เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 8770 พยายามสืบค้น พระราชนิพนธ์ ในรัชกาลที่ ๖
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 23 ธ.ค. 07, 02:45

"ผู้ใดมีอำนาจวาศนา                            ธรรมดาหาอะไรก็หาได้
กำหมัดคือยุติธรรมจงจำไว้                    ใครหมัดใหญ่ได้เปรียบเรียบเทียบเกลอ
ใครหมัดย่อมต้องถ่อมกายายอบ             ต้องคอยหมอบคอยกราบราบเทียวหนอ
คอยระแวงแขยงอยู่ละเออ                     มิได้กล้าเผยอขึ้นตึงตัง
มีอำนาจวาศนาวาจาสิทธิ์                       พูดสิ่งใดไม่ผิดเพราะฤทธิ์ขลัง
ถึงพูดผิดกำหมัดซัดลงปัง                      กลายเป็นพูดถูกจังไปทั้งเพ
กำหมัดเล็กลูกเด็กก็เถียงได้                   จะส่งเสียงเถียงไปไม่ไหวเหว
ต้องขอยืมหมัดโตไว้โบ๊เบ๊                      เดินโอ้เอ้วางปึ่งให้ถึงดี"
พระราชนิพนธ์นี้มาจากเรื่องอะไรครับ  แปลว่าโบ๊เบ๊  นี้เรียกกันมาแต่ครั้งรัชกาลที่ 6  แล้วสิครับ... ยิ้มเท่ห์


บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 23 ธ.ค. 07, 06:10

มาจากพระราชนิพนธ์เรื่อง วิวาหพระสมุท ครับ
ในพระราชนิพนธ์นี้ยังมีอีกหลายบทที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น

     ปากเป็นเอกเลขเป็นโทโบราณว่า      หนังสือตรีมีปัญญาไม่เสียหลาย
ถึงรู้มากไม่มีปากลำบากตาย                มีอุบายพูดไม่เป็นเห็นป่วยการ
ถึงเป็นครูรู้วิชาปัญญามาก                   ไม่รู้จักใช้ปากให้จัดจ้าน
เหมือนเต่าฝังนั่งซื้อฮื้อรำคาญ              วิชาชาญมากเปล่าไม่เข้าที
ใครช่างพูดพลิกแพลงเหมือนแรงมาก     คนนิยมลมปากมากเจียวพี่
ถึงรู้น้อยถ้อยคำให้ขำดี                       คงเป็นสมคเนที่เฉโก ฯ


     อันโดรเมดาสุดาสวรรค์                   ยิ่งกว่าชีวันเสนหา
ขอเชิญชาวสวรรค์ขวัญฟ้า                    เปิดวิมานลงมาให้ชื่นใจ
ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์               ไม่เห็นหน้านงลีกษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ                       ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมล
อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย                       ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน.
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 25 ธ.ค. 07, 11:06

ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์               ไม่เห็นหน้านงลีกษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ                       ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมล
อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย                       ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน.

มืดมล..หรือมืดมนคะ
ต้นฉบับเขียนสะกดด้วยล.ลิงหรือคะ
บันทึกการเข้า
V_Mee
สุครีพ
******
ตอบ: 1431


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 26 ธ.ค. 07, 23:46

ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์               ไม่เห็นหน้านงลีกษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ                       ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมล
อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอ๋ย                       ขอเชิญเผยหน้าต่างนางอีกหน.

มืดมล..หรือมืดมนคะ
ต้นฉบับเขียนสะกดด้วยล.ลิงหรือคะ

ตรวจสอบจากต้นฉบับ  ทั้งฉบับที่มหามกุฏราชวิทยาลัยฯ จัดพิมพ์โดยเสด็จพระกุศลในการทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายล้นเกล้าฯ มื่อวันที่  ๒๖  พฤศจิกายน  ๒๔๖๘  และจากหนังสือ "งานละครของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้ากรุงสยาม" ของ ท่านหม่อมหลวงปิ่น  มาลากุล แล้วใช้คำว่า "มืดมล" ตรงกันทั้งสองฉบับครับ  และเพื่อความสมบูรณ์จะขอไปตรวจสอบกับต้นฉบับลายพระราชหัตถ์ที่หอวชราวุธานุสรณ์อีกทีครับ  ได้เรื่องอย่างไรจะมารายงานให้ทราบครับ

สำหรับวันนี้ขอนำเสนอตอนหนึ่งจากบทพระราชนิพนธ์ "หนามยอกเอาหนามบ่ง" ที่ ศ.คุณหญิงผอบ  โปษะกฤษณะ  ท่านเคยใช้ให้ค้นให้ท่าน  แต่ค้นไม่พบเพราะไปค้นในสำนวนที่ ๒  เลยโดนดุแล้วจึงพบว่าบทนี้อยู่ในสำนวนที่ ๑  เลยประทับใจมาจนวันนี้

     ขอบใจประชาชน            ถ้วนทุกคน ณ ธานี
มีจิตตะไมตรี                      เราเห็นชอบจะตอบเตือน
    หญิงชายทั้งหลายนั้น        ควรเห็นกันว่าเปนเพื่อน
ทหารและพลเรือน               จงฟังคำและจำดี
    ชาติเดียวกันทุกคน           รักแต่ตนจะเสียที
มัวแก่งและแย่งดี                 จนแตกพวกไม่ควรการ
    ทหารอย่าข่มเพื่อน            พลเรือนก็เท่าทหาร
พลเรือนอย่าใจพาล               อย่าชิงชังซึ่งโยธา
    ต่างฝ่ายต้องพึ่งกัน           ทุกสิ่งสรรพ์สำเร็จนา
โบราณะสุภา                       ษิตะกล่าวก็ควรฟัง
    เสือพีเพราะป่าปก              และป่ารกเพราะเสือยัง
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง              และหญ้ายังเพราะดินดี
    ร่วมชาติต้องร่วมรัก           และสมัคสามัคคี
จงรักษะภักดี                       ต่อพระปิ่นนรากร
    ทั่วกันจงกั่นกาจ                รักษาชาติสโมสร
ศาสนาให้ถาวร                     อิศระอวสาน
    ให้เกียรติขจรจบ               บรรฦาลบถึงบาดาล
เทพไทในวิมาน                    ให้สรรเสริญทั้งโลกา ฯ

อีกบทหนึ่งจาก "หนานยอกเอาหนามบ่ง" สำนวนที่ ๑ ว่าด้วยจริตของอิสตรี

     สาวน้อยคอยจำคำข้าสอน  แม้บังอรหวังชายหมายเปนคู่  เมื่อแรกพบเขาจ้องอย่ามองดู  ต้องล่อชู้ด้วยทีตระหนี่ตัว  หญิงคนใดได้ง่ายชายเขาข้อน  ว่ารีบร้อนหมดกระดากอยากมีผัว  ยิ่งทำอายหดหู่ดูน่ากลัว  เหมือนยิ่งยั่วเย้าชายให้หมายมอง  อย่าอิดเอื้อนเชือนช้ามารยานาน  เขารำคาญกลับใจไม่ใฝ่ต้อง  เมื่อควรยอม ๆ เทียวลูกถูกทำนอง  ได้แล้วต้องผูกไว้ไม่ละเลย  เสร็จวิวาห์สารพัดมัดแน่นแล้ว  ผัวไม่แคล้วมือเรานะเจ้าเอ๋ย  ขู่กำราบปราบผัวหัวไม่เงย  ใครจะเย้ยช่างเขาเราพอใจ ฯ
บันทึกการเข้า
ปากน้ำเจ้าพระยา
มัจฉานุ
**
ตอบ: 163


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 11 ม.ค. 08, 09:36

........

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.029 วินาที กับ 19 คำสั่ง