เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 50205 พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๖
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 29 ธ.ค. 07, 20:12

อ้าต้นอโศกใหญ่                  ตูข้าไซร้โศกบ่สูญ
พฤกษาอย่าช่วยพูล              จงตัดโศกวิโยคใจ
อโศกเหมาะสมญา               ตัดโศกาดูรพิไร
จงตอบให้ชอบใจ                ตัดโศกใหญ่ให้สักที

จาก พระนลคำหลวง
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 31 ธ.ค. 07, 17:06

      พุทธานุภาพนำผล       เกิดสรรพมงคลน้อยใหญ่
เทวาอารักษ์ทั่วไป            ขอให้เป็นสุขสวัสดี
     ธรรามนุภาพนำผล        เกิดสรรพมงคลเฉลิมศรี
เทพช่วยรักษาปราณี          ให้สุขสวัสดีทั่วกัน
     สังฆานุภาพนำผล         เกิดสรรพมงคลแม่นมั่น
เทเวศร์คุ้มครองป้องกัน       สุขสวัสดีสันติ์ทั้วไป ฯ

พระราชนิพนธ์นี้ชื่อ "ให้พรทั่วไป"  ขออัญเชิญมาเป็น ส.ค.ส.ปีใหม่ ๒๕๕๑ แด่สมาชิกเรือนไทยทุกท่านครับ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 04 ม.ค. 08, 19:39

    พระจันทร์เพ็ญแผ้ว                สรัทกาล
ชช่วงโชติพรายงาม                    รุ่งฟ้า
ให้คนชื่นบานนิตย์                      ทุกหมู่
รัศมีเรืองโรจน์กล้า                     เวหา

โคลงจิตรลดาแผลง  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 10 ม.ค. 08, 15:22

         บทพระราชนิพนธ์เรื่อง หนามยอกเอาหนามบ่ง สำนวนแรก

ขอบใจประชาชน           ถ้วนทุกคน ณ ธานี
มีจิตตะไมตรี               เราเห็นชอบจะตอบเตือน

หญิงชายทั้งหลายนั้น       ควรเห็นกันว่าเปนเพื่อน
ทหารและพลเรือน          จงฟังคำและจำดี

ชาติเดียวกันทุกคน          รักแต่ตนจะเสียที
มัวแก่งและแย่งดี            จนแตกพวกไม่ควรการ

ทหารอย่าข่มเพื่อน          พลเรือนก็เท่าทหาร
พลเรือนอย่าใจพาล         อย่าชิงชังซึ่งโยธา

ต่างฝ่ายต้องพึ่งกัน          ทุกสิ่งสรรพ์สำเร็จนา
โบราณะสุภา                ษิตะกล่าวก็ควรฟัง

เสือพีเพราะป่าปก           และป่ารกเพราะเสือยัง
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง       และหญ้ายังเพราะดินดี


ร่วมชาติต้องร่วมรัก         และสมัคสามัคคี
จงรักษะภักดี                ต่อพระปิ่นนรากร

ทั่วกันจงกั่นกาจ             รักษาชาติสโมสร
ศาสนาให้ถาวร              อิศระอวะสาน

ให้เกียรติขจรจบ             บรรฦาลบถึงบาดาล
เทพไทในวิมาน              ให้สรรเสริญทั้งโลกา ฯ
บันทึกการเข้า
arawadee
อสุรผัด
*
ตอบ: 1


ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 10 ม.ค. 08, 19:07

ผมชอบบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 มากครับ โดยเฉพาะเรื่องมัทนะพาธา พระองค์ทรงมีพระอัฉริยภาพเรื่องการประพันธ์ฉันท์ ทรงสามารถเลือกใช้ชนิดของฉันท์ให้สอดคล้องกับเนื้อความในตอนนั้นๆ เช่นเดียวกับ ชิต บุรทัต เมื่ออ่านออกมาจะช่วยให้ผู้อ่านเกิดมโนภาพได้ เช่นในมัทนะพาธา ตอนนางปริยัมวะทา ได้ร้องไห้ครำครวญถึงนางมัทนา ที่ถูกสาปให้กลายเป็นกุหลาบขาว จึงทรงใช้คำลหุ มากกว่าคำครุ ทำให้เวลาอ่านเสียงที่เปล่งออกมา เหมือนกับเสียงคนพูดปนสะอึกสะอื้น กล่าวคือ

ทุขะอะโหพระมะทะนา               พระมาตุวร
พระจะมะลายพระชิวะจร             พระแม่ไฉน
บมิดำรัสวะจะนะชวน                 พระด่วนคระไล
พระมละทิ้งดะนุพิไร                  พิลาปอะนันท์
พระวรคุณอดุละครอง                และป้องและกัน
ดนุฉะนี้ฤจะมีศัล                       ยะเศร้าอุรา
ก็ผิวะรู้ณคติ                            ปฺริยัมวะทา
ฤจะมิตามพระวรมา                   ตุวายชิวาตม์
พระปิยะเทวิจระไป                    ก็ใจจะขาด
ผิวะจะตามยุคละบาท                มิขัดและขวาง
จะติและตามบะทะดำเนิร            บเหินบห่าง
และประติบัติ์ประดุจะอย่าง          อดีตะกาล
ชะชะพระมัจจุฤกระไร                หทัยธพาล
ก็ดะนุนี้สิมิประหาร                    ประหารพระแม่
ทุขะระทมกะมละเปลี่ยว             จะเหลียวจะแล
ก็บประสบสุขะณแด                  จะพึ่ง ณ ใคร
พระปิยะมาตุจระดั้น                  ณ สรรคะใด
ดนุจะขอจะริกะไป                    ณ กาละนี้.
บันทึกการเข้า
ปากน้ำเจ้าพระยา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 163


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 13 ม.ค. 08, 13:51

ชอบมากครับ
กำลังติดตามต่อไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30623

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 14 ม.ค. 08, 09:19

พระราชนิพนธ์"พระนลคำหลวง" บทนี้ เสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ได้หยิบยกมาเป็นคำกล่าวของวาสิฏฐี ในเรื่อง "กามนิต"

   อ้าดูอโศกนี้         ศรีไสววิไลตา
อยู่หว่างกลางพนา    เป็นสง่าแห่งแนวไพร
    ชุ่มชื่นรื่นอารมณ์    ลมเพยพัดระบัดใบ
ดูสุขสนุกใจ    เหมือนแลดูจอมภูผา
    อโศกดูแสนสุข    ช่วยดับทุกข์ด้วยสักครา
โศกเศร้าเผาอุรา    อ้าอโศกโรคข้าร้าย
    อโศกโยกกิ่งไกว    จงตอบไปดั่งใจหมาย
ได้เห็นพระฦาสาย    ผ่านมาบ้างฤาอย่างไร
    พระนั้นชื่อพระนล    ผู้เรืองรณอริกษัย
เป็นผัวนางทรามวัย    นามนิยมทมยันตี
บันทึกการเข้า
ฟ้าเวอร์ริเดียน
อสุรผัด
*
ตอบ: 8

Try and fail, but don't fail to try.(ไม่รู้ใครพูด)


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 14 ก.พ. 08, 16:53

 
   ไร้ปิ่นดิลกราชย์                        ละก็ชาติ์ิจะภินพัง
ไหนเลยจะคงตั้ง                           อิศะรานุภาพครอง

โลกเราสง่างาม                            ก็เพราะแสงตวันส่อง
สิ้นแสงระวีต้อง                            มละทั่วนะฉันใด

อันปวงประชาเปรม                        ฤดิพึ่งพระเดชไท้
เดชดับก็มืดใน                             ฤดิหม่นละแน่นอน

ราตรีสว่างแจ้ง                             ก็เพราะแสงนิศากร
โกฏิ์ดาว ณ อัมพร                        ก็บเท่าพระจันทร์เดียว

อันว่าพระคุณเปรียบ                      วรโสมะนั่นเทียว
ไร้นาถะข้าเหลียว                         จะประสพพระเจ้าไหน

                                          (มัทนะพาธา)


สะกดตาม...เล่มนี้ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการพิมพ์เลยค่ะ>เศร้า(จำไม่ได้แล้วด้วยว่าซื้อมาจากไหน ยิ้มกว้างๆ)
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 01:52

เห็นว่าคุณเจ้าของกระทู้หมายจะให้เป็นที่รวบรวมพระราชนิพนธ์ที่หายาก และงามด้วยวรรณศิลป์ จึงต้องออกมายอมรับว่าไม่ค่อยรู้ทางนี้
แตอ่ยากจะนำเสนอบทที่เห็นว่าดี ซึ่งการีนเผอิญทำเป็นรายงาน
        ___สหายเอยจงเงยหน้า      และเปิดตาพินิจดู
   เผยม่านพะพานอยู่           กำบังเนตรบ่เห็นไกล
   เปิดม่านแลมองเถิด           จะเกิดความประโมทย์ใจ
   เห็นแคว้นและแดนไทย         ประเสริฐแสนดังแดนสรวง
   หวังใดจะได้สม             เสวยรมยะแดดวง
   เพ็ญอิสสะโรปวง                  ประชาเปรมเกษมสานต์
   ซื่อตรงและจงรัก           ผดุงศักดิภูบาล
   เพื่อทรงดำรงนาน           อิศเรศร์ประเทศสยาม

เป็นตอนจบของบทที่ ๑๒ ของเรื่อง "โคลนติดล้อ" ที่เตือนจิตสำนึกของคนไทยให้ภูมิใจในประเทศของตน
พระราชนิพนธ์ประเภทบทความ มีทั้งหมด ๑๒ บท และบทที่ ๑๒ จบด้วยกาพย์ยานี ๑๑ จำนวน ๔ บท เพื่อปลุกใจให้คนไทยรักชาติรักความเป็นไทยชี้ให้คนไทย ได้เห็นข้อบกพร่องของ ตนเองที่ทำให้ประเทศไทยเจริญ ก้าวหน้าช้ากว่าที่ควร

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของคนไทย ๑๒ ประการ ที่เปรียบเป็นโคลนติดล้อหรือปัญหาที่ทำให้ประเทศชาติก้าวไปสู่ความเจริญได้ช้าลง  ได้แก่
1. การเอาอย่างโดยไม่ตริตรอง
2. การทำตนให้ต่ำต้อย
3. การบูชาหนังสือจนเกินเหตุ
4. ความนิยมเป็นเสมียน
5. ความเห็นผิด
6. ถือเกียรติยศไม่มีมูล
7. ความจนไม่จริง
8. แต่งงานชั่วคราว
9. ความไม่รับผิดชอบของบิดามารดา
10. การค้าหญิงสาว
11. ความหยุมหยิม
12. หลักฐานไม่มั่นคง
ดังนั้น ถ้าจะพัฒนาประเทศก็ต้องขจัด ข้อบกพร่องเหล่านี้ให้หมดไป ดังขจัดโคลนที่ติดล้อ อันทำรถวิ่งไปได้ไม่สะดวก เสมือนคนในชาติก็นต้องช่วยกันหาวิธีการแก้ค่านิยม หรือข้อบกพร่องในตนเองให้หมดไป และร่วมกันขับเคลื่อนชาติไทยของเราให้เจริญก้าวหน้า
****
เรื่องนี้หาข้อมูลและเนื้อเรื่องจากอินเตอร์เน็ตได้ไม่ยากคะ แต่ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนรุ่นการีนรู้จักคะ (เทียบกับตนเองและเพื่อนร่วมเรียนทั้งหลาย)เห็นว่าเคยออกเป็นข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่ไม่เคยเรียนจริงๆคะ ต่างกับพระราชนิพนธ์เรื่องอื่นๆ แม้จะงดงามและหาอ่านยาก(แล้วก็อ่านยากกว่า) ก็ยังเป็นที่รู้จักมากกว่าเลยค่ะ
เลยนำมาลงไว้...


บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
UP
แขกเรือน
องคต
*****
ตอบ: 516


ความคิดเห็นที่ 24  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 09:07

อีกบทที่ผมชอบครับมาจากเรื่องธรรมาธรรมะสงคราม
 
      ดูราประชาราษฎร์ ท่านอาจเห็นคติดี
แห่งการสงครามนี้      อย่าระแวงและสงสัย
      ธรรมะและอะธรรม มะทั้งสองสิ่งนี้ไซร้
อันผลจะพึงให้          บ่ มิมีเสมอกัน
      อะธรรมย่อมนำสู่   นิราบายเป็นแม่นมั่น
ธรรมะจะนำพลัน        ให้ถึงสุคตินา
      เสพธรรมะส่งให้   ถึงเจริญทุกทิวา
แม้เสพอะธรรมพา     ให้พินาศแลฉิบหาย
      ในกาลอนาคต     ก็จะมีผู้มุ่งหมาย
ข่มธรรมะทำลาย        และประทุษมนุษโลก
      เชื่อถือกำลังแสน  ยะจะขึ้นเป็นหัวโจก
หวังครองประดาโลก    และเป็นใหญ่ในแดนดิน
      สัญญามีตรามัน    ก็จะเรียกกระดาษชิ้น
ละทิ้งธรรมะสิ้น         เพราะอ้างว่าไม่จำเป็น
      หญิงชายและทารก ก็จะตกที่ลำเค็ญ
ถูกราญประหารเห็น      บ่ มิมีอะไรขวาง
      ฝ่ายพวกอะธรรมเหิม ก็จะเริ่มจะริทาง
ทำการประหารอย่าง     ที่มนุษมิเคยใช้
      ฝ่ายพวกที่รักธรรม  ถึงจะคิดระอาใจ
ก็คงมิยอมให้              พวกอะธรรมได้สมหวัง
      จักชวนกันรวบรวม  พลกาจกำลังขลัง
รวมทรัพย์สพรึบพรั่ง    เป็นสัมพันธไมตรี
      ช่วยกันประจันต่อ   พวกอะธรรมเสนี
เข้มแข็งคำแหงมี        สุจริตะธรรมสนอง
      ลงท้ายฝ่ายธรรมะ  จะชำนะดังใจปอง
อะธรรมคงต้อง           ปะราชัยเป็นแน่นอน
      อันว่ามนุษโลก      ยังโชคดีไม่ย่อหย่อน
อะธรรมะราญรอน        ก็ชำนะแต่ชั่วพัก
      ภายหลังข้างฝ่ายธรรม จะชำนะประสิทธิศักดิ์
เพราะธรรมะย่อมรักษ์  ผู้ประพฤติ ณ คลองธรรม
      อันคำเราทำนาย   ชนทั้งหลายจงจดจำ
จงมุ่งถนอมธรรม        เถิดจะได้เจริญสุข
      ถึงแม้อะธรรมข่ม   ขี่อารมณ์ให้มีทุกข์
ลงท้ายเมื่อหมดยุค     ก็จะได้เกษมสานต์
      คือธรรมะผ่องใส  จึงจะได้สุขสราญ
ถือธรรมะเที่ยงนาน    ก็จะได้ไปสู่สวรรค์
บันทึกการเข้า
Karine!!
ชมพูพาน
***
ตอบ: 130

กำลังค้นหาทางสว่างของชีวิต


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 25  เมื่อ 25 ก.ค. 08, 09:18

ธรรมาธรรมะสงคราม
เป็นเรื่องที่ชอบและได้อ่านจากหนังสือเรียนเลย ตอนนี้ก็ทำรายงานเรื่องนี้ด้วย
แต่เอาหนังสือไปคืนแล้ว ไม่งั้นจะนำมาลงเช่นกัน  อายจัง
บันทึกการเข้า

การศึกษาก้าวไกล ประเทศไทยรุ่งเรือง (แต่ตอนนี้ตูรุ่งริ่งชอบกล)
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.036 วินาที กับ 19 คำสั่ง