เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
อ่าน: 9897 ฝัน
ภูมิ pooml@usa.net
บุคคลทั่วไป
 เมื่อ 19 ม.ค. 01, 06:06

อ่านเรื่องฝันของคุณเทาชมพูก็นึกขึ้นมาได้ว่า
เคยอ่านพบว่า ตอนค้นพบ วงเบ็นซิน (การเรียงตัวของคาร์บอนในวงเบ็นซิน)
นายเบ็นซินก็ฝันเหมือนกัน เห็นงูไล่กัดกัน

คนไทยแบ่งความฝันไว้เป็น๔ชนิด
ธาตุวิปริต   กินอาหารอิ่มเกิน    
จิตสังวร  จิตวิตก กับเรื่องการงานที่คั่งค้างอยู่
เทพสังหร   มีเทพมาเข้าฝัน
บุพนิมิตร เเรงดลบรรดาลใจจาก บรรพบุรุษ
ซึ่งลําดับก็จะเรียงกันจากหัวคํ่า ๒อันเเรกเชื่อถือไม่ได้ ๒อันหลังน่าเชื่อถือกว่า
จึงบอกกันว่าฝันตอนใกล้ตื่นมักจะเป็นจริง

เขียนๆไปเเล้วชักงง สองอันหลังนี่มันคลายๆกันนี่นะ  ไม่รู้จําผิดหรือเปล่า ๒อันนี่รวมกัน
เเล้วทําตกไปอันหนึ่งใครช่วยเเก้ด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
ดร. สลัมม์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 17:31

ผมก็เคยได้ยินมาว่า ความจริงแล้วแอปเปิ้ล
หล่นใส่หัวเซอร์ ไอแซค นิวตันในฝันแล้ว
ตกใจตื่นเลยคิดเรื่องกฏแรงโน้มถ่วงออก

ไม่รู้เกี่ยวรึเปล่า
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 18:54

แจมด้วยครับ
คนไทยฝันเห็นงูกัด งูรัด (คนฝัน) ทำนายว่าจะได้คู่
ฝรั่ง (นักเคมี) ฝันเห็นงูเหมือนกัน แต่เป็นงูที่เอาปากคาบหางตัวเองเป็นวงกลม แทนที่จะตีความไปในทางเนื้อคู่ กลับตีความเป็นการจัดเรียงโครงสร้างโมเลกุลของเบนซิน ดังไปเลย...
ตำราฝันที่ผมจำได้มี 4 จำพวก
บุพพนิมิต จิตนิวรณ์ เทพสังหรณ์ ธาตุกำเริบ บุพพนิมิต คือฝันเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าก่อนเหตุจะเกิดจริง ถือว่าเชื่อได้
จิตนิวรณ์ คือ คิดมากเลยฝัน จิตใจจดจ่อกับอะไรมากๆ อยู่ก็เก็บไปฝัน อันนี้เชื่อไม่ค่อยได้
เทพสังหรณ์ คือ เทวดามาดลใจให้ฝัน ควรจะเชื่อได้ แต่ตำราบอกว่าบางทีเทวดาก็แกล้งคนเล่น ดังนั้นถือว่าเชื่อไม่ได้เหมือนกัน
ธาตุกำเริบ ก็ตรงตามความหมายว่า กินมากไปน้อยไป ร่างกายไม่ปกติก็ฝัน อันนี้เชื่อไม่ได้
สรุปว่าเชื่อได้อย่างเดียว คือฝันที่เกิดจากบุพพนิมิต แต่จะรู้ได้ยังไงว่าฝันไหนเป็นประเภทไหน ผมก็จำไม่ได้ แต่จำได้ว่าฝันตอนใกล้รุ่งแม่นกว่าฝันตอนอื่น
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 22:33

เรื่องของเบนซิน เป็นความฝันดังระเบิดเรื่องหนึ่งของโลกค่ะ
นักวิทยาศาสตร์คนนั้นชื่อออกุสต์ เคคูเล่  ชาวเยอรมันศึกษาโครงสร้างโมเลกุลของเบนซิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่สกัดจากน้ำมันดิบ  ว่าอะตอมแต่ละตัวมีการเกาะเกี่ยวกันและกันในรูปใด
เบนซินมีโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอม ๑๒ ตัว คือเป็นอะตอมของคาร์บอนและไฮดดรเจนอย่างละ ๖ ตัว  อะตอมของคาร์บอนมีตะขอตัวละ ๔ อัน  ไฮโดรเจนมีตัวละ ๑ อัน รวมเป็น ๓๐ อัน  ทำยังไงให้ตะขอเกี่ยวกัยให้ได้หมดโดยไม่ให้เหลือว่างอยู่เลย
ความฝันของคุณเคคูเล่ คือฝันเห็นภาพงูไล่งับหางตัวเองเป็นวงกลม   พอตื่นแกก็จับอะตอมของคาร์บอนมาเกี่ยวกันเป็นวงกลม เหลือตะขอ ๑ อันจับเกี่ยวเข้าไปกับไฮโดรเจน  แค่นี้ก็ได้คำตอบลงตัวเป๊ะ

บทกวีโด่งดังชื่อ Kubla Khan  or A vision in A Dream ของ Samuel Taylor Coleridge เกิดขึ้นจากความฝันของกวี ตอนง่วนกับเสพย์ฝิ่นแก้ปวด แล้วเคลิ้มหลับไป เห็นเป็นภาพโดมของพระราชวังตะวันออก ตระการตา   ได้ยินเสียงผู้หญิงคร่ำครวญหาชู้ปีศาจ  และเห็นภาพแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ไหลเชี่ยวแรงไปสู่ทะเลมืดมิด
ภาพที่ฝันเห็นทั้งสวยงามและพิลึกพิสดารเสียจนเมื่อตื่นขึ้นมา พี่แกก็ร่ายออกมาเป็นบทกวี ด้วยถ้อยคำเข้าใจยาก เป็นที่ปวดเฮดของนักศึกษาที่ฝิ่นก็ไม่ได้สูบ  ฝันก็ไม่ได้ฝัน แต่จำเป็นต้องตามอ่านเอาคะแนนจากงานของแก
เชิญอ่านตอนต้นกันเองค่ะ
In Xanadu did Kubla Khan
A stately pleasure-dome decree:
Where Alph,  the sacred river, ran
Through caverns measureless to man
Down to a sunless sea.
So twice five miles of fertile ground
With walls and towers were girdled round:
And there were gardens bright with sinuous rills,
Where blossomed many an incense-bearing tree;
And here were forests ancient as the hills,
Enfolding sunny spots of greenery.
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 22:47

ขุนช้างขุนแผน มีเรื่องของความฝันอยู่หลายตอนค่ะ  ตอนต้นของเรื่องเมื่อขุนช้างขุนแผนและนางวันทองจะเกิด  แม่ๆของทั้งสามก็มีบุพพนิมิตกันทั้งนั้น
ตอนนางเทพทองตั้งท้อง  ฝันได้พิลึกไม่แพ้ Coleridge
ฝ่ายนางเทพทองนั้นนอนหลับ..........พลิกกลับก็เพ้อละเมอฝัน
ว่าช้างพลายตายกลิ้งตลิ่งชัน.............พองขึ้นหัวนั้นเน่าโขลงไป
ยังมีนกตะกรุมหัวเหม่......................บินเตร่เร่มาแต่ป่าใหญ่
อ้าปากคาบช้างแล้ววางไป................เข้าในหอกลางที่นางนอน
ในฝันนั้นว่านางเรียกนก...................เชิญเจ้าขรัวหัวถกมานี่ก่อน
นางคว้าได้ตัวเจ้าหัวกล้อน...............กอดนกกับช้างนอนสบายใจ
พอคลอดลูกออกมาก็ได้ลูกชายหัวล้านเหมือนนกตะกรุม ตัวโตอัปลักษณ์เหมือนช้างตาย   เป็นตัวเอกในเรื่อง...คือขุนช้างค่ะ

ที่แปลกคือขุนช้างขุนแผนทั้งเรื่อง  ไม่มีตอนไหนที่เจอคู่แล้วฝันเห็นงูเลยสักตอน    ถ้าสาวๆจะได้เนื้อคู่ จะฝันเห็นดอกบัว
ฝ่ายว่านวลนางศรีมาลา.................คืนวันนั้นนิทราก็ใฝ่ฝัน
ว่าลงสระเล่นน้ำสำราญครัน.........เห็นบุษบันดอกหนึ่งดูพึงตา
ผุดขึ้นพ้นน้ำงามสะอาด...............นางโผนผาดออกไปด้วยหรรษา
เด็ดได้ดีใจว่ายกลับมา..................กอดแนบอุราประคองดม
นางเม้ยพี่เลี้ยงก็ทายว่า
ดอกบัวคือผัวมิใช่อื่น...................มิพรุ่งนี้ก็มะรืนคงถึงนี่
ไม่เหมือนอีเม้ยทายให้นายตี........ฝันอย่างนี้ได้ทายมาหลายคน
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 23:37

แจมต่อ นอกเรื่องฝันครับ
Xanadu และ Cathey เป็นชื่อของเมืองจีนในภาพฝันของฝรั่งโบราณ รวมทั้งพ่อแซม โคลริดจ์ กวีขี้ยาฝิ่นรายนี้ด้วย เข้าใจว่าเป็นชื่อเก่าที่ฝรั่งเรียกจีนมาตั้งแต่ครั้งมาร์โคโปโลเป็นอย่างน้อย เอ่ยชื่อสองชื่อนี้ขึ้นมากับฝรั่ง ก็ยังให้บรรยากาศลึกลับแบบดินแดนในฝันทางตะวันออกอยู่จนเดี๋ยวนี้ (อาจจะไม่เกิดผลอย่างเดียวกันกับเรา เพราะเราเป็นคนตะวันออกอยู่เอง...)
แต่คนจีนตัวจริงไม่รู้จักหรอกครับ ทั้งคำว่าซานาดูและคาเธ่ย์นั่นแหละ (คนไทยอาจจะคุ้นๆ ว่าคาเธ่ย์เคยเป็นชื่อโรงหนัง แต่ไม่ยักกะฉายหนังจีนไพล่ไปฉายหนังแขก... และซานาดู เคยมีการเอามาตั้งเป็นชื่อไนท์คลับ)
ถ้าแม่นางหลิน Linmou อยู่แถวๆ นี้ ช่วยตรวจสอบด้วยครับ หรือคุณภูมิ หรือคุณ Crazy horse หรือท่านผู้รู้ทางจีนท่านอื่นก็ได้ ผมเคยถามๆ ดูได้ความว่า XANADU นี้ เป็นความพยายามประสาฝรั่งลิ้นแข็ง ที่จะเรียกคำว่า โส่วตู อันเป็นภาษาจีนกลางแปลว่าเมืองหลวง (ไม่ได้เป็นชื่อเฉพาะของเมืองหลวง)
สมัยกุบไลข่านราชวงศ์หยวน มองโกลยึดครองจีนได้แล้ว เข้าใจว่าตอนที่มาร์โคโปโลไปถึงจีนนั้น กุบไลข่านจะตั้งเมืองหลวงในดินแดนจีนแล้ว คือบริเวณที่เป็นกรุงปักกิ่งเดี๋ยวนี้ แต่สมัยนั้นเรียกว่า ต้าตู หรือมหานคร
ส่วนคาเธ่ย์ นั้น ได้ความว่า เพี้ยนมาจาภาษาจีนกลางคำว่า กั๋วไท่ ครับ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะแปลว่า ประเทศอันอุดมสมบูรณ์ หรืออย่างไรนี่แหละ
เรื่องของการเพี้ยนข้ามวัฒนธรรม เป็นเรื่องปกติ ตัวอย่างที่ใกล้เราที่สุดคืออีตาพระเจ้ามังคุดในดินแดนสมมุติชื่อไซแอม ซึ่งผมดูทีไรก็ต้องทำใจ ว่าไม่ใช่ในหลวง ร.4 ของเราจริงๆ เป็นตัวละครที่เกิดจากความเพี้ยนข้ามวัฒนธรรมเท่านั้น ถึงมาดามบัตเตอร์ฟลายก็ไม่ใช่ญี่ปุ่นแท้ แต่เป็นญี่ปุ่นในจินตนาการของอิตาเลียน พอๆ กับอุปรากรอีกเรื่องคือ มิกาโด ซึ่งเอาญี่ปุ่นไปทำเป็นตัวตลกเหมือนกัน
เอ นอกเรื่องฝันไปแยะแล้วครับเนี่ย
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 00:08

ไม่เป็นไรค่ะ  ตื่นจากฝันแล้วก็คุยกันไปได้  เดี๋ยวใครยังติดใจเรื่องฝันต่อค่อยกลับไปฝันกันต่อ

เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่า Xanadu มาจากคำอะไร    รู้แต่ว่า Kubla Khan ก็คือกุบไลข่าน   แต่ก็ยังมองไม่เห็นภาพในควันฝิ่นอยู่ดีว่าเป็นกู้กงหรือที่ไหน

ในวิวาหพระสมุทร  พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ท่านก็ทรงเอาฝรั่งมาร้องเพลงคลื่นกระทบฝั่ง บังใบ และแขกสาหร่ายเหมือนกันนะคะ
ตอนอ่านก็รู้สึกว่าเท่มาก ไม่ได้รู้สึกว่าฝรั่งทำไมมาร้องเพลงไทยเดิม  
ชอบที่พระเอกยืนอยู่ใต้หน้าต่างแล้วนางเอกเปิดออกมาร้องเพลงโต้ตอบกัน
อย่างเพลง....
(หยุดกึก)
อะแฮ่ม...
เชิญคุณนกข.เล่าต่อตอนนี้ค่ะ  แม่ยกทยอยกันมานั่งฟัง  เต็มโรงละครเวทีเรือนไทยแล้ว
ดิฉันขอตัวเข้าหลังฉากละค่ะ   ก่อนกระป๋องน้ำหมากจะลอยมาเตือน
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 00:36

ไม่รู้จะเล่าอะไรครับผม หมดภูมิแค่นั้นแหละ รอคุณ Linmou มาขยายความต่อ
ขอแก้ตัวผมเองนิดหนึ่ง กรุง Xanadu นั้นฝรั่งตั้งใจจะให้หมายความถึงเมืองหลวงของกุบไลข่าน ส่วน Cathey ฝรั่งตั้งใจให้หมายถึงเมืองจีนทั้งประเทศนะครับ ซานาดูไม่ได้แปลว่าเมืองจีนตามที่ผมเขียนไป
เรื่องวิวาหพระสมุทรเป็นเรื่องละครพระราชนิพนธ์ ร.6 ที่ผมชอบมากอีกเรื่องหนึ่ง ขนาดไม่เคยได้ดูการแสดงเรื่องนี้เลย เคยแต่อ่านบทก็ชอบ
ชอบเพลง ...ถึงกลางวัน สุริยัน แจ่มประจักษ์ ไม่เห็นหน้า นงลักษณ์ ยิ่งมืดใหญ่... มาก มาจากเรื่องนี้ใช่ไหมครับ
ว่าเฉพาะเรื่องเพลง นอกจากฝรั่งจะมาร้องเพลงไทยเดิมแล้ว ร.6 ท่านยังทรงเก๋ เอาเพลง รูล บริเทเนีย (Rule, Britania) มาใสเนื้อไทยให้พลพรรคทหารเรือในเรื่องนี้ร้องกันอีก ทำนองเพลง รูล บริเทเนีย นี้ เป็นทำนองที่เกือบจะเป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษในความรู้สึกของคนที่ไม่ใช่อังกฤษไปแล้ว แต่เป็นอังกฤษยุคบริติชเอ็มไพร์นะครับ ไม่ใช่อังกฤษยุคโทนี่แบลร์ (สมัยนี้ มีฝรั่งเล่นคำบอกว่าต้องเปลี่ยนเป็น Cool Britania แทนถึงจะกิ๊บเก๋ยูเรก้า)
เสียดายร้องไม่ได้ตรงนี้ แต่ทำนองคุ้นหูมากครับ ถ้าร้องได้คงมีคนร้องอ๋อกันหลายคน
ในเดอะคิงแอนด์ไอ ฉบับยูลบรินเน่อร์ ฮอลลีวูดก็เอาเพลงนี้ไปใส่ตอนทูตอังกฤษออกงานราตรีสโมสรของพระเจ้ามังคุด (ก่อน Shall We Dance? จะขึ้น) ทำนองจะเป็น...
แตน -แตนแต๊นแต๊น/ แตนแต๊นแตนแตนตะแต่น/ แต๊น แตน แตนตะแต๊นตะแตนแตนตะแต่น...
ทำนองนั้นแหละครับ หาเนื้อร้องภาษาไทยได้ ในเรื่อง วิวาหพระสมุทร
บันทึกการเข้า
เรือตรีพร้อม เอ๊ย นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 01:18

ผมจำบทพระราชนิพนธ์ไม่ได้ จำได้แต่ท่อนสร้อยดังนี้
... ครอง- เถิดนาวี นาวีจงครองทะเล...
ชนะศัตรู ศัตรูมลายมลายทั้งเพ...

ในสมัย ร.6 นั้น อังกฤษเป็นมหาอำนาจเจ้าอาณานิคม มีดินแดนอยู่ทั่วโลกจนได้สมญาว่า ดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะแสนยานุภาพทางทะเลนี่เอง (เหมือนอเมริกาเป็นเจ้าโลกอยู่ตอนนี้)
ผมเคยชอบเรื่องละครนี้มาก จนเร็วๆ นี้ลองกลับไปคิดทบทวนดู ด้วยความคิดของคนที่มีชีวิตผ่านเข้ามาถึง คริสตศตวรรษที่ 21 ก็ชักไม่ค่อยแน่ใจว่าชอบมากเท่าเดิม (ที่จริงไม่ถูกนะครับในการเอาบรรทัดของศตวรรษที่ 21 ไปวัดงานในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เพราะ ร.6 ท่านก็คงทรงใช้บรรทัดอีกอันหนึ่งคนละอันกันกับของผม หรืออาจไม่ได้ทรงใช้บรรทัดอะไรเลย ในการทรงพระราชนิพนธ์บทละครสนุกๆ เรื่องนี้ มีแต่ผมซีเรียสไปคนเดียว)
เอาเป็นว่าผมยังชอบเรื่องนี้อยู่ แต่ไม่ชอบพระเอกเท่าไหร่แล้ว พระเอก คือเจ้าชายอันเดรหลงรักนางอันโดรเมดา (สุดาสวรรค์) แต่ท้าวมิดัสพระบิดา ซึ่งเป็นกษัตริย์ครองเกาะอัลฟะเบตาอยู่ ไม่ทรงอยากได้อันเดรมาเป็นเขย เพราะรังเกียจว่าจน เกาะอัลฟะเบตามีตำนานว่า ทุกกี่ร้อยปีไม่รู้ พระสมุทร จะเกณฑ์ให้ชาวเกาะส่งหญิงสาวไปเป็นชายา (ตรงนี้ ร.6 ทรงล้อตำนานกรีกโบราณ ที่ให้เนปจูนมาเอาอันโดรมีดาไปเป็นเครื่องสังเวย แม้แต่ชื่อนางเอกก็เอามาจากตำนานนั้น)
พอใกล้ถึงกำหนด ประชาชนก็ชักจะแตกตื่น พอดีเรือรบอังกฤษมาจอดเยี่ยมเทียบท่า มีเจ๊กบ๋อยประจำเรือ (ขออภัยชาวไทยเชื้อสายจีนทุกท่านครับ แต่ทรงใช้คำว่า เจ๊กบ๋อยจริงๆ) ซึ่งมีหางเปีย ติดมาด้วย พอบ๋อยรายนี้ขึ้นไปที่ท่า ชาวเมืองก็แตกตื่นว่าคนประหลาดมีหางบนหัว เป็นผีทะเลมาทวงส่วยให้พระสมุทร บ๋อย (ดูเหมือนชื่อเต๊กหลี) เห็นได้ทีก็เลยขู่ชาวเมืองใหญ่
ทีนี้ผู้ร้ายก็ออกได้แล้ว ผู้ร้ายคือ พระสังฆราชนักบวชประจำเกาะ มีหลานชายคือคอนสแตนติโนส ซึ่งก็หลงรักเจ้าหญิงอันโดรมีดาอยู่เหมือนกัน เห็นได้ทีก็คบคิดกันกับเต๊กหลีว่า เมื่อพระสมุทรส่งทูตมาทวงอย่างนี้ ก็จะต้องบังคับท้าวมิดัสให้เจ้าหญิงอันโดรเมดาแต่งงานกับพระสมุทร หรือผู้แทนพระสมุทร โดยตกลงกันว่า พอถึงตอนทำพิธีส่งตัวเจ้าสาวพระสมุทร เต๊กหลีในฐานะผีทะเล ก็จะออกมาชี้ตัวคอนสแตนติโน้สให้เป็นผู้แทนพระสมุทร และมติมหาชนก็คงจะบังคับให้ท้าวมิดัสต้องสละราชธิดาให้คอนสแตนติโนส
แต่แผนนี้รั่วไปถึงเจ้าหญิง ซึ่งที่จริงทรงรักกับเจ้าอันเดร เจ้าอันเดรก็เลยได้รู้เรื่องด้วย แล้วก็ไปขอความช่วยเหลือจากนายนาวาเอกไลอ้อนผู้บังคับการเรือรบอังกฤษ จึงเกิดการซ้อนแผนขึ้น ในพิธีส่งตัวเจ้าสาวพระสมุทร ทหารเรืออังกฤษก็เข้าควบคุมสถานการณ์ และเมื่อเต๊กหลีไม่กล้ารับเป็นทูตพระสมุทร นาวาเอกไลออนก็ว่า เขาในฐานะเป็นผู้บังคับการเรือราชนาวีอังกฤษ มีอำนาจเหนือท้องทะเล ถือว่าเป็นผู้แทนพระสมุทรโดยชอบธรรม พระนักบวชจะหือก็โดนดาบปลายปืนจี้ ต้องยอมรับว่าไลอ้อนเป็นผู้แทนพระสมุทรจริง ไลออนก็เลยเรียกเจ้าบ่าวที่พระสมุทรยินยอมพร้อมใจด้วย มารับตัวเจ้าสาว คืออันโดรเมดา เจ้าอันเดรก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดเครื่องแบบทหารเรืออังกฤษ ถือว่าเป็นญาติหรือเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับพระสมุทร (คือราชนาวีอังกฤษ) แล้ว สมควรจะแต่งงานกับเจ้าหญิงได้ ใครหือก้เชิญถามกระบอกปืนเรือรบอังกฤษดู...
เรื่องก็จบแฮปปี้เอนดิ้ง มีไม่แฮปปี้อยู่แต่พระนักบวชกับหลานชายเท่านั้น เพราะชาวเมืองก็พลอยยินดีไปกับเจ้าชายและเจ้าหญิงทั้งสอง และนายนาวาเอกไลออนก็พลอยได้แต่งกับแมรี พระพี่เลี้ยงชาวอังกฤษของเจ้าหญิงด้วย

ก็น่าจะดีนะครับ แต่ผมตั้งคำถามตัวเองว่า เมื่อท้าวมิดัสสิ้นพระชนม์แล้ว เกาะอัลฟะเบตาก็คงตกเป็นของเจ้าอันเดร ซึ่งกลายเป็นนายทหารอังกฤษไปแล้วเห็นๆ อยู่ อย่างนั้น อีกประเดี๋ยวไม่ต้องห่วงหรอก เอกราชอิสรภาพอธิปไตยของอัลฟะเบตาก็คงถูกสิงโตอังกฤษขม้ำหวานคอสิงห์ไปเลย เจ้าอันเดรนี่แกเป็นเชื้อพระวงศ์เลวๆ ประเภทไหนกัน ที่ยอมให้มหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศของตัวได้ขนาดนี้
เพราะฉะนั้น ถ้ามองจากมุมของโยฮันนิสและคอนสแตนติโนส  "ผู้ร้าย" ในเรื่อง อาจจะแก้ตัวได้ว่าเขารักชาติมากกว่า "พระเอก" ด้วยซ้ำ (และที่ประหลาดคือ องค์ผู้ทรงพระราชนิพนธ์ได้ชื่อว่าทรงมีผลงานในด้านการปลุกใจคนไทยให้รักชาติอย่างยิ่ง "ใครมาเป็นเจ้าเข้าครอง..."  ลูกหลานคอนสแตนติโนสอาจจะอยากเอาเพลงนี้ไปร้องก็ได้)
อยากเขียนประวัติศาสตร์เกาะอัลฟะเบตา ภาค 2 ต่อจังเลย อาจจะเป็นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ที่อังกฤษหมดรัศมี สูญอาณานิคมไปทีละแห่งๆ ประเทศเกิดใหม่เหล่านี้กลายเป็นประเทศขึ้นมาในยุคที่อเมริกาเป็นเจ้าโลก ในบรรยากาศสงครามเย็น ลูกหลานของเจ้าอันเดรซึ่งทำอะไรไม่เป็นนอกจากโผเข้าพึ่งเกาะขามหาอำนาจ กำลังจะพาประเทศอัลฟะเบตาไปหาสหรัฐฯ (หรือไอเอ็มเอฟก็ได้) ส่วนลูกหลานของคอนสแตนติโน้สก็ลงใต้ดินเป็นพลพรรคปฏิวัติ (หรือเรียกร้องให้เว้นวรรคกับ WTO ก็ได้) ดูซิว่าอันโดรเมดาสมัยใหม่เธอจะเลือกใคร...
 แต่ไม่กล้าครับ ด้วยความเคารพในพระมหาอัจฉริยภาพของพระมหาธีรราชเจ้าพระองค์นั้น ผมไม่กล้าแต่งต่อจากของท่านทรงไว้ดีๆ แล้วหรอกครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 01:34

ขออภัยครับ หลุดเรื่องฝันไปไกลกู่ไม่กลับแล้ว
บันทึกการเข้า
ภูมิ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 07:29

ไม่เป็นไรครับ เราก็คุยกันไปเรื่อยๆได้ความรู้ดีด้วย

เรื่องตําราฝันนั้นเเสดงว่าเราก็ตําราเดียวกัน
(ต่างกันในรายละเอียดนิดหน่อย หยวน เเล้วกัน)

กลับมาเรื่องเมืองจีน  เเล้วการบิน คาร์เท่ย์เเปซิฟิกนี่เกี่ยวกันไหมครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 08:15

คาเธ่ย์ แปซิฟิก เป็นสายการบินของฮ่องกงไงครับ ก็เป็นส่วนหนึ่งของจีน หรือแต่ก่อนนี้อังกฤษยังบริหารอยู่ ก็ถือว่าฮ่องกงเป็นอาณานิคมอังกฤษที่มีความเป็นจีนมากอยู่ดี สายการบินของฮ่องกงจึงเอาชื่อคาเธ่ย์ในความรับรู้ของฝรั่งว่าเป็นชื่อเมืองจีนสมัยโบราณ (ตามที่ฝรั่งเรียกมาตั้งแต่ครั้งมาร์โค โปโล) มาเป็นจุดขายของตัวเอง นอกจากชื่อคาเธ่ย์ในชื่อบริษัทแล้ว สมัยหนึ่ง สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก เคยมีที่นั่งชั้นมาร์โค โปโล คลาสด้วย เดี๋ยวนี้ไม่ได้นั่งนานแล้วไม่รู้ยังมีหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
กระบี่อิงฟ้า
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 11:18

ขอมั่วเรื่องกว๋อไท่ หน่อย กว๋อ แปลว่าแผ่นดิน ประเทศ เช่น ไท่กว๋อ ประเทศไทย จงกว๋อ ประเทศจีน คำว่าไท่ ไม่รู้ว่า เป็นคำที่คล้ายกับคำ ต้า (ใหญ่) หรือเปล่า ถ้าใช่คำนี้ใช้กับเพศหญิง เช่น ไท่ไท่ ซือไท่ กว๋อไท่ ผมก็เลยอยากจะแปลว่า แผ่นดินแม่ (แปลมั่วนะ)
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 12:42

ผมก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าไม่ใช่ไท่ ตัวเดียวกับ ไท่ไท่ ครับ
น่าจะเป็น ไท่ ตัวเดียวกับที่เอามาใช้แปลว่าประเทศไทย มากกว่า
คือเป็นคำพ้องเสียงน่ะครับ ประเทศที่ออกเสียงว่า ไทย นี้ คนจีนเขาก็ไปหยิบคำว่า ไท่ ตัวนี้มาให้แทนเสียง ไทย แต่ที่จริง ไท่ นี้ มีความหมายของมันเองอยู่ด้วย (ความหมายดีครับ)
เหมือนอเมริกา คนจีนตัดสั้นๆ เรียกว่า เหม่ยกว๋อ เหม่ย ตัวนี้คือแทนเสียง -อเมริ- แต่ว่าเหม่ยเองก็มีความหมายอยู่แล้ว ว่างาม อเมริกาในภาษาจีนจึงอาจจะแปลได้ว่าประเทศงาม
ไท่ตัวนี้ ของคำว่าประเทศไทย ผมเข้าใจว่าเป็นไท่ตัวเดียวกับคำว่า ไท่เหอเตี้ยน อันเป็นตำหนักหลังหนึ่งในพระราชวังโบราณ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 12:47

ขอโทษครับมือเร็วไป
ไท่ ที่เป็นชื่อเมืองไทยด้วย และอยู่ในชื่อพระที่นั่งไท่เหอเตี้ยนด้วย และผมกำลังจะเดาว่าอยู่ในคำว่ากว๋อไท่ด้วยนั้น ดูเหมือนจะแปลว่า สูงสุด สุดยอด อุดม supreme ครับ ใครมีพจนานุกรมก็ช่วยเปิดตรวจสอบด้วยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.043 วินาที กับ 19 คำสั่ง