เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 9
  พิมพ์  
อ่าน: 34683 พระบรมรูป เพิ่งค้นพบใหม่
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
 เมื่อ 13 มี.ค. 08, 18:48

สหายต่างชาติ ส่งข้อมูลใหม่มาให้ศึกษา
พระบรมฉายาสาทิศลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เป็นพระรูปซึ่งไม่เคยพบเห็นกันมาก่อน
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 13 มี.ค. 08, 18:49

.


บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 13 มี.ค. 08, 18:54

.


บันทึกการเข้า
cannavaro
อสุรผัด
*
ตอบ: 37



ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 14 มี.ค. 08, 13:10

ขอบคุณครับ เป็นบุญตาที่ได้ชม

พระรูปนี้ ดูเหมือนพระชนมายุยังไม่มากเท่าไหร่
น่าจะยังไม่ถึง 30 พรรษาหรือป่าวครับ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 14 มี.ค. 08, 13:21

กำลังทำการบ้านให้เพื่อนอยู่ครับ
มีให้เลือก 2 ครั้งคือ เมื่อบรมราชาภิเษกครั้งแรก 2411
หรือครั้งที่ 2 เมื่อ 2416

ส่วนตัวมีความมั่นใจที่จะระบุ แต่ยังไม่มั่นใจที่จะแสดงความเห็น
ส่วนพระรูปนี้ ซึ่งคนทั้งหลายมักจะบอกว่าเป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่ 2 2416 นั้น
ผมขอยืนยันว่า มิใช่ครับ เป็นการฉายพระบรมรูปเพื่อฉลองพระนครครบ 100 ปี
พ.ศ. 2425


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 มี.ค. 08, 01:44

ดูจากพระบรมฉายาลักษณ์แล้ว  ผมคิดว่าพระชนมายุไม่น่าจะเกิน 20  หรือจะเป็น พ.ศ.2414  ครั้งเมื่อขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ...... ยิ้ม
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 15 มี.ค. 08, 02:13

นี่ไปเอาปี 2414 มาจากใหนอีกล่ะท่าน
ข้าพเจ้างง
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 15 มี.ค. 08, 11:19

พระบรมฉายาลักษณ์องค์นี้ยังไม่ได้ทรงไว้พระมัสสุ (หนวด)  น่าจะทรงฉายตอนต้นรัชกาล
ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย คือ ทรงฉายคราวบรมราชาภิเษกครั้งแรกหรือครั้งที่สอง 

ข้อที่จะพิสูจน์ว่าทรงฉาย พ.ศ. ๒๔๑๖ นั้น  เห็นจะต้องดูที่ลักษณะเส้นพระเจ้า  เพราะในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ เสด็จออกทรงผนวช  เมือทรงลาผนวชแล้ว  จึงโปรดให้มีการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งที่สอง  เมื่อวันที่  ๑๖  พฤศจิกายน  ๒๕๑๖  ซึ่งห่างจากลาเวลาที่ทรงลาผยวชไม่นานนัก  และหากพระบรมฉายาลักษณ์นี้ทรงฉายเนื่องในการบรมราชาภิเษกครั้งที่สอง  น่าจะสังเกตเส้นพระเจ้าได้ว่า จะค่อนข้างสั้น 

แต่หากทรงฉายคราวบรมราชาภิเษกครั้งแรก  เมื่อวันที่  ๑๑  พฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๔๑๑  เวลานั้นเพิ่งจะทรงหายจากพระประชวรไข้ป่า  ซึ่งว่กันว่าพระอาการเจียนอยู่เจียนไปเลยทีเดียว  กรณีนี้คงต้องสังเกตจากพระพักตร์และพรอิริยาบถ

นอกจากนั้นในบันทึกเรื่องการพระราชพิธีโสกันต์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๓  ก็กล่าวไว้ว่า ทรงพระเครื่องต้นและทรงฉายพระบรมฮายาลักษณ์ไว้  แต่คงไม่ใช่องค์ที่ชิญมาให้ชมกันนี้  เพราะเวลานั้นดูเหมือนจะทรงไว้พระมัสสุแล้ว
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 15 มี.ค. 08, 23:25

ขออำภัยครับ  2511  คราวบรมราชาภิเษกครั้งแรกครับ(ผิดอย่างแรง)  คือจากพระบรมฉายาลักษณ์น่าจะประมาณ 15-16 พระชันษา......... ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 มี.ค. 08, 04:44

น่าสนใจมากครับ ยังหาคำตอบที่แน่ชัดไม่ได้ แต่มีพระบรมฉายาลักษณ์มาเพิ่มอีกหนึ่งองค์ โปรดดูตามลิ้งก์นี้
http://www.thaisamkok.com/forum/lofiversion/index.php/t7469.html

ดูเผินๆ อาจคิดว่าเป็นองค์เดียวกับที่คุณพพ.เชิญมาในความเห็นที่ ๔ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ครับ สังเกตเครื่องราชูปโภคที่เชิญมาทอดถวายไว้ที่ม้าเคียงทั้งซ้ายและขวาตลอดจนพระสุพรรณราชที่ทอดไว้บนพื้นนั้น เป็นคนละสำรับกัน พระสุจหนี่ที่ลาดรับพระที่นั่งกง ก็คนละลวดลายกัน

บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 มี.ค. 08, 11:31

พระพรมรูปชุดนี้ ตามพระอารามหลวงชั้นเอก มีแขวนประดับไว้
เป็นรูปใส่กรอบขนาดใหญ่มาก เห็นจะเกือบเท่าพระองค์จริง
พิมพ์สอดสี บนวัสดุคล้ายกระดาษ อาจจะเป็นแผ่นหนังหรืออะไรไม่อาจบอกได้
แต่มีรอยแตกระแหง เป็นเกล็ดไปทั้งชิ้น

ผมไม่สามารถพิจารณาไกล้ได้
เดาว่าจะสร้างพระราชทานในปีฉลองพระนครครบร้อยปี
ทั้งหมด เดาล้วนๆ ครับ


บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 มี.ค. 08, 23:48

จากรูปใน คห.1  กับรูปในคห.สุดท้าย  พระมหาพิชัยมงกุฏ  ผมว่าไม่เหมือนกันครับ  ส่วนพานพระศรีดุแล้วคล้ายกันมากครับ..... ขยิบตา
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 17 มี.ค. 08, 02:41

พระบรมฉายาลักษณ์องค์แรก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระชฎากลีบครับ สององค์หลังทรงพระมหาพิชัยมงกุฎ

ส่วนเครื่องราชูปโภคในพระบรมฉายาลักษณ์องค์แรก
ม้าเคียงขวาพระหัตถ์ทอด
๑. พานพระขันหมาก (สำรับเล็ก สร้างในรัชกาลที่ ๔ ชาววังชอบเรียกว่า "ชุดสมเด็จพระเทพ (ศิรินทรฯ)" เพราะเชื่อกันว่าทรงสร้างพระราชทานสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี แต่..ผมไม่ใคร่จะเชื่อครับ)
๒. พระสุพรรณศรี (สร้างในรัชกาลที่ ๔)
ที่พื้นทอด พระสุพรรณราช (มองไม่ถนัดว่าลวดลายเป็นอย่างไร เข้าใจว่าเป็นองค์ที่สร้างในรัชกาลที่ ๔ พร้อมกับพานพระขันหมากสำรับเล็ก)
ม้าเคียงซ้ายพระหัตถ์ทอด
๑. พระมณฑปรัตนกรัณฑ์ (เล็ก สร้างในรัชกาลที่ ๔)
๒. พระสุวรรณภิงคาร (ของนอกสำรับพานพระขันหมากเล็ก)

เครื่องราชูปโภคในพระบรมฉายาลักษณ์องค์ที่ ๒
ทอดเครื่องราชูปโภคสำรับพานพระขันหมากเล็ก (รัชกาลที่ ๔) เหมือนในพระบรมฉายาลักษณ์องค์แรก แต่ไม่ได้ทอดพระสุวรรณภิงคาร
ส่วนพระสุพรรณราชทอดไว้ที่พื้นเบื้องซ้ายแทน

เครื่องราชูปโภคในพระบรมฉายาลักษณ์องค์ที่ ๓
ม้าเคียงขวาพระหัตถ์ทอด
๑. หีบพระศรีพร้อมพานรอง
๒. พระสุวรรณภิงคาร
พื้นเบื้องขวาทอดพระสุพรรณราช (ทรงเฟือง สร้างในรัชกาลที่ ๑)
ม้าเคียงซ้ายพระหัตถ์ทอด
๑. พระมณฑปรัตนกรัณฑ์ (สำรับใหญ่ สร้างในรัชกาลที่ ๑)
๒. พานพระขันหมาก (เล็ก สร้างในรัชกาลที่ ๔)
๓. พระสุพรรณศรี (สร้างในรัชกาลที่ ๔)

จากพระบรมฉายาลักษณ์ทั้ง ๓ องค์จะเห็นความแตกต่างของการเชิญเครื่องราชูปโภคมาทอดถวายในอดีตกับในปัจจุบัน กล่าวคือ ในอดีต จะเชิญอย่างแยกสำรับก็ได้ เช่น อาจเชิญเครื่องราชูปโภคในสำรับใหญ่ของรัชกาลที่ ๑ มาปะปนกับเครื่องราชูปโภคสำรับเล็กของรัชกาลที่ ๔ หรือเชิญตามแต่จะทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย ส่วนในปัจจุบัน การทอดเครื่องราชูปโภคจะจัดคุมสำรับอย่างชัดเจน ไม่มีการเชิญของแตกสำรับมาปะปน
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 17 มี.ค. 08, 12:47

ในเมื่อพระฉายาลักษณ์องค์แรกทรงพระมหากฐินซึ่งมียี่ก่าหรือขนนกการเวกประดับที่พระมหามงกุฎ  จึงพอจะตัดประเด็นเรื่องทรงฉายในคราวบรมราชาภิเษกครั้งแรก พ.ศ. ๒๔๑๑ ออกไปได้  เพราะเหตุผลที่ต้องสร้างพระมหากฐินนั้น  เพราะน้ำหนักของพระมหาพิชัยมงกุฎที่หนักเอามากๆ  อีกทั้งขนาดไม่พอดีกับพระเจ้า  ดังที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยทรงเล่าไว้ในประวัติต้นรัชกาลที่ ๖ ว่า เวลาทรงพระมหาพิชัยมงกุฎแล้ว  จะต้องทรงระวังมิให้พระมหาพิชัยมงกุฎโค่นลงมาเป็นที่เสื่อมเสียพระเกียรติยศ  ดังนั้นสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าเมื่อเสด็จเสวยราชย์จึงมักจะทรงสร้างพระมหากฐินซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีขนาดเหมาะกับพระเจ้าไว้ทรงแทนพระมหาพิชัยมงกุฎในเวลาทรงพระเครื่องต้น  ดังนั้นจึงน่าจะตัดประเด็นเรื่องทรงฉายเมื่อคราวบรมราชาภิเษกครั้งแรกใน พ.ศ. ๒๔๑๑ ออกไปได้ 

ประเด็นที่จะต้องสืบค้นต่อไปคือ โปรดให้สร้างพระมหากฐินนั้นเมื่อไร  ในประเด็นนี้มีข้อที่น่าจะหยิบยกขึ้นพิจารณาประกอบ คือ การเสด็จพระราชดำเนินพระราชทานผ้าพระกฐินในสมัยก่อนมักจะเสด็จฯ โดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค  หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นกระบวนราบ  ซึ่งเวลาเสด็จฯ จะต้องทรงเครื่องบรมราชถูษิตาภรณ์ประทับพระราชยานไปดทียบที่เกยหน้าพระอาราม  แล้วจึงทรงเปลื้องพระมหากฐินเปลี่ยนไปทรงพระมาลาเส้าะเทิ้นเสด็จเข้าส๔พระอาราม  และเวลาเสด็จฯ กลัยก็จะทรงเปลี่ยนมาทรงพระมหากฐินยาตรากระบวนเสด็จกลับ  ดังนั้นพระมหากฐินองค์นี้น่าจะสร้างและเริ่มทรงใช้งานครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๔๑๒ 

นอกจากนั้นการถ่ายในตอนต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้นยังเป็นการใหญ่อยู่  ธรรมเนียมการฉายพระบรมฉายาลักษณ์ในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาจึงยังคงจะไม่มี  แต่คงจะฉายพระบรมฉายาลักษณ์เฉพาะในการพระราชพิธีสำคัญซึ่งเป็นการนานๆ ครั้ง  และถ้าพระบรมฉายาลักษณ์องค์ที่ว่า พระราชทานไว้ตามพระอารามต่างๆ นั้นเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ที่ทรงฉายคราวฉลองพระนครครบ ๑๐๐ ปีแล้ว  พระบรมฉายาลักษณ์ในความเห็นแรกจึงน่าจะทรงฉายเมื่อคราวบรมราชาภิเษกครั้งที่ ๒ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ เป็นแน่
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 17 มี.ค. 08, 15:33

ด้วยความเคารพ ผมขออนุญาตแสดงความเห็นเรื่องพระชฎาต่างไปจากคุณ V_Mee นะครับ

ผมว่าพระชฎาในพระบรมฉายาลักษณ์ตามความเห็นที่ ๑ นั้นคือ "พระชฎากลีบ" สร้างในรัชกาลที่ ๑ ครับ ไม่ใช่พระชฎามหากฐิน

พระชฎากลีบสร้างด้วยทองคำลงยาประดับเพชรมีส่วนประกอบคือ มาลาไม่มีเกี้ยว ส่วนยอดค่อนข้างแบนจำหลักเป็นกลีบ ปลายสะบัดไปข้างหลัง เป็นยอดเดี่ยวปลายมนช้อยขึ้น ส่วนพระชฎา ๕ ยอด หรือพระชฎามหากฐิน ปัจจุบันมี ๔ องค์ คือของรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๕ รัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗ พระชฎามหากฐิน ๔ องค์นี้ทำด้วยทองคำลงยาประดับเพชร ลักษณะคล้ายกัน มีส่วนประกอบ คือ มาลา เกี้ยว ส่วนยอดเป็น ๕ แฉก ยอดกลางสูง อีก ๔ ยอดเล็กและต่ำกว่า ปลายสะบัดไปข้างหลังแต่ปัดลงไม่ช้อยขึ้น ตรงกระหม่อมติดกระจังโดยรอบเป็นชั้น มีกรรเจียกจร ตอนล่างส่วนยอดพระชฎาปักใบสนหรือขนนกการเวก

พระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๑ และพระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๕ ทรวดทรงต่างจากที่เห็นในพระบรมฉายาลักษณ์แน่นอนครับ พระชฎามหากฐินจะมีทรงค่อนข้างป้อมเตี้ยกว่า และถ้าจะสันนิษฐานว่าพระชฎาองค์นี้เป็นพระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๑ ก็ต้องขอยืนยันอีกว่าไม่ใช่แน่ เพราะพระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๑ มีเกี้ยว ๓ ชั้นและดอกไม้ไหวแซม ส่วนพระชฎาในพระบรมฉายาลักษณ์นั้นไม่มีเกี้ยว ทรงเพรียวสูง และมียอดกลีบปลายปัดซึ่งเป็นลักษณะของพระชฎากลีบครับ

อย่างไรก็ดี พระชฎากลีบและพระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๑ มีส่วนที่คล้ายกันส่วนหนึ่งคือยี่กาเป็นแบบ "ใบสน" ส่วนพระชฎามหากฐินรัชกาลที่ ๕ ยี่กาเป็นแบบ "ขนนกการเวก" ครับ มีลักษณะไม่เหมือนกัน

ฉะนั้น พระบรมฉายาลักษณ์องค์ที่พวกเรากำลังสืบที่มากันอยู่นี้ จึงอาจฉายในตอนต้นรัชกาลที่ ๕ ช่วงใดๆ ก็ได้ ยังไม่อาจชี้ชัด เพราะพระชฎากลีบเป็นของที่สร้างมาแต่ครั้งรัชกาลที่ ๑ ครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 9
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.037 วินาที กับ 19 คำสั่ง