เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
  พิมพ์  
อ่าน: 30878 "รุ่งเรือง.. เมืองศิลป ๓"
chai1960
มัจฉานุ
**
ตอบ: 67



ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 05 มี.ค. 08, 12:14

ขยายความตอน "นางอดูลปีศาจสิงรูปทศกัณฐ์"

...นางอดูลปีศาจยักษ์แปลงร่างเป็นสาวใช้ของนางสีดารบเร้าให้
นางสีดาวาดรูปทศกัณฐ์ให้เห็นเป็นบุญตา ประจวบกับพระรามเสด็จมาพอดี
นางสีดาพยายามลบเท่าไรก็ลบไม่ออก เลยซ่อนไว้ใต้แท่นบรรทม
เป็นเหตุให้พระรามบรรทมไม่หลับ ทรงสั่งให้ค้นห้องพระบรรทมดู
พอเห็นรูปทศกัณฐ์ ก็ดำริว่านางสีดาคงยังมีจิตพิศวาสทศกัณฐ์เป็นแน่
จึงให้พระลักษมณ์นำนางสีดาไปประหารชีวิตเสีย แต่พระลักษมณ์มี
พระทัยสงสารจึงแค่เนรเทศ แล้วนำหัวใจเนื้อมาให้พระรามทอดพระเนตร

กล่าวถึงฝ่ายนางสีดาระหกระเหินอยู่ในป่า และได้ไปขออาศัยฤาษีตนหนึ่งอยู่
จนประสูติพระโอรสออกมา คือพระมงกุฎ
วันหนึ่งนางไปสรงนำที่ลำธาร
เห็นแม่ลิงอุ้มลูกลิงไปใหนต่อใหน ไม่ยอมปล่อยจึงหวนคิดถึงลูก
เลยกลับไปอุ้มพระมงกุฎที่ฝากฤาษีเลี้ยงไว้มาอยู่เคียงกาย
ฤาษีเมื่อบำเพ็ญตบะเสร็จแล้วไม่เห็นพระมงกุฎ ก็ตกใจว่าตนเองปล่อยปะละเลยจนเด็กหาย
จึงทำพิธีชุบกุมารขึ้นมาแทนพระมงกุฎ นางสีดากลับมาทราบความจริง
เลยรับเป็นพระโอรสของพระองค์อีกองค์หนึ่ง และตั้งชื่อกุมารน้อยนั้นว่า พระลบ
ทั้งพระมงกุฎและพระลบฝึกฝนวิชาจากฤาษีจนเก่งกล้าสามารถ
จนไม่สามารถหาผู้ใดเสมอเหมือนได้

ครั้งหนึ่ง พรรามทรงทำพิธีปล่อยม้าอุปการ โดยมีทหารกองหนึ่งติดตามไป
หากม้านั้นผ่านบ้านเมืองใดแล้วกษัตริย์เมืองนั้นยินดีต้อนรับ ก็หมายความว่าสวามีภักดิ์ต่อพระราม
หากผู้ใดคิดทำร้ายม้า จะถือเป็นศัตรูโดยปริยาย
แต่ว่าม้าอุปการเกิดพลัดหลงไปในป่า พระมงกุฎเห็นเลยจับมาขี่เล่นอย่างสนุกสนาน
ทหารที่ติดตามมาต่อสู้อย่างไรก็ไม่สามารถชนะพระมงกุฎได้
แม้หนุมานอาสามาปราบก็ยังโดนพระมงกุฎตีสลบ พระพรตจึงต้องแผลงศรจับตัวพระมงกุฎ
พระรามมีบัญชาให้นำตัวไปประจาน ๗ วันก่อนประหาร พระลบมาช่วยทัน
พระรามจึงเสด็จออกสู้รบเอง แต่เนื่องจากทั้งสองเป็นพ่อลูกกัน จึงไม่มีใครแพ้ใครชนะ
ในที่สุดจึงสอบถามประวัติจึงรู้ว่าพระมงกุฎ คือ หน่อเนื้อของพระรามนั่นเอง

พระรามเมื่อทรงรู้ความจริง จึงเสด็จมาอ้อนวอนนางสีดาให้กลับเมือง
แต่นางสีดายังมีทิฐิมานะ จึงไม่ยอมเสด็จกลับ
พระรามจึงทรวแกล้งออกอุบายเข้าโกศ เป็นทีว่าพระองค์สิ้นพระชนม์
นางสีดาเมื่อทราบเข้าก็รีบรุดมาเยี่ยมพระศพ ร้องไห้คร่ำครวญ
พระรามจึงออกจากโกศมาจับนางไว้ พอนางรู้ว่าตกหลุมพราง
จึงอธิษฐานจิตแทรกดินหนีไปอยู่เมืองบาดาล

พิเภกแนะนำให้พระรามเดินดงอีกครั้ง เพื่อเป็นการสะเดาะพระเคราะห์
โดยมีพระลักษณ์ตามเสด็จไปด้วย ระหว่างเดินดง
นกวายุภักษ์โฉบเอาพระรามและพระลักษมณ์ไป
บริวารลิงทั้งหลายจึงสู้รบกับนกวายุภักษ์และฆ่าวายุภักษ์ตาย
การเดินดงของพระรามครั้งนี้ต้องฆ่ายักษ์อีกหลายตน
จนครั้งสุดท้ายต้องสู้รบกับท้าวอุณราช พระรามถอนต้นกกมาพาดสาย
ยิงตรึงท้าวอุณราชไว้กับแผ่นดิน แล้วจึงเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา
พระอิศวรทรงสงสารพระราม จึงเสด็จมาไกล่เกลี่ยนางสีดา นางสีดาจึงยอมคืนดีด้วย
พระรามและนางสีดาจึงครองกรุงศรีอยุธยาอย่างสุขสวัสดิ์สืบไป...

ค้นได้ใน google อีกแระ... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ประวัติศาสตร์เหมือนสายน้ำมีทั้งช่วงที่ไหลรินฉ่ำใสและช่วงที่ถาโถมทำลาย
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 05 มี.ค. 08, 16:04

ภาพจิตรกรรมท่านอนอีกภาพหนึ่งค่ะ เป็นความฝันของพระพุทธมารดา พระนางสิริมหามายา
..................

ตามตำนานกล่าวว่า  วันนั้นพระนางทรงสุบินนิมิตรว่า  มีท้าวมหาพรหมทั้งสี่มายกแท่นบรรทมของพระนาง  ไปวางไว้ใต้ต้นรังใหญ่ ณ ป่าหิมพานต์  แล้วเหล่าเทพธิดานำพระนางไปสรงสนานใน สระอโนดาด   เพื่อชำระล้างมลทิน  แล้วมีช้างเผือกเชือกหนึ่งชูดอกบัวขาวลงมาจากภูเขาเงินภูเขาทอง  ร้องเสียงก้องดังเข้ามายังปราสาท  ทำประทักษิณเวียนขวา 3 รอบ  แล้วเข้าสู่อุทรเบื้องขวาของพระนาง



บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 06 มี.ค. 08, 14:41

         นิดหนึ่งครับ

         พระราหุลท่านบรรลุอรหัตถผลในโลกมนุษย์  และมีว่าไว้ว่าท่านขึ้นไปดับขันธปรินิพพาน
ในดาวดึงส์

         ส่วน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากโลกขึ้นไปโปรดพุทธมารดาเมื่อพระองค์ยังไม่ดับขันธปรินิพพาน
         ในพรรษาหนึ่งซึ่งเป็นช่วงต้นพุทธกาล พระองค์เสด็จขึ้นไปแสดงพระอภิธรรมโปรดพุทธมารดา พระมารดาของพระองค์นั้น
หลังจากเสด็จสวรรคตได้ไปอุบัติเป็นเทพบนสวรรค์ชั้นดุสิต และได้เสด็จลงมาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อฟังธรรม

         เรื่องนิพพานสำหรับปุถุชนแล้วไม่อาจคิด หรือเข้าใจได้ ถามผู้ศึกษาพระอภิธรรมท่านบอกว่า นิพพานแล้ว
อย่างที่ทราบว่า ดับรอบ ดับสนิท ทั้งรูป และนาม ไม่มีปัจจัยต่อ ชาติ ภพ (ปฏิจจสมุปบาท) ไม่เหลืออะไร
ไม่มีใครสามารถขึ้นไปเฝ้าพระพุทธองค์ในที่ไหน ได้อีก

          มิลินทปัญหา  ถามเรื่องที่อยู่ของพระพุทธเจ้าที่ปรินิพพาน

" ข้าแต่พระนาคเสน พระพุทธเจ้ามีจริงหรือ ? "

" ขอถวายพระพร มีจริง "

" พระผู้เป็นเจ้าอาจชี้ได้หรือไม่ว่า พระพุทธเจ้าอยู่ที่ไหน ? "

" ขอถวายพระพร พระพุทธเจ้าปรินิพพานด้วยการดับขันธ์แล้ว ไม่อาจชี้ได้ว่าอยู่ที่ไหน "

" ขอนิมนต์อุปมาด้วย "

" ขอถวายพระพร เปลวไฟที่ดับไปแล้ว มหาบพิตรอาจชี้ได้หรือไม่ว่า เปลวไฟนั้นไปอยู่ที่ไหน ? "

" ไม่ได้ พระผู้เป็นเจ้า เพราะเปลวไฟนั้นถึงซึ่งความไม่มีบัญญัติแล้ว "

" ข้อนี้ก็ฉันนั้นแหละ มหาบพิตร พระพุทธเจ้าดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ก็ไม่มีใครอาจชี้ได้ว่าไปอยู่ที่ไหน
อาจชี้ได้เพียง พระธรรมกาย (กาย = กอง , ธรรมกาย = กองแห่งธรรม ) ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น "

" พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนานี้สมควรแล้ว "

บันทึกการเข้า
chai1960
มัจฉานุ
**
ตอบ: 67



ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 06 มี.ค. 08, 22:13

คุณ SILA ครับผมสะสมบทเสวนาของพระเจ้ามิลินทร์ กับ พระนาคเสน อยู่ครับ
ตอนนี้มีทั้งสิ้น ๔ วรรค ดังนี้

มิลินทปัญา วรรคที่ ๑
ปัญหาที่ ๑ ถามชื่อ
ปัญหาที่ ๒ ถามพรรษา   
ปัญหาที่ ๓ ถามลองปัญญา   
ปัญหาที่ ๔ ปัญหาของอันตกายอำมาตย์   
ปัญหาที่ ๕ ถามเรื่องบรรพชา   
ปัญหาที่ ๖ ถามเรื่องปฏิสนธิ(เกิด)   
ปัญหาที่ ๗ ถามเรื่องมนสิการ(การกำหนดจิต) 
ปัญหาที่ ๘ ถามลักษณะมนสิการ 
ปัญหาที่ ๙ ถามลักษณะศีล   
ปัญหาที่ ๑๐ ถามลักษณะศรัทธา 
ปัญหาที่ ๑๑ ถามลักษณะวิริยะ   
ปัญหาที่ ๑๒ ถามลักษณะสติ   
ปัญหาที่ ๑๓ ถามลักษณะสมาธิ   
ปัญหาที่ ๑๔ ถามลักษณะปัญญา   
ปัญหาที่ ๑๕ ถามหน้าที่แห่งธรรมต่าง ๆ กัน   

มิลินทปัญา วรรคที่ ๒
ปัญหาที่ ๑ ถามความสืบต่อแห่งธรรม 
ปัญหาที่ ๒ ถามความรู้สึกของผู้ไม่เกิดอีก   
ปัญหาที่ ๓ ถามที่ดับปัญญา
ปัญหาที่ ๔ ถามเรื่องปรินิพพาน
ปัญหาที่ ๕ ถามเรื่องสุขเวทนา
ปัญหาที่ ๖ ถามการถือกำเนิดแห่งนามรูป
ปัญหาที่ ๗ ถามการเกิดอีกแห่งพระนาคเสน
ปัญหาที่ ๘ ถามเรื่องนามรูป     
ปัญหาที่ ๙ ถามเรื่องกาลนานยืดยาว
   
มิลินทปัญา วรรคที่ ๓
ปัญหาที่ ๑ ถามมูลเหตุแห่งกาลทั้ง ๓
ปัญหาที่ ๒ ถามที่สุดเบื้องต้นแห่งสงสาร     
ปัญหาที่ ๓ ถามความปรากฏแห่งที่สุดเบื้องต้น
ปัญหาที่ ๔ ถามถึงความเกิดขึ้นแห่งสังขาร   
ปัญหาที่ ๕ ถามถึงความมีขึ้นแห่งสังขารที่ไม่มี
ปัญหาที่ ๖ ถามเรื่องผู้ถึงเวทย์
ปัญหาที่ ๗ ถามถึงความเกี่ยวแห่ง จักขุวิญญาณกับมโนวิญญาณ
ปัญหาที่ ๘ ถามลักษณะผัสสะ
ปัญหาที่ ๙ ถามถึงลักษณะเวทนา     
ปัญหาที่ ๑๐ ถามลักษณะสัญญา
ปัญหาที่ ๑๑ ถามลักษณะเจตนา     
ปัญหาที่ ๑๒ ถามลักษณะวิญญาณ   
ปัญหาที่ ๑๓ ถามลักษณะวิตก
ปัญหาที่ ๑๔ ถามลักษณะวิจาร
     
มิลินทปัญา วรรคที่ ๔
ปัญหาที่ ๑ ถามลักษณะมนสิการ
ปัญหาที่ ๒ ถามลักษณะสิ่งที่มีสภาวะอย่างเดียวกัน     
ปัญหาที่ ๓ ถามการเกิดแห่งอายตนะ ๕
ปัญหาที่ ๔ ถามเหตุต่าง ๆ กันแห่งกรรม   
ปัญหาที่ ๕ ถามถึงสาเหตุ ที่ควรให้รีบทำเสียก่อน
ปัญหาที่ ๖ ถามถึงความร้อนแห่งไฟนรก
ปัญหาที่ ๗ ถามถึงเรื่อง เครื่องรองแผ่นดิน
ปัญหาที่ ๘ ถามเรื่องนิโรธนิพพาน     
ปัญหาที่ ๙ ถามเรื่องการได้นิพพาน
ปัญหาที่ ๑๐ ถามเรื่องรู้จักความสุขในนิพพาน   

แต่ผมจำไม่ได้ว่าบทสนทนาส่วนที่คุณ SILA ยกมานั้นอยู่ในตอนใด
อีกทั้งผมเองก็ไม่ทราบว่ามีทั้งหมดกี่วรรค กี่ปัญหา
ซึ่งหากถ้ามีมากกว่า ๔ วรรคข้างต้นนี้ และหากไม่เป็นการรบกวนเกินไปขอรบกวนที่มาด้วยครับ
ผมจะได้ค้ดลอกเก็บไว้ต่อไป... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า

ประวัติศาสตร์เหมือนสายน้ำมีทั้งช่วงที่ไหลรินฉ่ำใสและช่วงที่ถาโถมทำลาย
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 07 มี.ค. 08, 02:17

สวัสดีค่ะ คุณsila
..
ภาพที่ถือว่าเด่นดังอีกภาพในแง่ของอารมณ์ทางศิลปะก็คือ ภาพองคุลีมาล กับพระพุทธเจ้า รู้ว่าเป็นเขาก็ด้วยสายสะพายนิ้ว 999 อีกนิ้วก็ครบพันหนึ่งตามที่หวังแล้ว
องคุลีมาลท่าทางเป็นคนเถื่อน ซกมกมาก กิริยามารยาทหยาบช้า
ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
เห็นพระพุทธองค์เป็นเหยื่อที่เขาต้องการพอดี
แต่พระองค์ก็เมตตาสั่งสอน และองคุลีมาล ก็เป็นผู้รับที่ทั้งเข้าใจและเข้าถึง
ภาพน่าจะผ่านการบูรณะซ่อมแซมมาแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าสมัยใด




บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 07 มี.ค. 08, 08:50

องคุลีมาลในเวอร์ชั่นหนังมักไม่ใส่เสื้อผ้าเพราะเป็นโจร แต่องคุลีมาลเวอร์ชั่นนี้แต่งตัวเรียบร้อยดีจัง คาดว่าฆ่าหั่นนิ้วแล้วก็ผลัดเสื้อผ้ามาใส่เสียด้วยเลย
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 07 มี.ค. 08, 10:04

        คุณ chai, ตอนที่ยกมาเป็น ปัญหาที่ ๑๐ ของวรรคที่ ๕
   
  อ่านสบายตาที่ - http://www.dhammathai.org/milin/milin09.php 

  พบว่ามีแบบการ์ตูนด้วยครับ  http://www.palungdham.com/t003.html     
บันทึกการเข้า
chai1960
มัจฉานุ
**
ตอบ: 67



ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 07 มี.ค. 08, 10:24

โย้ว...ตามหามานานแล้วครับ เพิ่งได้ครบก็คราวนี้...โย้ว... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เรือนไทยเต็มไปด้วยคนเก่งและคนมีน้ำใจเช่นนี้เอง

ขอบคุณครับคุณ SILA
บันทึกการเข้า

ประวัติศาสตร์เหมือนสายน้ำมีทั้งช่วงที่ไหลรินฉ่ำใสและช่วงที่ถาโถมทำลาย
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 07 มี.ค. 08, 12:53

ตอนองคุลีมาลไล่ล่า...

องคุลีมาลวิ่งไปใกล้ ๆ อีก จะทัน ก็เงื้อดาบขึ้น หมายจะฟันให้สะพายแล่ง พอลงดาบฟันลงไป  ก็ต้องผิดหวังอีกเพราะพระพุทธเจ้ายืนอยู่ตั้ง ๑๐ – ๒๐ โยชน์ ก็วิ่งไล่ตามอีกเป็นอยู่อย่างนี้ ปากก็ร้องตระโกนบอกว่า  และก็คิดในใจว่าวิชาวิษณุมนต์นี้คงจะมีคนสำเร็จก่อนเราเป็นแน่แท้ ทำไมสมณะโล้นจึงเดินเร็วและไม่รู้สึกเหนื่อยหอบแต่อย่างไร เราซึ่งเป็นหนุ่มและดูแข็งแรงกว่าวิ่งติดตามไล่ฟันเท่าไหร่ก็ไม่ถูกสักที
"สมณะโล้นหยุดก่อน ๆ สมณะโล้นหยุดก่อน ๆ  ..." 
พระพุทธเจ้าตอบว่า “เราหยุดแล้ว แต่เจ้านั้นสิยังไม่หยุด”
องคุลีมาลก็เฉลี่ยวใจ หยุดอะไรล่ะ วิ่งสิ้นระยะทาง ๓ โยชน์ เนี่ยท่านบอกว่าท่านหยุด เราวิ่งแต่ท่านเดิน ท่านเดินไม่ธรรมดาเราวิ่งเท่าไหร่ก็วิ่งไม่ทัน ท่านมีเหตุอะไร พระพุทธเจ้าก็เลยตรัสบอกว่า

“เราหยุดแล้วจากการทำความชั่ว การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แต่เจ้านั้นซิยังไม่หยุด”

คนที่มีบารมีที่ได้สังสมอบรมมาแล้ว ได้ฟังองค์สมเด็จพระสัมสัมพุทธเจ้าทรงตรัสเพียงเท่านี้ ก็ได้สติ ก็ระลึกได้ จึงเหวี่ยงดาบฟ้าฟื้น ปลดคันธนูลูกศรวางลงและก้มลงกราบที่พระบาท แล้วฟังธรรมของพระพุทธเจ้าและมีจิตเลื่อมใสจึงขอบรรพชา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ตรัสเป็น   “เอหิภิกขุอุปสัมปทา ”     ให้โจรร้ายองคุลีมาลได้บวชในพระพุทธศาสนา ก็เป็นเวลาพอดีที่แม่ท่านไปถึง แล้วพระพุทธองค์ก็นำองคุลีมาลภิกษุใหม่กลับไปยังเชตวันมหาวิหาร

"วลีที่พระพุทธเจ้าตรัสน่าจะหยุดอะไรหลายๆสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในขณะนี้ได้ "
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 08 มี.ค. 08, 18:03

เรื่องขององคุลีมาล เราได้เรียนกันแต่เล็ก คงจำได้นะครับว่า เขาฆ่าคนด้วยความซื่อ เชื่อผิดๆ ทำให้ผมคิดไปถึงเรื่องของซีอุย เขาเชื่อผิดๆว่า กินเครื่องในเด็กแล้วอายุยืน
องคุลีมาลกลับใจ ซึ้งในรสพระธรรม
และปฏิบัติจนบรรลุเป็นพระอรหันต์
เป็นที่มาของคำพังเพยว่า โจรกลับใจ หรือเปล่า อยากจะเดาว่าใช่
...
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 08 มี.ค. 08, 23:46

จากบันไดดาวดึงส์ พระเจ้าหย่อนตีน ยมกปาฏิหาริย์ อโนดาต มาร พญามาร แม่ธรณี นางสุชาดา ราหุล องคุลีมาล ขอนำภาพนางรำมาลงอีกครั้งแบบช็อตเต็มๆค่ะ
ถ้าดูของจริงจะเห็นหน้านางยิ้มกริ่มแบบสนุก กึ่งแก่นแก้วค่ะ


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 00:03

เปลี่ยนบรรยากาศมาดูสามัญชนนั่งเรียงแถวบ้างค่ะ .. สวยดี มีชีวิตชีวา


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 07:46

ศาสนาคริสต์มีนักบุญเปโตรเป็นสาวกคนที่หนึ่ง
ศาสนาพุทธก็มีอัครสาวกเหมือนกัน เราก็ทราบว่าผู้โชคดีนี้คงต้องทำบุญมาหลายๆชาติ ไม่งั้นจู่ๆจะมีโอกาสได้ฟังปฐมเทศนาคงยาก
โกณฑัญญะ หรือเมื่อสำเร็จโสดาบันแล้ว เรียกท่านว่า อัญญาโกณฑัญญะคือหนึ่งในสาวกทั้งห้า หรือศัพท์ที่เราเรียนมาแต่เล็กๆว่า ปัญจวัคคีย์
..หลังพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ท่านเสวยวิมุตติสุขณ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธอยู่เป็นเวลา ๔๙ วัน จึงเสด็จไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เพื่อแสดงธรรมแก่สาวกทั้งห้า ที่เคยรับใช้สมัยที่ออกบวช บำเพ็ญเพียร
..
ไม่ใช่ว่าอยากสอน แล้วสาวกทั้งห้าจะรับง่ายๆ ทั้งห้าปฏิเสธพระพุทธเจ้า สามครั้ง เพราะไม่เชื่อในพระองค์เสียอีกแน่ะ
แต่ในที่สุดเมื่อท่านทั้งห้าได้พร้อมใจรับฟังธรรมจักรกัปปวัตนสูตร
หรือพระสูตรที่หมุนกงล้อธรรม
มีท่านโกณฑัญญะ ที่มีดวงตาเห็นธรรมก่อนเพื่อนเมื่อวันเพ็ญเดือน ๘
พูดภาษาง่ายๆเป็นอันว่าครบทั้งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ วันนั้น
ล่วงมาอีกเดือนคือวันเพ็ญเดือน ๙ ทั้งห้าจึงสำเร็จเป็นพระอรหันต์


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 07:55

การไปพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ทำให้ดิฉันรำลึกถึงวันคืนเก่าๆที่ร่ำเรียนวิชาคำสอน และศีลธรรม อันสนุกสนาน หาได้คร่ำเคร่งหรือคิดว่าเป็นยาหม้อใหญ่ไม่ เพราะมันเหมือนกับเดินตามความคิดของนักปรัชญาใหญ่ระดับศาสดาของโลก แม้ว่าปัญญาเรายังไม่ถึงก็มีใจรักจะเรียน
ไม่ไพเราะเหมือนอ่านพระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน
แต่ก็พออ่านได้
เช้าเรียนคริสต์ กลางวันเรียนพุทธ สวดมนต์ศาสนาคริสต์เป็นสิบปี พอเข้าโรงเรียนพุทธ ถึงได้สวดอิติปิโสฉบับย่อ ทุกเช้า
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธนี่นา เราไปอยู่ศาสนาฝรั่งเสียนาน
ดูภาพจิตรกรรมต่อค่ะ


บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 09 มี.ค. 08, 08:48

ภาพนี้ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
เรียกเหตุการณ์ตอนนี้ว่าพระพุทธเจ้าทรงเปิดโลก
โลกที่เปิดในเหตุการณ์คราวนี้มี ๓ โลกคือ เทวโลก
มนุษยโลก และยมโลก
เทวโลกหมายถึง ตั้งแต่พรหมโลกจนถึงสวรรค์ทุกชั้น
มนุษยโลกก็คือโลกมนุษย์ และยมโลกซึ่งอยู่ทางเบื้องตํ่า
คือ นรกทุกขุมจนกระทั่งถึงอเวจีมหานรก

ผู้อาศัยอยู่ในสามโลกต่างมองเห็นกัน มนุษย์เห็นเทวดา
เทวดาเห็นมนุษย์ มนุษย์และเทวดาเห็นสัตว์นรก
สัตว์นรกเห็นเทวดาและมนุษย์
แล้วต่างเหลียวมองดูพระพุทธเจ้าผู้เสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ด้วยพระเกียรติยศอันยิ่งใหญ่

พระพุทธเจ้าทรงเปิดโลกทั้งให้คนในสามโลกนี้มองเห็นซึ่งกันและกัน
ถ้าจะพูดตามสามัญคือ ทำให้มนุษย์รู้ถึงบาปบุญคุณโทษ


บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.039 วินาที กับ 19 คำสั่ง