เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
อ่าน: 21130 What is "ICONOGRAPHY"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 13:37

แล้วมันผิดยังงัย เอางานสมัยใหม่เข้า museum
ผมเห็นว่า ผิดอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกได้บอกไปแล้วว่า ไม่ควรเอาหมาป่ามาใส่กรง
ขยายอีกก็ได้ว่า สัตว์อะไร ก็ไม่ควรขังกรง กรงควรมีไว้ขังคน
ยิ่งเดี๋ยวนี้ โลกเจริญก้าวหน้า
ไอ้ความคิดแบบเจ้าอาณานิคมที่ว่า ลูกฉัน อยากเห็นอยากได้อะไร ฉันต้องไปตีชิงมาให้มัน น่าจะสูญพันธุ์เสียที
อยากเห็นก็ไปที่สถานที่จริง(ซีว้า...)
งานสมัยใหม่ และหลังสมัยใหม่ รวมถึงสมัยปัจจุบันที่เรียกว่าร่วมสมัยน่ะ
เป็นจิตใจเสรี ทำเพื่อขยายอิสระภาพทางความคิดและอื่นๆ มิใช่แฟชั่น ที่มุ่งดูดทรัพท์จากคนบางจำพวก
ศิลปะทำสิ่งสูงกว่านั้นครับ ศิลปะทำใจคนให้สูงกว่าเดิม อันใหนทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นศิลปะ

เป้าหมายของศิลปะในข้อที่ยกมาปิดท้าย ทำให้มาถึงความไม่เห็นด้วยข้อที่ 2
คือผมเห็นว่า ทุกวันนี้ museum เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการตลาดไปซะแระ
ศิลปินปลอมๆ ก็จะบอกว่า งานชั้นมิวเซียมยังซื้อไปเก็บ มิวเซียมปลอมๆ ก็บอกว่า ชั้นเก็บแต่งานชั้นเริ่ด
ก็ถ้าคุณเห็นว่ามิวเซียมเป็นลูกค้าชั้นดี คุณก็เปิดกิจการเหมาส่งงานให้มิวเซียมไปสิ
เดี๋ยวนี้ลามปามถึงขั้นไม่เห็นหัวคนดู .....หมายถึงคนดูที่ไม่มีปัญญาซื้องานน่ะครับ

งานศิลปะนั้น ทำมาให้มนุษย์ชาติ ไม่ใช่มนุษย์ที่มีทรัพย์ ไม่มีทรัพย์ก็ไม่ต้องดู
ตรงนี้ ต้องมีคนมาแทรกว่า อ้าว...ก้อมิวเซียมเขาเก็บไว้ให้งัย ไปดูเสียสิ

ก็ขอตอบว่า ศิลปินที่ส่งงานเข้าสุสาน ย่อมตายทั้งเป็น
งานสมัยใหม่ ต้องดูไปพร้อมกับการใช้ชีวิต เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ได้แยกจากกัน
การไปเดินดูมิวเซียมที่มีรูปเกาะอยู่บนผนัง ให้จัดดียังไง
มันก็ไม่ต่างจากการไปเดินดูรายชื่อทหารที่ตาย แล้วเขาสลักไว้บนผนังดอกครับ

งานของศิลปินสมัยใหม่ ต้องอยู่กับชีวิตของศิลปินคนนั้น สงสัยก็ด่าได้ ยกย่องได้ กินเหล้าด้วยได้
อย่าไปยกย่องศิลปินที่คบแต่กับลูกค้า ยกย่องแต่ลูกค้า ผลิตงานตามใจลูกค้า นั่นน่ะพ่อค้า
เราไม่เอางานประดิษฐ์ประดอยของพ่อค้า ไปแปะป้ายศิลปะ แล้วผนึกไว้ในสุสานกาลเวลา

เอาใหม่ แล้วพิพิธภัณฑ์ที่ต้องแสดงสิ่งที่บ้างก็ตาย บ้างก็เป็นล่ะ ควรทำงัย
ยกตัวอย่างง่ายๆ ละกัน พิพิธภัณฑ์แบบเรียนไทย นี่มีทั้งเก่าและใหม่ มีทั้งตายและเป็น แถมวัฒนธรรมซะไม่มี
เราก็ทำให้ครบถ้วนเท่านั้นแหละครับ

แต่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ ที่เก็บแต่ของที่มีปัญญาหามาได้แค่นั้น ยังไงก็ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ เพราะมันแหว่ง เป็นเศษความรู้
ผมเห็นว่า อย่างน้อย พิพิธภัณฑ์พึงให้ความรู้ความเข้าใจที่ครบถ้วน
ซึ่งสมัยปัจจุบัน เราสามารถทำเรื่องควรรู้พวกนี้ให้ครบถ้วนได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อของจริงซักกะบาทหนึ่ง
บันทึกการเข้า
chai1960
มัจฉานุ
**
ตอบ: 67



ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 14:30

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม...อ่านไปทำความเข้าใจไป...เบ็ดเสร็จ 3 รอบ... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ของคุณครับ
บันทึกการเข้า

ประวัติศาสตร์เหมือนสายน้ำมีทั้งช่วงที่ไหลรินฉ่ำใสและช่วงที่ถาโถมทำลาย
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 15:14

สรุปไปแล้วเหรอ กำลังมันยืดเยื้อ ตกใจ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 16:50

ยังงงอยู่อ่า......
ทั่นpipat โปรดแยกศิลปะ กะ แฟชั่น ให้นายติบอฟังได้มะคับ
นายติบอยังโง่งมนัก เลยแยกมันออกจากกันบ่ได้อ่า..... แง๊ว




ปล. Iconography ยังไปไม่ถึงไหน
เรื่องอะไรต่อมิอะไรก็เข้ามาแทนที่ซะละ หิหิ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 18:02

แยกศิลปะ กะ แฟชั่น
ง่ายนิดเดียว
แฟชั่นทำให้ตรูเอง
ศิลปะทำให้ทุกคน

โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง......
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 23:33

ถ้าท่านพิพัฒน์ลงการเมือง  ขอเชียร์เอาไปเลย 1 คะแนนเสียง  จะได้ดูของดีระดับ ซุปแคน ฟรีๆ

ไอค่อน  ต้องระดับรูปเคารพ  พระพุทธรูป เทวรูป ฯลฯ อิโคโนกราฟ  นอกจากประติมากรรมแล้ว  งานจิตรกรรม  หัตถกรรม นับเนื่องด้วยหรือเปล่าครับท่าน.. ฮืม
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 23:59

ICON ถ้าเป็นศัพท์ทางศิลปะ เราใช้เรียกเป็นการเฉพาะเจาะจง
หมายถึงจิตรกรรมขนาดเล็ก
แต่ก็ใหญ่มากนะครับ เพียงแต่เขียนแยกในแผ่นกระดาน ก็เลยเล็กกว่าเขียนเต็มผนัง
เป็นรูปเคารพทางคริสต์ศิลป์ นิยมกันในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก
ซึ่งได้อนุโลม รวมวัฒนธรรมกรีกเข้าไว้ด้วย เพราะเป็นของที่นิกายออร์โธดอกส์ เขานับถือกัน
แหล่งเฟื่องฟูอย่างยิ่ง ก็คือรัสเซียครับ
รูปเคารพไอค่อนนี้ นิยมมาแต่นานนมกาเล รุ่นบีแซนไตน์โน่น
มักจะเขียนคนสำคัญอยู่กลาง ที่ว่างรอบๆ ก็เขียนเป็นฉากประกอบ เลือกมาจากประวัติของท่านผู้นั้น
การที่มีฉากเล็กฉากน้อยประกอบนี่แหละ ทำให้ต้องมีตำราดู มิเช่นนั้น บางทีก็ดูไม่ออกครับ
เพราะเขียนย่อเหลือเกิน

จึงเกิดวิชาดูไอค่อน เรียกว่าไอค่อนวิทยากระมัง ICONOGRAPHY หรือ ICONOLOGY
หมายฟามถึงสิ่งเดียวกัน แต่ทำไมเขียนต่างกัน เชิญคุณโฮกะคุณเครซี่มาอธิบายด้วยครับ

พอล่วงมาถึงยุคปัจจุบัน มีวิชาหนึ่งเกิดขึ้น ค่าเล่าเรียนแพงโลด สอนคนรวยให้รวยยิ่งขึ้น
คือพวกบริหารธุรกิจอะไรเทือกนั้น พวกนี้เขาชอบคิดค้น ดึงศัพท์เก๋ไก๋มาแนมตัวเอง
ทำให้น่าเกรงขาม เช่นคนสอน หรือคนเก่าที่รอบจัด เขาเรียกกูรู้...เอ่อ กูรู
อะไรที่เด่น เขาก็เรียกไอค่อน
ผมได้ยินจากพวกนี้ครั้งแรก งงครับ ......เกี่ยวไรหว่า
อย่างคนเชียร์ของ เขาก็เรียก brand ambassador ...เกี่ยวไรหว่า
ความต้องการจะเชิดชูตนเองด้วยการขอหยิบขอยืมของคนอื่นเขามานี่แหละ ทำให้ยุ่ง
และทำให้ ICONOGRAPHY หรือ ICONOLOGY เรียนเกี่ยวกับอะไรก็ได้

สำเร็จแล้ว...ที่เคยใช้ว่า หยู่ริก้า....ไม่เท่
ต้องเป็นซาโตริ....เกี่ยวไรหว่า
ผมจึงต้องมาพูดถึงเรื่องที่ตัวเองไม่รู้อยู่นานสองนาน....เกี่ยวไรหว่า

รูปจาก http://www.rollins.edu/Foreign_Lang/Russian/studio.jpg ครับ


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 10 มี.ค. 08, 01:48

ยังไม่หายสงสัย ขออนุญาตถามเรื่อง แฟนฉัน... เอ๊ย แฟชั่น ต่อครับ



ถ้าเราพูดถึงเสื้อผ้ารุ่นรัตนโกสินทร์ตอนต้น.....
ราชสำนักสยามต้องจ่ายเงินกันปีละร่วมล้านบาท
เพื่อซื้อผ้าแขกสาระพัดชนิดเข้ามานุ่งมาห่มกัน
จนกระทั่งกระทรวงเกษตราธิกรณ์ต้องกราบทูลฯ ขอเปิดกิจการโรงไหมหลวง
ให้กลายเป็นตรอกโรงไหมมาจนถึงทุกวันนี้......

เสื้อผ้าพวกนี้.... จัดเป็นแฟชั่น หรือ ศิลปะอ่ะคับ คุณpipat ?





อีกเรื่อง...... เสื้อผ้าชั้นนำหลายเจ้า
เขานิยมชมชอบการตัดเย็บชั้นสูงด้วยมืออย่างปราณีต
เรียกว่าอะไรหว่า ขุดถั่ว กุทัวร์ กูตูร์ หรืออะไรเทือกนี้น่ะแหละ
บางชุดตัดกันหลายปี แต่หาคนใส่จริงๆไม่ได้ ได้แต่เอาไว้เดินบนเวที ขวาสี่ย๊อก ซ้ายสามแย๊ก
แบบนี้.... มองเผินๆเหมือน ทำไว้โชว์ ไว้อวดแบรนด์ว่ากรูทำได้!!!

จะจัดเป็นอะไรดีอ่ะคับ แหะๆ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 10 มี.ค. 08, 02:57

ถามอย่างนี้ ตอบง่ายเข้าไปใหญ่
สังคมไทยสมัยโบราณ ถ้าไม่ใช่ศาสนศิลป์
ไม่มีศิลปะครับ

เป็นประณีตศิลป์ทั้งนั้น

 art และ craft เขาไม่ปนกัน
เว้นแต่ craft นั้น เลอเลิศจนพูดไม่ออก ต้องประเคนตำแห่งศิลปะให้ไป
ซึ่งตรงนี้ เป็นกิจกรรมของผู้ทรงความรู้ เราเป็นผู้ไม่มีความรู้
จำเขา ปลอดภัยไว้ก่อน
รออีกหน่อยเจนจบ ค่อยเขียนตำรา อไรคือ art อะไรคือ craft
ของน้องติบอเอง

แหะๆ
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 10 มี.ค. 08, 09:22

อืมม์ ช่างระดับเอก ต้องได้ทำงานถวายศาสนา
เราจึงมีงานดีๆตามวัดทั้งประเทศหลบซ่อนอยู่อีกมากมาย ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาอนุรักษ์ไว้
โดยเฉพาะวัดหลายร้อยปีข้างบ้าน
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1876



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 10 มี.ค. 08, 12:18

ผมเข้าใจว่า Iconography ต่างกับ Iconology อยู่นิดหน่อย ตรงที่เน้นการศึกษาแค่พัฒนาการของ icon ไม่เน้นการตีความครับ เรียกว่า Iconography เป็น subset ของ Iconology ก็คงได้ครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 10 มี.ค. 08, 18:43

ขอบคุณหลาย เข้าเค้าครับ...ถ้างั้นลองอธิบายถึงอีกคำ ที่น่าจะทำให้เข้าใจมากขึ้นกว่าเก่า

COSMOLOGY
COSMOGRAPHY

อาจจะนอกเรื่องไปนิด แต่คงช่วยให้คนขี้สับสนอย่างผม หยุดสับ
หรือตรงกันข้ามหว่า
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 13 มี.ค. 08, 00:45

ง่ะท่านพิพัฒน์ไปทางจักรวาล เอกภพซะแล้ว

อืม....  งานชั้นเลิศที่เรียกว่าอาร์ทต้องทำถวายพระศาสนาหรือพระมหาจักรพรรดิ์เท่านั้น  เหมือนไมเคิลแองเจโล่ทำไว้ หรือที่ถวายฟาโรห์ แบบทางฝั่งไอยคุปต์ 

พระพุทธรูปในที่ต่างๆทำไมบางทีมีลักษณะแตกต่างกัน  โดยภาพรวมหรือแม้แต่รายละเอียดขององค์พระ  พระเกศ  เครื่องนุ่งห่ม  บางองค์ก็มีเพชรพลอยประดับ  แต่ที่มาซึ่งน่าจะจินตนาการจากรายละเอียดที่มีมาในคัมภีร์พระไตรปิฎกเล่มเดียวกัน  แต่ทำไมถึงได้แตกต่างกันมากเหลือเกิน  หรือจะเป็นไปเพราะการตีความหรือเปล่าครับ  คุปตะ แบบนึง  คันธาระ แบบนึง  ศรีวิชัยแบบนึง  ของไทยเราสมัยอยุธยา สุโขทัย ก็อีกแบบ......... ฮืม
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 13 มี.ค. 08, 05:07

ตามคำบรรยาย  และจดการบ้านครบแล้วค่ะ  แต่ขอเวลาทำความเข้าใจกับคำบรรยายก่อนนะคะเพื่อน ๆ ระหว่างไล่ตามขอนั่งข้าง ๆ คุณชัย1960  ซึ่งคงไม่มีเวลากินส้มตำแน่ ๆ  วิชานี้ยากเอาเรื่องอยู่
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 13 มี.ค. 08, 10:40

จักรยานวิทยา...เอ๊ะ ไม่ช่าย
จักรวาลวิทยา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับประติมานวิทยาครับ
เพียงแต่มีจุดเน้นแตกต่างกัน

เปรียบจักรวาลเหมือนเวที ประติมานก็เหมือนตัวแสดง
ผิดที่ ผิดทาง ก็ผิดเรื่อง

อย่างเช่นบอกว่าเจ้าแห่งภูผา ก็เป็นการชี้ถึงข้อมูลทางประติมานวิทยาของเทพองค์หนึ่งโดยเฉพาะ
เนื่องจากเทพแต่ละองค์ จะมีเครื่องหมายการค้า ไม่เหมือนกัน
ลองเดาดูสิครับ ว่าเทพที่ว่า คือองค์ใด
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 19 คำสั่ง