เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 108326 คนเขียนเพลง
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 195  เมื่อ 10 ต.ค. 08, 11:40

มิค แจ็คเกอร์วันนี้ อายุมากแล้ว แต่ไม่ได้หมดสภาพความเซ็กซี่เลย จะด้วยเสน่ห์ความเจ่อ หรือเสน่ห์เงินทองที่ล้นหลามของThe Rolling Stones โดยไม่ต้องใช้เพลงนี้เป็นสื่อ สาวๆก็ยังกรี๊ดเขาอยู่
บรรดานักร้องชายที่หน้าตาหล่อสมบูรณ์แบบและเสียงดีด้วยโดยไม่ต้องอาศัยแรงปั้นมาก ในยุคซิกซ์ตี้ส์ มีริคเนลสันอยู่ด้วย
แม้จะดับไปช่วงหนึ่ง เมื่อกลับมาใหม่ในเพลงงานเลี้ยงในสวน ก็ยังไม่หมดสภาพค่ะ
เพลงหนึ่งของริค ที่เขาร้องดีมาก I will follow you...
http://video.google.com/videoplay?docid=-629128649951600815&q=Ricky+Nelson+is%3Afree
I will follow you
Follow you wherever you may go
There isn't an ocean too deep
A mountain so high it can keep me away

I must follow you
Ever since you touched my hand I know
The near you I always must be
And nothing can keep you from me
You are my destiny

I love you, I love you, I love you
And where you go I'll follow, I'll follow, I'll follow
You'll always be my true love, my true love, my true love
From now until forever, forever, forever

I will follow you
Follow you wherever you may go
There isn't an ocean too deep
A mountain so high it can keep
Keep me away, away from my love

I love you, I love you, I love you
And where you go I'll follow, I'll follow, I'll follow
You'll always be my true love, my true love, my true love
From now until forever, forever, forever

I will follow you
Follow you wherever you may go
There isn't an ocean too deep
A mountain so high it can keep
keep me away, away from my love

And where you go I'll follow


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 196  เมื่อ 11 ต.ค. 08, 22:56

Against All Odds  เพลงนี้เราคงจะคุ้นเคยกับสำเนียงของ Phil Collins อยากให้ลองฟังน้ำเสียงของป้ามาลัยดูบ้างครับ  ได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ ..... แลบลิ้น




"Against All Odds"
How can I just let you walk away, just let you leave without a trace
When I stand here taking every breath with you, ooh
You're the only one who really knew me at all

How can you just walk away from me, when all I can do is watch you leave
Cos we've shared the laughter and the pain, and even shared the tears
You're the only one who really knew me at all

So take a look at me now, 'cos there's just an empty space
And there's nothing left here to remind me, just the memory of your face
Take a look at me now, 'cos there's just an empty space
And you coming back to me is against all odds and that's what I've got to face

I wish I could just make you turn around, turn around and see me cry
There's so much I need to say to you, so many reasons why
You're the only one who really knew me at all

So take a look at me now, 'cos there's just an empty space
And there's nothing left here to remind me, just the memory of your face
Take a look at me now, 'cos there's just an empty space
But to wait for you, well that's all I can do and that's what I've got to face
Take a good look at me now, 'cos I'll still be standing here
And you coming back to me is against all odds
That's the chance I've got to take, oh, oho

Just take a look at me now
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 197  เมื่อ 15 ต.ค. 08, 19:09

ผมชอบครับ แต่เป็นของฟิล คอลลินส์



เพลงของเอลวิสครับ ในหนังที่มีนางเอกสวยมากเรื่องหนึ่ง shelly fabares

puppet on a string

(Words & music by Tepper - Bennett)
Every time you look at me
I'm as helpless as can be
I become a puppet on a string
You can do 'most anything with me

All you do is touch my hand
And your wish is my command
I become a puppet on a string
You can do 'most anything with me

If you really love me
Darling please be kind
I offer you the truest love
That you will ever find

Take my heart and please be fair
Handle it with loving care
For I'm just a puppet on a string
You can do 'most anything with me

If you really love me
Darling please be kind
I offer you the truest love
That you will ever find

Take my heart and please be fair
Handle it with loving care
For I'm just a puppet on a string
You can do 'most anything with me
You can do 'most anything with me
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 198  เมื่อ 17 ต.ค. 08, 01:01

totally agree เลยครับเธอสวยจริงๆ single ที่โด่งดังที่สุดของเชลลี่ ก็ต้อง "johnny angel" ครับ แต่สำหรับผมชอบเพลงนี้ในเสียงของ คาเรน คาร์เพนเตอร์ มากกว่าครับ

  เสียงของเชลลี่

Shelly Fabres
"Johnny Angel"

Johnny Angel, Johnny Angel, Johnny Angel,
You're an Angel to me.

Johnny Angel, how I love him.
He's got something I can't resist,
but he doesn't even know that I exist.

Johnny Angel, how I want him.
How I tingle when he passes by.
[ Fabres Shelly Lyrics are found on www.songlyrics.com ]
Every time he says "Hello" my heart begins to fly.

I remember how I get carried away.
I dream of him and me, and how it's gonna be.

Other fellas call me up for a date,
but I just sit and wait, I'd rather concentrate ...

... on Johnny Angel.
'Cause I love him.
And I pray that someday he'll love me.
And together we will see how lovely heaven will be.
[/color]


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 199  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 12:38

การเสียชีวิตของคุณอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ และพตท.หนุ่มใหญ่ที่ใครๆเรียกว่าสารวัรจ๊าบ พร้อมกับอีกหลายชีวิตที่สูญเสียอวัยวะ กลายเป็นคนพิการ เพราะการปราบปรามพันธมิตรในวันที่ 7 ตุลาคมทำให้ดิฉันไม่อยากฟังเพลงรักไปหลายวัน
นึกถึงเพลงที่สะท้อนเหตุการณ์รุนแรงที่ปราบปรามประชาชน ทำให้คนเสียชีวิตแทน
ในอเมริกา เหมือนการฆ่าหมู่ เขาเรียกว่า Massacre
สี่คนตาย ในโอไฮโอ
เพลงนี้ เป็นของครอสบี้ สติลส์ แนช และยัง
เขียนโดยนีล ยัง ชื่อ โอไฮโอ
สมัยรัฐบาลที่มีนายกฉ้อฉลอย่างริชาร์ด นิกสัน ซึ่งเป็นยุคของการประท้วงสงครามพอดี
เหตุเกิดที่เมือง kent state วันที่ 4 พฤษภาคม ปี 1970 นีลเห็นภาพการฆ่ากัน ในนิตยสาร LIFE ทันทีที่เห็นก็แต่งเพลง OHIO ขึ้นมา จากการไปเดินสงบสติในป่า ด้วยความเศร้าสะเทือนใจ งานนี้ มีนักศึกษาหนุ่มสาวเสียชีวิตไปสี่คน
หลังจากที่คิดเนื้อเพลงเสร็จ ก็เรียกเพื่อนที่เหลือเข้าสตูดิโอ อัดเพลงเลย สถานีวิทยุในสหรัฐอเมริกาก็รับไปเปิดทันที จนกลายเป็นเพลงระดับชาติ และคำว่า four dead in ohio เป็นวลีที่ติดปาก
ภาพนี้ ถ่ายโดย จอห์น ฟิโล ซึ่งเป็นอันเดอร์แกรดของมหาวิทยาลัย นักศึกษากำลังเดินขบวนเรียกร้องให้นิกสัน หยุดสงครามเวียดนาม

OHIO
lyrics by Niel Young

Tin soldiers and Nixon's comin'.
We're finally on our own.
This summer I hear the drummin'.
Four dead in Ohio.

Gotta get down to it.
Soldiers are gunning us down.
Should have been done long ago.
What if you knew her and
Found her dead on the ground?
How can you run when you know?

Na, na, na, na, na, na, na, na.
Na, na, na, na, na, na, na, na.
Na, na, na, na, na, na, na, na.
Na, na, na, na, na, na, na, na.

Gotta get down to it.
Soldiers are cutting us down.
Should have been done long ago.
What if you knew her and
Found her dead on the ground?
How can you run when you know?

Tin soldiers and Nixon's comin'.
We're finally on our own.
This summer I hear the drummin'.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.
Four dead in Ohio.







บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 200  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 12:44

ดูแล้วอึ้งค่ะ
"Tin soldiers and Nixon coming,
We're finally on our own.
This summer I hear the drumming
Four dead in Ohio."



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 201  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 13:37

จอห์น ทำแล็บรูปอยู่ แล้วก็ออกมาเดินเล่นในแคมปัส ถือกล้องประจำตัวมาด้วย เห็นนักศึกษาโบกธงดำที่แนวของเนินเขา จึงลงไปบันทึกเหตุการณ์ไว้ ได้ยินเสียงปืนก็คิดว่ากระสุนเปล่า แต่ก็เก็บภาพไว้ รู้ว่ากระสุนจริงก็เมื่อเห็น แมรี่ เว็คคิโอ ร้องไห้โฮเหนือร่างที่ไร้ลมหายใจของเพื่อน
จอห์นขวัญกระเจิง สิ่งที่เขาทำได้ในยุคนั้น คือรีบจัดการล้างอัดรูปให้เร็วที่สุด แล้วส่งไปให้สำนักข่าวเอพีทันที
นอกจากจะรอดชีวิตจากการปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรงเที่ยวนั้น ภาพของเขา ยังได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ด้วย

เพลงนี้ของนีล ยัง ก็กลายเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ในยุคเซเวนตี้ส์
ใครว่าอเมริกาเป็นประชาธิปไตยแท้ คงต้องทบทวนใหม่
คนอเมริกันลืมคำประกาศอิสรภาพ ที่ร่างโดยโธมัส เจฟเฟอร์สัน ในปี 1776 แล้วกระมัง
โดยเฉพาะบทที่ว่าด้วยเสรีภาพในการพูด หรือแสดงออก
ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของอเมริกันในยุคเซเวนตี้ส์ที่ใช้ในการชวนเชื่อให้เราเกลียดกลัวคอมมิวนิสต์ ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติอีกต่อไป พร้อมกับการที่อยากจะให้มันหายไปจากประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ เพราะ พี่แกเข้าไปปกครองชาติต่างๆ เช่นอิรัก ทั้งที่โธมัสเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอเมริกันมาตราที่ 1 หมวดที่5 วรรค 1-4
เอกสารที่14ว่า
Every man, and every body of men on earth, possesses the righ[t] of self-government
คนทุกคน และทุกชนชาติในโลก ทรงไว้ซึ่งสิทธิในการปกครองตนเอง!



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 202  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 13:48

Gotta get down to it.
Soldiers are gunning us down.
Should have been done long ago.
What if you knew her and
Found her dead on the ground?
How can you run when you know?

สำหรับเมืองไทย คงต้องเปลี่ยนคำว่าทหารเป็นตำรวจ เมื่อมาร้องเพลงนี้ที่เมืองไทย ในวันร้ายอีกวันซึ่งเพิ่งผ่านไป


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 203  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 14:10

เดวิด ครอสบี้ พูดว่า การเอ่ยชื่อเต็มๆของนิกสันไว้ในเพลงนี้ เป็นความกล้าหาญชาญชัยอย่างยิ่งของนีล ยัง คนแต่ง ยุคนั้น ใครที่กล้ายืนหยัดต่อต้าน มักจะถูกเก็บง่ายๆ รัฐบาลฆาตกรอย่างนิกสันและทหารที่เรียกว่า Tin soldier ในเพลง ทำได้ขนาดนี้
เจมส์ โรดส์ เป็นผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ตอนนั้น ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวเอ้ ที่สั่งการให้ทหารฆ่านักศึกษา
ทันทีที่ข่าวสะพัดออกไป มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาทั่วอเมริกา นัดหยุดเรียน ประท้วงใหญ่
สถานีวิทยุหลายแห่งเปิดเพลงนี้ไม่ได้ เพราะถูกรัฐบาลห้าม
แล้วเป็นไง ปัจจุบันนี้ นักแต่งเพลงอย่างนีล ยัง ยังมีชีวิตอยู่อย่างองอาจพร้อมเพื่อนทั้งสามของเขา
แต่ นิกสัน จบชีวิตเขาแล้วด้วยมือเปื้อนเลือดและคดีดัง วอเตอร์เกต



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 204  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 14:26

ดิฉันชอบคำพูดของแกรม แนช ที่มีต่อเหตุการณ์นี้ค่ะ ว่า

"Four young men and women had their lives taken from them while lawfully protesting this outrageous government action. We are going back to keep awareness alive in the minds of all students, not only in America, but worldwide…to be vigilant and ready to stand and be counted… and to make sure that the powers of the politicians do not take precedent over the right of lawful protest."

ชีวิตของชายหญิงสี่คนต้องจบลงจากการประท้วงอย่างถูกต้องตามกฎหมายในการกระทำที่เลวร้ายของรัฐบาล
เรากลับไปสู่เหตุการณ์นั้นเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้นักศึกษา ไม่ใช่เพียงในอเมริกา แต่ทั่วโลก ให้ตื่นตัว ระแวดระวัง และพร้อมที่จะยืนหยัด
แล้วต้องให้แน่ใจว่า อำนาจของนักการเมืองจะไม่ก่อให้เกิดการกระทำแบบที่แล้วมา เหนือสิทธิอันชอบธรรมในการประท้วงของเรา

ดิฉันสงสัยจริงๆว่า จะต้องมีเลือดเซ่นสังเวยอีกเท่าไร เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยของประชาชน เพื่อประชาชน และโดยประชาชน

มาดูภาพปกของLIFEที่เป็นแรงผลักดันให้นีล ยังแต่งเพลงนี้ค่ะ


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 205  เมื่อ 18 ต.ค. 08, 23:24

ในความเจริญที่ถั่งโถมเข้าสู่สังคมเรา  ในความอิสระที่เราคิดว่าได้รับแล้วเฉกเช่นอารยชนทั่วโลกยังงมงาย  ไม่มีเลยตราบใดที่การได้มาซึ่งอำนาจและการใช้อำนาจยังไม่เป็นไปโดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง  จิตสำนึกซึ่งเป็นสามัญสำนึกความละอายความรับผิดชอบยังอยู่ในระดับที่ต่ำ  เหตุการณ์ดังนี้ยังคงวนเวียนอยู่ร่ำไป  แม้มนุษย์จะบินได้ก็ตามจะมีสายตาที่ยาวไกลด้วยเทคนิคจนสามารถมองเห็นกันแม้อยู่คนละซีกโลก  ถ้ากฎหมายและความชอบธรรมยังไม่แข็งแรงพอ  มนุษย์ยังไม่รู้จักเรียนรู้ในสิ่งเหล่านี้และมีความต้องการสิ่งเหล่านี้อย่างบริสุทธิ์  มันก็ยังคงเป็นอย่างนี้.......... ร้องไห้  ขออาลัยกับความสูญเสีย(อีกแล้ว) ด้วยครับ



ขอมอบเพลงนี้ครับโดยส่วนตัวชอบเพลงนี้ของจอห์นที่สุด

John Lennon
"Power To The People"

Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on

Say you want a revolution
We better get on right away
Well you get on your feet
And out on the street

Singing power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on

A million workers working for nothing
You better give 'em what they really own
We got to put you down
When we come into town

Singing power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on

I gotta ask you comrades and brothers
How do you treat you own woman back home
She got to be herself
So she can free herself

Singing power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on
Now, now, now, now

Oh well, power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on

Yeah, power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on

Power to the people
Power to the people
Power to the people
Power to the people, right on
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 206  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 07:36

พูดเรื่องเครียดๆ การบ้านการเมืองมาก เดี๋ยวจะเวียนศีรษะกันไป นึกถึงคนเขียนเพลงอีกคนที่เก่ง สมัยดิฉันเป็นวัยรุ่น ร้องเพลงนี้กันได้ทั้งฝูงเพื่อน เขาแต่งค่ะ ทอมมี่ โร
วันก่อน ต้องไปต้อนรับเพื่อนรุ่นพี่ชาวอังกฤษ พาเขาไปเที่ยวตลาดร้อยปี คลองสวน ขณะขับรถไป เปิดเพลงที่เพื่อนใจดีทำเอ็มพี่สามให้ทั้งชุด เพื่อนคนนี้ร้องได้ตลอด
ทอมมี่ โร เอามารวมในGREATEST HITS  1993ด้วย



Dizzy

I’m so dizzy my head is spinning
Like a whirlpool it never ends
And it’s You girl makin’ it spin
You're making me dizzy

First time that I saw You girl, I knew that I just had to make You mine
But it’s so hard to talk to You with fellows hangin’ round You all the time
I want You for my sweet pet, but You keep playing hard to get
I’m going round in circles all the time

Dizzy, I’m so dizzy my head is spinning
Like a whirlpool it never ends
And it’s You girl makin’ it spin
You're making me dizzy

I finally got to talk to You and I told You just exactly how I felt
Then I held You close to me and kissed You and my heart began to melt
Girl You've got control on me,cuz I’m so dizzy I can't see
I need to call a doctor for some help
Dizzy, I’m so dizzy my head is spinning
Like a whirlpool it never ends
And it’s You girl makin’ it spin
You're making me dizzy
my head is spinning
Like a whirlpool it never ends
And it’s You girl making it spin
You're making me dizzy
you're making me dizzy
 
 


 



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 207  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 07:46

ฝรั่งเขาเปรียบเทียบคนรักเป็นดอกไม้ ที่ชื่อ sweet pea ไม่ใช่แม่ถั่วหวานนะคะ มีดอกไม้ที่ชื่อสวีทพี เพลงนี้น่ารักค่ะ

SWEET PEA

Tommy Roe

I went to a dance just the other night

I met a girl there she was out of sight

I asked a friend of mine who she could be

he said that her friends just call her Sweet Pea

Oh Sweet Pea

come on and dance with me

come on come on come on and dance with me

Oh Sweet Pea

come on and be my girl

come on come on come on and be my girl



I walked on over and asked her to dance

thinkin' maybe later of makin' romance

but every guy there was thinkin'; like me

I had to stand in line to get a dance with Sweet Pea

I finally got to whisper sweet words in her ear

convinced that we oughta get away from there

we took a little walk I held her close to me

and underneath the stars I said to Sweet Pea

Oh Sweet Pea I love you can't you see

Love you love you love you can't you see

Oh Sweet Pea come on and be my girl

come on come on come on and be my girl




บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 208  เมื่อ 20 ต.ค. 08, 23:24

ฟัง Dizzy ของทอม โร แล้วครับ  เป็นเพลงที่ดีที่สุดของทอมก็ว่าได้  sweet pea ก็น้ารักดีครับสาวๆคงชอบถ้ามีใครเปรียบแบบนี้  ผมเคยเห็นที่อำเภอปายครับมีหลายสีมาก  ต้นสวีทพีถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าที่อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย  ก็มีครับแบบมีขายน่ะครับ  ถ้าพูดถึงต้นสวีทพีผมกลับนึกถึงเพลงของ Paul Weller  เลยขออนุญาตนำเสนอเลยครับ



"Paul Weller"
SWEET PEA, MY SWEET PEA


Sweet pea, my sweet pea
You're the one to get my heart a-jumpin'
Light of love all around your
being to see

The future - it's looking at you
It only exists because you're alive
So close your eyes and smile
your smiles of sweet dreams

And fill them with love again
Sweet pea
Fill them with joy again

Each pace I take and you know why
I write for you and I to try
To take the things that lie around
And turn them into dreams so swift-so proud
It’s on a time again
And it’s mine again

Sweet thing, loving you is easy
Goodbye sadness when I'm around you
Giving me something I can feel
Down to in bones

Ah, sometimes - maybe just sometimes
Look back on these times and smile
And have the grace to know
What you have seen

And fill you with love again
Sweet pea
(You) fill me with hope again!
My Sweet Pea

Recollected thoughts and songs
Emblems of forgotten words
Remnants of a time so clear
That still rings fresh and true
When the wind is here
It's on a time again
And it's mine again!

Sweet pea, my sweet pea
Heaven knows I got a thing about you
You're the girl to get my heart
Start jumpin' again

Ah, sometimes - baby just sometimes
Look back on these times and smile
And have the grace to know
What you have seen

How it should be - my sweet pea
Only God knows what I feel about you
You're the girl to get my heart
Start pumpin' around

The Future? - its looking at you
It only exists because you're alive
So close your eyes and smile
Your smiles of sweet dreams...

Fill them with love again
Sweet pea
Fill them with joy again
Yes, sweet thing
Fill them with love again
My sweet pea
[/color]
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 209  เมื่อ 22 ต.ค. 08, 17:03

ขอบคุณนะคะ คุณบานา
จะพาไปรู้จักผู้หญิงที่ค่อนข้างจะสร้างความฮือฮาให้ดิฉัน สมัยเรียนค่ะ เป็นสาวอังกฤษที่ค่อนข้างจะชิงสุกก่อนห่าม ก่อนยุคเซเวนตี้ส์เสียอีก แต่มาดังจริงๆ ตอนที่ไปร้องเพลงคู่กับ ดาราฝรั่งเศสซึ่งถือเป็นทีนเอจป็อปในยุคนั้น
เพลงดังของทั้งคู่ชื่อว่าJe t'aime moi non plus.ต้นตำรับดังจากความอื้อฉาวขนานแท้
วัยทีนทั้งชายหญิงตามโรงเรียน ถ้าทันสมัยต้องรู้จัก
ก็เพราะเพลงของทั้งสองคนกระฉ่อนเมืองตั้งแต่ในยุโรปจนดั้นด้นมาไทยได้อย่างรวดเร็วก็ด้วยเสียงอื้อ อ้า อื้อ อ้า กระซิบกระเส่าตลอดเพลง ที่ว่าดีจริงๆคือทำนองมากกว่า
ส่วนเนื้อร้องก็วนไปวนมา คนเรียนภาษาฝรั่งเศสเด็กๆอย่างดิฉันยังมึนร้อยตรลบ ค่าที่ว่า ไม่เข้าใจความหมายที่มันเร้นอยู่ในบรรทัด
ถ้าถามวัยรุ่นสมัยนี้ว่ารู้จักกระเป๋าเบอร์กิ้นไหม ที่แพงระยับน่ะ
คงรูจักกันดี
ก็กระเป๋านี้แหละ ที่แอร์เมส์ hermes ได้แรงบันดาลใจมากจากเธอ
เจน เบอร์กิ้น จอมซ่าที่กลายมาเป็น goodwill ambassadorของยูนิเซฟในปัจจุบัน
ลองฟังก่อนค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 12 13 [14] 15 16 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.121 วินาที กับ 19 คำสั่ง