เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 108362 คนเขียนเพลง
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 00:33

เอาเพลงนี้ดีกว่าครับ  ถากถางนิดหน่อย  ผมชอบแม่สาวผมยาวคนนี้มาก  เพราะเป็นหนึ่งในนักร้องสาวที่ไม่เคยห่วงสวย..... ยิ้มเท่ห์

Ironic
by Alanis Morissette

An Old Man Turned Ninety Eight
He Won The Lottery And Died The Next Day
It's A Black Fly In Your Chardonnay
It's A Death Row Pardon Two Minutes Too Late
Isn't It Ironic Don't You Think

Chorus
It's Like Rain On Your Wedding Day
It's A Free Ride When You've Already Paid
It's The Good Advice That You Just Didn't Take
Who Would've Thought It Figures

Mr Play It Safe Was Afraid To Fly
He Packed His Suitcase And Kissed His Kids Good Bye
He Waited His Whole Damn Life To Take That Flight
And As The Plane Crashed Down He Thought
Well Isn't This Nice
And Isn't It Ironic Don't You Think

Repeat Chorus

Well Life Has A Funny Way Of Sneaking Up On You
When You Think Everything's Okay And Everything's Going Right
And Life Has A Funny Way Of Helping You Out When
You Think Everything's Gone Wrong And Everything Blows Up
In Your Face

A Traffic Jam When You're Already Late
A No Smoking Sign On Your Cigarette Break
It's Like Ten Thousand Spoons When All You Need Is A Knife
It's Meeting The Man Of My Dreams
And Then Meeting His Beautiful Wife
And Isn't It Ironic Don't You Think
A Little Too Ironic And Yeah I Really Do Think

Repeat Chorus

Life Has A Funny Way Of Sneaking Up On You
Life Has A Funny Funny Way Of Helping You Out
Helping You Out


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 09:04

อ่านเนื้อเพลงของคุณ อลานิสแล้วสนุกดีค่ะ ชีวิตบัดซ..จริงๆ ล่าสุด คู่หมั้นเก่าหน้าสะอาดไรอัน เรย์โนลด์ส ก็เพิ่งหมั้นไปกับสาวเซ็กซี่ขี้อ้อนเจ้าบทบาทนี่คะ สคาร์เล็ต โจนสัน
เธอคงเขียนเพลงประชดๆออกมาได้อีกเยอะนะ คุณBana
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 11:19

         คุณพพ. คงจะชอบเพลงที่มีเนื้อเรื่องเล่า เป็น Ballad ในความหมายที่ว่า - a story told in a song

         ต่อมาในศตวรรษที่ ๒๐  ballad ได้ความหมายว่าเป็นเพลง
                      popular song "especially of a romantic or sentimental nature"

เพลง Traditional ballad ที่คุ้นเคย ได้แก่   Greensleeves, Scarborough Fair, Oh Shenandoah

        นอกจากนี้มีเพลง folk, country ที่เล่าเรื่องหลายเพลง เช่น

         Tom Dooley ที่คุ้นเคยจากเสียงของ The Kingston Trio เล่าเรื่อง เหตุการณ์นารีพิฆาตในปี ๑๘๖๖ ที่ North Carolina 

        เพลงของ Peter,Paul and Mary เช่น

          Flora เล่าเรื่องชาย(I) ฆ่าชายเพราะหญิงที่ตนหลงรัก - แม่นาง faithless Flora, the lilly of the west

( เพลงรักต้องฆ่ายังมีอีก เช่น  Down in the Willow Garden - มือมีดชาย และ
                                 มือปืนหญิง - Miss Otis Regrets(She's Unable to Lunch Today) )   

        Man Come into Egypt นามของท่านคือ Moses ทำนองเพลงนี้กลายมาเป็น ballad ไทยที่โด่งดัง
จากเหนือเล่าเรื่องแม่อุ๊ยผู้น่าสงสาร - อุ๊ยคำคนแก่ ท่าทางใจดี....

        เพลงเล่าเรื่องในปัจจุบันที่ได้ฟังบ่อยๆ เป็นเพลง country. หนึ่งในเพลงที่ชอบ ความหมายดี คือ เพลงนี้
ที่อ่านและฟังแล้วนึกถึงเรื่องสั้นสมัยก่อนแนวคุณปกรณ์ ปิ่นเฉลียว ครับ

          หญิงอาวุโสยืนหมดหวังอยู่ข้าง Mercedes ที่ยางแตกบนถนนในยามเย็นย่ำหิมะตก พระเอก Joe จิตใจงาม
ขับ Pontiac บุโรทั่งมาช่วยเปลี่ยนยางให้แล้วปฏิเสธที่จะรับเงินตอบแทน แต่กลับบอกว่า

If you really want to pay me back,
Here's what you do
Don't let the chain of love end with you

        เหตุการณ์ต่อไปเป็นเช่นไร เชิญติดตามรับฟัง ครับ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 11:22

The Chain of Love - performed by Clay Walker 

Songwriters: Barnett, Jonnie; Lee, Rory


      He was driving home one evening,
In his beat up Pontiac
When an old lady flagged him down,
Her Mercedes had a flat
He could see that she was frightened,
Standing out there in the snow
'Til he said I'm here to help you ma'am,
By the way my name is Joe

      She said I'm from St. Louis,
And I'm only passing through
I must have seen a hundred cars go by,
This is awful nice of you
When he changed the tire,
And closed her trunk
And was about to drive away,
She said how much do I owe you
Here's what he had to say

       You don't owe me a thing, I've been there too
Someone once helped me out,
Just the way I'm helping you
       If you really want to pay me back,
Here's what you do
Don't let the chain of love end with you

        Well a few miles down the road,
The lady saw a small cafe
She went in to grab a bite to eat,
And then be on her way
But she couldn't help but notice,
How the waitress smiled so sweet
And how she must've been eight months along,
And dead on her feet

        And though she didn't know her story,
And she probably never will
When the waitress went to get her change,
From a hundred dollar bill
The lady slipped right out the door,
And on a napkin left a note
There were tears in the waitress's eyes,
When she read what she wrote

       You don't owe me a thing, I've been there too
Someone once helped me out,
Just the way I'm helping you
       If you really want to pay me back,
Here's what you do
Don't let the chain of love end with you

       That night when she got home from work,
The waitress climbed into bed
She was thinkin' about the money,
And what the lady's note had said
As her husband lay there sleeping,
She whispered soft and low
Everything's gonna be alright, I love you, Joe 
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 12:38

คุณ SILA เดาถูกเผงเลยครับ

ผมเชื่อว่าบัลหลาดเป็นรูปแบบของประวัติศาสตร์บอกเล่า ที่เก่าพอๆ กับมนุษย์
ที่พระเพื่อนพระแพงเจอชะตากรรม ก็น่าจะมาจากเพลงเล่าเรื่องแบบนี้แหละ
สมัยก่อน  ยังยากที่จะจำเรื่องยาวในรูปของตำนาน
ก็ต้องเอามาแปลงเป็นเพลง ความถาวรและเข้าใจได้ จึงบังเกิด

ความโด่เด่....เอ้ยโดดเด่นอย่างนี้ ทำให้ฟังความงาม ได้ความจริงด้วย
กำไรสองต่อ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 13:49

ชอบ Tom Dooley ของ The Kingston Trio มาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ
ช่างเอาเหตุการณ์สั่นสะเทือนจิตใจมาแต่งเป็นเพลงจนได้ เพราะด้วย

Throughout history
There've been many songs written about the eternal triangle
This next one tells the story of a Mr Grayson, a beautiful woman
And a condemned man named Tom Dooley...
When the sun rises tomorrow, Tom Dooley... must hang...

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die
I met her on the mountain
There I took her life
Met her on the mountain
Stabbed her with my knife

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die

This time tomorrow
Reckon where I'll be
Hadn't a-been for Grayson
I'd a-been in Tennessee

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die

This time tomorrow
Reckon where I'll be
Down in some lonesome valley
Hangin' from a white oak tree

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die

Hang down your head, Tom Dooley
Hang down your head and cry
Hang down your head, Tom Dooley
Poor boy, you're bound to die

Poor boy, you're bound to die
Poor boy you're bound to die
Poor boy, you're bound to die...

เพลง บัลลาดไทยนี่ " ผู้ใหญ่ลี"    เข้าขั้นหรือเปล่าคะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 23 พ.ค. 08, 14:02

ผู้ใหญ่ลีน่าจะเป็นเพลงเสียดสีครับ
วังบัวบาน จึงจะเข้าข่ายบัลลาด...กระมัง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 11:30

ไปหาความหมายของ ballad มาให้จาก answers.com

1  A narrative poem, often of folk origin and intended to be sung, consisting of simple stanzas and usually having a refrain.
The music for such a poem.
2  A popular song especially of a romantic or sentimental nature.

[Middle English balade, poem or song in stanza form, from Old French ballade, from Old Provençal balada, song sung while dancing, from balar, to dance, from Late Latin ballāre, to dance.

วังบัวบาน น่าจะเข้าขั้นบัลลาด  เช่นเดียวกับ อุ๊ยคำ ของคุณจรัล มโนเพ็ชร์
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 11:52

วังบัวบาน
คิดว่าได้เวลากลับมาคุยเพลงไทยได้แล้ว
จำได้ว่าวังบัวบานนี้ มีสองเพลง คุณวงจันทร์ร้องไว้เพลงหนึ่ง เศร้าเย็นยิ่งนัก
คุณมัณฑนาร้องอีกเพลงหนึ่ง เศร้าหวานเหลือเกิน
---------------------------
เพลง วังบัวบาน
คำร้อง "สนิท ส." (สนิท สิริวิสูตร)
ทำนอง อรุณ หงสวีณ

ร้อนลมหน้าแล้ง ใบไม้แห้งร่วงลอย
หล่นทยอยเกลื่อนตา ไหลตามกระแสน้ำพา
ลอยมาทั้งกลีบดอกไม้
จากหุบผาไหลมาสู่ในวังน้ำ สุสานเทวีผู้มีความช้ำเหนือใคร
ดอกไม้ใบไม้ไหลมา คล้ายพวงหรีดร้อยมาลา
ไหลมาบูชาบัวบาน

น้ำวังนี่หนอ เป็นที่ก่อเหตุการณ์
ที่บัวบานฝังกาย ยึดเป็นห้องหอเรือนตาย รองกายไว้ด้วยแผ่นน้ำ
จากหุบเขาแนวไพรสู่ในเวียงฟ้า ฝากไว้เพียงชื่อเลื่องลือนานช้าฝังจำ
ฝากคำศัพท์นำนึกนอง หลงทางสุดหวังคืนครอง หลงตัวจำต้องลาระทม

เอาวังน้ำใสเย็น นี่หรือมาเป็นเมรุทอง
เอาน้ำตกก้องเป็นกลองประโคม
เอาเสียงจักจั่น ลั่นร้องระงม เป็นเสียงประโลมร้องต่างแตรสังข์
เพดานนั้นเอาเมฆฟ้า ภูผานั้นต่างม่านบัง
ประทีปแสงจันทร์ใสสว่าง อยู่เดียวท่ามกลางดงดอน
เหมือนวังสวรรค์ วังรักอันเลิศลอย คู่แดนดอยพนา
น้ำวังแอ่งฝังชีวา บูชารักชื่อเทิดไว้
ฝากชีวิตวิญญาณอยู่ในวังน้ำ โธ่เอ๋ยบัวบานผู้ผ่านความช้ำเหนือใคร
ดอกไม้ใบไม้ไหลมา คล้ายพวงหรีดรักเทวา ไหลมาบูชา บัวบาน
-----------------------
วังบัวบาน
ชาลี อินทรวิจิตร
สมาน กาญจนะผลิน
ขับร้องโดย...วงจันทร์ ไพโรจน์

วังเอ๋ยวังบัวบาน สุสานเทวี ผู้มีความรักเหนือใคร
ฝังร่างฝังรักฝากรอยอาลัย
เอาวังน้ำเย็นเช่นเรือนตาย
วิญญาณเวียนว่ายในน้ำวัง
จากเขาลำเนาไพรสู่ในเวียงฟ้า
เกิดมาไม่พ้นอนิจจัง
เพราะซื่อถือนักว่ารักจีรัง
ไม่มีระแวงไม่เคยระวัง
ชีพนางจึงฝังสังเวยธาร
เหลือเพียงชื่อไว้เหลือเพียงดอกไม้
คล้ายหรีดมาลา
ไหลมาบูชาบัวบาน
นับวันนี่หนอที่ก่อเหตุการณ์
นี่แหละคือสุสาน
เปรียบดังสถานโลงทอง
ยินเสียงน้ำตกซ่าแว่วมาน่าฟัง
เปรียบดังแตรสังข์เสียงกลอง
เสียงหริ่งระงมลมพริ้วเป็นทำนอง
ดุจดังเสียงเพลงกล่อมเมรุทอง
ให้ผู้เจ้าของวังบัวบาน

..ยินเสียงน้ำตกซ่าแว่วมาน่าฟัง
เปรียบดังแตรสังข์เสียงกลอง
เสียงหริ่งระงมลมพริ้วเป็นทำนอง
ดุจดังเสียงเพลงกล่อมเมรุทอง
ให้ผู้เจ้าของวังบัวบาน
------------
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 11:53

http://www.lannaworld.com/story/tales/bbann.htm

วังบัวบาน เป็นชื่อวังน้ำที่อยู่เบื้องล่างชะง่อนผาสูงบริเวณเหนือน้ำตกห้วยแก้ว ซึ่งอยู่ในเขตตำบลสุเทพ อำเภอเมือง เชียงใหม่
วังน้ำนี้เดิมเรียกว่า "วังคูลวา" หรือ "วังกุลา" ด้วยมีเรื่องเล่ามาก่อนว่ามี "คูลวา-กุลา"ซึ่งหมายถึงแขกคนหนึ่งพลัดตกลงไปตายในวังน้ำแห่งนี้ คำว่า "คูลวา-กุลา" ในภาษาล้านนาหมายถึงแขกหรือฝรั่งชาวต่างชาติซึ่งถือว่าไม่เป็นที่พึงต้อนรับ วังน้ำที่เกิดเหตุจึงได้ชื่อดังกล่าว ทั้งนี้ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ นักเขียนสารคดีเชิงบันทึกเหตุการณ์กล่าวไว้ว่ามีการเปลี่ยนชื่อ เป็น "วังบัวบาน" เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๗ โดยเหตุที่มีหญิงชื่อ "บัวบาน" ตกลงไปตายในวังน้ำนี้อีก วังน้ำอาถรรพณ์นี้จึงเปลี่ยนมาเรียกชื่อว่า "วังบัวบาน"
เรื่องราวการตายของบัวบานมีการโจษจันกันอยู่สองกระแส บ้างเชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตาย บ้างว่าเป็นเพราะหญิงคนงามดังกล่าว พลัดตกโดยอุบัติเหตุ แต่ก็มีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว
จากการให้สัมภาษณ์ของนายศิริพงษ์ ศรีโกศัย(นักจัดรายการวิทยุที่ใช้นามแฝงว่า"ย่าบุญ" เมื่อ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๐) เล่าว่าที่ตั้งบ้านของบัวบาน ปัจจุบันอยู่ฟากถนนตรงกันข้ามกับอาคารอำนวยการหลังเก่าของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่ มีอาชีพเป็นครูสอนในโรงเรียนดาราวิทยาลัย โรงเรียนซินเซิง โรงเรียนฮั่วเคี้ยวและโรงเรียนฮั่วเอง ครูบัวบานมีคนรักเป็นนายทหารรักษาพระองค์ ต่อมาถูกทหารดังกล่าวสลัดรัก บัวบานจึงเสียใจมากและได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการกระโดดลงไปในวังน้ำแห่งนั้น
ส่วนเจ้าบุญศรี ณ เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๑ ว่า ครูบัวบานมีสถานที่อยู่ตรงกันกับที่กล่าวมาแล้ว แต่ให้ข้อมูลเพิ่มว่าครูบัวบานเป็นคนสวยจนเป็นที่เล่าลือกันทั่วไป ในช่วงที่เกิดเหตุนั้นอยู่ในช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง (พ.ศ.๒๔๘๒-๒๔๘๘) ครูบัวบานคนสวยเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนวัดฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง เชียงใหม่ ครั้งนั้นได้มีทหารหน่วยราบจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาตั้งอยู่ที่วัดฟ้าฮ่ามด้วย นายร้อยตรีหนุ่มรูปงามในกองทหารนั้นได้พบกับครูบัวบานคนสวยบ่อยครั้งเข้าก็สนิทสนมแล้วกลายเป็นคู่รักและได้เสียกันขึ้น ต่อมานายร้อยตรีผู้นั้นกลับลงไปกรุงเทพฯ ตามคำสั่งพร้อมกับคำสัญญาว่าจะขึ้นมาแต่งงานกับครูบัวบานคนงาม แต่คำสัญญานั้นลงท้ายก็กลายเป็นคำลวงเพราะนายร้อยตรีนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ครูบัวบานรออยู่นานจนผิดสังเกตและเห็นว่าครรภ์โตมากขึ้น เมื่อแน่ใจว่าตนถูกหลอกแน่แล้วจึงตัดสินใจไปกระโดดน้ำตาย

ในบทความชื่อ "วังบัวบาน"ของสมาน ไชยวัณณ์ ตีพิมพ์ในวารสาร "คนเมือง ฉบับดำหัว" ต้อนรับสงกรานต์ ๒๕๑๑ กล่าวว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ โดยอ้างเอาคำสารภาพก่อนตายของอดีตครูประชาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนรักของครูบัวบาน ผู้เขียนบทความกล่าวว่าตนรู้จักกับครูบัวบานเป็นอย่างดี และตนมีอายุอ่อนกว่าครูบัวบาน ๘-๙ ปี ครูบัวบานเป็นสมาชิกของตระกูลและครอบครัวของผู้มีชื่อเสียงดี ฐานะดี จบการศึกษาจากโรงเรียนฝรั่งที่มีชื่อในเชียงใหม่ แล้วได้เป็นครูสอนที่โรงเรียนนั้น และครูบัวบานมีความสัมพันธ์ฉันคนรักกับครูประชาบาลคนหนึ่ง
ผู้เขียนบทความเล่าว่าในขณะที่อดีตครูประชาบาลคนรักเก่าของครูบัวบานป่วยหนักอยู่ในบ้านกลางเมืองเชียงใหม่ วันหนึ่งได้ออกปากเล่าแก่ภรรยา บุตรและญาติสนิทว่าตนเคยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับครูบัวบาน ทั้งๆ ที่ตนก็มีภรรยาอยู่แล้ว เมื่อครูบัวบานตั้งท้องแล้วก็ได้นัดครูประชาบาลคนรักไปตกลงกันในที่ปลอดคนแห่งหนึ่งบนห้วยแก้ว ครูบัวบานขอให้จัดแต่งงานเสียเพื่อมิให้เป็นที่ละอายแก่ชาวบ้านและเพื่อเห็นแก่ทารกในครรภ์ หลังจากที่ต่างก็ให้เหตุผลกันเป็นเวลานาน ครูประชาบาลก็สรุปว่าตนยังไม่อาจด่วนทำอะไรลงไปได้เพราะมีลูกเมียอยู่แล้ว ครู บัวบานไม่อาจทนฟังต่อไปได้จึงผละจากแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่ใส่ใจระมัดระวังในเส้นทาง และได้พลาดตกจากหน้าผาลงสู่ "วังคูลวา-กุลา" และเสียชีวิตโดยไม่อาจช่วยได้ทัน ครูประชาบาลคนนั้นเสียใจเป็นที่สุด ด้วยความตกใจและกลัวโทษ ก็ได้แต่แอบซ่อนตัวกลับลงมาจากห้วยแก้วและไม่ยอมปริปากให้ผู้ใดได้ล่วงรู้
เมื่อมีคนไปพบศพครูบัวบานแล้ว เรื่องหญิงงามที่ตายในวังน้ำก็ได้กลายเป็นหัวข้อที่กล่าวขานกันทั่วเมือง ผู้เขียนบทความกล่าวว่าด้วยผลกรรมที่ทำให้ครูบัวบานต้องตายนั้น ครั้งหนึ่งได้เกิดพายุใหญ่ในเมืองเชียงใหม่ แรงพายุได้โหมกระหน่ำทำให้มะพร้าวต้นหนึ่งล้มฟาดลงมาทับหลังของครูประชาบาลผู้นั้นจนหลังหักและกลายเป็นอัมพาต เขาจึงลาออกจากราชการมาอยู่กับครอบครัว และยังชีพอยู่ได้ด้วยเงินบำนาญ จนเมื่อล้มป่วยหนักจึงได้ปริปากบอกเรื่องของตนกับครูบัวบาน พร้อมกับย้ำว่าครูบัวบานตายเพราะอุบัติเหตุ มิได้ตั้งใจจะฆ่าตัวตาย

จากการศึกษาของ สุธาทิพย์ สว่างผล ในวิทยานิพนธ์ปริญญาโท สาขาภาษาและวรรณ-กรรมล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๓๑ กล่าวว่า ในหนังสือ นิทานพื้นบ้านไทย ของ วสันต์ ปัณฑวงศ์ พ.ศ.๒๕๒๒ กล่าวถึงเรื่องของครูบัวบานในแง่ที่แผกออกไป โดยกล่าวว่า มีปลัดอำเภอหนุ่มรักกับลูกสาวคหบดีชื่อบัวบานและได้หมั้นหมายกันไว้โดยที่ไม่มีผู้ใดขัดข้อง แต่อุปสรรคที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะปลัดอำเภอเป็นทาสการพนันทุกชนิด ทำให้เกิดหนี้สินจนต้องยักยอกเงินของทางราชการไปใช้หนี้และเล่นการพนันด้วย ต่อมาได้ขอเงินจากบัวบานว่าจะไปใช้หนี้ราชการ แต่กลับนำไปเล่นการพนันอีกจนหมด จากนั้น ปลัดอำเภอหนุ่มได้นัดบัวบานไปสารภาพผิดที่หน้าผา แต่ทั้งคู่กลับทะเลาะกันอย่างรุนแรงจนบัวบานทนไม่ได้จึงกระโดดหน้าผาตาย ส่วนปลัดอำเภอหนุ่มทาสพนันนั้นไม่มีการกล่าวถึงอีกว่าได้โดดหน้าผาตามหรือไม่
และเรื่องของครูบัวบานนี้ สุธาทิพย์ สว่างผล ได้ไปสัมภาษณ์คนที่สนิทกับครอบครัวของครูบัวบานผู้หนึ่งชื่อ นางอรุณ หมู่ละสุคนธ์ ๑๓๐ ถนนแก้วนวรัฐ อ.เมือง เชียงใหม่ เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๑ ซึ่งได้ความว่าบัวบานและหนุ่มชาวภาคกลางได้รักกันโดยไม่มีผู้ใดขัดขวาง และบัวบานได้ตายเพียงผู้เดียว เมื่อบัวบานตายแล้วชายหนุ่มก็หายหน้าไป ญาติของบัวบานต่างคิดว่าเป็นการฆาตกรรมแต่ผู้เล่าเห็นว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุ หรือบัวบานอาจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายก็ได้
จากความตายอย่างน่าสะเทือนใจของครูสาวคนงามทำให้มีผู้โจษจันกันอย่างกว้างขวาง ในครั้งนั้น กล่าวกันว่า มีพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดพระนอนป่าเก็ดถี่ อ.สารภี เชียงใหม่ ได้นำเรื่องนี้มาแต่งเป็นคำกลอนตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ภิกษุรูปนั้นว่ากันว่าใช้นามปากกาว่า "เลิศ ลานนา" ซึ่งก็ว่าเป็นนามปากกาของนักเขียนสารคดีคนสำคัญของเชียงใหม่ชื่อ บุญเลิศ พิงค์พราวดี (บ้างก็ว่าภิกษุที่แต่งกลอนนั้นเป็นพระอยู่ที่วัดดอยสุเทพ) และว่าต่อมา "สนิท ส." (สนิท สิริวิสูตร) ผู้เป็นนักแต่งเพลง ซึ่งมีถิ่นกำเนิดที่เชียงใหม่ก็ได้นำบทกลอนดังกล่าวนั้นมาปรับปรุงขึ้นอีก แล้วแต่งเป็นเพลงชื่อ "วังบัวบาน" โดยมี อรุณ หงสวีณ เป็นผู้แต่งทำนอง และ มัณฑนา โมรากุล เป็นผู้ขับร้อง อัดแผ่นเสียง
โดย อุดม รุ่งเรืองศรี
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 12:40

        ตามคุณพพ. พาขึ้นเหนือ
          วังบัวบานสองเพลงนี้มีเนื้อและคำร้องคล้ายกันหลายแห่ง เนื้อเพลงตอนเปรียบเทียบ
ธรรมชาติน้ำตกกับวัดชวนให้นึกถึงสมัยเรียนกาพย์นางลอย ครับ

         จะอุ้มองค์ขึ้นต่างโกศ     เอาพระโอษฐ์มาระงม
ต่างเสียงพระสนม                  อันร่ำร้องประจำเวร
          สาครจะต่างเมือง         สิงขรเนื่องจะต่างเมรุ
มังกรโตกิเลน                       จะต่างพาหนะยล
          ดาวเดือนจะต่างเทียน     วิเชียรแก้วกลีบจงกล
เมฆหมอกในเวหน                   จะต่างพู่และเพดาน...
       
         เสียงคลื่นจะต่างกลอง      พิณพาทย์ฆ้องประโคมใน
จักจั่นและเรไร                       จะต่างสังข์และเสภา .....

        มีเพลงคันทรี่-ลูกทุ่งไทย ครับ เพลงนี้เล่าเนื้อเรื่องเหตุการณ์วังบัวบานมากกว่าเพลงบัวบานทั้งสอง

       อตีตรักวังบัวบาน

       โอ้วัง.บัวบาน เป็นสุสาน
.รักของสาวคนซื่อ
มีรักเด็ดเดี่ยว
รักเดียวที่เธอยึดถือ
แต่ชายคนรักไม่ซื่อ
เธอหรือต้องโดดผาตาย
        โอ้วัง.บัวบาน เป็นสุสาน
.รักของสาวเชียงใหม่
เธอถูกรักลวง จึงอำลาโลกไป
เธอถูกคนใจร้าย
หลอกให้เธอนั้นเฝ้าคอย
บอกว่า.จะกลับมารับขวัญตา
ต่างให้สัญญา
ฝ่ายชายกลับมีเมียน้อย
ปล่อยให้ว้าเหว่
ได้แต่ตั้งตาคอย
เธอรู้รักสิ้นปีนดอย
จบชีวิตน้อยในวังน้ำวน.
        โอ้.วังบัวบาน เป็นสุสาน
เราพาหมองหม่น
ด้วยเหตุอะไร
ทำไมใจร้ายเหลือทน
รักเดียวไม่พอเวียนวน
หลอกคนเสียจนต้องตาย
         
         เพลงวังบัวบานเสียงคุณมัณฑนาร้องจบที่ - อยู่เดียวท่ามกลางดงดอย 
ต่อมาคุณรวงทองจะร้องท่อนที่ตามมาด้วยจนจบ ซึ่ง อ.เจตนาเคยเขียนถึงด้วยความชื่นชมการตีความ
ของคุณรวงทองครับ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 12:50

        บทความ อ.เจตนา ที่ชื่นชมคุณรวงทอง จากกระทู้เก่า ครับ

         รวงทองเป็นศิลปินผู้ตีความ (interpretative artist) ที่ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ ในกรณีที่เธอนำเพลง
ที่นักร้องรุ่นพี่ เช่น มัณฑนา โมรากุล (ผู้ซึ่งเธอเคารพนับถือ) มาตีความใหม่ เธอแสดงความคารวะต่อนักร้องต้นแบบ
ด้วยแนวคิดใหม่ที่น่าทึ่ง
         จะขอยกตัวอย่างเพลง "วังบัวบาน" มัณฑนา โมรากุล ร้องได้จับใจเรา เพราะเธอสามารถชักพาเราให้เข้าไป
เป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์ระทมของบัวบาน
          รวงทอง ทองลั่นธม เสนอทิศทางที่เป็นของเธอเอง ซึ่งปรากฏชัดในการแสดงที่โรงแรมตรัง เมื่อ 28 พ.ค. 2549
เธอแสดงบทบาทของผู้เล่าเรื่อง ของผู้สังเกตการณ์ซึ่งชี้ให้เห็นความสง่างามของโศกนาฏกรรมของสาวชื่อบัวบาน
ที่มิได้ตายอย่างคนไร้ค่า แต่ดิน น้ำ ลม ฟ้ารวมแรงกันสร้าง "สุสานเทวีผู้มีความช้ำ" โดยที่เราถูกกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง
ของกลุ่มสักขีพยานนั้นด้วย

          ทุกวันนี้เพลง ballad จะเป็นที่เข้าใจใช้ในความหมายใหม่ที่หมายถึง เพลงรัก romantic, sentimental
(แต่ก็ยังไม่พ้นมีการเล่าเรื่องแต่งเติมออกมาเป็น - มิวสิควิดีโอ)
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 24 พ.ค. 08, 23:44

นี่อีกเพลงครับคุณกุ้ง  ที่แม่สาวอลานิส  ร้องได้น่าฟังและชอบความหมายครับ

Thank U
by Alanis Morissette
how bout getting off these antibiotics
how bout stopping eating when I'm full up
how bout them transparent dangling carrots
how bout that ever elusive kudo

thank you india
thank you terror
thank you disillusionment
thank you frailty
thank you consequence
thank you thank you silence

how bout me not blaming you for everything
how bout me enjoying the moment for once
how bout how good it feels to finally forgive you
how bout grieving it all one at a time

thank you india
thank you terror
thank you disillusionment
thank you frailty
thank you consequence
thank you thank you silence

the moment I let go of it was the moment
I got more than I could handle
the moment I jumped off of it
was the moment I touched down

how bout no longer being masochistic
how bout remembering your divinity
how bout unabashedly bawling your eyes out
how bout not equating death with stopping

thank you india
thank you providence
thank you disillusionment
thank you nothingness
thank you clarity
thank you thank you silence
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30490

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 25 พ.ค. 08, 00:57

ดิฉันเคยทำงานที่เดียวกับดร.เจตนามานานหลายสิบปี ตั้งแต่เป็นอาจารย์ชั้นผู้น้อย  ส่วนท่านเป็นคณบดี
ติดตามอ่านงานวิชาการของท่านเสมอ จนบัดนี้ ท่านเกษียณไป สิบกว่าปีแล้ว ก็ยังตามอ่านอยู่ ด้วยความเคารพในภูมิรู้
แต่มีข้อหนึ่งที่ยังฝ่าด่านไปไม่ได้จนบัดนี้ คืออ่านสำนวนวิชาการอันลุ่มลึกของท่าน ไม่ทะลุแจ้งแทงตลอด 
อ่านไปต้องแปลเป็นภาษาอนุบาลของตัวเองไป   อย่างในข้อความนี้

รวงทอง ทองลั่นธม เสนอทิศทางที่เป็นของเธอเอง ซึ่งปรากฏชัดในการแสดงที่โรงแรมตรัง เมื่อ 28 พ.ค. 2549
เธอแสดงบทบาทของผู้เล่าเรื่อง ของผู้สังเกตการณ์ซึ่งชี้ให้เห็นความสง่างามของโศกนาฏกรรมของสาวชื่อบัวบาน
ที่มิได้ตายอย่างคนไร้ค่า แต่ดิน น้ำ ลม ฟ้ารวมแรงกันสร้าง "สุสานเทวีผู้มีความช้ำ" โดยที่เราถูกกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ของกลุ่มสักขีพยานนั้นด้วย


เดาว่า หมายถึงคุณรวงทองร้องเพลง ด้วยน้ำเสียง ท่วงทำนอง การเน้นคำ แตกต่างจากคุณมัณฑนาร้องไว้
เมื่อฟังแล้วเธอร้องได้จับใจมาก จนตำนานของบัวบานฟังสง่างาม น่าภาคภูมิใจ  คนฟังก็รับรสอารมณ์สะเทือนใจนี้ได้ทั่วถึงกัน

วันไหนมีโอกาสสนทนาด้วย   เห็นจะต้องถามท่านว่าเข้าใจถูกหรือเปล่า 
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 25 พ.ค. 08, 01:36

เชื่อว่า
ท่านอ่านของท่านเอง
ท่านไม่รู้เรื่องแน่ครับ

ผมจับความได้ว่า เพลงนี้เป็นตำราอี้จิง ภาคฮวงจุ้ย(ด้วยแฮะ)
ส่วนที่ว่าคุณรวงทองเธอร้องเป็นตัวของตัวเองนั้น
ผมยังไม่เคยได้ยินคุณรวงทองร้องเป็นคนอื่นเลย

หรือเคยมีใครได้ยินมาบ้างครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.044 วินาที กับ 19 คำสั่ง