เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 108646 คนเขียนเพลง
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 135  เมื่อ 08 ก.ย. 08, 16:26

ความห่างไกลคนรัก ไม่ว่าจะไปหลายวันหรือจากตาย น่าจะหดหู่มากในฤดูใบไม้ร่วง เห็นใครเดินคู่กันหวานหน่อย ใจก็ไพล่ไปนึกถึงคนที่ห่างไกล

เนื้อเพลงง่ายๆแบบนี้ โดนใจแฟนเพลง จอห์นนี่ แคช นอกจากจะเขียนเพลงคนคุกได้เฉียบขาดจนดัง เพลงนี้ของเขา นักแต่งเพลงด้วยกันอย่างbob dylan หรือ joni mitchell เคยร้องกับเขา
"I Still Miss Someone"

At my door the leaves are falling
A cold wild wind has come
Sweethearts walk by together
And I still miss someone

I go out on a party
And look for a little fun
But I find a darkened corner
because I still miss someone

Oh, no I never got over those blues eyes
I see them every where
I miss those arms that held me
When all the love was there

I wonder if she's sorry
For leavin' what we'd begun
There's someone for me somewhere
And I still miss someone

ชาย เมืองสิงห์ ทำให้คิดถึงลูกทุ่งฝรั่งเสียงใหญ่ ลึก และกังวาน จอห์นนี่ แคช
เพลงนี้ จอห์นนี่เคยร้องกับภรรยาของเขา จูน คาร์เตอร์




ชอบที่เขาร้องกับโจนี่ มิทเชล นักแต่งเพลงในดวงใจมากกว่า จำโจนี่ได้ไหมคะ เพลงดังของเธอ both sides now วัยรุ่นยุคนี้น่าจะรู้จักถ้าได้ดูหนังLove actually
ดิฉันก็รู้จักตอนวัยรุ่นเหมือนกัน



บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 136  เมื่อ 09 ก.ย. 08, 00:51

graham nashเป็นเพื่อนชายคนสนิทของjoni mitchell ทั้งคู่เป็นนักแต่งเพลง ต่างกันที่โจนี่ มักจะเขียนเพลงลึกๆซึ้งๆ ส่วนแกรม จะเขียนเพลงเหมือนเขียนภาพ
เพราะก่อนที่จะเอาดีจริงจังทางเพลง แกรมเป็นช่างภาพมาก่อน แกรมเป็นคนอังกฤษ เพลงที่คนจำไม่ลืมของเขาคือ our houseและteach your children
ประโยคง่ายๆอย่าง ฉันจะจุดไฟเตาผิง เธอจะจัดดอกไม้ใส่แจกัน...ที่เปิดเพลง แถมร้องเองก็เลยได้ใจคนไปทั่วโลก
แกรมได้แรงบันดาลใจจากวันหนึ่งที่เขาไปเที่ยวบ้านเพื่อนสาวนักแต่งเพลงนั่นเอง
เพลงนี้ ทำชื่อให้วงcsny
ส่วนเพลง สอนลูกๆคุณ นั้น มีคุณค่า ทั้งเนื้อ และทำนอง อยู่ในอัลบั้มชุด Deja vu ซึ่งออกในปี1970
ความประทับใจในเพลงนี้ ทำให้สมัยที่ดิฉันจัดรายการทีวีสอนภาษาอังกฤษจากเพลงให้ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ดิฉันชวนเพื่อนๆมีจิรพรรณ อังศวานนท์ กับสุรสีห์ อิทธิกุล ไปออกทีวี เล่นกีตาร์และร้องเพลงนี้สดๆในรายการSongs Aliveที่ช่อง 9 ตั้งแต่สมัยทั้งสองหนุ่มยังไม่ตั้งbutterfly
แกรมยกย่องคนเขียนเพลงหลายๆคน นักแต่ ปีเตอร์ ยาร์โร่วที่เขียนเพลง พัฟ มังกรกายสิทธิ์ ซึ่งสื่อความหมายการูสญเสียความไร้เดียงสา
จอร์จ เดวิด ไวซ์ ที่เขียนเพลง what a wonderful worldให้หลุยส์ แขนแข็ง แกรมไปสัมภาษณ์จอร์จมาว่า ทำไมถึงได้เขียนเพลงได้เพราะอย่างนั้น
ที่มาคือเพื่อนมาบอกว่า ไหน ช่วยเขียนเพลงให้หลุยส์ร้องหน่อยเซ่ะ ต้องการแบบเฮลโหล ดอลลี่นะ เพราะตอนนั้น เพลงนี้ของหลุยส์ดังเป็นพลุ
จอร์จฟังด้วยความเซ็ง ไม่อยากเขียน เรื่องอะไรจะต้องไปเขียนเพลงแนวนั้นล่ะ
จอร์จก็ตั้งโจทย์ใหม่ว่า ถ้าเขาจะต้องเขียนเพลงให้คนร้องที่เสียงวิเศษสุดยอดอย่างหลุยส์ แขนแข็งร้องแล้ว จะเขียนอะไรดี
..เพราะโจทย์นี้ เราจึงมีเนื้อเพลงเพราะๆอย่างWhat a wonderful world...
I see trees of green........ red roses too
I see em bloom..... for me and for you
And I think to myself.... what a wonderful world.

I see skies of blue..... clouds of white
Bright blessed days....dark sacred nights
And I think to myself .....what a wonderful world.

The colors of a rainbow.....so pretty ..in the sky
Are also on the faces.....of people ..going by
I see friends shaking hands.....sayin.. how do you do
They re really sayin......i love you.

I hear babies cry...... I watch them grow
They ll learn much more.....than I ll never know
And I think to myself .....what a wonderful world

(instrumental break)

The colors of a rainbow.....so pretty ..in the sky
Are there on the faces.....of people ..going by
I see friends shaking hands.....sayin.. how do you do
Theyre really sayin...*spoken*(I ....love....you).

I hear babies cry...... I watch them grow
*spoken*(you know their gonna learn
A whole lot more than Ill never know)
And I think to myself .....what a wonderful world
Yes I think to myself .......what a wonderful world.
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 137  เมื่อ 09 ก.ย. 08, 01:53

In the Ghetto เพลงของเอลวิส ที่ได้รางวัลและขึ้นอันดับหนึ่ง เขียนโดยแมค เดวิส


As the snow flies
On a cold and gray Chicago mornin'
A poor little baby child is born
In the ghetto
And his mama cries
'cause if there's one thing that she don't need
it's another hungry mouth to feed
In the ghetto

People, don't you understand
the child needs a helping hand
or he'll grow to be an angry young man some day
Take a look at you and me,
are we too blind to see,
do we simply turn our heads
and look the other way

Well the world turns
and a hungry little boy with a runny nose
plays in the street as the cold wind blows
In the ghetto

And his hunger burns
so he starts to roam the streets at night
and he learns how to steal
and he learns how to fight
In the ghetto

Then one night in desperation
a young man breaks away
He buys a gun, steals a car,
tries to run, but he don't get far
And his mama cries

As a crowd gathers 'round an angry young man
face down on the street with a gun in his hand
In the ghetto

As her young man dies,
on a cold and gray Chicago mornin',
another little baby child is born
In the ghetto

เวอร์ชั่นที่ลูกสาวลิสา มารีร้องประสานก็มีค่ะ

บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 138  เมื่อ 09 ก.ย. 08, 02:22

พูดถึง แคช แล้วนึกถึงเพลง "Desperado"  มีหลายคนเอามาร้อง  แต่ผมชอบเวอร์ชั่นของ คาเรน คาร์เพนเตอร์ ที่สุดได้อารมณ์ดีครับ.... ขยิบตา

Desperado, why don't you come to your senses?
You been out ridin' fences for so long now.
Oh, you're a hard one,
But I know that you've got your reasons.
These things that are pleasin' you,
Can hurt you somehow.

Don't you draw the queen of diamonds, boy,
She'll beat you if she's able.
Know the queen of hearts is always your best bet.
Now it seems to me, some fine things,
Have been laid upon your table.
But you only want the things that you can't get.

Desperado, oh, you ain't gettin' no younger:
Your pain and your hunger, they're drivin' you home.
And freedom, oh freedom,
Well, that's just some people talkin'
Your prison is walking,
Through this world all alone.

And don't your feet get cold in the winter time?
The sky won't snow, the sun won't shine
It's hard to tell the night time from the day
You're loosin' all your highs and lows
Ain't it funny how the feeling,
Goes away?

Desperado, why don't you come to your senses?
Come down from your fences, and open the gate
It may be rainin', but there's a rainbow above you,
You better let somebody love you,
You better let somebody love you,
You better let somebody love you,
Before it's too late.
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 139  เมื่อ 09 ก.ย. 08, 02:40

หาเสียงของคาเรน ไม่ได้เลย  ได้แต่เสียงของคุณปู่แคช  ได้อารมณ์ไปอีกแบบครับ........... แลบลิ้น

บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 140  เมื่อ 09 ก.ย. 08, 09:54

ตามลิงค์คุณบาน่าไป ไม่มีภาพปู่ ได้ฟังแต่เสียง ก็ดีเหมือนกัน น้ำเสียงปู่ทำเอาอึ้งไปพักใหญ่ ถึงจะสั่นแบบผู้สูงอายุ แต่ก็เปี่ยมด้วยความรู้สึกค่ะ
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 141  เมื่อ 10 ก.ย. 08, 02:08

รุ่น 60's หาการแสดงสดยากครับ  แต่มีคลิปการแสดงชุดนึง  ของ หลุย อาร์มสตรอง กับ จอห์น แคช  นำเพลงพื้นบ้าน ชื่อ Yodel #9 ผมเคยฟังเพลงนี้ในสไตล์ของ สตีฟ เอิร์ล รู้สึกว่าจะเล่นกับ เลตเตอร์เมน  มาฟังคันทรี่บูลส์กับเสียงทรัมเปตของ อาร์มสตรอง  น่าฟังมากครับ  คุณกุ้งลองฟังดูนะครับ...... อายจัง

         ตามลิงค์นี้ครับ
Blue Yodel #9
Standing on the corner
I didn't mean no harm
When a big policeman
Grabbed me by the arm
Now, it was down in memphis
On the corner of beale and main
He said "now, hey big boy
I'm gonna have to know your name"

Now, you can find my name
On the tail of my shirt
I'm a tennessee hustler
And i never have to work
But i'm telling all you rounders
You best leave my women alone
I'll take my .38 special
And i'll run you rounders home
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1876



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 142  เมื่อ 10 ก.ย. 08, 10:32

Desperado ของปู่แคช ได้อารมณ์จริงๆครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 143  เมื่อ 13 ก.ย. 08, 21:38

นี่เป็นเพลงสุดท้ายที่เฮเลน เรดดี้ ร้องอำลา
สำหรับดิฉัน เฮเลน เป็นนักแต่งเพลงที่ร้องเพลงเต็มเสียงเต็มอารมณ์ มีวิญญาณนักแสดง ทุกคำร้องของเธอบ่งบอกถึงความหมายที่แฝงอยู่ในภาษา
พร้อมเลือดนักแสดงเต็มขั้นสืบทอดจากบุพการี
ไม่ใช่แค่I AM WOMAN ที่เป็นสุดยอดการเขียนเพลงเพื่อคำรามความเป็นผู้หญิง
เพลงรักอีกเพลงที่มีพลังของคนมาทีหลัง
ก็จับใจสาวๆที่อยู่ในอารมณ์รักของช่วงปี 1981
แม้เธอจะไม่ได้เขียนคำร้องเอง



I CAN'T SAY GOODBYE TO YOU
Helen Reddy ร้อง

you say it would be better
if we stopped seeing each other
if you had only met me first
when you were free
'cause now you've got commitment
i should not expect things from you
that you can't give to me
oh, but baby, can't you see

i can't say goodbye to you
no matter how i tried
you're such a part of me
without you, i would die
deep, in the heart of me
i know that you and i
were meant to be together
i can't tell you goodbye

neither of us planned
that we would fall in love this way
but since we did
why should we be apart
sometimes, some things happen
that can never be explained
now, it's too late for me
i've already given you my heart

i can't say goodbye to you
no matter how i tried
you're such a part of me
without you, i would die
deep, in the heart of me
i know that you and i
were meant to be forever
i can't tell you goodbye

who knows why we choose
when we choose the ones we love
who knows why we do the things
we do when we're in love
i know that you're a decent man
and you try to do what's best
but how can i forget
all the feelings we have shared

i can't say goodbye to you
no matter how i tried
you're such a part of me
without you, i would die
deep, in the heart of me
i know that you and i
were meant to be forever
i can't tell you goodbye

(you and i were meant to be, forever)
i can't tell you goodbye........ 
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 144  เมื่อ 13 ก.ย. 08, 22:42

เฮเลน มีแฟนเพลงที่บ้านเราเยอะครับ  เธอเคยได้ฉายา Queen of 70's Pop นอกจาก I am woman และ I don't know how to love him ยังมีอีกหลายเพลงที่สาวน้อย(ในสมัยนั้น)คนนี้ทำให้พวกเราหลงรักเธอ  แต่เพลงที่คุณกุ้งนำมาให้ฟัง  ยอมรับว่าไม่คุ้นเท่าไหร่  ความหมายเป็นผู้หญิงมากเลยครับ
deep, in the heart of me
i know that you and i
were meant to be forever
i can't tell you goodbye
  ฟังแล้วคิดถึงเฮเลนครับ .............. ร้องไห้  ขอบคุณมากครับคุณกุ้ง
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 145  เมื่อ 17 ก.ย. 08, 08:01

คนเขียนเพลงบางคน มีเพลงท็อปฮิตไม่มาก แต่ในจำนวนน้อยที่โด่งดัง ถ้ามันโดนใจจะด้วยไปเจอนักร้องดี หรือด้วยเนื้อเพลงที่มีทั้งสาระ และปรัชญา ง่ายๆ แต่ด้วยความเข้าใจชีวิต ก็สามารถส่งให้ยืนยงคงกะพันได้
ลินน์ แอนเดอร์สันร้องเพลงนี้เป็นครั้งแรก
เพลงของโจ เซ้าธ์ นักแต่งระดับhall of fameชาวแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย
ออกแผ่นซิงเกิ้ลมาในปี 1970 เป็นอีกเพลงที่ฮิต ร้องไม่ง่าย เนื้อยาวต้องจำให้หมด แต่ชอบมากค่ะ เสียงลินน์มีแก้วกังวานของคนเป็นหวัด สำเนียงลูกทุ่งจริงใจ
ดิฉันฟังแล้ว ไม่เข้าใจ ไม่ได้ถามใคร รอเวลาจนมีอายุหน่อยถึงจะรู้ความหมาย

สวนกุหลาบ
Rose Garden

I beg your pardon,
I never promised you a rose garden.
Along with the sunshine,
There's gotta be a little rain sometimes.
When you take, you gotta give, so live and let live,
Or let go.
I beg your pardon,
I never promised you a rose garden.

I could promise you things like big diamond rings,
But you don't find roses growin' on stalks of clover.
So you better think it over.
Well, if sweet-talkin' you could make it come true,
I would give you the world right now on a silver platter,
But what would it matter?
So smile for a while and let's be jolly:
Love shouldn't be so melancholy.
Come along and share the good times while we can.

I beg your pardon,
I never promised you a rose garden.
Along with the sunshine,
There's gotta be a little rain sometimes.
I beg your pardon,
I never promised you a rose garden.

I could sing you a tune or promise you the moon,
But if that's what it takes to hold you,
I'd just as soon let you go, but there's one thing I want you to know.
You better look before you leap, still waters run deep,
And there won't always be someone there to pull you out,
And you know what I'm talkin' about.
So smile for a while and let's be jolly:
Love shouldn't be so melancholy.
Come along and share the good times while we can.

I beg your pardon,
I never promised you a rose garden.
Along with the sunshine,
There's gotta be a little rain sometimes.






บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 146  เมื่อ 19 ก.ย. 08, 10:23

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบเพลง You're my world และ You've lost that loving feeling ในยุคซิกซ์ตี้ส
โดยเฉพาะชอบแฟชั่นที่พวกโชว์เกิร์ลเขาแต่งกันยุคนั้น ต้องขาสวยมาก และต้องเต้นเก่ง
ในแวดวงแฟชั่น ไปเจอรูปของซิลล่า แบล็ค ขวัญใจคุณpipatเข้า เดินแฟชั่นรำลึกยุคซิกซ์ตี้ส์ที่ลอนดอนเมื่อไม่กี่วันนี่เอง
เธอเป็นนักร้องจากลิเวอร์พุลเมืองเดียวและสมัยเดียวกับบีทเทิ้ลส์
เกิด 1943 ปีนี้ก็ปาเข้าไป 65แล้ว
ต้องบอกว่า 65 ยังแจ๋วค่ะ
ว่ากันว่า เธอซี้กับบีทเทิ่ลส์มาก จึงสามารถนำเพลงหลายเพลงมาร้องเป็นอัลบั้มเลย เพลงหนึ่งที่พอล แมคคาร์ทนี่ย์แต่ง ชื่อ ถนนสายยาวและคดเคี้ยว หรือ the long and winding road เธอนำไปร้อง พอลบอกว่า นี่หละ สไตล์ที่เขาชอบ
เพื่อนรักดิฉันเขาหามาให้ฟังค่ะ แต่ในยูทูบไม่มี มีแต่ของต้นฉบับ

The long and winding road
That leads to your door
Will never disappear
I've seen that road before
It always leads me here
Lead me to your door.

The wild and windy night
That the rain washed away
Has left a pool of tears
Crying for the day.
Why leave me standing here?
Let me know the way.


Many times I've been alone
And many times I've cried,
Anyway you'll never know
The many ways I've tried.


And still they lead me back
To the long, winding road
You left me standing here
A long, long time ago
Don't leave me waiting here
Lead me to your door.

But still they lead me back
To the long winding road
You left me standing here
A long, long time ago (ohhh)
Don't keep me waiting here (don't keep me waiting)
Lead me to your door. (yeah yeah yeah yeah)


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 147  เมื่อ 19 ก.ย. 08, 10:56

นักร้องก็อย่างนี้นะคะ สวรรค์ส่งให้มีเสียงร้องที่ประทับใจใครๆ รูปร่างหน้าตาก็ต้องรักษาให้ขึ้นเวทีหรือออกทีวีได้แบบที่คนดูแล้ว เฮ้อ ก็คงไม่อยากแสดงกัน
ซิลล่า ขาขึ้น มีทีวีโชว์ของตัวเองตั้งแต่ปี 1968 แน่นอนค่ะ แขกคนแรกของเธอต้องเป็นชาวอังกฤษด้วยกัน ทอม โจนส์ค่ะ
สมัยดิฉันเด็กๆ ที่บ้านติดโชว์ของทอม โจนส์กันค่ะ ชอบความเซ็กซี่ของเขาเวลาเต้น เสียงร้องที่เต็มพลัง และเครื่องแต่งกายสไตล์เอ็ดเวิร์ดเดี้ยนที่เป็นเอกลักษณ์ มาแต่งยุคนี้ คงต้องเรียกลุงทอมหลงยุค
เพลงหลายเพลงของเขา เนื้อร้องดีๆทั้งนั้น ไม่ทราบใครเขียนกันบ้าง ยุคนั้น เราไม่ค่อยสนกันหรอกค่ะ ว่าเบื้องหลังเพลงที่เราร้องกันหูดับตับไหม้ มีใครกันบ้าง
คุณนันทิดา แก้วบัวสาย เลือกเพลงI who have nothingไปประกวดในต่างประเทศได้รางวัลที่หนึ่งกลับมาก็เพราะพลังในเสียงของเธอตรงกับเพลงที่เธอร้อง โดยไม่ต้องตะโกน
เพลงนี้ของทอม โจนส์ถูกใจวัยรุ่นสมัยดิฉัน ที่ว่า
ความรัก เปรียบเสมือนลูกกวาดบนหิ้ง
ถ้าอยากจะลิ้มรส ก็ต้องตะเกียกตะกายหน่อย
help yourself
ซึ่งบางคนแปลออกโทนธรรมะเชียวว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน


Love is like candy on a shelf
If you want to taste then help yourself
The sweetest things are there for you
Help yourself, take a few
That's what I want you to do

We're always told repeatedly
The very best in life is free
And if you want to prove it's true
Baby, I'm telling you this is what you should do

Just help yourself to my lips to my arms
Just say the word and they're yours
Just help yourself to the love in my heart
Your smile has opened up the door
The greatest wealth that exists in the world
Could never buy what I can give
Just help yourself to my lips to my arms
And then let's really start to live

My heart has love enough for two
More than enough for me and you
I'm rich with love, a millionaire
I've so much, it's unfair
Why don't you take a share


วัยรุ่นยุคนั้น มีทั้งทอม โจนส์และอิงเกิ้ลเบิร์ต ไว้ให้สาวๆหนุ่มๆเลือกเถียงกันค่ะ ว่าใครหล่อกว่า  พอๆกับยุครุ่นพี่สาวดิฉัน ที่เถียงกันเรื่องเอลวิสกับคลิฟ
บางสาวก็องุ่นเปรี้ยวค่ะ บอกว่าเสร่อทั้งคู่





บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 148  เมื่อ 20 ก.ย. 08, 10:58

อิงเกิ้ลเบิร์ตอายุเจ็ดสิบแล้วยังหล่อมากเลยค่ะ หลายเพลงของเขาฟังทีต้องขอเวลาเบรคหน่อย เพราะช้า และนุ่ม ไม่ทันใจสาว(ยัง)ฮ็อทเอาเสียเลย
ยิ่งเวลาช่วงที่พีค สถานีเปิดเพลงขวัญใจหนุ่มไทยอย่าง Release Me ต้องวิ่งไปแหวะ
อะไรที่มันมากไป ย่อมก่อให้เกิดอาการเช่นนั้นได้ง่ายๆ
เพราะมันเปิดกันทุกสถานี จนเบื่อมาก หากชายหนุ่มคนไหนมาร้องเพลงนี้ให้ฟัง คงจะไสศีรษะให้ไปไกลๆเลย
พวกเราสาวๆบ่นกันว่า ปัทโธ่ พูดมาได้ว่า Her lips are warm while yours are cold เชอะ
...
ปี 1967 ดนตรี เริ่มขายหน้าตา มากกว่าพรสวรรค์ ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ก็เลยสร้างสรรค์ทีวีซีรี่ส์ขึ้นมาชุดหนึ่ง เป็นเรื่องของวงดนตรีหนุ่มเพี้ยนๆ แล้วก็เริ่มคัดตัวแสดง การปั้นวงๆหนึ่งขึ้นมา โดยที่วัยรุ่นพวกนี้ ไม่ได้มีความสัมพันธ์หรือผูกพันกันมาก่อน มันรอดยาก แต่ก็คลอดจนได้
ชื่อซีรีส์นี้คือหมู่ลิง หรือเดอะ มังกี้ส์ แต่ไม่เขียนเป็นลิงชัดๆหรอกนะคะ เขียนว่าThe Monkees
ดิฉันและเพื่อนๆอยู่ในช่วงเรียน กลับบ้านต้องไปรอดู เพราะปลื้มความน่ารักของตัวเอก ซีรีส์นี้เกิดก่อนเรื่อง The Partridge family และ the brady brunch
พวกเด็กอัสสัม หรือวัยรุ่นหนุ่มยุคนั้น จะทำผมและใส่เสื้อสไตล์ เดวี่ โจนส์ นักร้องนำ ซึ่งเป็นหนุ่มตัวเล็กๆ หน้าตาหล่อแบบน่ารัก เสียงออกกุ๊กกิ๊กๆหน่อย
ใส่เสื้อปีกนก แขนยาว สีสด ปล่อยชาย กับกางเกงม้อด แฟชั่นหนุ่มยุคนั้น 
ทรงผมก็กะลาครอบแบบบีทเทิ่ลส์
เดี๋ยวนี้ เดวี่ แก่ อ้วน มีพุง แต่เสียงกับลีลาก็เหมือนเดิม
ชอบเพลงนี้ Daydream believerค่ะ คนเขียนเพลงมาจากวงคิงสตัน ทริโอ ชื่อ John Stewart ลองไปฟังเดวี่ โจนส์ร้องกันดูนะคะ



Oh, I could hide beneath the wings
Of the bluebird as she sings.
The six oclock alarm would never ring.
Whoops its ringing and I rise,
Wipe the sleep out of my eyes.
My shavin razors cold and it stings.

Cheer up, sleepy jean.
Oh, what can it mean.
To a daydream believer
And a homecoming queen.

You once thought of me
As a white knight on a steed.
Now you know how happy I can be.
Oh, and our good times starts and end
Without dollar one to spend.
But how much, baby, do we really need.

Cheer up, sleepy jean.
Oh, what can it mean.
To a daydream believer
And a homecoming queen.
Cheer up, sleepy jean.
Oh, what can it mean.
To a daydream believer
And a homecoming queen.

เวลาไปงานเลี้ยง เพื่อนๆดิฉันร้องท่อนกลางกันได้ทุกคน สนุกดีค่ะ

คำร้องในท่อนสองของเดิมของJohn Stewart คือ  "You once thought of me as a white knight on a steed, Now you know how funky I can be"
เมื่อมังกี้ส์ร้อง เปลี่ยนคำว่า funkyเป็น happyคำเดียว

เพลงนี้ แอน เมอร์เร่ย์ ก็นำไปร้องในอัลบั้ม I'll always love you



บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 149  เมื่อ 21 ก.ย. 08, 01:58

ดูลิงค์คุณกุ้งเพลินไปเลยครับ  เห็นผมทรงเต่าทองแล้วนึกถึงวงดนตรีบ้านเราที่พยายามเลียนแบบ  แต่คงหน้าตาไทยไม่ค่อยเข้ากับทรงผมทรงนี้จึงดูพิลึก  สาวๆยุคคุณกุ้งคงร่วมสมัยคลั่งใคล้ เดวิด  แคสิดี้  หรือ ดอนนี่  ออสมอน  แต่ผมชอบเพลงร็อคมากกว่า  เลยชอบฟังพวกคณะหินกลิ้ง  พูดถึงคณะนี้ก็มีเพลงเพราะๆความหมายดีๆอยู่เพลงนึง  คือเพลง As Tears Go by และมีคนนำมาร้องเยอะแยะไปหมด ไม่ว่าจะทางตะวันตกหรือเอเซีย ในยุค เฟลิเซีย แอกเนส ชาน  แต่สำหรับผมนอกจากชอบเวอร์ชั่น โรลลิ่งสโตน แล้ว  ยังชอบเสียงของ Marianne Faithfull  เลยนำลิงค์มาให้ลองฟังดูครับ  ประมาณปี 1965  ฟังสบายๆดีครับ..... อายจัง


As Tears Go by
M. Jagger/K. Richards)

It is the evening of the day
I sit and watch the children play
Smiling faces I can see
But not for me
I sit and watch
As tears go by
My riches can't buy everything
I want to hear the children sing
All I hear is the sound
Of rain falling on the ground
I sit and watch
As tears go by
It is the evening of the day
I sit and watch the children play
Doin' things I used to do
They think are new
I sit and watch
As tears go by
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 8 9 [10] 11 12 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.05 วินาที กับ 19 คำสั่ง