เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
อ่าน: 7160 ถึงเวลาหยุดผลิตหนังสือเล่มหรือยัง
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30553

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 15  เมื่อ 22 ต.ค. 07, 09:19

ดิฉันใช้คอมโน้ตบุ๊ค ใช้แบตได้ ๒ ชั่วโมง  ไฟดับก็พออ่านหนังสือต่อไปได้ค่ะ สบายกว่าจุดเทียนหรือไปนั่งกลางแจ้ง
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1866



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 16  เมื่อ 22 ต.ค. 07, 09:23

คิดว่าต้องเลิกพิมพ์สักวันครับ แต่น่าจะยังอีกไม่เร็วนัก แต่ผมแบ่งสาเหตุได้แค่สามประเด็นหลัก

1. คนยังเข้าถึงหนังสืออิเล็คทรอนิกส์ได้ไม่ทั่วถึง
2. เทคโนโลยียังไม่ถึง (ยังถือไปนอนอ่านบนเตียงไม่ได้ เป็นต้น)
3. ความเคยชินกับการอ่านหนังสือเล่ม บางทีก็ทำให้เกิดความรู้็สึกต่อต้าน อันนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมสังคม ที่ต้องใช้เวลาในการปรับเปลี่ยนครับ

ด้านเอกสารราชการ อันนี้นอกจากเทคโนโลยีแล้วยังมีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
อเมริกาเขามีกฎหมายรับรองเอกสารอิเล็คทรอนิกส์นานมากแล้ว อย่างช้าที่ผมเคยรู้เห็นมาบ้างก็ตั้งแต่เมื่อ ๑๕ ปีก่อนโน่นแน่ะครับ
ตอนนั้นเมืองไทยยังไม่รับรอง ส่วนตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่ได้ติดตามมานานแล้ว
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 17  เมื่อ 22 ต.ค. 07, 13:07

ดิฉันว่าประเด็น "ถึงเวลาหยุดผลิตหนังสือเล่มหรือยัง" ถ้าจะตีความแค่การลดการใช้กระดาษ  เรายังมีวิธีอื่น ๆ ที่เป็นการลดการใช้กระดาษ  โดยที่เราเริ่มได้เลยวันนี้  ซึ่งดิฉันเห็นว่าสิ่งที่เป็นแกนของทุกเรื่องเลยอยู่ที่  การตระหนักว่า  ทรัพยากรทุกอย่างในโลกมันมีจำกัด  ไม่ว่าคุณจะใช้อะไรก็พึงใช้เท่าที่จำเป็น  ใช้อะไรก็ใช้ให้คุ้มค่า  จะใช้อะไรก็ต้องคิด  ไม่ใช้คิดแค่ตัวเอง  แต่คิดว่าทุกอย่างคือทรัพยากรของโลก  ถ้าคุณใช้อย่างสิ้นเปลือง  คุณก็กำลังเอาเปรียบคนอื่น ๆ  แล้วสาเหตุที่เราใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลืองทุกวันนี้มาจาก วัฒนธรรมบริโภคนิยม ทุนนิยม เจ้า 2 อย่างนี่แหละ  ของใช้ต้องรุ่นใหม่เสมอ  เสื้อผ้าเปลี่ยนไปทุกฤดู  ใครได้ประโยชน์ค่ะ  ทำของราคาถูกให้คนได้เปลี่ยนมาใช้ของใหม่เรื่อย ๆ ของเก่าเสียทิ้ง ซื้อของใหม่ถูกกว่า ขยะเลยเต็มบ้านเต็มเมือง  ต้นทุนกำจัดขยะไปอยู่ที่ใครค่ะ 

ก่อนจะหยุดผลิตหนังสือเล่ม  เราลองมาหยุดซื้อเสื้อผ้าใหม่กันก่อนดีไหมค่ะ  หรือเราจะซื้อเสื้อผ้าใหม่เพื่อทดแทนตัวเก่าที่เราปลดระวางเท่านั้น  เริ่มได้วันนี้เลยนะคะ 

เรื่องการลดกระดาษ  เอาแค่กระดาษที่ซุปเปอร์สโตร์  และร้านค้าทั้งหลายใช้พิมพ์เอกสารแจกทิ้งแจกขว้าง  ให้พวกนี้ตระหนักและใช้วิธีการอื่น ๆ แค่นี้ก็ลดลงไปได้อักโข
บันทึกการเข้า
SILA
หนุมาน
********
ตอบ: 6197


ความคิดเห็นที่ 18  เมื่อ 22 ต.ค. 07, 13:27

       คงอาลัยใจหายครับ เมื่อนึกถึงวันที่หนังสือเกือบสูญไปจากโลก เหมือนเมื่อครั้งแผ่นเสียงถูกซีดีเบียดตกแผงไป กลายเป็นของหายาก
ความงามของปก-ซองขนาดใหญ่ การค่อยๆ จับแล้วเช็ดแผ่น บรรจงวางเข็ม แล้วเกิดเสียงที่มีเสน่ห์ ให้คุณค่าทางใจมากกว่าแผ่นซีดี
แม้จะอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันใช้เวลาเปลืองไป
      
       จะว่าไปไม่มีหนังสือก็ดีเหมือนกัน ไม่เปลืองกระดาษ ตามสถิติหลายปีแล้วว่า คนไทย 1,000 คน ใช้กระดาษพิมพ์และเขียน 13.1 เมตริกตัน
(ซึ่งน้อยกว่าประเทศอื่นอย่างฮ่องกง สิงคโปร์) ทั้งประเทศและทั้งโลกจะขนาดไหน
       ไม่ต้องมีพื้นที่ให้หนังสืออยู่ ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่ม  ไม่ต้องหอบหิ้วหนังสือเล่มหนาหนักทำให้ปวดกล้ามเนื้อแขนไหล่
       ไม่มีหนังสือให้ยืมแล้วไม่ได้คืน    
       ไม่มีขยะหนังสือ (เคยมีข่าวที่สหรัฐพบขยะเป็นกองหนังสือขนาดใหญ่ในที่สาธารณะ ตรวจพบว่าเป็นหนังสือเก่าของห้องสมุด)
       แต่ชีวิตก็คงเหมือนขาดเพื่อนที่คุ้นเคยไป  
                  
บันทึกการเข้า
Bana
องคต
*****
ตอบ: 439



ความคิดเห็นที่ 19  เมื่อ 24 ต.ค. 07, 00:34

          หนังสือเป็นศิลปกรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง  ไม่ว่าจะเขียนหรือพิมพ์  เป็นสิ่งที่เกิดจากปัญญาและกลายมาเป็นบ่อเกิดแห่งปัญญา  เป็นลิขสิทธิ์ที่ผู้เขียนควรได้รับผลประโยชน์ตามที่ควร  เป็นสิ่งควรค่าแก่ราคา  แต่ในโลกไซเบอร์ไม่ค่อยได้กะตังค์ครับดีต่อผู้อ่านแต่ผู้ผลิตไม่ค่อยดี....อิอิ  และหนังสือเมื่อเราได้มาแล้วก็สามารถหยิบมาอ่านได้ทุกเมื่อ  เวลาคิดถึงหนังสือเล่มโปรดก็หยิบมาอ่านได้ตลอดไปนานแสนนานถ้าเรารู้จักเก็บรักษา  การทำหนังสือประเภทไหนก็ตามที่มีสาระ  นั่นเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติได้คุ้มค่าที่สุดครับ  อย่าคิดว่าสิ้นเปลืองเลย  เราเปลืองพลังงานครั้งเดียวด้วยในการจัดพิมพ์  ต่อจากนั้นเราหยิบมาอ่านได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลืองไฟฟ้าเหมือนคอม  ถ้านับทุกครั้งที่เราเปิดคอมเพื่ออ่านในเรื่องเดียวกันกับที่เราอ่านจากหนังสือ  ผมว่าคอมน่าจะเปลืองมากกว่าด้วยซ้ำ  แต่ก็ยอมรับในความหลากหลายง่ายต่อการค้นหาด้วย search engine กับคอมครับ  เรียกว่ามีส่วนดีมากดีน้อยเคล้ากันครับ

            แต่หนังสือบางประเภทใช้คอมไม่ได้  ให้ความรู้สึกแตกต่างกันชัดเจน  เช่น หนังสือรุ่น  หรือ พวกไดอารี่ ครับ  อันนี้หยิบมาอ่านทีไรมันได้วิญญาณและความรู้สึกชัดเจน  ยังไงหนังสือคงไม่มีวันเลิกผลิตดอกครับ  ตรงกันข้ามนับวันยิ่งจะมีค่าและแพงขึ้น  มีมากขึ้นด้วยความง่ายในการจัดพิมพ์ด้วยวิทยาการสมัยใหม่  และเป็นธุรกิจที่ยังไปได้ดีแม้ในยุค IT เฟื่องฟู  เพราะทำยังไง IT ก็ไม่สามารถครอบคลุมคือมีเนื้อหาหนังสือทุกเล่มในคอมได้  เพราะหนังสือออกมาทุกวันไม่ว่าจะเป็น ตำรา  พ็อกเก็ตบุค หรือนิตยสาร  ด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจมันก็ต้องจำกัดให้หนังสือเล่มยังไปได้เรื่อยล่ะครับ........ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 20  เมื่อ 24 ต.ค. 07, 01:38

เห็นด้วยกับคุณป้ากุนเรื่องการประหยัดครับ
แต่โดยส่วนตัวรู้สึกว่าการประหยัดเสื้อผ้า
ดูจะเป็นเรื่อง "ง่าย" ของผู้ชาย
แต่เป็นเรื่อง "ยาก" ของผู้หญิง

ลองคิดดูว่าเสื้อที่ผู้ชายใส่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิร์ต หรือเสื้อโปโล
เก่าหน่อยก็เอามาใส่อยู่กับบ้านได้ไม่น่าเกลียด
เก่ามากๆ ตัดแขนซะแล้วใส่เป็นชุดนอนอีกรอบก็ได้
ไม่ต้องถึงขนาดปะชุนก็ใส่ได้เป็นสิบปี
ต่อให้ซื้อเสื้อมา 2500 บาท ใส่ปีละ 25 ครั้ง 10 ปี
ก็เป็นค่าเสื้อแค่ครั้งละ 25 บาท

เสื้อเชิร์ตแขนยาวบางตัวของผมก็ใส่มาตั้งแต่มัธยม
ปลดระวางจากราวแขวนมาอยู่ลิ้นชัก
ตัดแขนออกมาไว้ตั้งเสื้อนอน........ ก็ยังไม่น่าเกลียด




แต่ถ้าคุณผู้หญิงซักคนอยากเอาเสื้อผ้าไหม ซับใน ซับผ้ากาว
ติดกระดุมเม็ดใหญ่เท่าเหรียญสิบมาเป็นเสื้อใส่อยู่กับบ้าน
หรือเป็นเสื้อนอน....... คงดูแปลกๆพิลึกนะครับ
แถมราคาก็น่าจะแพงกว่าเสื้อของคุณผู้ชายเสียอีกแหนะ
บันทึกการเข้า
BLUECOLOR
อสุรผัด
*
ตอบ: 20


ความคิดเห็นที่ 21  เมื่อ 24 ต.ค. 07, 07:54

ขออนุญาต เขียนความเห็น  แต่ รู้สึกว่าค่อนข้างจะนอกทางไปจากกระทู้มากไป หน่อย ....

ทรัพยากร  ...เสื้อผ้า ผู้หญิง ... โทษสองปัจจัยหลักๆ  ดีกว่า (เอนเอียงชัดๆ เลย แบบนี้)

1.  ผู้บริโภค ทางอ้อม  .... คือ ผู้ชาย  ผู้หญิงอยากดูดีเพื่อ ผู้บริโภคกลุ่มนี้   สั้นๆ แบบนี้

2.  การตลาด  .... คำนี้ไม่ได้เป็นเหตุในการสิ้นเปลืองทรัพยากรเรื่องเสื้อผ้า แต่ เป็นสินค้าอื่น  รวมทั้งหนังสือด้วย
การตลาด ก็ เพื่อประโยชน์ เชิงเศรษฐกิจนั่นเอง     อย่าลืมว่าสิ่งหนึ่งที่ได้คือ การลงทุนเพิ่ม ช่วยการจ้างงาน ฯลฯ 
ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้น  วนกลับไปที่จุดของคำว่า พอดี   ไม่ฟุ่มเฟือยเกินเหตุ   แต่ไม่ได้ประหยัดจนเกินไป 

แบบนี้  จึงก่อให้เกิดกระแสหมุนเวียน ได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจแบบแท้จริง

หากมีแต่อะไร ๆ  บน อีเลคโทรนิคส์ (สะกดผิดหรือเปล่าก็ไม่ทราบ)    คนคงจะว่างกันอีกเยอะเลยละค่ะ

... เรื่องพลังงานอีกนิดหนึ่งค่ะ ...  แบตเตอรี่ทั้งหลาย  ที่เรานำมาเติมกระแสไฟฟ้าได้  เช่น  โทรศัพท์เคลื่อนที่   กล้องถ่ายภาพระบบดิจิตอล    เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดพกพา   อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ แม้ไม่ได้ใช้งาน แต่เปิดเครื่องทิ้งไว้ เช่น คอมพิวเตอร์ บุคคล  ชนิดตั้งโต๊ะ ก็ตาม   ฯลฯ 

ต่างก็กำลังช่วยกันใช้พลังงานทั้งนั้นเลยค่ะ    ยิ่งมีการส่งเสริม กับ  ขยายตลาดสินค้าประเภทนี้ ตามความเจริญทางวัตถุของโลก  มากเท่าไร    จำนวนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เราใช้มากเท่าไร  ก็เป็นการช่วยกันลดทรัพยากรลงไปมากเท่านั้น

เราง่าย ๆ  โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เปิดไว้  โดยไม่ได้ใช้งาน ก็ผลาญพลังงานไปมาก   เพราะอย่าลืมว่า  เมื่อแบตเตอรี่ที่ใช้หมดลง เราก็ต้องกลับไปเติมพลังงานให้เขาใหม่     ดังนั้น ก็เหมือนกับเราช่วยกันเทพลังงานทิ้งคนละไม้คนละมือนั่นเองค่ะ

ขออภัยหากนอกเรื่องไปค่ะ
บันทึกการเข้า
onelifeonelove
อสุรผัด
*
ตอบ: 16


ความคิดเห็นที่ 22  เมื่อ 19 ม.ค. 10, 23:34

ส่วนตัวนะคะ ชอบการอ่านหนังสือมากกว่ามากเพราะหนังสือจับต้องได้

เหมือนจดหมายรักที่มาจากแผ่นกระดาษมันดูมีชีวิตชีวา ได้เห็นลายมือผู้เขียน ได้เห็นกระดาษที่เขาเลือก มันดูมีชีวิตมากกว่าอีเมลล์ที่เห็นเพียงตัวอักษร

หนังสือเหมือนสมบัติเราสามารถใช้น้ำหมึกบันทึกชื่อลงในกระดาษ กลิ่นกระดาษก็หอมมาก ยิ่งเก่ายิ่งหอม 

ยังไงก็ชอบที่จะซื้อหนังสือมากกว่าคะ

 

บันทึกการเข้า
Rangson Boontham
อสุรผัด
*
ตอบ: 49



ความคิดเห็นที่ 23  เมื่อ 25 ก.พ. 10, 20:13

ว่าไปแล้วทุกอย่างก็ต้องเปลี่ยนแปลง หนังสือก็ไม่เว้น ครั้งหนึ่งเราเคยบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ลงแผ่นหิน ศิลา แผ่นดินเผา ผ้าไหม ใบลาน ... จนถึงกระดาษ อย่างปัจจุบัน ก็แน่นอนวันหนึ่งต้องมีอะไรมาแทนทีหนังสือ

แต่เชื่อว่าในใจของหลายๆ คนก็คงยังอยากเก็บหนังสือไว้ ส่วนตัวแล้วยังประทับใจการอ่านหนังสือบนกระดาษ มากกว่าในจอคอม แล้วก็ยังซื้อหนังสือตามปกติแต่ก็จะเลือกเล่มที่ชอบใจจริงๆ (._.)

ถ้าระหว่างได้รับหนังสือเล่มหนึ่งกับหนังสือในแผ่นซีดีเป็นของขวัญ คงรู้สึกชอบกลอยู่ มีเพื่อนทำเพาเวอร์พอยต์อวยพรวันเกิดให้ อีกคนซื้อหนังสือและเขียนคำอวยพร ลงวันที่ให้ ทุกวันนี้เพาเวอร์พอยต์เปิดดูครั้งเดียว แต่หนังสือยังหยิบพลิกดูบ้าง ก็จะเฝ้าดูเทคโนโลยีด้านนี้ต่อไปครับ

 ยิ้ม
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.077 วินาที กับ 19 คำสั่ง