เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
อ่าน: 26407 " รุ่งเรือง.. เมืองศิลป ๔ "
Kurukula
สุครีพ
******
ตอบ: 1303



ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 20:15

คุณติบอเก่งเรื่องเจดีย์จังเลยครับ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 20:19

ส่วนพระปฐมเจดีย์ เป็นเจดีย์องค์เดิมที่สร้างมาตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน
การซ่อมใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนรัชสมัยพระจอมเกล้า เขาว่าหน้าตาเหมือนพระปโทนเจดีย์
ถ้าใครอยากเห็นขอให้ปีนขึ้นไปชะโงกดูที่ช่องรูปกลีบบัวที่องค์ระฆังคงจะได้เห็น
(แต่นายติบอความกลัวยังมากกว่าความอยากอยู่ เลยยังไม่ขอดูจะดีกว่า)


ขอทำความห็นค้าน นายติบอ ครับ
ไม่ต้องถึงกับปีนขึ้นไปชะโงกดูที่ช่องรูปกลีบบัวที่ว่าก็ได้ครับ  ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖  ทรงให้ช่างวาดภาพไว้ให้ดูที่ผนังพระวิหารหลวงแล้วครับ  ท่านที่สนใจไปชมได้ครับ  ถ้าไปไม่ถูกก็หันหน้าเข้าพระร่วงโรจนฤทธิ์  แล้วเดินไปทางซ้าย  ผ่านอนุสาวรีย์พลเสือป่าเชื้อไปก็จะพบพระวิหารหลวง  เดินเข้าไปกราบพระปฐมเจดีย์แล้วหันหลังกลับจะเห็นภาพจำลองอยู่ที่ด้านหลังครับ  จะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงภัยปีนป่ายที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ 
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 20:32

 :)อ่านที่คุณติบออธิบายแล้วพี่ปวดสมองค่ะ เอาเป็นว่าก็ถ่ายรูปนี้มาแล้ว แล้วก็จะมาพิจารราอีกทีค่ะ ว่าเหมือนไม่เหมือนนะคะ


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 21:30

สถาปนิกที่สร้างวัดราชบพิธได้รับแรงบันดาลใจมากจากวัดที่เกิดก่อนคือวัดพระปฐมเจดีย์กับวัดราชประดิษฐ์
เห็นได้ชัดจากการวางระเบียงคด รับกับองค์เจดีย์
การวางตัวของพระอุโบสถกับพระวิหารเป็นแบบวัดพระปฐมเจดีย์ คือวางแนวทิศตรงกันข้าม โดยด้านข้างจะมีทางเข้าไปในรอบ ๆพระเจดีย์


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 21:33

ตุ๊กตาจีน หรืออับเฉาที่นำมาแต่งรอบๆขอบระเบียงพระเจดีย์ด้านบน ก็ให้ความรู้สึกน่ารักไปอีกแบบ


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 21:52

 ;)ภาพเจดีย์ทองในวัดพระแก้วมาฝากค่ะ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 22:20

ขอบพระคุณ คุณ V_Mee ที่กรุณาค้านครับผม
ผมลืมภาพจิตรกรรมภาพนี้ไปซะสนิทเลยครับ


สำหรับพี่กุ้งฯ
ผมขอถามคำถามง่ายๆแบบนี้ดีกว่า

เอาภาพของพี่กุ้งมาทั้งหมด 3 ภาพ
มีเจดีย์ให้เห็นทั้งหมด 4 องค์
อยากถามพี่กุ้งฯว่า
เจดีย์องค์ไหนปลียอดต่างจากองค์อื่นครับ ?






บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 20 พ.ค. 08, 23:33

แอบค้านพี่กุ้งแห้งหน่อยครับ
ผมว่าเจดีย์วัดราชบพิธ ไม่ได้มาจากพระปฐมเจดีย์นา....


เพราะชุดฐานเป็นคนละชุดกันครับ


ตกลงจะพูดถึงฐานหรือปลียอด
ตอบด้วยภาพดีไหมคะ คุณติบอ
แล้วคุณค่อยอธิบายตามหลักวิชาการ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 21 พ.ค. 08, 11:31

ถ้าอย่างนั้นลองเทียบภาพนี้ดูครับ
ผมขโมยภาพมาจากวิกกิพีเดีย
เพราะหาภาพพระปฐมเจดีย์ที่เห็นชุดฐานชัดๆได้ไม่ง่ายนัก



ถ้าเราเทียบกับเจดีย์ที่วัดราชบพิธดู
จะเห็นว่าเจดีย์ที่สุสานหลวงวัดราชบพิธ
เริ่มชุดฐานชั้นล่างสุดจากฐานบัว 1 ชั้น
ต่อด้วยบัวมาลัยเถา
และใช้บัวคว่ำบัวหงายเป็นบัวปากระฆัง
เหมือนเจดีย์พระราชนิยมองค์อื่นๆในรัชสมัยพระจอมเกล้า
เช่นที่วัดพระแก้ว หรือวัดราชประดิษฐ์

ส่วนพระปฐมเจดีย์ถ้ามองจากระยะไกลๆ จะเห็นได้โดยง่าย
ว่าต่างจากเจดีย์พระราชนิยมองค์อื่นๆอยู่ 2 ประการ
ประการแรกอย่างที่บอกไปในความเห็นก่อนหน้าครับ คือ เจดีย์องค์นี้ปลียอดสั้น
ส่วนประการที่ 2 คือที่เหนือจากบัวมาลัยเถา และบัวคว่ำบัวหงายชั้นบนขึ้นไป
จะมีชั้นเล็กๆ เหมือนเส้นลวด แนบไปกับองค์ระฆังอีก 2 ชั้น
ซึ่งถ้าใครไม่ได้ใส่ใจดูก็อาจจะมองข้ามไปได้โดยง่าย

บางคนเรียกว่าเจดีย์องค์นี้มีบัวปากระฆังซ้อนขึ้นมาอีกรอบหนึ่ง
แต่โดยส่วนตัวนายติบอไม่กล้าเรียกไปถึงขนาดนั้น
เพราะยังไม่มั่นใจว่าเส้นลวดที่ว่า ควรจะเรียกว่าหน้ากระดาน มากกว่าหรือเปล่า (?)


ปล. พี่กุ้งฯ อาจจะงงอีกรอบ คิคิ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 21 พ.ค. 08, 20:42

ไม่ค่อยได้เข้าห้องเรียนศัพทาภิธานฯ กันนานแล้ว  เจอโจทย์อาจารย์ติบอเข้าไป  งงเลย  ขอไปทบทวนก่อนนะจ้ะ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 22 พ.ค. 08, 21:11

ถึงพี่กุ้งฯ และคุณป้ากุนครับ
เรื่องชุดฐานปล่อยเป็นเรื่องของงานวิชาการดีกว่าครับ
นายติบอมาใบ้โจทย์นิดนึงครับเวลาเรามองสถาปัตยกรรมโบราณ
ขอให้มองแค่แวบเดียว แล้วถามตัวงเองว่า "เคยเห็นที่ไหนมาก่อนมั้ย"
(ถ้าดูมามากพอ คำตอบที่ได้ส่วนมากมักจะออกมาพยางค์เดียวครับ)


เช่น สมมุติว่าคุณป้ากุนมีโอกาสได้ไปเที่ยวชมวัดนายโรง (แถวๆปิ่นเกล้า)
โดยไปกับวิทยากรขาจ้อ แล้วมัวแต่ฟังวิทยากรเลคเชอร์เรื่องประวัติวัดไม่หยุดไม่หย่อน
ว่าวัดนี้สร้างสมัยรัชกาลที่ 4 แล้วก็ชี้โบ๊ชี้เบ๊ให้ดูนั่นดูนี่บ้างไปเรื่อย
(จนไม่มีเวลาชื่นชมในความงามของจิตรกรรมฝาผนัง หรือลักษณะของอาคารเลย)
แบบนี้สำหรับนายติบอถือว่า "ไม่ประสบความสำเร็จ" ในการไปเยี่ยมชมวัดครับ

แต่ถ้าคุณป้ากุนเข้าไปแล้วสามารถบอกตัวเองได้ตั้งแต่แวบแรว่า
"อุโบสถทรงนี้คุ้นๆนี่นาแต่จำไม่ได้ว่าเห็นที่ไหน" นายติบอจะขอให้จดเอาไว้อย่างนั้นล่ะครับ
แค่นั้นถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว.... เพราะเราสามารถกลับมาเปิดดูภาพเก่าๆที่บ้านได้
ว่าเราเคยไปเยี่ยมชมวัดอื่นที่มีอุโบสถทรงเดียวกันที่ไหนมาบ้างหรือเปล่า
แล้วคุณป้ากุนก็อาจจะพบว่ามีภาพอุโบสถทรงเดียวกัน ที่ถ่ายมาจากวัดปราสาท
ซึ่งเป็นวัดสมัยอยุธยาตอนปลาย..... เราก็จะทราบว่าไอ้ที่วิทยากรบอกมาว่า "สร้าง" เนี่ยะ
ที่จริงมันแค่ "ซ่อม" เพราะลักษณะของสถาปัตยกรรม หรืองานประณีตศิลป์ เป็น "แฟชั่น" อย่างหนึ่ง
ถ้าคนยังชื่นชมกับ "ของใหม่ที่งาม" ไปเรื่อยๆ ศิลปะก็จะมีพัฒนาการต่อไปได้อย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น
น่าเสียดายครับ พระจอมเกล้าท่านโปรดการอ้างอิงของเก่ามากไปหน่อย... ลูกหลานรุ่นถัดๆมา
เลยใฝ่หาแต่อดีตจนหาของใหม่งามๆแทบไม่เจอ.... วัดบางวัดสมัยนี้เข้าไปก็เจอแต่ภาพเก่าๆ
ชิ้นที่คนรุ่นครูเขายกให้ "เจ๋ง" ถูกจับมายำรวมๆกันจนมันคิตช์ไปทั้งโบสถ์แล้ว... สะเหร่อแป๊ะ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 24 มิ.ย. 08, 21:20

วัดใหญ่ๆที่มีการหมุนเวียนของเงินนักท่องเที่ยวและผู้มาทำบุญ บางวัดเขาก็ทำการบูรณะแบบไม่ทำลายบ้าง แบบอนุรักษ์น่ะค่ะ มี แต่น้อย
แต่บางวัดบูรณะแบบเอาแต่สร้างอาคาร สร้างศาลา แต่ปล่อยวัดให้เต็มไปด้วยกลิ่นปัสสาวะ และกองตอร์ปิโดสุนัขเต็มไปหมด มิหนำซ้ำ ยังปล่อยให้ภาพเขียนฝาผนังมีเด็กที่แค่จบโรงเรียนศิลปะมา วาดใหม่ให้สดใสกว่า แต่ทำลายภาพเดิมนี่
ดิฉันเศร้าค่ะ
จะลงภาพประจานในกระทู้สักภาพ ก็มีคนท้วงว่า
อย่าเลย ถือเสียว่า มันเป็นโฟล์กอาร์ตแล้วกัน..
เห็นไหมคะ บางสิ่งบางอย่าง เรามองไม่เหมือนกัน เราคงไม่สามารถหยุดความคิดของใครได้ เราลบ เขาบวก
เราบวก เขาลบ
ดิฉันว่า ศิลปะไม่ได้เป็นเพียงความสวยงาม หรือสิ่งที่ชำระใจ..
บางทีชำระการยึดมั่นความคิดของตนของเราๆด้วยค่ะ             
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 24 มิ.ย. 08, 21:43

ยังไม่ค่อยเห็นด้วยกับการทิ้งท้ายแบบนี้ครับ คุณกุ้งแห้งผู้มาดมั่น
ถ้าแม้แต่ลงรูป เพื่อชี้ว่าอะไรไม่ชอบมาพากล ยังทำไม่ได้
ความถูกต้องจะเกิดได้อย่างไร

ถ้าลงรูปมาแล้ว มีผู้รู้(ดีกว่าเรา) ชี้ว่า นี่เป็นของดี....เป็นศิลปะพื้นบ้าน
อย่างนั้นเราจึงจะยอมรับครับ เราจะได้ฉลาดขึ้นบ้าง

โลกปัจจุบัน มีอาการเจ็บป่วยทางสติปัญญาค่อนข้างสาหัส และลามปามไปถึงวิจารณญานทางคุณค่าด้วย
แถมคนที่สอนหนังสือ ใช่ว่าจะเก่งกว่าคนไม่ได้สอน ข้าราชการก็เรียวลงทุกที ก็ต้องช่วยกันคนละไม้ละมือแหละครับ

อีกประการหนึ่ง การแสดงความคิดเห็น ไม่น่าจะเป็นพิษเป็นภัย
เว้นแต่พวกชอบหมิ่นประมาทคนอื่น ก็ค่อยมาพิจารณากันอีกที
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 24 มิ.ย. 08, 22:35

 ยิ้มกว้างๆ ขอบคุณค่ะ ที่มาค้าน ฟังการอภิปรายอยู่หรือคะ
ตกลงค่ะ คุณพิพัฒน์ จะลงให้ชม เพื่อการศึกษา จะได้เห็นว่า เราคิดไม่เหมือนกันเพราะอะไร
โปรดติดตาม
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 30 มิ.ย. 08, 10:29

จากวัดท่าซุง อุทัยธานี อุโบสถเก่าสมัยอยุธยา ภาพฝาผนังสวย แต่...


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง