เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15 ... 23
  พิมพ์  
อ่าน: 135686 คำไทยที่ไม่ค่อยจะรู้จักกันแล้ว
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 180  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 20:21

ตอน ๒๔๕๓ คราวประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ก็ทรงใช้คำว่า "ภูเก็ต" แล้วครับ

...เกาะภูเก็ตนี้เดิมเรียกว่าเกาะถลาง และบัดนี้ก็ควรจะเรียกเช่นนี้อยู่ เพราะเป็นชื่อเก่ากว่าภูเก็ตเป็นอันมาก ตามคำกุของคุณหลวงอภิบาลว่า เมืองถลางแปลว่าเมืองถาง คือเมืองที่มาถางตั้งขึ้นกลางป่า แต่ผมไม่ขอรับผิดชอบด้วย...

...ส่วนเมืองภูเก็ตนั้น เป็นเมืองซึ่งพึ่งจะมีขึ้นใหม่ๆ ผมกุว่าชื่อน่าจะมาจากคำภาษามลายูว่า "บูกิต" แปลว่าเขา แล้วจึงแปลมาเป็น "พูเก็ต" ต่อมาบางทีจะมีใครมีความรู้ภาษาไทยดีๆ มาคิดเขียนสะกดตัวเสียใหม่ว่า "ภูเก็จ" ให้สำเนียงคงอยู่อย่างเดิม แต่ให้มีคำแปลได้ขึ้น คือผสมคำ "ภู" แปลว่าเขากับ "เก็จ" แปลว่าฝั่งเข้าด้วยกัน...

...ที่จริงผมเห็นด้วยตามเจ้าคุณรัษฎาว่าควรจะใช้ชื่อถลางแทน เพราะเป็นชื่อเก่า ถ้ามณฑลภูเก็ตนี้เรียกชื่อว่ามณฑลถลางก็จะเพราะดี และจะค่อยทำให้รู้สึกเป็นเมืองเก่าขึ้นหน่อย เมืองถลางถึงอย่างไรๆ ก็นับว่ายังได้เคยมีชื่อติดอยู่ในตำนานของชาติเรา ส่วนภูเก็ตนั้นใหม่เอี่ยม ประดุจถ้วยชามที่ยังไม่หมดเขม่าไฟฉะนั้น...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 181  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 20:28

ขับรถตระเวณเมืองไปมา ตกใจไปเจอรูปปั้นมังกรอยู่ที่ในเมือง ข้างที่ทำการททท. เบื้องหลังเป็นเขารัง บริเวณนี้เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ชมรูปก่อนค่ะ เดี๋ยวจะบอกที่มา


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 182  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 20:54

คำจารึกบนหินแกรนิตสีแดงบอกไว้ว่า เมื่อพระยารัษฎาฯ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นข้าหลวงมณฑลภูเก็ต มีซินแสท่านหนึ่งบอกไว้ว่า เกาะนี้ มองมุมสูงเหมือนมังกรโผล่ขึ้นมาจากมหาสมุทรอินเดีย....


บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 183  เมื่อ 07 เม.ย. 08, 22:39

เอ่อ เข้าไปแก้กระทู้ตัวเองไม่ได้ ลืมบอกที่มาของข้อความว่า ตัดต่อมาจาก จดหมายเหตุ ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ของ รัชกาลที่ ๖ ครับ
บันทึกการเข้า
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 184  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 09:37

มีที่น่าสนใจเพิ่มเติมในทะเบียฬนามสกุลพระราชทาน

ลำดับที่ ๒๓๒๐ นิลคูหา Nilagu^ha^ นายร้อยตำรวจตรีริต  ประจำกองตำรวจภูธรมณฑลภูเก็จ   ทวดชื่อนิล  ปู่ชื่อถ้ำ พระราชทานเมื่อ ๗ มิถุนายน ๒๔๕๘
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 185  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 10:01

ทราบที่มาของคำว่าจังซีลอนแล้ว เขาเขียนว่าJungCeylon ดิฉันเลยงง ทั้งที่โลโกมันเป็นรูปJunk
จังซีลอนตอนนี้เป็นศูนย์การค้าใหญ่อยู่ที่หาดป่าตองค่ะ สำหรับคนที่เกิดช้าไม่ทันเห็นป่าตอง ในหาน ในยาง และแหลมพรหมเทพรุ่นสวยไร้ร้านค้า ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ
ค่าที่ว่า ป่าตองตอนนี้เป็นพัทยาร้อยเปอร์เซนต์ เพียงแต่ยาวกว่ามาก
ส่วนหาดแรกที่ใกล้สนามบินนานาชาติ คือในยาง ก็ยังพอดูได้
เมื่อก่อน ภูเก็ตยังไม่บูม เป็นเกาะที่ห่างไกล ต้องบินด้วยสายการบินภายในอย่างเดียว ค่าเดินทางดูเหมือนจะเที่ยวละ ๔๐๐๐-๗๐๐๐ บาท
จะขึ้นแหลมพรหมเทพที ถนนยังเป็นลูกรัง หอชมวิวยังไม่มี อยากดูวิวเมืองก็มีเขารังที่เดียว ดิฉันขึ้นไปทำงานที่สถานีโทรทัศน์บนเขา แล้วแวะดื่มกาแฟที่นั่นซึ่งตอนนั้น ยังไม่เป็นแฟชั่น
โรงแรมก็มีแค่เพิร์ลกับถาวร ดูเหมือนภูเก็ตเมอร์ลินยังไม่เกิด ภูเก็ตเป็นเมืองสงบเงียบจริงๆ
เดี๋ยวนี้ มีเขาขาด ไม่ได้ไปเสียดายแย่ เพราะเห็นมรดกธรรมชาติได้เต็มตา ๓๖๐ องศา
หาดแต่ละหาดถูกรุกล้ำโดยนายทุนใหญ่ๆที่แข่งกันสะสมที่ดินริมหน้าผาแล้วสร้างบ้านชั้นเลวแบบคนกรุง ไม่ได้กลมกลืนกับป่าเขาลำเนาไพรสักนิด
ขยะทางสายตาค่ะ


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 186  เมื่อ 08 เม.ย. 08, 10:42

ถลางนี่ก็เป็นคำเก่านะคะ คุณHotacunus นักภาษาโบราณ ใกล้ๆคำว่าถลุง(แร่)มากๆ  รูดซิบปาก

ในเมืองภูเก็ต ถนนถลางเป็นถนนที่ตึกเก่าๆแนวตึกแถวแบบชิโนโปรตุกีส พอหลงเหลืออยู่ แต่ไม่สวยเท่าสิงคโปร์หรือมะละกาเสียแล้ว เพราะตั้งร้านกินที่ออกมาถึงด้านนอก เทศบาลได้ทำทางเท้าให้เดินยื่นออกมาอีก ส่วนที่เป็นทางเดินในร่มต่อถึงกันก้ไปโบกซีเมนต์ปิดเสียนี่ แสดงให้เห็นถึงการบริหารของเทศบาลแต่เดิม ซึ่งกว่าจะแก้ให้เมืองภูเก็ตน่าเดินเท้า มีเสน่ห์ ก็ดูสายเกินการ

ในซอยบางซอยตกแต่งทาสีใหม่ให้น่าดู แต่น่าเสียดาย คนเดินเท้าต้องเดินไปตามถนนร้อนๆ ผิดคอนเซ็ปท์ของตึก ไม่น่าอภิรมย์เลยค่ะ


บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 187  เมื่อ 10 เม.ย. 08, 22:04

วันนี้ขอเสนอคำว่า "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ" ค่ะ

ดิฉันมีน้องปี 3 จากสถาบันการศึกษาหนึ่งมาฝึกงานด้วย  ดิฉันเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก  น้อง ๆ จึงถามว่า  พี่จะไปไหนค่ะ  ที่น้อง ๆ ต้องถามเพราะถ้าดิฉันไม่กลับเข้าสำนักงานเขาจะไม่กล้ากลับบ้านกัน  ดิฉันเลยตอบเล่น ๆ ว่า  ไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ น้องฝึกงานที่น่ารักของดิฉันก็ออกอาการงง  ดิฉันเลยถามว่า  รู้จักไหม ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ก็ส่ายหัวกันดุกดิก  ตอนบ่าย ๆ ดิฉันโทรกลับเข้าไปหาน้องฝึกงานที่น่ารักของดิฉันอีก  มอบหมายให้ค้นข้อมูลเรื่อง African sculture น้องก็ถามว่ามันคืออะไร 

จบด้วยความเป็นห่วงบัณฑิตไทยค่ะ  ภาษาไทยไม่รู้  ภาษาอังกฤษไม่รู้ แล้วรู้อะไรกันหนอ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 188  เมื่อ 10 เม.ย. 08, 22:33

รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี.....
ไม่ฉลาดแต่น่าร๊ากกก....ฮ่า

เจ็ดย่านน้ำพอจะนับถ้วน
แต่ร้อยเอ็ดเมืองนี่ นับไม่ถ้วนครับ
ในคัทธกุมานมีกล่าวถึงเมืองร้อยเอ็ดพระนคร

ก็ไม่ได้บอกชื่อไว้ว่าอะไรบ้าง
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 189  เมื่อ 11 เม.ย. 08, 08:18

รู้ว่า the star 4 เหลือ 3 คนแล้ว ส่วน AF5 กำลังจะมา

เมืองร้อยเอ็ดนี่ คุณครูเคยบอกว่า ชื่อร้อยเอ็ด เพราะมีประตูเมือง 101 ประตู
มีคนวิเคราะห์ต่อว่า ความจริงมีแค่ สิบเอ็ด 10-1 ตะหาก

"ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ" น่าจะคู่กันกับ "ร้อยเอ็ดเจ็ดคาบสมุทร"
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 190  เมื่อ 11 เม.ย. 08, 09:12

 ตกใจ
คนไทยเจ้าบทเจ้ากลอนจริงๆ น่าเป็นห่วงว่าสิ่งเหล่านี้จะสูญหายไปในเร็ววัน
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 191  เมื่อ 11 เม.ย. 08, 10:28

เครื่องไม้เครื่องมือบางอย่าง (นอกจากเกริน ตะเฆ่ แล้ว) ถ้าไม่มีการใช้กัน อีกหน่อยก็คงลืม เช่น ตะบัน ตะบันไฟ ตะลุมพุก สามเกลอ (ไม่ใช่พล นิกร กิมหงวน)

ในขณะเดียวกันเครื่องใช้ไฮเทคบางอย่างก็ทำให้เกิดคำใหม่ๆ เช่น เอาไปเวฟ แปลว่าเอาอาหารไปเข้าเครื่องไมโครเวฟ
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6196


ความคิดเห็นที่ 192  เมื่อ 11 เม.ย. 08, 12:23

        คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ เพิ่งเขียนเรื่อง ร้อยเอ็ด ในนสพ. มติชน เมื่อ ก.พ. ศกนี้

          ร้อยเอ็ด เท่ากับร้อยบวกหนึ่ง หรือร้อยกับหนึ่ง เขียนเลขว่า 101 ในพจนานุกรมมติชนอธิบายว่า
          โดยปริยายหมายความว่ามากตั้งร้อย มีตัวอย่างในกลอนบทละครนอกเรื่องสังข์ทอง ว่า "กษัตริย์ทั้งร้อยเอ็ดหัวเมืองใหญ่"

         คำว่าร้อยเอ็ด ยังมีใช้ในภาษาปากชาวบ้านเป็นคำคล้องจอง เช่น ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ และ ร้อยเอ็ดเจ็ดหัวเมือง
หมายถึงทั่วทุกหนแห่งหรือมากแห่ง

           ชื่อเมืองร้อยเอ็ด มีในตำนานว่า "เมืองร้อยเอ็ดประตู" หมายความว่าเมืองที่มีประตูมากนับร้อย
แสดงว่ามีบริวารบ้านเมืองอยู่ทิศทางต่างๆ ที่มีประตูเชื่อมโยงนับร้อยหนร้อยแห่ง ตรงกับนามเมืองในอุดมคติ
ศูนย์กลางจักรวาลว่า "ทวารวดี"

          ทวาร เป็นคำบาลี-สันสกฤต แปลว่า ประตู, ช่อง, ทาง เช่น ทวารบถ คือ ประตูทางเข้าออก,
ทวารบาล คือนายประตู คนเฝ้าประตู
            วดี เป็นคำบาลี-สันสกฤต แปลว่า รั้ว (มาจากคำ วติ, วัติ)

          ฉะนั้น ทวารวดี จึงแปลว่าล้อมรอบด้วยประตู ตรงกับความหมายชื่อร้อยเอ็ด
อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เคยเขียนไว้ว่าทวารวดีมาจากภาษาแขก ถ้าแปลเป็นภาษาลาวจะได้ว่า เมืองร้อยเอ็ดประตู
แล้วยกตัวอย่างพยานคือเมือง หงสาวดี มีประตู 20 ทิศ แต่ละประตูเป็นชื่อเมืองบริวารในมณฑล เช่น ประตูเชียงใหม่ ฯลฯ

http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01pra03080251&day=2008-02-08&sectionid=0131
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 193  เมื่อ 12 เม.ย. 08, 03:19

ใครได้ไปที่บึงพลาญชัยกลางเมืองร้อยเอ็ด  จะเห็นซุ้มประตูเขียนว่า "สาเกตุนคร"  ตามที่อุรังคนิทานและหนังสือโบราณกล่าวถึง  ชื่อเดิมของร้อยเอ็ดคือ "สาเกตุ" 1 ใน 4 เมืองใหญ่ในยุคนั้น คือ มรุกนคร-นครพนม,หนองหานหลวง-สกลนคร-อินทรปัฏฐนคร-พนมเปญและสาเกตุ  เมืองสาเกตุมีเมืองขึ้น 11 เมือง(11หรือสิบหนึ่งในภาษาเขียนซึ่งคลาดเคลื่อนมาเป็นหนึ่งศูนย์หนึ่ง)  ทั้ง 11 เมืองยังมีหลักฐานปรากฏอยู่ในปัจจุบัน  ดังนั้นทางเข้าเมืองจึงมี 11 ทาง หรือ 11 ประตูเมือง  ตามที่คุณโอมเคยได้ยินมานั่นแหละครับ

อีกแบบหนึ่งคือเป็นคำกลอนโบราณ "สาเกตุนคร  เมืองสิบเอ็ดผักตู  สิบแปดปองเอี้ยม  ซาวเก้าแม่คันได"  คือวิหารหลวงมี 11 ประตู  18 หน้าต่าง  บันได 29 ขั้น  และชาวร้อยเอ็ดก็เชื่ออย่างนั้น  จนตอนนี้ก็ได้ตั้งมหาวิทยาลัยประจำงหวัดชื่อ "มหาวิทยาลัยสาเกตุนคร" อ่ะครับ........ ตกใจ


ผมก็เคยได้ยินคำว่า  "ร้อยเอ็ดเจ็ดคาบสมุทร"  คงทั่วโลกดินแดนอ่ะครับ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 194  เมื่อ 12 เม.ย. 08, 13:36

ง่า..... ถ้านายติบอจำไม่ผิด
เหมืองดีบุกแถบพังงาบางส่วนขุดพบเพชรด้วย (?)


เป็นไปได้มั้ยครับ ว่าจะหมายถึงบริเวณนี้.....




คิดไปไกลเลยวุ๊ย!!!  ลังเล
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 11 12 [13] 14 15 ... 23
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง