เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1]
  พิมพ์  
อ่าน: 6967 ขอถามเรื่องการใช้ภาษาในบทสนทนาในนิยาย
jaiya
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


 เมื่อ 28 มี.ค. 08, 11:14

ปัญหาที่พบนะคะ คือ เราเขียนคำพูดที่หยาบคายลงไป อย่างเช่นบทสนทนาระหว่างเพื่อนสนิท
ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันบางทีเขาก็พูดกูมึงกันนะคะ

เราต้องการพยายามจะสื่อให้เห็นถึงความหยาบกร้าน ของตัวเอก ว่ามีการสบถ มีการผรุสวาทฯลฯ
หรือต้องการจะแสดงพื้นเพของตัวเอก

กลับกลายเป็นว่า ผู้อ่านไม่ยอมรับ ปัญหาเช่นนี้จะแก้ไขอย่างไรคะ
ที่จะทำให้เราสร้างจินตนาการให้ผู้อ่านได้ว่า ตัวเอกมีนิสัยหยาบกร้าน หรือกำลังพูดกับเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกัน
โดยที่ไม่ต้องใช้คำพูดหยาบคาย หรือใช้แล้วคนอ่านรับได้ด้วย

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 28 มี.ค. 08, 20:51

ถ้าตัดสินใจว่าจะตามใจคนอ่าน  ก็
๑) ตัดคำพูดที่คิดว่าหยาบออกไป  ลดเป็นคำอื่นที่ไม่แรงเท่านี้
๒) บรรยายประกอบเสียให้สิ้นสงสัยไป   ว่าตัวละครเป็นคนหยาบกร้าน

แต่ก็ยังสงสัยว่าคำพูดของตัวละครของคุณ แรงขนาดไหน ชนิดคนอ่านรับไม่ได้
กี่คนคะที่รับไม่ได้
ช่วยลงตัวอย่างหน่อยได้ไหม
บันทึกการเข้า
jaiya
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 29 มี.ค. 08, 09:35

ตัวอย่างค่ะ  นี่เป็นฉากที่ตัวเอกกินยาฆ่าตัวตาย แล้วความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา เคยลองเอาไปให้คนรู้จักอ่าน เขาบอกว่า หยาบคายแบบนี้เขาไม่อ่านหรอก ทั้งๆ ที่ทั้งเรื่องมีตอนนี้อยู่ตอนเดียวที่ใช้คำพูดรุนแรง
ปัญหาอีกอย่าง กลับไปอ่านทวนทั้งเรื่องแล้วรู้สึกว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดี ทำได้แค่ให้คนรู้สึกว่าตัวเอกโดนกดดันตั้งแต่เด็ก
แต่ไม่สามารถทำให้คนรู้สึกได้ว่า จากเหตุนี้แล้วตัวเอกกลายเป็นคนที่รักคนอื่นไม่เป็น โหยหาความรัก แต่ไม่อาจสัมผัสได้ ทั้งๆ ที่คนรักมอบความรักให้เต็มที่แต่ตัวเอกยังรู้สึกว่ามันไม่พอ
ไม่อยากอธิบายตรงไปตรงมา อยากให้คนอ่านเข้าใจจากสถานการณ์ได้เองมากกว่าค่ะ

....
มือที่กุมโทรศัพท์อยู่กำลังอ่อนแรงเต็มที หญิงสาวพยายามใช้พลังงานครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด กล่าวกับเพื่อนที่อยู่ปลายสาย

“นา ฉันไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย…” มือข้างที่ถือโทรศัพท์นั้นตกลงบนเตียง

“ปริม! เธอเป็นอะไร ปริม! ทำไมไม่พูด” เสียงโวยวายตกใจดังมาจากอีกฝั่งหนึ่ง แต่ก็ปราศจากการตอบกลับ

ร่างบนเตียงดิ้นทุรนทุราย น้ำลายไม่รู้ว่ามาจากไหนมากมายไหลออกมาฟูมปาก หน้าตาที่เจ้าตัวภูมิใจในความสวยกลับบิดเบี้ยว ที่ร้ายที่สุดคือความทรงจำอันร้ายกาจในอดีตต่างพากันมารุมทำร้าย

“อีปริม ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ให้ถูบ้านให้สะอาด ทำไมไม่ทำ อีนี่ดื้อด้านนัก” เสียงแม่ดังก้องอยู่ในหู

“คุณแม่ ปริมไม่ยอมซักผ้าคะ” เสียงพี่ดาวคนใช้รายงาน

“อีนังปริม ไปซักผ้าอย่าให้ฉันลงมือนะ ลูกดาวไม่ต้องไปช่วยมันนะ” เสียงแม่เกรี้ยวกราดอยู่เสมอ

“อีร่าน อีลูกไม่รักดี เที่ยวแต่คบผู้ชาย”

พี่ชายของเธอสองคนทำหน้ายิ้มเยาะ สะใจที่เห็นน้องสาวคนเล็กโดนแม่เล่นงาน

“ปริมเราเลิกกันเถอะ ผมทนคุณไม่ไหวแล้ว” ตั้มบอกก่อนจะเดินออกไป

“ไม่เอา ปริมไม่ยอม ปริมรักตั้ม อย่าทิ้งปริมไป”

เสียงดังโครมครามอยู่ด้านนอกห้อง ใครบางคนเข้ามาอย่างรีบร้อน ปรียาภรณ์รู้สึกแต่เพียงเสียงพูดฟังไม่ได้ศัพท์ ร่างหมดสติของเธอถูกอุ้มออกไปจากห้องพักในคอนโดระดับกลางอย่างรวดเร็ว คนทั้งสองรีบเร่งแข่งกับเวลาที่มีอยู่น้อยนิดไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดทันที
....

บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 29 มี.ค. 08, 20:57

คุณ jaiya มีทางเลือก ๒ ทาง
๑  ถ้าคุณรู้สึกว่า คำพูดตอนนี้สมเหตุสมผล และคุณอยากคงเอาไว้   ก็ไม่จำเป็นต้องยึดคำวิจารณ์ของเพื่อนคนนี้เป็นเสียงชี้ขาด   
เพื่อความสบายใจ เอาไปให้เพื่อนคนอื่นๆอ่าน  ว่าพวกเขารับได้ไหม    เพื่อนบางคนอาจจะไม่รู้สึกระคายเคืองอะไรเลยก็ได้ 
ถ้าอยากเป็นประชาธิปไตย  หลังจากให้หลายๆคนอ่าน ก็ลองโหวตดูว่าส่วนใหญ่ให้แก้ไขหรือให้คงไว้อย่างเดิม

๒  ถ้าเห็นด้วยกับเพื่อน  อยากแก้ไข ก็ลดดีกรีความแรงในคำผรุสวาทลงไป   เช่น

ร่างบนเตียงดิ้นทุรนทุราย น้ำลายไม่รู้ว่ามาจากไหนมากมายไหลออกมาฟูมปาก หน้าตาที่เจ้าตัวภูมิใจในความสวยกลับบิดเบี้ยว ที่ร้ายที่สุดคือความทรงจำอันร้ายกาจในอดีตต่างพากันมารุมทำร้าย

“ปริม ฉันบอกแกแล้วใช่ไหม ให้ถูบ้านให้สะอาด ทำไมไม่ทำ นังนี่ดื้อด้านนัก” เสียงแม่ดังก้องอยู่ในหู
“คุณแม่ ปริมไม่ยอมซักผ้าคะ” เสียงพี่ดาวคนใช้รายงาน
“นังปริม ไปซักผ้า   อย่าให้ฉันลงมือนะ ลูกดาวไม่ต้องไปช่วยมันนะ” เสียงแม่เกรี้ยวกราดอยู่เสมอ
“ลูกไม่รักดี เที่ยวแต่คบผู้ชาย”
พี่ชายของเธอสองคนทำหน้ายิ้มเยาะ สะใจที่เห็นน้องสาวคนเล็กโดนแม่เล่นงาน

ป.ล. พี่ดาวนี่เป็นคนใช้หรือคะ   ทำไมแม่เรียกคนใช้เสียเพราะเชียวว่าลูกดาว ทีลูกสาวตัวเอง เรียกทั้งอี ทั้งนัง
บันทึกการเข้า
jaiya
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 29 มี.ค. 08, 21:03

พี่ดาวเป็นคนใช้จอมประจบค่ะ
แม่ของตัวเอก เป็นคนพูดจาดีไพเราะกับคนอื่น ยกเว้นไว้คนเดียวคือลูกสาว
เพราะว่าตอนมีลูกคนนี้ สามีไปมีเมียน้อย เลยโทษเด็กว่าเป็นตัวต้นเหตุ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 29 มี.ค. 08, 21:17

นางเอกที่เกิดมาน่าสงสาร ได้ใจคนอ่านไป ๕๐% แล้วค่ะ   
ที่เหลือคือฝีมือคนแต่งว่าจะทำยังไงให้คนอ่านเทใจให้
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 31 มี.ค. 08, 22:06

นิยายมิใช่การเลือกตั้งไม่ใช่หรือครับ
หรือว่าใช่

เคยมีคนทำหนัง ทำตอนจบออกมาหลายๆ แบบ
เพื่อเอาใจคนดู
มีขนาดคิดที่จะให้เลือกตอนจบตามใจชอบ

ขอเอาใจช่วยให้เดินไปในทางที่ตนเองเลือก และภูมิใจในการเลือกนั้นๆ ครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 31 มี.ค. 08, 22:25

ถ้าคิดว่าเขียนนิยายให้ตัวเองอ่าน ใครจะอ่านหรือไม่อ่านก็ไม่ว่ากัน   ก็ไม่ต้องสนใจเสียงของคนอื่น 
แต่ถ้าคิดว่าเขียนเพื่อให้คนอื่นอ่าน  ยิ่งมีได้หลายๆคน ยิ่งดี   ก็ต้องสนใจเสียงของคนอื่นบ้างละค่ะ

ความภูมิใจมีหลายแบบ
บางคนภูมิใจที่ได้ทำตามใจตัวเอง
บางคนภูมิใจที่ได้สร้างสิ่งที่ใคร่ครวญแล้ว  เห็นว่าเป็นสิ่งดี
บางคนก็ภูมิใจที่ได้สร้างอะไรขึ้นมาแล้ว มีคนสนใจ ฮือฮา ให้ความสนใจใคร่รู้

เส้นทางมีหลายทางให้เลือก ไม่ใช่ทางเดียว
บันทึกการเข้า
jaiya
อสุรผัด
*
ตอบ: 10


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 31 มี.ค. 08, 23:02

เขียนนิยายแล้วไม่มีคนอ่านก็สะเทือนใจอยู่ค่ะ
สองเรื่องแรกเขียนออกแนวที่ไม่ตรงกับความต้องการของคนอ่าน
ผลตอบรับทำเอาใจหายเลยค่ะ

เรื่องแรกกว่าจะได้พิมพ์ก็ส่งมาเป็นสำนักพิมพ์ที่ห้า
โชคดีที่แนวแฟนตาซี กับแนวรักเริ่มจะซาลงนิดหนึ่ง
แนวสืบสวนที่เขียนจึงได้มีโอกาสพิมพ์กับเขาบ้าง

ส่วนเรื่องที่สองเป็นแนวรัก จะเรียกว่าแนวนางซินก็ได้ค่ะ
เรื่องนี้ไม่ได้ส่งที่ไหน
เพราะคนเขียนยังไม่ค่อยพอใจที่ตัวเองยังทำให้สมเหตุสมผลไม่ได้
ทำไมคนสมบูรณ์พร้อมอย่างพระเอก มารักคนที่ไม่สวยอย่างนางเอก
นางเอกเรื่องนี้ไม่สวยแล้วไม่สวยเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าตอนจบกลับมาเป็นคนสวย
จริงๆ ก็เขียนเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องการดึงดูดกันของจิตที่อ่อนและแข็งซ่อนไว้
แต่ยังไม่หนักแน่นพอ ทำให้คนอ่านเข้าใจไม่ได้
เลยคิดว่าถ้ามีเวลาจะลองแก้เรื่องนี้ดูอีกทีค่ะ

เรื่องที่สามกำลังคิดว่าจะส่งที่ไหนอยู่ค่ะ เป็นแนวจินตนาการเพ้อฝัน
นำเอาตำนานกรีกมาผสม สารภาพว่าได้แรงบันดาลใจมาจากพิมมาลา
ที่เอาวรรณคดีไทยมาประยุกต์

เรื่องที่เขียนมาถามในกระทู้นี่เป็นเรื่องที่สี่ค่ะ
ออกแนวชีวิตบีบคั้น ยากที่สุดเท่าที่เขียนมาเลยค่ะ
ปีหนึ่งแล้วยังไม่จบ และเนื่องจากเขียนลงในบอร์ดของตัวเอง
ทำให้เห็นได้ชัดเลยค่ะว่าคนอ่านเขาคิดอย่างไรกับนางเอกที่ไม่ค่อยจะเป็นนางเอกเท่าไร
ถึงชีวิตของนางเอกในเรื่องจะล้มเหลวกี่ครั้ง
คนอ่านก็ยังลุ้นให้กลับมาเป็นคนดีมีชีวิตที่ดี
ส่วนที่ยากที่สุดคือ ส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลทางจิตเวชค่ะ
ไม่ใช่แค่ฉากที่หมอนั่งคุยกับคนไข้
แต่เป็นเรื่องแนวทางการรักษา การทำจิตบำบัด
ในอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลอยู่บ้างแต่ไม่ค่อยละเอียด
ทำเอาอยากไปลองเป็นคนไข้ดูสักครั้งเหมือนกัน
เผื่อว่าจะเข้าใจวิธีการรักษามากขึ้น
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 31 มี.ค. 08, 23:48

ผมเป็นคนอ่านที่ดี
คือรออ่าน....ไม่บังอาจเขียนแข่ง
ดังนั้น จึงสรุปความเห็นเมื่ออ่านจบแล้ว....แต่โชคร้าย ที่ไม่ได้อ่านเรื่องไทยมานานหนักหนา
แต่ผมเชื่อว่า การที่คนอ่าน แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หรืออยากโดดมากำกับการตัวละคอน
น่าจะดีกว่าซื่อบื้ออ่าน....จริงใหมครับ

ความคิดที่ว่า อยากไปเป็นคนไข้เสียเอง
ผมเห็นว่าเป็นลางดีครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30437

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 01 เม.ย. 08, 08:42

คุณพพ. ท่านแนะนำอย่างศิลปิน คือเป็นตัวของตัวเอง    แสวงหาตัวตนและความถนัดที่แท้จริงจนพบ  อย่าไปตามใจมหาชน
ถ้าทำตามนี้ได้ ฝึกปรือฝีมือจนเข้าขั้น ก็เป็นศิลปินได้ค่ะ

แต่ดิฉันแนะนำแบบคนเรียนภาษา   ข้อเขียนที่คุณ Jaiya เขียนออกไปสู่สายตาคนอื่น  ถือเป็นการสื่อสาร
การสื่อสารคือสองฝ่ายต้องเข้าใจตรงกัน
คุณมีหน้าที่ทำให้คนอ่านเข้าใจได้อย่างที่คุณเข้าใจ  จึงจะบรรลุเป้าหมาย
ถ้าหากว่าคุณพบว่ามีอะไรยาก   หรือแม้แต่คุณเองก็ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งนัก  ก็ต้องพักเรื่องเอาไว้ก่อน
แล้วไปฝึกฝนจนกระทั่งกลับมาสื่อสารได้ชัดเจน เท่านั้นละค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 01 เม.ย. 08, 09:43

มีการถกกันมาแต่ดึกดำบรรพ์เกี่ยวกับหน้าที่ของศิลปะ
ตำราท่านบอกว่า แต่แรกเริ่มเดิมที ศิลปะคือการจำลองโลก
แล้วก็มีคนเสนอความเห็นอื่นๆ ตามมาเป็นกระพรวน สุดท้ายก็รวบยอดกลายเป็นสามสดมภ์ดังนี้
art is representation
art is expression
art is comunication

แต่ไม่ว่าจะเข้าแนวใหน ผมก็ยังเห็นว่า ผู้รับเป็นฝ่ายอยู่เฉยๆ รออาหารจากศิลปิน
จึงเห็นว่า พ่อครัวที่ตามใจปากคนกิน จะตกงานในอนาคตครับ

ที่คุณ jaiya ยกตัวอย่างการเขียนมา ก็เปรียบเหมือนเครื่องชูรส
แกงเผ็ดจืดเกินไปก็เสียของ
ต้มยำไม่เปรี้ยวก็เห็นมีแต่ที่ร่างกุ้ง....แปลว่าเป็นของปลอม

รสชาติเป็นส่วนผสมที่จำเป็นในทุกอย่าง แม้แต่รสจืด
แต่ต้องเหมาะที่ เหมาะเวลา ที่อ่านมา ผมว่าก็เหมาะสมดีอยู่แล้ว

อาจจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.032 วินาที กับ 19 คำสั่ง