เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
โพลล์
คำถาม: คุณคิดว่าทำไมคนถึงมักเขียนภาษาไทยกันผิด
การอ่านที่เหมือนกัน
อยากให้แตกต่างจากคำที่ถูกต้อง
เห็นคนเขียนกันจึงอยากเขียนบ้าง

หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
อ่าน: 22741 ภาษาวิบัติ
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 60  เมื่อ 14 ก.พ. 08, 16:02

เห็นด้วยกับคุณพพ.ทุกประการ  การนำของเดิมกลับมาใช้  จุดมุ่งหมายอยู่ที่สร้างการความรู้ ความเข้าใจ ที่มาของภาษา  และจะได้ก้าวไปต่อด้วยความรู้ ความเข้าใจ ไม่ใช่เพราะความง่าย ความหลงผิด

คุณcrazyhorseให้ความรู้เรื่อง ค คน เพิ่มหน่อยซิค่ะ  ไม่บอกไม่รู้จริง ๆ น่ะ  เข้าใจผิดมานมนาน 
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 61  เมื่อ 14 ก.พ. 08, 16:58

ดูกระทู้นี้ครับป้ากุน

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=2184.0


บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 62  เมื่อ 14 ก.พ. 08, 21:25

ขอบคุณค่ะ คุณCrazyHorse  ผิดแล้วปล่อยปละละเลยกันมาตั้งแต่ตอนนั้น  ตอนนี้เห็นอะไรผิดก็ไม่น่าจะปล่อยกันไปอีกนะคะ
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 63  เมื่อ 15 ก.พ. 08, 01:12

ต้องขออภัยคุณป้ากุนอย่างแรงครับ  ที่ผมคิดว่าเราไม่สามารถไปจำกัดศิลปะให้อยู่ในกรอบได้  ไม้เว้นแม้แต่แขนงดนตรีและเพลงว่าต้องแต่งอย่างนี้ถูกอย่างนี้ไม่ได้  ยิ่งในยุคที่เค้าว่ากอบอไหล  มันจึงไหลไปไหลมาไม่มีพรมแดน  เพลงไทยทำนองฝรั่ง  แขก  จีน  ญี่ปุ่นฯลฯ  ย่อมเกิดขึ้นได้  เพลงไทยสไตล์ฮิปฮอบก็ยังมี  โด่งดังไปทั่วเมือง  ผู้ใหญ่ที่บ้านผมก็บ่นทุกทีเวลาเปิด  ผมก็ต้องบอกว่าทำใจเถอะครับห้ามไม่ให้เกิดขึ้นไม่ได้หรอก  ผมยังคิดว่า ภาษาก็เป็นศิลปะแขนงหนึ่งเหมือนกัน  ทั้งการวาดอักษร  ประดิษฐ์เรียงร้อยคำ  ค้นหาคิดค้นหรือเกิดคำใหม่ๆ  นำเอาของภาษาอื่นมาใช้  มันก็เป็นสิ่งเร้าอารมณ์ สร้างความหมาย สร้างความรู้สึก  ในการสื่อสารเหมือนศิลปะทั่วไป  ในแต่ละวันเราก็ใช้ภาษาปนกันทั่วไปที่ทำจนเป็นภาษานิยม  ให้เรียกสิ่งนี้ว่า ทีวี (TV)  ขึ้นไปขับรถก็ต้อง สตาร์ท(start)  เวลาคับขันก็เหยียบ เบรค(brake)  กลางวันก็ไปทาน ก๋วยเตี๋ยว  บะหมี่  พูดภาษาแปลกๆเช่น  ไอ้นี่เจ๋งว่ะ  อย่าแซว  ไม่โดนเลยพี่  แหล่ม ฯลฯ  ทั้งหมดนี้ถ้าไม่นิยมจริงก็คงเลิกไปตามกาล  ถ้านิยมก็กลายเป็นคำที่ต้องบัญญัติกันไป  เหมือนคำว่า เด็กแว๊น  ก็บัญญัติและให้ความหมายกันแล้ว  แปลว่านิยมจนยอมรับกัน

ส่วนเรื่องของศาสนา  นำมาคิดในแง่นี้ไม่ได้ครับ  มันเป็นเรื่องของ วินัยบัญญัติ  เราเป็นศาสนาพุทธเถรวาท  เป็นนิกายที่รับแต่คำสอนต่อๆกันมาโดยไม่ยอมแก้ไขอะไรแม้แต่น้อย  ทั้งที่พระพุทธองค์ได้เคยทรงอนุญาตไว้กับพระอานนท์ว่าแก้ไขข้อเล็กๆน้อยๆได้  แต่นิกายเราไม่สามารถมีท่านใดให้คำจำกัดความว่าเล็กน้อยนั้นแค่ไหน  จึงไม่ยอมเปลี่ยนครับ  ศาสนาจึงนำมาคิดในเชิงศิลปะไม่ได้ครับ......... ฮืม
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 64  เมื่อ 15 ก.พ. 08, 16:09

ขอบคุณคุณBanaค่ะ  ข้อทักท้วงของคุณBana ทำให้ดิฉันกลับมาพิจารณาความคิดของตัวเองอีกรอบว่า แกนความคิดของเราอยู่ตรงไหน  แกนของความคิดของดิฉันอยู่ตรงที่  การให้ความเคารพ และให้เกียรติ เสียงภาษาไทย และดนตรีตะวันตกอย่างเท่าเทียมกัน  การที่เรายอมเปลี่ยนเสียงภาษาไทยเพื่อให้เข้ากับดนตรีตะวันตก  มีนัยยะของความไม่เท่าเทียมโดยที่เราไม่รู้ตัวไหม(แหม พอเขียนประโยคนี้แล้วนึกถึงพระราชนิพนธ์ของ ร.6 ขึ้นมาเชียวค่ะ)  ลองตั้งคำถามดูซิค่ะว่า  ทำไมเราไม่เปลี่ยนเสียงดนตรีตะวันตกให้เข้ากับเสียงภษาไทยบ้างล่ะ  ถามแบบถามจริง ๆ นะคะ  ทำไมเราถึงไม่คิดจะเปลี่ยนเสียงดนตรีตะวันตกบ้าง  อันนี้เป็นคำถามแค่ให้เราตรวจสอบค่านิยม และทัศนคติที่เรามีโดยเราไม่รู้ตัวเท่านั้นแหละค่ะ  แต่ด้วยใจจริง ๆ ของดิฉันเชื่อว่า  เราอาจจะไม่ต้องเปลี่ยนทั้งภาษาไทยและดนตรีก็ได้ค่ะ  แต่เปลี่ยนคนแต่งเพลง เนื้อร้อง และคนร้องให้มีความรู้ ความสามารถมากกว่านี้  อย่างเครื่องดนตรีของไทย กับเครื่องดนตรีตะวันตก มีระดับเสียงที่ไม่เหมือนกัน  การจะนำมาบรรเลงร่วมกันได้  คนที่นำมาใช้จะต้องมีความรู้ทั้งเครื่องดนตรีไทยและเครื่องดนตรีตะวันตก  คนไม่รู้เอามาใช้ก็ไปไม่รอดค่ะ

คราวนี้ดิฉันอธิบายสิ่งที่ดิฉันคิดชัดเจนขึ้นไหมค่ะ  ไม่มีเรื่องกรอบ และอะไรผิดอะไรถูกนะคะ

มีอะไรก็ทักท้วง  แลกเปลี่ยนกันด้วยความยินดีนะคะ  ดิฉันชอบที่นี่ค่ะ  ที่นี่มีสติ มีปัญญา แล้วก็มีภารโรงด้วยนะ

บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 65  เมื่อ 15 ก.พ. 08, 17:21

ภารโรงที่นี่ โปรเฟสเสอร์ยังหนาวเลย
ดุ....สุด

พวกเราทั้งหลาย น่าจะถูกสอนมาทั้งสองระบบ คือใช้ภาษาไทย ที่มีรากเง่า
กับต้องใช้ภาษาไทยนั้น เปิดรับรากเน่า....เอ้ยรากเง่าของคนอื่นเข้ามา
ปัญหาอยู่ที่ เราส่วนใหญ่ อาจจะไม่ทันนึกว่า ภาษานั้นเป็นการแฝงตัวของความสำนึก
ไพล่ไปนึกว่า ภาษาเป็นเครื่องมือ เหมือนสายไฟ เหมือนสายโทรศัพท์....เหมือนชักโครก
หาเคยคิดว่า ภาษามีอายุ แปลว่ามีชีวิต

พอไม่รู้อย่างนั้น ก็อาจจะเอาภารโรงของผม ไปขับเครื่องบิน หรือเอานักบิน มาขับแท๊กซี่
ใช้ของผิดประเภทแท้ๆ
ผมขอยกตัวอย่างเพลงที่ลูกผมชอบฟัง พวกฮิบหอบ พวกเฮฟวี่
ในเพลงจำพวกนี้ ที่ไม่ใช่การบ้าเห่อทำตาม หมายถึงจากนักร้องที่เขา"เลือก" ว่าจะเป็นนักหอบจริงๆ
พวกนี้จะสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เป็นวัฒนธรรมย่อยอยู่ใต่วัฒนธรรมใหญ่
คิดดังนี้ ผมก็ยอมรับได้ ว่าเขาเป็นเช่นนั้นจริงๆ สิ่งที่เขาสร้าง เขาต้องการมันจริงๆ
ไม่ใช่ดัดจริตเหมือนเด็กไทย ทำอะไรก็ได้ ขอแค่สนองความต้องการตัวเอง ไม่ลงทุนอะไรทั้งนั้น
ลอกเขาลูกเดียว

ผมคิดว่า ถ้าครูมีแขกท่านอยู่กับเราในพ.ศ. นี้ ใครจะไปรู้ ท่านอาจจะเป็นครูมีฮิบหอบแขกก็ได้
เพราะศิลปินที่แท้ ไม่สิ้นหนทางอยู่กลางโลกที่เปลี่ยนแปลง
แต่พานิชยศิลปินสิ ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ตัวเองรอด
แย่กว่าพานิชยศิลปิน ก็คือพ่อค้าแท้ๆ ที่เห็นแก่เงิน แต่จับศิลปะและเพลงไทยชำเราจนได้สายพันธุ์ใหม่
เลี้ยงไว้รับใช้กระเป๋าตัวเอง

ประเด็นของผมก็คือ จะไทยชั้นเลวยังไง ขอให้เป็น "ของจริง" เหอะ
ผมเปลี่ยนใจมายกย่องได้แน่ๆ ถ้าของนั้น เป็นของจริงที่แท้
ไม่ใชของปลอมอย่างที่มีเกลื่อนประเทศ
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 66  เมื่อ 16 ก.พ. 08, 00:54

ขอบคุณครับคุณป้ากุน  ผมเพียงอยากหมายถึงความเป็นอนัตตลักษณ์  คือมันเป็นไปของมันโดยบังคับได้ยากครับ  ถ้าเราคิดว่ามันเป็นศิลปะแขนงนึงซึ่งมนุษย์มี  มันไม่มีทางอยู่นิ่งหรืออยู่ในที่ใดที่ควรหรือไม่ควร  เหตุผลของมันน่าจะเป็นการสะท้อนความเป็นไปของสังคมในแต่ละยุคล่ะครับ  เศรษฐกิจไม่ดีเกิดทุกข์เข็ญมนุษย์ก็มุ่งไปทางทำมาหากินหรือทางต่อสู้ศิลปะก็แสดงออกมาแบบนึง  ถ้าบ้านเมืองสงบกินดีอยู่ดีศิลปะก็ออกมาอีกลักษณะนึง  ยิ่งโลกไร้พรมแดนอำนาจการสร้างค่านิยมก็ย่อมเป็นไปแบบที่เห็นครับ  ความปนเปมีทิศทางบ้างไร้ทิศทางบ้างก็เป็นปกติธรรมดา  ลักษณะฉาบฉวยก็ย่อมมี  ยิ่งสมัยนี้การสร้างงานชิ้นนึงง่ายเหลือเกินใช้คอมดีดีตัวนึงก็ทำได้แล้วครับ  แต่ผมเชื่ออย่างนึงครับไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพาณิชยศิลป์เพียงใด  ของแท้ของจริงจะไม่มีวันตายครับจะอยู่ได้เสมอแบบที่เรามักเรียกว่า  อมตะ  ครับ  เราคงห้ามไม่ได้แต่ขอให้กำลังใจผู้ที่สร้างงานคุณภาพจริงๆโดยการอุดหนุนทำให้เค้าอยู่ได้  และให้กำลังใจถ้ามีโอกาส  แค่นี้จริงๆครับที่เราจะทำได้....... เจ๋ง
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 67  เมื่อ 16 ก.พ. 08, 01:35

ต้องขอค้านคุณบานานิดหน่อย
จริงอยู่ ที่ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันด์ ใครก็ห้ามไม่ได้
แต่การเปลี่ยนแปลงโดยเขลานั้น น่าจะห้ามได้
แม้ว่าในทางปฏิบัติ อาจจะห้ามไม่ได้ แต่ในทางอุดมคติ ไม่ห้ามไม่ได้เด็ดขาด

อุดมคติที่ว่า ภาษาดี ต้องอยู่คู่สังคม ต้องเป็นอุดมคติที่แปรให้เป็นอุดมการ
จะปล่อยอยู่แต่ในความคิดคำนึงหาได้ไม่
คุณบานาอ้างตัวอย่างชนิดที่ลอยละล่องไปตามธารแห่งกาลเวลา
ผมทราบว่า ข้อเท็จจริงเป็นดั่งนั้น

แต่เราสอนลูกหลานเพียงข้อเท็จจริงหรือ เราไม่สอนอุดมคติหรือ
ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า ถ้าฟันฝ่าเข้าร้องเพลงประกวดได้ ชื่อเสียงและความรวยรออยู่
ส่วนการทำเพลงออกจากคอไปสู่หูกรรมการนั้น ช่างมัน ทำแค่ที่กรรมการชอบ เป็นพอ
แล้วกรรมการเอง ก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนเข้าประกวด สมกับยังกับผีคู่กะโลง

ข้างคนดูก็จัดตั้งกันมา บางพ่อแม่จ่ายเป็นล้าน เพื่อซื้อความสำเร็จฟองสบู่ให้ลูก
ลูกคุณใจแตกน่ะไม่เป็นไร เพราะคุณรวย
แต่ลูกคนอื่นใจแตกสิซวยครับ เพราะมันจน แถมมันยังเป็นผู้ตามเสียอีก ไม่รู้จักคิด

ทั้งหมดคือข้อเท็จจริง และเป็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนิน
ถ้าเชื่อคุณบานา ผมก็ต้องปล่อยให้ลูกนั่งเฝ้าหน้าจอ ทำตัวสิ้นคิดเหมือนคนสิ้นคิดอีกเป็นล้าน
ปล่อยตัวไปตามโลก

ก็พระพุทธองค์มิใช่หรือ ที่เห็นว่าโลกหมุนผิดทาง พ่อก็พาไปผิดทาง
ท่านจึงสละโลก เพื่อไปเหนือโลก
เราเรียนรู้พุทธธรรมก็เพื่อเชื่อตัวเราเองมิใช่หรือ

ค้านยาว อย่าเคืองกันนา......
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 68  เมื่อ 16 ก.พ. 08, 02:52

นี่แหละคุณBanaที่เราต่างกัน  คุณBanaเชื่อมั่นว่าของแท้จะไม่ตาย  แต่ดิฉันไม่เชื่ออย่างนั้นซิค่ะ  ดิฉันว่าของแท้มันจะตายและสูญหายไปอย่างอมตะ  เพราะปัจจุบันของเทียมที่มีกระบวนการทางการตลาดอย่างดีกลายเป็นเรื่องเชิดน่าชูตาไปเสียนี่
บันทึกการเข้า
Hotacunus
องคต
*****
ตอบ: 613


AD FRANCIAM


ความคิดเห็นที่ 69  เมื่อ 16 ก.พ. 08, 05:15

ขอวกกลับมาที่ ภาษาวิบัติ นะครับ  เจ๋ง

ผมไม่ค่อยคุ้นกับรูปคำที่ว่า "... บ้าง อะไรบ้าง" ก็เลยไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วเรามีพูดกันมานานแล้วหรือเปล่า ? หรือ เป็นวิธีการพูดที่เพิ่งเกิดใหม่ ? เช่น

"ต้องตั้งใจเรียนบ้างอะไรบ้าง นะเพื่อน อ่านหนังสือบ้างอะไรบ้าง"

อ่านเจอครั้งแรกๆ ในเน็ตนี่แหละครับ เป็นสำนวนวัยรุ่นหรือเปล่า ? หรืออย่างไรบ้างอะไรบ้าง ฮืม

http://www.google.fr/search?q=%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87&hl=fr&client=firefox-a&rls=org.mozilla:fr:official&hs=uOT&start=20&sa=N

ไม่รู้จะมาแนวเดียวกับ "วันนี้อากาศดีชอบมากมาย" หรือเปล่า ?

 รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 70  เมื่อ 16 ก.พ. 08, 08:49

เศรษฐกิจไม่ดีเกิดทุกข์เข็ญมนุษย์ก็มุ่งไปทางทำมาหากินหรือทางต่อสู้ศิลปะก็แสดงออกมาแบบนึง  ถ้าบ้านเมืองสงบกินดีอยู่ดีศิลปะก็ออกมาอีกลักษณะนึง 
.................
แต่ส่วนใหญ่คุณค่าของวรรณกรรม โดยเฉพาะตะวันตก มันจะอยู่ในยุคขุกเข้ญ เป็นแรงผลักดันให้เกิดงานเขียนดีๆเยอะมากเลย
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 71  เมื่อ 17 ก.พ. 08, 00:17

โอกาสไงครับ  เป็นส่วนผลักดันอย่างยิ่งในสังคมยุคนี้  การมีแต่ยัดเยียดให้ฟังใฟ้ดูงานของกลุ่มทุนที่มีอำนาจเงินหรืออำนาจอย่างอื่น  เปิดช่องไหนหมุนคลื่นไหนก็จะได้ยินร่ำไป  ในทฤษฎีที่ว่าดีไม่ดีฟังไปเรื่อยดูไปเรื่อยๆก็ดังเอง  งานที่ได้กล่องมักไม่ได้เงินเพราะไม่ติดหูติดตา  งานบางชิ้นต้องแสวงหาถึงได้เสพสม  เวลาที่จะให้ในการทำผลงานแต่ละชิ้นก็มีข้อจำกัด  การประกวดเลือกเฟ้นคนมีคุณภาพจริงๆก็กลายเป็นธุรกิจบันเทิงเป็นเรื่องของการโหวตหาแต่คนหน้าตาดีดีหรือโดดเด่นขายได้เพื่อตอบสนองอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานเพลง  แต่ก็นั่นแหละครับของแท้ต้องไม่มีวันตาย  ของจริงต้องอยู่ได้แม้จะมีกระแสใดๆ  อย่างคาราบาวหรือไมค์ ภิรมย์พร  เหมือนความประทับใจในเพลง วิมานดิน หรือ ทรายกับทะเล  คงไม่มีวันที่ใครหรือเหตุการณ์ใดจะลบไปจากใจผมได้น่ะครับคุณป้ากุน 

แต่จะมีโอกาสที่ผลงานที่ดีจริงที่คนอยากสร้างสรรแล้วได้ออกสื่ออย่างไม่มีธุรกิจแอบแฝงมากนักนั้น  ต้องปรับปรุงองค์กรที่เรียกว่าสื่อใหม่ครับ.....อิอิ  นอกเรื่องไปหรือเปล่าครับเนี่ย........ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 72  เมื่อ 17 ก.พ. 08, 01:33

ไม่ได้เข้ามาตอบกระทู้ซะหลายวันเลยครับ
กำลังอยากกล่าวขออภัยสมาชิกหลายๆท่านด้วย
ถ้าความคิดเห็นของผมขัดแย้งต่อจิตใต้สำนึกของท่าน
แต่กลัวจะกลายเป็นการ "เกาะกระแส" แบบที่คุณกล้วยว่าไว้
เลยขออนุญาตแสดงความรู้สึกผิดที่ทำให้คุณป้ากุนรู้สึกไม่ดีนะครับ


เอาเป็นว่าผมเป็นคนนึงมั้งครับ ที่ไม่ได้รู้สึกขัดหูขัดตากับรำไทยแบบเท้าบัลเลต์
หรือท่ารำยกแขนสูงเหนือศีรษะ เวลาใครซักคนจะสร้าง "ของใหม่" ขึ้นมา
(เพราะวันนี้ก็เพิ่งไปดูเขาสอบกันมาที่หอประชุมจุฬาฯ ครับ)
กับเพลงผมก็ไม่ถือไม่สาเช่นกัน แค่เวลาพูดไม่ผิดอักขระเป็นพอ
ที่เหลือผมก็แค่วิจารณ์ไปตรงๆ ว่าผมรู้สึกกับผลงานแต่ละชิ้นอย่างไรบ้าง

ยกตัวอย่างรายการพาไปเที่ยวประเทศต่างๆ ที่ดาราชายชื่อดังคนหนึ่งเป็นพิธีกรอยู่ให้หัวเด็ดตีนขาดยังไงผมก็ไม่ดู
(คนที่เล่นหนังก็แข็งประโป๊ก ร้องเพลงก็ผิดคีย์ เป็นพิธีกรก็พูดผิดอักขระทั้งไทยทั้งอักฤษ แต่ดังเพราะเป็นข่าวกับเสี่ยน่ะครับ)
เผลอกดไปเห็นทีไร..... ตกใจทุกที เหมือนรายการหน่อมแน๊มยังไงไม่รู้ครับ แหะๆ




ส่วนสมาชิกท่านไหนไม่พึงใจจะฟังเพลงผิดอักขระ ผมว่าท่านก็มีสิทธิ์ในการสร้างกระแสครับ
กระแสที่ทำให้คน "รุ่นใหม่" รู้สึกอย่างเดียวกับท่าน...... (นี่ก็ความเห็นผมเนาะ)
ต้องบอกไว้ก่อนครับ เพราะผมมิบังอาจเป็นตัวแทนเรือนไทยไปสอนสั่งผู้อ่านท่านใดดอกครับ











เอาล่ะ พล่ามมาซะนานจนผมชักพูดไม่รู้เรื่องเต็มทีแล้ว ผมขอตัวเข้านอนก่อนดีกว่าครับ แหะๆ
เริ่มเข้าใจแล้วครับ ว่าทำไมหลายคนถึงหวังกับ TPBS จัง
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 73  เมื่อ 17 ก.พ. 08, 08:16

คุณติบอ  รู้สึกไม่ดี ไม่มีครับ  แต่ไม่เชื่อนะซี  ออกเสียงผิดแล้วทำให้เพลงเพราะนี่  ต้องหาทางพิสูจน์กันหน่อย
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 74  เมื่อ 17 ก.พ. 08, 08:38

เมื่อวาน ผมนั่งรถรุ่นน้องไปแถวจังหวัดนอกเมือง เขาเปิดเพลงไทยให้ฟังล้วนๆ แล้วบอกว่านี่ของใครร้องบ้าง
ดา เอ็นโดฟิน ลิเดีย ใหม่ เจนนิเฟอร์ คิ้ม แพ็ท สุธาสินี ผู้ชายก็มีอีกสองสามคน เสียงคล้ายๆกัน ผมจำชื่อไม่ได้ครับ
ฟังแล้ว เจอตัวทีทั้งเพลง ทุกคน ไม่ก็ใจเป็น ชัย(แบบฝรั่ง) ..ฯลฯเต็มหู
ฟังไป ก็เลียนแบบไป ด้วยความสนุก แต่สลดใจครับ..
ผมถามตัวเองว่า ไอ้สำเนียงเหล่านี้ มันทำให้เพลงเพราะขึ้นใช่ไหม..ในความรู้สึกของคนพวกนี้
เปล่า.. แต่เขาร้องเพราะมันเป็นสไตล์ ที่สะท้อนให้เห็นว่าพวกเขาเดิ้น
ทั้งๆที่รู้ว่าผิด..
เด็กๆทีมงานของผม เวลาเสนองานที ก็พูดอย่างนี้
ผมอยากจะล้อ อยากจะเบรค แทบแย่
โอกาสเหมาะๆ ก็โดนไปกันบ้าง บางคนทำเพราะตามกระแส ทันกระแส
เราก็แค่ หยุดและต้านกระแสครับ   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 3 4 [5] 6
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.042 วินาที กับ 21 คำสั่ง