เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 20
  พิมพ์  
อ่าน: 47552 ศัพทาภิธานศิลปะ
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 105  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 10:14

ใบเสมาจากวัดเดิมครับ
ประดับรักและกระจกเกรียบ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 106  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 10:16

ชุดเดียวกันอีกซักใบครับ
แต่หน้าตาไม่เหมือนกัน


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 107  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 10:20

จะครบรอบวัดแลวมั้ยเนี่ยะ... เหอ


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 108  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 10:21

ใบนี้อยู่ทางผนังด้านสะกัดหลังของพระอุโบสถ
เขาคือคราย.... อ่ะงับ คุณpipat


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 109  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 10:23

ของแถมครับ อิอิ


บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 110  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 11:35

ได้รูปถูกใจดีแท้
พระอุโบสถวัดสระบัว แห่งเมืองพริบพรีนี้ เป็นแบบแผนที่น่าศึกษาและจดจำครับ
เป็นอาคารขนาดเล็ก ขนาด 5 ห้อง (เดี๋ยวต้องมีคนถามเรื่องห้องแน่ๆ ....)
คือมีห้าช่วงเสา หรือสร้างด้วยเสา 7 ต้นไงครับ
ถือว่าเล็กสุดที่จะสร้างได้ และมีที่พอใช้งาน

จะสร้างเล็กเพียง 4 ห้องก็ไม่ผิดกติกาดอก แต่ในแง่การออกแบบ มีปัญหาแน่
เพราะจะวางหลังคาให้งามได้ยาก ถ้าห้องเป็นเลขคู่

ทำไมอุโบสถต้องเล็ก
ต้องไปถามเจ้าอาวาสครับ ถ้าท่านเห็นว่าวัดของท่าน มีภิกษุจำพรรษาเพียงเจ็ดแปดรูป
ท่านก็ไม่สร้างใหญ่ดอก ศรัทธาไม่ถึงอ่ะครับ
พอเป็นหลังเล็ก ก็เกิดเป็นของน่าสนใจ เพราะเหมาะแก่การประกอบพิธีต่างๆ
คือพระพุทธศาสนาเราในครั้งโบราณนั้น ท่านไม่เล่นเรื่องการตลาดหรือประชานิยม
ท่านเน้นเรื่องความสมบูรณ์แบบ
ทำพิธีในพื้นที่วงเล็ก ก็ย่อมจะทำได้ครบถ้วนตามคติ เกิดความสมบูรณ์เพียบพร้อม

โบสถ์อย่างนี้ จึงกลายเป็นของดี เรียกว่าโบสถ์มหาอุด
คือมีทางเข้าทางเดียว หน้าต่างน้อย เชื่อว่าขลังนัก
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 111  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 11:51

คุณ pipat ครับ.... มหาอุด ไม่ใช่ไม่มีหน้าต่างเลยอย่างวัดปราสาท นนทบุรี
วัด ใหญ่สุวรรณาราม เพชรบุรี หรือวัดช่องนนทรีย์ กรุงเทพ หรือครับ ?






ภาพประกอบ อุโบสถวัดปราสาท นนทบุรี


บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 112  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 12:07

ของแถมครับ

กุฏิจากวัดเดียวกัน


บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 113  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 14:07

คุณบานาถามตรงใจพอดีเชียวค่ะ  ช่วงนี้ว่างขออนุญาตช่วยงานคุณครู  เที่ยวค้นหามาส่งให้คุณครูพิจารณาตรวจทานดูอีกทีนะคะ  เริ่มจาก เจดีย์กับสถูป  รายละเอียดไปที่นี้เลยค่ะhttp://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 114  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 15:02

โบสถ์วัดสระบัว เป็นมหาอุดเหมือนกันครับ
ทางวัดยังใช้ทำพิธีทางพุทธไสย์

เรื่องเจดีย์ในน้องวิกิ เป็นเรื่องยาว ผมไม่อยากอวดรู้ไปแก้ของเขา
แต่ผมมิได้เข้าใจอย่างที่เขาเล่าไว้ครับ มีผิดเพี้ยนไปบ้าง
บันทึกการเข้า
Oam
แขกเรือน
ชมพูพาน
***
ตอบ: 168



ความคิดเห็นที่ 115  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 15:29

อืมมมมมมมมมม
ถามจากสิ่งที่เห็น อย่างที่วัดจุฬามณี เขาเอาเสมาเก่าวางไว้รอบอุโบสถเก่า ส่วนอุโบสถใหม่ก็ผูกเสมาใหม่เรียบร้อยแล้ว อย่างนี้จะถือว่ามี ๒ อุโบสถไหมครับ หรือว่าก่อนจะผูกอันใหม่ เขาต้องมีพิธีถอนอันเก่าก่อนหรือเปล่า ??

๕ ห้อง ก็มีเสาด้านละ ๖ ต้น รวมสองด้าน ๑๒ ต้น หรือเปล่าครับคุณพิพัฒน์
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 116  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 15:36

พระปรางค์  ตัดทอนมาจากข้อเขียนของ อาจารย์ศรศักร์ วัลลิโภดม ดังนี้ค่ะ

พระปรางค์เป็นพระสถูปรูปแบบหนึ่งในทางพุทธเถรวาท ที่เกิดจากการนำเอารูปปรางค์หรือศิขรของปราสาทขอมแต่สมัยลพบุรีอันเป็นศาสนสถานฝ่ายฮินดูและพุทธมหายาน มาสร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ลงมา พระปรางค์ต่างจากพระสถูปแบบอื่นโดยเฉพาะสถูปทรงกลมในลักษณะที่ว่า สถูปทรงกลมมีวิวัฒนาการมาจากพูนดินหรือเนินดินที่ฝังศพและอัฐิธาตุ แต่พระปรางค์มาจากศิขรหรือยอดเขาสูงซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า โดยที่หน้าที่ความสำคัญของปรางค์ก็เช่นเดียวกันกับสถูปทรงกลมนั่นเอง คือเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ ต่างจากปราสาทอันเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ เช่น ศิวลึงค์ เทวรูป หรือพระพุทธรูป แต่โดยระบบสัญลักษณ์ ทั้งพระสถูปที่บรรจุพระบรมธาตุและปราสาทที่ประดิษฐานรูปเคารพต่างก็เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุมาศ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาลของฮินดู - พุทธ เช่นกัน
พระปรางค์นับเป็นอัตลักษณ์ทางศิลปสถาปัตยกรรมของกรุงศรีอยุธยาโดยตรง เพราะมีสร้างมากกว่าเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะในสมัยอยุธยาตอนต้น ที่เห็นได้จากปรางค์วัดมหาธาตุ วัดพระราม วัดราชบูรณะ มาแผ่วไปบ้างในสมัยอยุธยาตอนกลางที่มีพระสถูปทรงกลมมากกว่า แต่พอถึงสมัยอยุธยาตอนปลาย คือรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททองลงมา ความนิยมในการสร้างพระปรางค์ก็กลับมาอีก แม้ว่าจะมีรูปแบบแตกต่างไปจากสมัยแรกๆ ก็ตาม มักนิยมสร้างคละไปกับบรรดาเจดีย์ทรงกลมที่ย่อไม้สิบสองหรือยี่สิบ มีทั้งสร้างเป็นปรางค์ประธานและปรางค์ราย

ที่มาของเรื่อง http://www.dvthai2.com/story05.htm
ที่มาของรูป
http://elearning.su.ac.th/elearning-uploads2/libs/html/16231/c3/c3-28/chapter3-28.htm


คลิกที่รูปเพื่อขยาย/ย่อ
บันทึกการเข้า
Natalee
อสุรผัด
*
ตอบ: 37



ความคิดเห็นที่ 117  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 16:03

นี่จะเรียกว่าสถูปทรงกลมได้ไหมคะ?
จับเจดีย์ทรงลังกามาเข้าแถวเปรียบเทียบกัน พบว่ามุมตรงลูกศรชี้ไม่เท่ากัน

ของหมายเลข 1 ที่เก่าแก่สุด แทบจะเป็นมุมฉาก
ไม่ทราบว่ามุมพวกนี้สามารถบอกอะไรเราได้บ้าง

หมายเลข 1 ที่นครฯ
หมายเลข 2 ที่เชลียง
หมายเลข 3 ที่ชากังราว


บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 118  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 16:16

เด็กศิลป์ นับเลขผิด ถูกต้องตามที่คุณโอมทักครับ ขออำไพด้วย
---------------
ลองถอดรหัสข้อความของอาจารย์ศรีศักดิ์
พบว่า เป็นของแท้ คือผมอ่านบทความท่านไม่ค่อยรู้เรื่องมาแต่เด็ก
ปัจจุบันไกล้เกษียณ ยังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม.....เฮ้อ
ไม่ฉลาดเอาเสียเล้ย....เรา

1 พระปรางค์เป็นพระสถูปรูปแบบหนึ่งในทางพุทธเถรวาท
(แย้ง 1 พระปรางค์มิใช่สถูป เป็นอาคารเรือนยอดชนิดหนึ่ง มีห้องประกอบพิธีกรรมอยู่ในอาคาร
ถ้าเป็นสถูป พิธีกรรมมักจะทำด้านนอก)
2 ที่เกิดจากการนำเอารูปปรางค์หรือศิขรของปราสาทขอมแต่สมัยลพบุรี
3 อันเป็นศาสนสถานฝ่ายฮินดูและพุทธมหายาน
(เสริมการแย้ง 1 พระปรางแบบพุทธมหายานก็มีครับ อาจารย์ศรีศักดิ์ก็เพิ่งค้านตัวเองไป
อย่างพระปรางค์สามยอดเป็นต้น)

4 มาสร้างให้เกิดรูปแบบใหม่ขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ลงมา
(พระปรางค์ที่เกิดขึ้นรุ่นแรกๆ เรานับเอาพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแห่งลพบุรีเป็นเก่าสุด
มิได้เกิดเป็นรูปแบบใหม่อันใดเลย
แตกรูปร่าง แบบต่อเนื่องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับปรางค์สามยอดที่เก่ากว่าสักชั่วคนเดียวนั่นเอง)

5 พระปรางค์ต่างจากพระสถูปแบบอื่นโดยเฉพาะสถูปทรงกลมในลักษณะที่ว่า
6 สถูปทรงกลมมีวิวัฒนาการมาจากพูนดินหรือเนินดินที่ฝังศพและอัฐิธาตุ
7 แต่พระปรางค์มาจากศิขรหรือยอดเขาสูงซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของเทพเจ้า
(ประโยคนี้ ก็ค้านหมายเลข 1 และ 6, 7 เปรี้ยงเบ้อเริ่ม....
สถูปเอาไว้เก็บกระดูก สิขรเป็นที่อาศัย ในแง่ความหมายก็ต่างกันโขแล้ว)

8 โดยที่หน้าที่ความสำคัญของปรางค์ก็เช่นเดียวกันกับสถูปทรงกลมนั่นเอง คือเป็นที่บรรจุพระบรมธาตุ
(แล้วก็ค้านตัวเองอีกครั้ง....เฮ้อ)
9 ต่างจากปราสาทอันเป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ เช่น ศิวลึงค์ เทวรูป หรือพระพุทธรูป
(ตกลงปรางค์ไม่ใช่ปราสาทแล้วหรือ.....งง)

พอแค่นี้ก่อน ต้องไปหายางพารา....เอ้ยพารามาบำบัดตัวเองหน่อย
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 119  เมื่อ 13 ก.พ. 08, 16:23

ลืมตอบเรื่องเสมา
คำถามคุณโอม เป็นคำถามวิกฤติทางคติความเชื่อ
เราคนธรรมดา อาจจะไม่ใส่ใจ
แต่คณะสงฆ์มาเห็นอย่างนี้แล้ว ต้องชั่งใจครับ

ดีที่สุดก็คือถือว่าสีมาวิบัติ ห้ามใช้ทำกิจกรรม

ดังนั้น การสืบต่อพระศาสนา จึงเป็นเรื่องสำคัญ
ถ้าเมืองร้างไป ศาสนาก็สูญครับ เว้นแต่คนเดิมมาสืบอายุ
หาไม่ ก็ต้องเริ่มต้นใหม่

ส่วนคุณนัต เป็นคนตาแหลม เป็นนักประวัติศาสตร์ศิลป์ได้
รูปทรงของทุกสิ่ง บ่งบอกความคิดที่อยู่เบื้องหลัง
ความคิดทุกอย่าง มีอายุสมัยรองรับ

เห็นความคิด ก็เห็นอายุครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8] 9 10 ... 20
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.057 วินาที กับ 19 คำสั่ง