เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
อ่าน: 15220 ขอถามบ้างครับ จีบพลูเป็นอย่างไรครับ
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 45  เมื่อ 08 ม.ค. 01, 11:48

คุณสอบวาเล่าเรื่องเก่งมากค่ะ   อ่านแล้วเพลิน แล้วเห็นภาพได้ชัดเจน มีชีวิตชีวามากทีเดียว

ตอบคุณอ้อยขวั้น

เจ้าลืมนอนซ่อนพุ่มกระทุ่มต่ำ
เด็ดใบบอนช้อนน้ำที่ไร่ฝ้าย
พี่เคี้ยวหมากเจ้าอยากพี่ยังคาย
แขนซ้ายคอดแล้วเพราะหนุนนอน

เป็นบทโรแมนติคสุดๆของคู่รัก สมัยยังไม่มีคอฟฟี่เมท คู่รักคู่รสค่ะ
บันทึกการเข้า
อักกา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 46  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 10:32

ไม่แน่ใจว่าผมเข้าใจถูกหรือเปล่าว่าเวลาขุนแผนคายหมากให้นางพิมด้วยการจูบแทนที่จะคายใส่มือแล้วป้อน หรือผมคิดมากไปเอง
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 47  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 11:24

เอ   ไม่รู้จะไปตามตัวขุนแผนจากที่ไหนมาตอบเสียด้วย

คุณอักกาเข้าใจคิด  ดิฉันไม่เคยคิดละเอียดถึงขั้นนี้เลยค่ะ
แต่อยากวิเคราะห์ตามไปด้วย

ใครเคยเห็นคนกินหมาก ช่วยตอบหน่อยนะคะ
คิดว่าเป็นไปได้ไหมคะที่จะคายจากปากต่อปาก
คงต้องบ้วนน้ำหมากเสียก่อนมั้ง  ไม่งั้นคงเลอะหน้านางพิม
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 48  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 13:45

โห คุณอักกา ชั่งคิดดีจั๊ง  ทำเอาหายหิวเลยค่ะ (โอ้ก)
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30436

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 49  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 15:07

แหม คุณพวงร้อยขา ดิฉันอุตส่าห์กลั้นไว้ได้แล้วเชียวนา  
คุณจะทำให้ดิฉันแย่เสียแล้ว เพิ่งทานข้าวไปหยกๆ

คิดว่าคนโบราณคงไม่รังเกียจน้ำหมากน้ำลายกันค่ะ เพราะเพิ่งจำได้ว่าอิเหนาเคยใช้ให้สียะตราไปขอชานหมากจากนางบุษบามาให้
สียะตราซึ่งยังเด็กมากก็เอาใจพระเอก  วิ่งไปหาพี่สาวอ้อนขอหมากกิน  หยิบหมากใส่เครื่องให้เยอะป้อนใส่ปากพี่  
แล้วให้พี่สาวคายใส่มือ  แต่ไม่เอาใส่ปากตัวเอง  กำหมากที่เคี้ยวแล้ววิ่งเอาไปให้อิเหนากิน
อิเหนาก็ชื่นชมชานหมากนั้นเป็นการใหญ่
อย่างในบทความ ชานพระศรี  ร. ๒ ท่านก็ทรงเคี้ยวหมากเสร็จแล้วก็พระราชทานให้เจ้าฟ้ามงกุฎ

ยุคนี้ใครเคี้ยวหมากฝรั่งแล้วส่งให้แฟนกิน  คงเลิกเป็นแฟนกันวันนั้นเอง
บันทึกการเข้า
ก.แก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 50  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 18:12

นั่งอมหมาก เอ๊ย! อมยิ้มตั้งแต่กระทู้ที่ 46-49
เลยค่ะ จินตนาการกันยอดจริง ๆ
บันทึกการเข้า
ก.แก้ว
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 51  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 18:23

อุ๊บ ขอโทษค่ะ ขอเปลี่ยนคำว่ากระทู้ที่46-49
เป็นความเห็นที่ 46-49 ค่ะ เพลินไปหน่อย
เรื่องคุณยายเลือดกบปาก ทำให้ดิฉันคิดถึงอีกเรื่องนึงค่ะ เมื่อปีก่อนดิฉันไปร่วมงานทำบุญที่วัดเสมียนนารี ในขณะที่พระท่านสวดมนตร์อยู่ก็เกิดโกลาหลขึ้น พระรูปหนึ่งเป็นลมล้มตึงลงนอนเลยค่ะ มีสีเหมือนเลือดสีแดงไหลเลอะเทอะนองไปหมด ทุกคนตกใจมาก คิดว่าเลือดออก ก็เตรียมตัวจะนำไปโรงพยาบาล ปรากฏว่าท่านล้มทับกระป๋องน้ำหมากหก  ปฐมพยาบาลกันฟื้นแล้วก็โล่งใจกันไป
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 52  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 19:56

ไหนๆ ก็เข้ามาแล้ว ผมช่วยเพิ่มเติมให้แล้วกันครับ จะได้รวมไว้ในเรื่องนี้ซะเลยทีเดียว
ปริศนาคำทายที่เกี่ยวกับการกินหมากของล้านนานั้น  บอกว่าการกินหมากของล้านนานั้นมีมานานมาก
ทั้งหมดผมใช้การเขียนแบบล้านนาดั้งเดิมแล้วกันครับ แต่จะกำกับคำแปลไว้ให้ด้วย
ไม้เต้เข้ ปักกลางหนอง คนใดมากค็ถอด (ไม้ปักอยู่กลางสระ คนใดมาถึงก็ถอด)
ไม้หลักต้นหน้อย อยู่กลางหนอง คนใดมาค็ถอด
ไม้หลักปักอยู่กลางหนอง ไผมาก็ต้อง ไผมาค็ต้อง(ผู้ไปก็แตะต้อง)
ไม้หน้อยหน้อย ปักอยู่กลางหนอง คนใดไปค็ถอด คนใดมาค็ถอด
ทั้งสี่ข้อนี้แปลว่า “ไม้ควักปูน”
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 53  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 19:57

ไก่แม่แดง แทงลงช่อง
ไก่แม่แดง แทงรูช่อง
สองปริศนานี้แปลว่าน้ำหมากที่บ้วนผ่านร่องกระดานหรือร่องฟากสับ(คำว่าไก่แม่แดงนี้อยู่ในคำทายของทางล้านนาหลายอย่าง แล้วแต่ที่ที่จะนำไปใช้  มีบางปริศนาคำทายที่ใช้ไก่แม่แดงในเรื่องอาหารและการครัวจะใช้ในความหมายที่แปลว่าปลาไหล)
อุ้มลุ้มเท่าไข่เป็ด  กินเจ็ดวันบ่เสี้ยง แปลว่าสีเสียดที่กินกับหมาก
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 54  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 19:58

ปริศนาคำทายชุดนี้ของทางล้านนา เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกริยาอาการที่เกี่ยวข้องกับการเคี้ยวหมาก โดยเน้นที่รูปคำและความหมายที่สองแง่สองง่าม
พระห้าตน ล่นเข้ารู คำออกมามีตนเดียว(พระห้ารูปวิ่งเข้ารู  ออกมารูปเดียว)
แปลว่า “คนเคี้ยวหมาก” (คำหมากของทางเหนือประกอบด้วยพลู ปูน สีเสียด ยาเส้น และหมากดิบหรือหมากแห้ง)
ทุเข้าถ้ำเจ็ดตน ออกมาตนเดียว(ภิกษุเข้าถ้ำเจ็ดรูป  ออกมารูปเดียว)
แปลว่า”คำหมาก” ที่เพิ่มเครื่องปรุงที่เพิ่มผิวหมากดิบหรือแห้งและเปลือกไม้ก่อที่ทุบ และนำไปตากให้แห้ง เพื่อเพิ่มรสอร่อย
ห่อแท้บแพ้บ โช่งเข้าจ้อก ห่มย้อกย้อก เปนน้ำแซะแฟะ (ห่อแบนๆ โยนเข้ามุม ขยับๆ น้ำแฉะๆ)
แปลว่า” คนเคี้ยวหมาก”
เอายำยุไฟใส่ยำยะ เอายำยะไพใส่รูหนัง – คนตำหมาก คนเคี้ยวหมาก
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 55  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 19:59

คำกล่าวที่ว่าข้าวยากหมากแพงนั้น เป็นความหมายที่ใช้เหมือนกันทั่วทุกถิ่น หมายถึงบ้านเมืองเดือนร้อน ประชาชนเดือดร้อน  เพราะสมัยก่อนคนไทยผูกพันกับข้าวและหมากมาก  การรบหรือสงครามต้องหลบซ่อนหรือต้องย้ายที่อยู่บ่อยๆ ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือการเก็บส่วนอากรจังกอบที่สูงเกินไป จะกระทบต่อข้าวและหมากเป็นเบื้องต้น  ดังนั้นหมากในความหมายนี้ก็คือหมากที่ใช้เคี้ยวร่วมกับพลูนั้นเอง
ไม่ได้หมายถึงหมากที่นำหน้าผลไม้  หรือหมากที่เแปลว่าลูกไม้แบบทางอีสาน
แจกหมากนั้นเป็นสำนวนเก่า  มาจากสำนวนเต็มที่กล่าวว่า “แจกหมาก แจกแว่น”  สำนวนนี้มาเฟื่องฟูสมัยพระนครและถนนราชวงศ์มาก  จะเห็นสำนวนนี้เช่นว่า “เจ้าพลนั้นออกหมัดแจกหมากแจกแว่นอย่างรวดเร็ว ทั้งซ้ายและขวา  ส่วนนิกรนั้นอาศัยความไวในการแจกหมากของสิงห์สำอางฝั่งตรงข้าม  ส่วนดิเรกนั้นมัวแต่งุ่มง่าม เลยได้รับแว่นเข้าเต็มเปา”  สำนวนนี้ใช้ในเรื่องพล นิกร กิมหงวนเยอะมาก(เท่าที่เคยอ่านเจอ)
แจกหมากเนื่องจากการกินหมากจะให้น้ำหมากสีแดงเขรอะอยู่ที่มุมปากและริมฝีปาก  ซึ่งต้องมีผ้าคอยซับน้ำหมากอยู่บ่อยๆ แต่คราบน้ำหมากก็ยังคงจับอยู่ตามรอยย่นอยู่บ้าง  การแจกหมากจึงมีที่มาด้วยเหตุนี้ครับ
บันทึกการเข้า
สอบวา
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 56  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 20:00

ส่วนเรื่องการเคี้ยวหมากและคายหมากให้อีกฝ่ายหนึ่ง   และเป็นการมอบความไว้วางใจให้อีกฝ่ายหนึ่ง ถ้าเป็นชายกับหญิงก็เพื่อเป็นการแสดงความรักกันอย่างที่สุด  แบบที่มอบใจให้กันนิรันดร แต่ถ้าเป็นชายกับชายนั้น เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์และไว้วางใจกันมาก  เนื่องจากสมัยก่อนคนไทยมีการใช้อาคมและไสยเวทกันเยอะ  
ทุกวันนี้คนลัวะในดอยสูงเหนือขุนแม่แจ่มนั้น ฝ่ายหญิงก็ยังคงแสดงความรักต่อชายที่หมายใจด้วยการจุดบุหรี่ให้เช่นเดียวกันครับ
บันทึกการเข้า
สุรัชน์
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 57  เมื่อ 09 ม.ค. 01, 21:36

มายาวถึงนี่กันแล้วหรือครับ ไม่ได้มาอ่านแป๊บเดียว ชอบปริศนาที่ยกมาครับ ไม่ทราบว่าปกติเขาเคี้ยวหมากแต่ละครั้งนานเท่าไรครับ รสชาดมันจะจางลงใช่หรือไม่ หรือเมื่อยปากเมื่อไร เมื่อนั้นจึงหยุดครับ
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 58  เมื่อ 10 ม.ค. 01, 22:02

เรื่องบุหรี่สาวจุดให้ของคุณสอบวา ทำให้นึกขึ้นได้อีกเรื่องหนึ่ง

ผมไม่สูบบุหรี่นะครับ เมื่อไปเมืองจีนก็อึดอัดหน่อย เพราะคนเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งจีน เกาหลี และญี่ปุ่น สูบบุหรี่กันมากเหลือเกิน จนกระทั่งอดีต รมต.สาธารณสุขจีนท่านหนึ่ง (นพ. เฉิน หมิ่น จาง- เสียไปแล้ว) ต้องออกมารณรงค์อย่างจริงจังให้คนจีนเลิกบุหรี่ หรือเพลาๆ บุหรี่ลงบ้าง งานการรณรงค์ตลอดชีวิตท่านงานนั้น ทำให้ท่านได้รับพระราชทานรางวัลมหิดลจากในหลวงอยู่ปีหนึ่ง จะราว 5-6 ปีมาแล้วกระมัง เพราะเป็นผลงานสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบคนเป็นพันล้าน และยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าเข็นภูเขาลงครกอีก

นอกเรื่องไปหน่อย ผมได้รับเชิญจากคนจีนที่ขับรถสถานทูตให้ไปงานแต่งงานญาติเขา ก็ไปในฐานะแขกผู้มีเกียรติครับ นั่งโต๊ะประธานเลย งานแต่งงานคนจีนนี่เราเคยได้ยินในหนังกำลังภายในว่ามีสุรามงคลใช่ไหมครับ สุรามงคลผมมก็พอจะดื่มได้ แต่งานนี้มีบุหรี่มงคลด้วย เจ้าสาวจุดให้นะครับ ผมก็ขอตัวว่า ทำงานด้วยกันก็รู้อยู่แล้วว่าผมไม่สูบบุหรี่ คนขับรถก็มาคะยั้นคะยอ สูบให้เป็นเกียรติหน่อยน่า นี่บุหรี่มงคลเจ้าสาวจุดให้เชียวนา สูบแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัยหรอก - ว่าไปโน่น

ผมก็เลยต้องทำตามประธานาธิบดีคลินตัน คือยอมให้เขาจุดให้พ่นควัน แล้วก็ I didn't inhale...

เห็นจะไม่ไหวครับ ด้วยรักและมะเร็งนี่
บันทึกการเข้า
อ้อยขวั้น
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 59  เมื่อ 11 ม.ค. 01, 16:13

นึกขึ้นมาได้อีกอย่างค่ะ  สลาเหินที่ปู่เจ้าสมิงพรายเสกส่งไปให้พระลอ  ถ้าคนอื่นเกิดเอาไปเคี้ยวแทนจะเป็นยังไงคะนี่

ส่วนที่ว่าคายหมากให้คนที่รัก  น่าจะให้แบบปากต่อปากล่ะมังคะ  คิดสภาพดูแล้วว่าถ้าคายใส่มือก่อนแล้วส่งให้อีกฝ่ายรับเอาไปใส่ปากเคี้ยวต่อ  มันจั๊กกึ๋ยยังไงไม่รู้  จากปากเข้าปากยังไม่ค่อยพะอืดพะอมเท่า  หมายเหตุว่าคงบ้วนน้ำหมากที่ท่วมอยู่ทิ้งไปก่อนแหละ  อ้อ สมัยเด็กๆ เคยได้ไปนมัสการหลวงปู่ขาวที่อุดร  ท่านเคี้ยวหมาก  มีคนขอชานหมากของท่านไปบูชา  ผู้ใหญ่ที่ไปด้วยก็ได้มาขยุ้มหนึ่ง  ดีอกดีใจใหญ่เลย
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.034 วินาที กับ 19 คำสั่ง