, you can find it here.                                       
มีห้องว่างมากมายที่โรงแรมแคลิฟอร์เนีย
ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของปี ..คุณก็สามารถพบมันได้ที่นี่

Her mind is Tiffany-twisted,                             
she got the Mercedes Benz.                             
She's got a lot of pretty, pretty boys,               
she calls friends.                                           
How they dance in the courtyard,
sweet summer sweat.                                     
Some dance to remember,
some dance to forget                                     
ดูท่าทางเธอชักเพี้ยน
เธอเอารถเบนซ์มา
เธอขนหนุ่มๆหน้าตาดีเพียบ
หนุ่มที่เธอเรียกว่าแค่เพื่อน
พวกเขาดิ้นกันบนลานด้านหน้า
ดิ้นหนุกหนานจนเหงื่อไหล
บ้างก็ดิ้นเพื่อจดจำ
บ้างก็ดิ้นเพื่ออยากลืม

So I called up the captain,                                 
Please bring me my wine.                                   
He said 'We haven't had that spirit here since 1969'
And still those voices are calling from far away,       
wake you up in the middle of the night.                 
Just to hear them say...                                     
แล้วผมเรียกเรียกกัปตัน
ได้โปรดขอไวน์ของผมหน่อย
เขาบอกว่า ‘เราไม่มีเหล้าชนิดนั้นที่นี่ตั้งแต่ปี 1969 แล้ว’
บรรดาเสียงร้องเรียกเหล่านั้นยังดังมาแต่ไกล
มันดังจนคุณต้องตื่นกลางดึก
เพื่อจะฟังเขาพูดว่า......

Welcome to the Hotel California,
such a lovely place, such a lovely face.
มีห้องว่างมากมายที่โรงแรมแคลิฟอร์เนีย
ไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของปี ..คุณก็สามารถพบมันได้ที่นี่

There's living it up at the Hotel California.
What a nice surprise!
Bring your alibis.
Mirrors on the ceiling,
the pink champagne on ice.
And she said… We are all just prisoners here, of our own device.
มีชีวิตที่สนุกอย่างเต็มที่ที่โรงแรมแคลิฟอร์เนีย
มันน่าประหลาดใจ
ไม่เชื่อพาพวกของคุณมาดูสิ
กระจกเงาบนเพดาน
แชมเปญสีชมพูแช่เย็น
เธอพูดว่า........พวกเราเป็นนักโทษโดนขังที่นี่เพราะตัวเราเอง

And in the master's chambers,
they gathered for the feast.
They stab it with their steely knives,
but they just can't kill the beast.
ในห้องกลางใหญ่
เขามารวมตัวเลี้ยงกันเอิกเกริก
เขาจิ้มแทงอาหารด้วยมีดแหลมคม
แต่เขาไม่สามารถฆ่าใจทรามของเขาได้

Last thing I remember,
I was running for the door.
I had to find the passage back
to the place I was before.
สิ่งสุดท้ายที่ผมจำได้
ผมกำลังวิ่งหาทางออก
ผมต้องหาทางกลับให้ได้
ไปที่จุดเริ่มต้นของผม

'Relax' said the night man,
'We are programmed to receive'
'You can check out any time you like,
but you can never leave'
"ใจเย็น" พนักงานชายพูด
เราถูกสอนให้รับอย่างเดียว
คุณสามารถเช็คเอาท์ออกจากนี่เมื่อไหร่ก็ได้
แต่เชื่อเหอะคุณไม่มีวันจากที่นี่ไปได้

ปล.  colitas  ผมคิดว่าน่าเป็นยาเสพติดขนิดนึง  ไม่ทราบถูกหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 20 21 [22] 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.068 วินาที กับ 19 คำสั่ง