เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
อ่าน: 9899 ฝัน
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 12:56

ตัวไท ที่ใช้แทนชื่อประเทศไทยคือตัวเดียวกับภูเขาไทซาน

หมายถึงความสงบ ความมั่นคง
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW270x015.jpg'>
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 15:00

ขอคั่นเรื่องจีนด้วยตำราทำนายฝัน หน่อยนะคะ
เสร็จแล้วเชิญคุยกันต่อ

ไปเปิดเรื่องทำนายฝัน  ในตำราพรหมชาติ  เจออะไรแปลกๆไม่เหมือนกับที่เคยอ่านในวรรณคดี
อย่างเวลาจะเจอเนื้อคู่ ไม่ยักฝันงูอย่างที่เข้าใจกัน  กลับเป็นว่าฝันถึงนาคหรืองูมารัดแปลว่าจะมีผู้อุปถัมภ์

ฝันว่านาคเกี่ยวกรกรอง……ตัวกลัวอย่าหมอง
ย่อมมีที่คุ้มรักษา

ถ้าจะเจอคู่ คือฝันว่าได้แหวน  ถ้าเป็นผู้ที่มีครอบครัวแล้วจะได้ลูกค่ะ

ฝันว่าสวมแหวนทอง……….แม้หญิงลำยอง
เปลี่ยวเปล่าจักได้สามี
ถ้ามีคู่ชมสมศรี……………..จักได้บุตรี
บุตราอันพึงพอใจ

อีกอย่างคือถ้าฝันเห็นหญิงสาวถือเทียนหรือโคม มาขึ้นเรือน จะได้เลื่อนยศหรือไม่ก็ได้คู่

ฝันว่าสาวพรหมจารี…………ถือประทีปเทียนศรี
สะอาดมาสู่เรือนตน
จักมียศยิ่งกว่าชน……………ท่านจักเลื่อนตน
ขึ้นให้ถึงพระยา
แม้นว่าหญิงโสภา……………จักได้ภัสดา
อันสบเนื้อพึงใจ

ถ้าฝันว่าเชิญพระพุทธรูปไปไว้ที่วัด   ไม่ยักแปลว่าจะได้บวชหรือได้บุญ แต่จะได้คู่และลาภค่ะ

ฝันว่าเชิญรูปพระทศพล………ไปไว้ตำบล
ถิ่นฐานนิวาสอาราม
ทายว่าจักได้เมียงาม…………..ลาภจักไหลหลาม
มาสู่สำนักแห่งตน

ใครเคยฝันอย่างนี้แล้วแม่นยำ ชิญมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ เผื่อเป็นแรงใจและไฟฝันให้คนไม่เคยฝัน ได้ฝันบ้าง

ข้อสังเกตเรื่องวิวาหพระสมุทร  ต่อจากที่คุณนกข.จุดประกายไว้
คงไม่เป็นการบังอาจที่ดิฉันจะผสมโรงวิจารณ์พระราชนิพนธ์ เพราะในรัชสมัยของพระองค์ท่านก็ทรงเปิดกว้างให้ออกความเห็นอยู่แล้ว  ไม่ทรงห้ามปราม
ดิฉันเข้าใจว่าการไปอยู่อังกฤษถึง ๙ ปี ทำให้สมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ ทรงพอพระทัยวัฒนธรรมหลายๆอย่างของอังกฤษ  
อย่างการตั้งคลับหรือสโมสร ก็ทรงนำมาปฏิบัติในสยาม
วัฒนธรรมทางวรรณคดีและการละคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึง  โปรดเรื่องเหล่านี้มาก
ความเป็นอยู่หลายอย่าง ก็ทรงปฏิบัติแบบอังกฤษ เช่นการแต่งพระองค์   เสวยพระสุธารสชา  ไม่เสวยพระศรี  การเล่นกีฬาบางอย่างก็เป็นแบบอังกฤษ
แต่บางเรื่องที่ไม่ทรงเห็นด้วยก็คือเรื่องการเมืองแบบประชาธิปไตย

ดังนั้นอังกฤษในวิวาหพระสมุทร เป็นอังกฤษพันธมิตร ที่ไม่เข้ามาแตะต้องระบอบการปกครองของเกาะอัลฟะเบตา   ท้าวมิดัสก็ยังครองเมืองต่อไป
เพียงแต่เปลี่ยนความล้าสมัยในความคิดบางอย่างของเกาะนั้น ให้ทันสมัยขึ้น เช่นไม่เชื่อเรื่องเจ้าสมุทร  ช่วยให้พระเอกนางเอกแฮปปี้เอนดิ้ง  แล้วนาวาเอกไลออนแกก็คงถอนสมอเอาเรือกลับบ้านไป
ทางเกาะก็คงอยู่กันไปอย่างสงบสุข ไม่ต้องวุ่นวายสังเวยใคร

แนวคิดแบบนี้ก็สอดคล้องกับความต้องการของผู้ปกครองสยามในยุคนั้นและก่อนนั้น  คือรับวัฒนธรรมตะวันตกมา ไม่ได้รังเกียจรังงอน
ฝรั่งจะเข้ามาแทรกแซงบ้างก็ไม่ว่ากัน
แต่ไม่ชอบให้เข้ามายึดครองถาวร  หรือเอาระบอบการปกครองของฝรั่งเข้ามาเต็มรูป
ยังคงอยู่กันแบบไทยๆต่อไป

แต่ล่วงเข้าศตวรรษใหม่   การยึดครองจากมหาอำนาจเปลี่ยนจากรูปใช้กำลังในยุคอาณานิคม มาเป็นการยึดครองโดยไม่เสียเลือดเนื้อ
การยึดครองทางวัฒนธรรม เป็นทัพหน้านำหน้ามาก่อน  แล้วทัพใหญ่คือการยึดครองทางเศรษฐกิจก็เข้าจู่โจม
ได้ผลดีกว่าทำสงครามเวียตนาม

ถ้าวิวาหพระสมุทรจะมีภาค ๒  ลูกหลานเจ้าอันเดรก็ควรปิดเกาะชั่วคราว  รัดเข็มขัดกันตัวโก่งสงวนเงินตราบนเกาะเอาไว้   แล้วอยู่ให้ได้โดยไม่ต้องพึ่งลูกหลานนาวาเอกไลออน...
เฮ้อ...มองเห็นลิเกการเมืองลอยมารำไรเสียแล้วค่ะคุณนกข.
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 20:26

ในเมื่อคุณเทาชมพูสนุกด้วย ผมก็ขอสนอง
อังกฤษตั้งแต่สมัยอีตา นอ. ไลออนเองก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นอังกฤษผู้ดีนักนะครับ
ในเรื่องที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เอง มีการกระทำที่ผมเอาแว่นตาคนเรียนรัฐศาสตร์ใส่แล้ว มองว่าเป็นการแทรงแซงกิจการภายในของรัฐอธิปไตยด้วยกำลังของมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม ด้วยกำลังทหารด้วยนะ
ทำไมธิดาเจ้านครอิสระนครหนึ่งจะมีคู่ อังกฤษสมัยโน้น (หรืออเมริกาสมัยนี้) ถือสิทธิอะไรไปยุ่งเกี่ยวกิจการในบ้านเขา แล้วถ้าจะยุ่งด้วยโดยอ้างว่า ไม่อยากเห็นราชธิดาต้องเป็นเหยื่อประเพณีจนต้องจมทะเลตาย เพื่อมนุษยธรรมว่ายังงั้นเถอะ ผบ. เรือรบอังกฤษก็ควรรักษาความเป็นกลางเพื่อมนุษยธรรมหรือเพื่อหลักการอะไรก็ตามที่ยกมาอ้างไว้ ให้เป็นหลักได้จริงๆ ไม่ใช่ในที่สุดเอาเจ้าหญิงไปยกให้เจ้าอันเดรนายทหารเรืออังกฤษ อย่างนี้ แนวคิดฝรั่งอังกฤษเองน่ะแหละ จะเห็นว่าไม่เป็นธรรม ไม่โปร่งใสครับ มีสิ่งที่ฝรั่งอังกฤษเองเรียกว่า conflict of interests อยู่ (ท่านอานันท์ ปันยารชุนก็จบจากอังกฤษ)
เรื่องเจ้าอันเดรยอมทิ้งศักดิ์เจ้านายในราชตระกูลอัลฟะเบตาไปแต่งตัวเป็นทหารอังกฤษ เพียงเพื่อจะได้เมีย นั่นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้า นอ.ไลออนมีใจเป็นธรรมจริงก็น่าจะหาทางออกได้สวยกว่าเอาทหารเรืออังกฤษมาเดินสวนสนามเต็มเกาะไปหมด
ผมนึกเล่นๆ ว่า สมัยวิกฤตการณ์วังหน้าของเราเองนั้น โชคดีที่ผู้ใหญ่ทางอังกฤษไม่มีนโยบายที่จะแทรกแซงกิจการภายในของไทยไปตามกงสุลนอ็กซ์  ไม่ยังงั้นนาวาเอกไลออนอาจจะได้มาเดินเล่นแถวๆ สนามหลวงก็ได้...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 22:09

มองอีกมุมนะคะ

ถ้าเจ้าอันเดรฉลาดพอ ก็เสามารถใช้นาวาเอกไลออนให้เป็นประโยชน์  
แต่ไลออนต่างหากมีแต่เจ๊งกับเจ๊า  อันเดรมีแต่ได้หรือเสมอตัว

เป้าหมายของอันเดรคือแต่งงานกับนางเอก ผลพลอยได้คือบัลลังก์ในอนาคต
แต่พลังของเจ้าอันเดรมีไม่พอ  ถูกคานซะด้วยพลังของนักบวชที่พ่อนางเอกเชื่อถือ  
จึงต้องแสวงหาพลังพันธมิตรภายนอก คืออังกฤษให้มาหนุน พอจะสู้กันไหว
เหมือนอีกฝ่ายมีอาวุธผลิตในประเทศเต็มมือ   เจ้าอันเดรจะสู้มือเปล่าก็ไม่ใช่อาโนลด์ ชวาสเซนเนกเกอร์  จำต้องยืมอาวุธอิมพอร์ตมาถือไว้ชั่วคราว ขู่ไว้ให้อีกฝ่ายไม่กล้าหือ
การแต่งเครื่องแบบทหารอังกฤษก็คือปลอมๆไปงั้นแหละ   ในเนื้อแท้ก็ยังเป็นเจ้าอันเดรชาวเกาะ  
พันธะอะไรที่ได้แต่งเครื่องแบบก็ไม่มี    คือไม่ต้องไปประจำการเป็นกลาสีอยู่ในเรือร่อนเร่ตามกัปตัน
พอเสร็จธุระเรื่องนี้แล้วเจ้าอันเดรก็ถอดเครื่องแบบส่งคืน  กลับไปนุ่งชุดชาวเกาะอย่างเดิม  ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนอังกฤษตรงไหน
ลองใจไม่เป็นอังกฤษซะอย่าง  ก็ถือว่าเป็นชาวเกาะแท้ เท่ากับตอนไม่ได้แต่งเครื่องแบบเหมือนกัน
ไลออนจะมาอ้างอะไรไม่ได้เพราะต่างก็รู้กันว่าเล่นละครตบตาคนอื่น  ถ้าจะตกลงกันก็ต้องตกลงแต่แรก  ประเภทหมูไปไก่มา
แต่นี่ช่วยฟรีเพราะพี่เลี้ยงสาวชาวอังกฤษช่วยลุ้นเจ้าหญิงเจ้าชาย  ไลออนอยากมีเมียเต็มแก่เลยยอมทั้งที่ไม่ได้กำรี้กำไร

ถ้าหากว่าไลออนจะกลับมาขูดผลประโยชน์ในภายหลังก็อีกเรื่อง  คือมาแบบข่มขู่  ไม่เป็นผู้ดีเป็นอันธพาลไปแล้ว
้เป็นคนละเรื่องคนละประเด็น

ดิฉันมองว่าอันเดร ใจไม่เป็นอังกฤษเสียอย่าง ก็น่าจะปกครองเกาะต่อไปได้  
ไม่ยอมขึ้นกับอังกฤษ  จะสู้รบพ่ายแพ้หากอังกฤษบุกก็เป็นการแพ้แบบน้ำน้อยแพ้ไฟ  ช่วยไม่ได้
ข้อสำคัญคืออันเดรอย่าไปเกรงกลัวหรือหลงใหลได้ปลื้มเห็นไลออนดีไปหมด  จนสั่งลูกหลานให้เดินตามหลังลูกหลานไลออน
แบบเดินผิดเดินถูกยังไงก็ขอให้เดินตามลูกหลานไลออนไว้ก่อน   อย่าเดินด้วยตัวเอง
อย่างนี้ละค่ะน่าประณาม
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 22:54

เรื่องที่ว่าชาวเกาะ ตั้งแต่เจ้าอันเดรลงมาถึงประชาชน จะหลงใหลได้ปลื้มทหารเรืออังกฤษไปหรือไม่นั้น น่าต่อความครับ
คุณเทาชมพูกล่าวไว้เองว่าการรุกรานของลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่ ไม่ใช่เอาเรือปืนไปปิดอ่าวแล้ว แต่เป็นการรุกทางเศรษฐกิจวัฒนธรรม ในด้านวัฒนธรรมนี้ก็อย่างที่ฮอลลีวู้ดกำลังขายวัฒนธรรมอเมริกันไปทั่วโลก
ผมขอเรียนเสนอประเด็นว่า ชาวเกาะอัลฟะเบตาเดิมกราบไหว้บูชานับถือพระสมุทร (ดูเหมือนสมัยนั้นท่านสะกด "สมุท") เป็นเทพเจ้านะครับ ทหารเรืออังกฤษมาอ้างตัวว่า พระสมุทรที่แท้จริงแล้วคือราชนาวีนั่นเอง แปลว่าอะไร แปลว่าอังกฤษคือพระเจ้าองค์ใหม่ เป็นการรุกทางวัฒนธรรมขั้นพื้นฐานเลยนะครับนั่นน่ะ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 18:50

พักเรื่องวิพากษ์วิวาหพระสมุท หรือ วิวาห์พระสมุทณภาค 2 ไว้ก่อน เอาไว้ว่างๆ โต้โผเทาชมพูอาจจะเอาไปเปิดเป็นลิเกการเมืองอีกเรื่องก็ได้ แต่ลิเกเรื่องนี้ (ถ้ามี) ทำท่าจะซีเรียสครับ ไม่รู้จะฮาออกรึเปล่า เล่นจับประเด็นเรื่อง ลัทธิอาณานิคมแผนใหม่ คือโลกาภิวัตน์ หรือไม่ ยังงี้
..............
กลับมาเรื่องฝันต่อ
มีนักจิตวิทยาบนเรือนไทยไหมครับ ผมน่ะไม่ใช่ เป็นได้แต่คนไข้โรคจิต...
ดร. ซิกมุนด์ ฟรอยด์ บิดาแห่งสำนักจิตวิเคราะห์ หรือถ้าจะว่าไปก็เป็นบิดาของวิชาจิตวิทยาและจิตเวชศาสตร์แผนปัจจุบันได้ทั้งหมด เพราะเป็นคนแรกที่พยายามศึกษาจิตใจมนุษย์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ มีงานชิ้นแรกๆ ที่ศึกษาวิเคราะห์เรื่องความฝัน ซึ่งเข้าใจกันว่าอาจเป็นการแสดงตัวรูปหนึ่งของจิตใต้สำนึก
นักจิตวิทยารุ่นหลังยังศึกษาเรื่องการนนอนหลับและความฝันสืบต่อมาหลังยุคฟรอยด์ แล้วก็ดูเหมือนถ้าจำไม่ผิดจะมีการแยกความฝันตอนหลับตื้นๆ กับหลับลึกไว้ด้วย มีอะไรสักอย่าง ที่เรียกว่า การนอนหลับในช่วง REM หรือ Rapid Eye Movement แล้วก็ช่วงที่หลับแบบไม่มี REM .... อะไรทำนองนั้นน่ะครับ มั่วๆ นะครับ
ผมกำลังสงสัยว่า ถ้าตามวิชาจิตวิทยาและประสาทวิทยาสมัยใหม่มีช่วงหลับตื้น หลับลึก สลับกันไป นี่ ความฝันตอนใกล้รุ่งตามตำราไทย ถือได้ว่าเป็นช่วงหลับช่วงไหน (น่าจะเป็นหลับลึก?) ทำไมจึงถือกันว่าฝันตอนนั้นจะแม่น...?
.............
มีเรื่องฝันเกี่ยวกับงูและคู่ครอง ในบันทึกประวัติศาสตร์ไทย ว่า เจ้าคุณพระประยูรวงศ (คุณแพ) ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็น "รักแรก" ของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ร.5 (ตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าชายในรัชสมัย ร.4) นั้น เมื่อก่อนจะได้ถวายตัว หรือที่จริงก่อนจะได้เฝ้าฯ เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำนั้น คุณแพฝันเห็นงู และไม่ใช่งูธรรมดาแต่เป็นพญานาคราช (ตามที่ท่านเล่า ว่าเป็นนาคเหมือนที่เขาทำไว้ตามวัด) มาคาบพาตัวไปจากบ้าน งานนี้ต้องเรียกว่าฝันแม่นเอามากๆ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 19:34

ระหว่างยังตามตัวนักจิตวิทยาไม่เจอ  ก็ขอมั่วตอบไปก่อน  หากว่าผิดคงมีผู้รู้อดรนทนไม่ได้มาแก้เองละค่ะ

เข้าใจว่าฝันตอนใกล้รุ่ง เป็นระยะที่ร่างกายพักผ่อนเต็มที่จนกระทั่งใกล้จะตื่นขึ้นมา  จะเป็นการหลับตื้นค่ะ  ถ้าหลับลึกแล้วจะไม่ฝัน
บางคนก็ครึ่งหลับครึ่งตื่นในตอนใกล้รุ่ง เพราะใกล้จะตื่นเต็มที  จิตใต้สำนึกก็จะโผล่ออกมา
ที่ว่าแม่น เพราะบางครั้งจิตใต้สำนึกสะท้อนสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจเรา  เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ล่วงหน้าไว้ได้แล้วว่าจะเกิด
มันจะพัวพันกับเหตุการณ์ในชีวิตที่เกิดมาก่อน แต่ยังไม่ถึงตอนจบ  จิตก็ประเมินตอนจบให้
จึงพบว่าฝันในตอนนี้ ต่อมาจะบอกความจริงได้แม่นกว่าตอนอื่น

ส่วนฝันพญานาคของเจ้าคุณแพวัยสาวรุ่น   ตัวท่านเอง ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าพญานาคหมายถึงอะไร  จะว่าเพ้อฝันถึงคู่ไปล่วงหน้าก็ย่อมไม่ใช่
ต้องถือว่าเป็นเทพนิมิตที่แม่นยำมาก  ไม่ว่าจะหมายถึงคู่ หรือหมายถึงผู้อุปถัมภ์ ก็ตาม ค่ะ

คุยมาถึงตอนนี้ ยังไม่เห็นมีใครมาบอกซักคนว่าฝันล่วงหน้าเห็นเนื้อคู่บ้างหรือเปล่า   แม่นไหม?
บันทึกการเข้า
:)
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 22:26

In my dream (long time ago), I saw a snake ka', but I ran away... it followed, I just ran ran and ran as fast as I could. Even I climbed the tree too! ^___^! Didn't find "the one". So I plan I won't run away again next time! แลบลิ้น ยิ้ม
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 22:35

ของคุณน่ะยังดี เพื่อนสาวเก่งของผมคนหนึ่ง ฝันเห็นงูหลายครั้ง ทุกครั้งเธอ (ในฝัน) จะต้องไล่ตีงูจนหัวแหลกเหลวตายไปทุกทีทุกตัว
แล้วในความเป็นจริงเธอก็มาบ่นว่า... เมื่อไหร่จะมีใครมาจีบชั้นสักทีน้อ?
งูนอกฝันรวมทั้งคนที่มีหัวเป็นงูทั้งหลาย ไม่มีใครกล้าแหยม...
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 09:48

จะฝันว่าเหาะได้บ่อยมากค่ะ  ส่วนฝันถึงงูนี่เป็นแบบเดียวกับเพื่อนคุณ นกข.   เคยมีแบบกัดงูกลางลำตัวขาดคาปากด้วยแหละ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 12:54

เท่าที่เคยฟังมา(จําๆเขามาเหมือนกัน อย่าเชื่อมาก) :-)
REM กับ NON-REM จะมาเป็นชุด สลับกันราว ชุดละ ชม.ครึ่ง
โดยที่REMจะเป็นช่วงสั้นๆราว๑๕นาทีซึ่งช่วงREMนี้จะเป็นช่วงที่ฝันเเละ
ตื่นง่าย

ภาพประกอบนี้ ช่วงสีเเดงจะเป็นช่วงREM  ส่วนช่วง NON-REM
ถูกแบ่งเป็น๔ขั้นตามความลึกของการหลับ
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 26  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 13:01

เมื่อกี่รูปใหญ่ไปหน่อยใส่ไม่ได้

ขอใส่ใหม่ที่นี่
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW270x026.jpg'>
บันทึกการเข้า
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 27  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 21:03

คุณอ้อยขวั้นคะ  ฝันว่าเหาะได้  ว่ายน้ำได้ บ่อยๆเช่นกันค่ะ  แต่ไม่ได้ข้ามภูเขานะคะ
และฝันถึงงูก็ตีงูจนตายเหมือนกันค่ะ และยังเรียกคนรอบข้างมาช่วยกันตีด้วยค่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30554

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 28  เมื่อ 12 ม.ค. 01, 22:02

ฝันว่าเหาะเลื่อนลอยลม.........ลินลาศนิยม
มาโดยอากาศเวหา
เร่งให้ทำขวัญกายา..............จักยิ่งยศปรา-
กฏไปทั่วทุกนรชน
แม้ว่าใครมาประจญ..............จักแพ้ฤทธิรณ
ขยาดหวาดเสียกำลัง

สาวผู้ตีงูตาย กัดงูขาด ทุบงูแหลกมาชุมนุมกันอยู่ในเรือนไทยหลายคนจังค่ะ
ที่นี่....เชื่อว่าน่าจะเป็นเขตปลอดงู
หรือไม่ก็เขตกวาดล้างงู
งูโปรดระวัง
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 29  เมื่อ 16 ม.ค. 01, 07:59

ใครเคยได้ยินเรื่องความฝันของจวงจื้อบ้างครับ จวงจื๊อเป็นเมธีจีนโบราณคนหนึ่งตั้งแต่ยุคหลายพันปีมาแล้ว วันหนึ่ง เขาหลับไปแล้วก็ฝันไปว่า เขาเป็นผีเสื้อ ใช้ชีวิตอย่างผีเสื้อ โบยบินไปตามดอกไม้ต่างๆ อย่างมีความสุข แล้วก็ตื่นขึ้นมา พบว่า เขาไมได้เป็นผีเสื้อสักหน่อย ก็เป็นคนชื่อจวงจื๊อนั่นแหละ มีชีวิตของจวงจื๊อ แต่แล้วเขาก็เกิดฉุกใจคิดอีกที แล้วก็ขมวดเป็นคำคมไว้ว่า นี่เขาเป็นจวงจื๊อที่ฝันไปว่าตัวเองเป็นผีเสื้อ หรือว่า ที่จริงแล้ว เขาเป็นผีเสื้อที่กำลังฝันอยู่ ฝันว่าตัวเองเป็นคนชื่อจวงจื๊อกันแน่?ฮืม
ความจริงกับความฝัน อะไรจริงแท้กว่ากัน

เรื่องของจวงจื๊อถ้าจะโยงกันจริงๆ ก็โยงสาวไปได้ถึงความคิดเรื่องโลกแห่งแบบของเมธีกรีก คือเพลโต ไปจนถึงโลกของโซฟีที่เป็นหนังสือนิยายฝรั่งสมัยนี้ และเรื่องอื่นๆ ที่มีการจงใจทำให้เส้นแบ่งความจริงกับความฝัน หรือความนึกคิด เบลอลงไป แม้กระทั่งหนังฝรั่งหลายเรื่อง ไม่ว่าจะ 13th Floor หรือ The Matrix ก็ถือได้ว่าเล่นกับแนวความคิดเรื่องอะไรจริงอะไรฝันทั้งนั้น

ผมเข้าใจว่านักปรัชญาฝรั่งสำนักหนึ่ง เอาแนวคิดเรื่องจริงคือฝันนี่ ไปขยาย ว่า โลก ชีวิต จักรวาล ทุกสิ่ง แม้แต่ตัวเราเอง ที่จริงแล้วไม่ได้ดำรงอยู่จริงๆ แต่ดำรงอยู่ในจิตอันยิ่งใหญ่อันหนึ่ง ซึ่งจะเรียกว่าพระเจ้าก็ได้ พระเจ้านั้นมีจริง แต่ทุกอย่างอื่นๆ รวมทั้งคุณและผมและจวงจื๊อ และอีกกี่พันล้านชีวิตนอกนั้นด้วย ล้วนไม่ดำรงอยู่จริง เป็นแค่ "ความฝันของพระเจ้า"  เท่านั้น
สงสัย "จิตที่เป็นพระเจ้า" ของสำนักนี้จะเสวยหรือกินอะไรผิดสำแดงไปหน่อย จึงทำให้ฝันเลอะเทอะตามประสาธาตุกำเริบ กลายมาเป็นชีวิตผม !
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง