เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 5496 อย่างนี้ดีใหม
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 30 ม.ค. 08, 04:12

ถ้าจะให้ดี น่าจะมีสารคดีที่เกี่ยวกับบ้านเราไปด้วยนะครับผม มีตะฝรั่งเต็มไปหมด

และจะทำให้คนรู้สิ่งที่อยู่ไกลตัวมากไป ที่ใกล้ ๆ ตัวกลับไม่รู้



ผมคิดอยากทำครับ โทรคุยกับเพื่อนอยู่สองสามคน
ถามว่าพอจะทำได้ไหม เห็นรายการของเกาหลี-ฮ่องกงแล้วอิจฉาเหลือเกิน

เขาจะสร้างเมือง ซ่อมเมืองที มีสารคดีมาถ่าย
เก็บประวัติมาเล่า เอาภาพมาประกอบ....... ผลเป็นอย่างไรเล่าตลอด
เป็นเมืองไทยหน่อยไม่ได้.... ใครทำอะไรทำไป ไม่เคยได้รู้หรอก




สรุปว่าเพื่อนแต่ละคนทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน
ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
"เมิงอย่าทามเล๊ย.... ไม่ใช่ละครนางเอกตกกระด้งแป้ง แต่งหน้าวอก คนมันไม่ดูหรอกเมิ๊งงงงงงง"
บันทึกการเข้า
bookaholic
ชมพูพาน
***
ตอบ: 145


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 30 ม.ค. 08, 16:56

กลับเข้ามาอีกครั้ง สวัสดีอาจารย์พิพัฒน์ครับ  เห็นด้วยกับคุณติบอ
ผมอยากให้ฟรีทีวีมีสารคดีด้านศิลปะ วัฒนธรรมไทย สั้นๆ ก็ได้   15 นาทีก่อนหรือหลังข่าว
อย่าไปเอาอยู่ตอนสองยาม     ไม่รู้ว่าช่องจะหางบประมาณจ้างได้มั้ย   สปอนเซอร์สนป่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 30 ม.ค. 08, 17:27

ถ้ายอมให้นำเงินค่าทำสารคดีดีๆ พวกนี้ ไปหักภาษีได้ ก็มีคนยอมจ่าย
นอกจากนั้น ธุรกิจที่มีจิตใจมนุษย์ ก็ยังมีอยู่ในประเทศไทย...
ผมเชื่อเช่นนั้น

เหมือนกับที่เชื่อว่า มีคนเสียสละทำเวบวิชาการและเรือนไทย เพื่อประโยชน์สาธารณะ
และความเชื่อ เป็นความจริงอยู่นี่ไง
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1884



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 30 ม.ค. 08, 19:53

เรื่องนี้จะให้ง่าย น่าจะตั้งมูลนิธิที่ให้ทุนทำกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ให้ทางสรรพากรรับรองมูลนิธินี้ เอามาหักภาษีได้

ส่วนตัวมูลนิธิเองก็มีอิสระในการให้ทุน ไม่จำกัดว่าเป็นเฉพาะสื่อโทรทัศน์ ทำอย่างนี้น่าจะสะดวกที่สุด ไม่ต้องแก้กฎหมายและคล่องตัวในการสนับสนุนกิจกรรมด้านนี้ในอนาคตด้วยครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 00:45

นับเป็นฤกษ์ดีที่สุดอย่างหนึ่งของประเทศ ที่รัฐบาลขิงแก่ทำทีวีสาธารณะให้เกิดขึ้นเป็นผลสำเร็จได้หนึ่งช่อง จะยังไงก็ตามแต่ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าคุณภาพของประชาชนของเรา จะมีสื่อทีวีเป็นเครื่องชี้นำที่มีอิทธิพล หากสื่อทีวีเสนอแต่สิ่งที่เป็นความบันเทิง 80 - 90 % ข่าว รายงานที่ทันเหตุการณ์ สารคดีน้อย รายการเด็กต่ำกว่า 0 % ผลก็คือสิ่งที่เราเห็นดังต่อไปนี้
ภาษาพูดสำเนียงแปลกๆ ช.ช้าง ฉ.ฉิ่ง ท.ทหาร ประหลาดๆ
คำควบกล้ำไม่มี
ชื่อคน ชื่อเจ้านาย สถานที่ อ่านไม่ถูก ราชาศัพท์ไม่รู้เรื่อง
ภูมิศาสตร์ตก จังหวัดอะไรอยู่ไหนไม่สน
ต้นข้าวไม่รู้หน้าตา
ควายไม่เคยเห็น
ไม่รู้ว่าส่วนหนึ่งของมาเลย์เซียเป็นของไทย
ไม่รู้ว่าอยุธยา 417 ปีที่ดำรงอยู่และเสื่อมสลายไป เคยรุ่งเรืองแค่ไหน
....ฯลฯ
(บางคนไม่รู้จักเครื่องหมายและอื่นๆด้วยซ้ำ!!!)
วันนี้ ทีวีสาธารณะอาจจะไม่ได้ตามอุดมคติ แต่มองไปอีกห้าปีข้างหน้า เมื่อมีนายทุนซื้อทีวีครบทุกช่อง ผลต่อประชาชน ด้านรสนิยม และปัญญา ดิฉันคิดว่า ดูทีวีฟรีๆ เราเสียมากกว่าได้ค่ะ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 00:57

เห็นด้วยกับพี่กุ้งแห้งฯ ครับ

เอาแค่ช่วงแรกๆของงานพระบรมศพที่ผ่านมา.......
คุณแม่ผมถึงกับออกปากว่า "แม่ว่าไม่มีผู้หญิงยศไหนในวังที่ไม่ตายแล้วมั้ง อ่านพระยศผิดกันทุกสองชั่วโมงแบบนี้"

เดี๋ยวๆก็
....พระราชทานน้ำสรงพระศพพระเจ้าลูกเธอฯ เจ้าฟ้า... ขอโทษค่ะ
...ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแบบพระเมรุมาศ สมเด็จพระนางเจ้า... อุ๊ย! ว๊าย!!! ขอโทษค่ะ
ฯลฯ ที่ฟังแล้วน่าตกใจ ว่าเพราะอะไรนักข่าวทั่วประเทศไทย
จึงพร้อมใจกันอ่านข่าวในพระราชสำนักผิดได้ขนาดนี้ ??


แย่จัง
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 01:29

เพื่อนทนายของผมคนนึงบ่นว่า
วิธีการคิดของประชาชนต่อสื่อในประเทศไทยดูจะล้าหลังกว่าต่างประเทศเอามากโข


ประเทศบางประเทศที่สามารถผลิตภาพยนต์ได้คุณภาพเยี่ยมยอด
จนต้องถูกมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาจำกัดจำนวนการผลิตภาพยนต์ภายในประเทศต่อปี
เพื่อให้หนังฮอลีวู๊ดยังมีลูกค้าอยู่ในประเทศเขาบ้างอย่างเกาหลี
ดูจะนำเมืองไทยไปลิ่วๆซะหลายชาติแล้ว

เขารู้จักสร้างหนังเพื่อประชาสัมพันธ์ความน่าไปเยือนประเทศ
ภาพยนต์ถูกจำกัด ก็เปลี่ยนซะให้มันเป็นซีรีส์เรื่องยาว
แล้วก็ทำได้ดีซะกระทั่งขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปทั่วโลก
จนมีคณะนักท่องเที่ยวไปเยือนเกาหลีปีละหลายแสนคนเพื่อไปดูสถานที่ถ่ายละคร
หรือซีรี่ส์บางเรื่องไปฉายที่ไหน อาหารเกาหลีก็ขายดีไปถึงนั่น



ประเทศอื่นอย่างจีนก็ไม่น้อยหน้า
ที่รู้จักใช้ภาพยนต์หลายเรื่องในรอบสองสามปีที่ผ่านมา
บอกความนัยแก่ประชาชนให้มั่นคงในระบบการปกครองที่ใช้อยู่
ไม่ใช่จู่ๆก็ไปสถาปนากษัตริย์ที่เขาต่อต้านซะเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน






แต่คนไทย พูดปาวๆ ว่าจะทำหนังให้คนรักชาติ
นางเอกต้องยอมตายเพื่อสามี....
แต่ในที่สุดก็ดูเหมือนว่าสีสันจะไปตกกับคนที่ฆ่าสามีตายซะมากกว่า ก็มี

หรือไม่ก็พระเอกเรื่องที่แล้ว ช่วยทุกอย่าง เป็นยิ่งกว่ามหามิตร
ก็ตระบัดสัตย์ซะในเรื่องใหม่ กลายเป็นผู้ร้ายตั้งแต่เปิดเรื่อง
บทภาพยนต์ภาษาอังกฤษก็ยากแสนยาก
รายละเอียดปลีกย่อยก็มากเกินมาก
ของอะไรที่หนังฝรั่งมี ทั้งเกราะเหล็ก ทั้งชุดรุ่มๆร่ามๆ ก็จับยัดเยียดให้ตัวละครใส่
ทั้งๆที่หลักฐานจากจิตรกรรม ประติมากรรม หรือบันทึกก็หาไม่ยากนัก

แถม..... ทำเสร็จแล้วเอามาคุยโวว่าสเปเชียลเอฟเฟคทำเอง
หนังดีเหลือเกิน คนทำจะส่งไปประกวดเมืองนอกอีกตะหาก
(โถ่.... ถามคนไปดูในโรงก่อนดีกว่ามั้ยนั่น ว่าเขาเข้าใจกันหรือเปล่าน่ะ ฮืม)





เลิกพูดดีกว่าครับ เหนื่อยใจสื่อไทยเป็นแบบนี้จัง
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 01:40

ของดีราคาถูกคงหาได้ยาก..... สารคดีดีดีที่เราเห็นเค้าทำต้องยอมรับว่าแพงมั่กๆ  คงหามือโปรฯมาทุ่มทุนสร้างยาก  ยิ่งประเภททีมที่มีด๊อกเตอร์เป็นสิบทีมงานเป็นร้อยเพื่อสารคดีที่ดีสักเรื่องแบบเค้า  ฟรีหรือไม่ฟรีทีวีบ้านเรายังไม่เห็นทางรุ่ง(แต่แอบหวังลึกๆจากคุณเทพชัย)  เอาเป็นว่าปัจจุบันขอแค่ได้ดูอะไรที่สบายตาแบบ"ทุ่งแสงตะวัน"  อยากให้มีเยอะๆการลงทุนก็ไม่สูงมาก  หรือแบบของ ทีวีบูรพา ก็จัดว่าน่าดูแบบไทยๆแล้วล่ะครับ........ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 04:22

หากมีการแข่งขันกันเสนอเรื่องหรือซีรีส์คุณภาพก็จะดี..
....
ผมขอพูดบ้าง เมื่อเร็วๆนี้ พบเพื่อนคนหนึ่งเป็นผู้บริหารระดับกลางๆไม่รุ่งริ่งของททท. เธอพูดไว้น่าสนใจมาก
ว่าคนประเทศเรา รู้เรื่องข้าวแค่ไหน
เราขายข้าวส่งออกเป็นที่หนึ่งของโลก
เรามีชาวนาที่ลำบากลำบนทำนา เจอเถ้าแก่คนกลางทำทีช่วยเหลือ ขายปุ๋ยราคาถูก (จริงๆกำไรเกินครึ่ง)บังคับซื้อ
ที่นาเช่าเขาเริ่มหลุดฯลฯ
เราน่าจะสร้างหนังดรามาเรื่องข้าว
เหมือนเกาหลี ทำหนังชีวิตของการเป็นพ่อค้า
สั่งสอนว่า คุณจะเป็นพ่อค้าที่ดีได้ในอนาคต
ต้องขายโสมให้เป็นก่อน
นั่นเป็นมาตรการเริ่มต้นของการประชาสัมพันธ์ประเทศ
หลอกให้ดูดราม่า เพื่อพีอาร์
สาวๆจบดราม่าแถวนี้เห็นอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 31 ม.ค. 08, 23:25

การใช้เวลาในเรือนหลังนี้ช่างกระตุ้นต่อมความคิดให้ทำงานได้ดีจริง ๆ ค่ะ  ดิฉันขบคิดมานานแล้วว่า  ทำไมรายการทีวีไทยถึงไม่ไปไหนซักที  หลาย ๆ รายการก็มองเห็นความตั้งใจ ความพยายามจะทำอะไรดี ๆ เป็นที่น่าชื่นชม  แต่ก็ทำได้ดีเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ 

จากประสบการณ์ที่มีโอกาสเข้าไปรู้บ้าง  ขอสันนิษฐานอย่างนี้นะคะ  ด้วยความที่สถานีโทรทัศน์ประเมินค่าผลิตรายการเหมือนซื้อสินค้าจากโรงงาน  เช่น รายการ "กบนอกกะลา" ออกอากาศ 15 ตอน ราคาค่าผลิตรายการเหมือนซื้อเก้าอี้ 15 ตัว  ลักษณะการผลิตสินค้าของโรงงานคือการทำซ้ำ ๆ เหมือนเดิม ยิ่งผลิตมากต้นทุนยิ่งลด  เราถึงต้องดูรายการแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ไม่คิดอะไรใหม่ ทำอะไรใหม่ เหมือนโรงงานที่ต้องผลิตสินค้าแบบเดิม ๆ จนคุ้มทุนก่อนแล้วค่อยผลิตของใหม่ 

ที่สำคัญ  กว่าแต่ละรายการจะได้ค่าจ้างผลิตก็ต่อเมื่อรายการได้ออกอากาศ  ถ้าไม่ได้ออกอากาศก็ไม่ได้ค่าผลิตนะคะ  กระบวนการในการคิด  การศึกษา ค้นคว้า ไม่มีมูลค่าใด ๆ เลยค่ะ  ดังนั้นจึงยากที่รายการซึ่งต้องใช้เวลา ทั้งศึกษาค้นคว้า และผลิตอย่างพิถีพิถันจะเกิดขึ้นในประเทศนี้ได้

ไม่แต่เฉพาะเรื่องการผลิตรายการหรอกนะคะ  การใช้ชีวิตทุกวันนี้ก็เน้นกันที่ปริมาณค่ะ  สังเกตดี ๆ ซิคะ เพื่อจะให้ได้เงินมากขึ้นต้องทำงานให้ได้ปริมาณมากขึ้น  ไม่ใช่ทำงานให้ดีขึ้นนะคะ  ไม่ต้องแปลกใจค่ะที่ทุกวันนี้เราจะเจอแต่คนที่ทำงานพอให้เสร็จ  โดยไม่สนใจว่าคุณภาพงานเป็นอย่างไร  ดิฉันล่ะเป็นห่วงอนาคตประเทศไทยจริง ๆ ตอนนี้เราก็ดีกว่าลาว เขมร และพม่าเท่านั้นกระมังค่ะ  แอบนอกประเด็นหน่อยค่ะ

ด้วยความหวังเล็ก ๆ ว่า  เว็ปดี ๆ อย่างวิชาการยังเกิดขึ้นได้  คงจะมีรายการดี ๆ เกิดขึ้นบ้างตามกำลังสนับสนุนแหละค่ะ  ทำใจกันหน่อยนะคะ

บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 01 ก.พ. 08, 00:26

ของดีมีค่า ใครก็อยากได้อยากซื้อนะครับ

เกมส์โชว์ คนซื้อไปได้อย่างมากก็แค่ลิขสิทธิ์
แต่รายการดีๆ คนซื้อกี่ครั้งก็ได้เงินทุกครั้ง
ดูอย่าง eye witness ไม่กี่ตอนผมซื้อเทปภาษาไทยมาดูตอนเด็กๆ
โตขึ้นมาหน่อยก็ซื้อเทปภาษาอังกฤษมาดู
ทุกวันนี้ UBC ก็ยังฉายอยู่ คนก็ยังอยากดูเหมือนเดิม



ครั้งหนึ่งสมาคมวิชาการสมาคมหนึ่งที่ผมเป็นสมาชิกอยู่
เคยมีปัญหาเรื่องการหาเงินทุนเข้าสมาคม
คนในต่างคนก็ต่างคิดหาวิธีการมาเสนอ ทั้งเดินวิ่งการกุศลมั่ง จัดลีลาศมั่ง
แต่เม็ดเงินที่ได้แบบนี้ก็ได้ทีละครั้งเก็บทีละครั้ง ต้องการใหม่ก็เก็บไม่ได้อีก

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งจึงลุกขึ้นมาเสนอว่า ที่จริงเนื้อหาวิชาการของสมาคมในไทยก็มี
ถ้าพัฒนาหลักสูตรขึ้นมาดีๆ ให้ต่างประเทศมาศึกษา เงินจะเข้าสมาคมอย่างเป็นระบบ
และเป็นการเพิ่มคุณค่าให้แก่สมาคมด้วย...... ถ้ามัวแต่มาจัดลีลาศ ดึงเงินคนใน
คุณค่าของสมาคมมันก็ไม่ไปไหนไกล ดีไม่ดีจัดบ่อยโดนคนในแคะค่อนเอาซะอีก




วงการทีวีไทยทุกวันนี้ก็คงตกอีหรอบเดียวกันนี่มั้งครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.049 วินาที กับ 19 คำสั่ง