เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
อ่าน: 14480 โลกร้อน
กุ้งแห้งเยอรมัน
แขกเรือน
สุครีพ
******
ตอบ: 1573



ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 30 ต.ค. 07, 22:30

ดีใจทุกเช้าที่ได้สัมผัสลมหนาว.. อ่านเรื่องของท่านเจ้าคุณนรฯโดยบังเอิญและบันทึก จึงส่งมาประกอบข้อความโลกร้อนนี้ เพื่อยุให้คนที่ชอบลมหนาว ตื่นเช้ามาออกกำลังกายค่ะ

๑. ตอนตื่นลุกขึ้นจากที่นอน ดัดตน ๔ ท่าดังนี้

๑. ยืด (Stretch)
๒.แขม่วท้อง (Pumping)
๓.เตะขึ้น(Kick up)
๔.บดท้อง (Ehuming)

๒. ลุกขึ้นจากที่นอนแล้ว ไปยืนที่หน้าต่างที่เปิดตรงช่องลม หายใจยาวสุดอากาศสดๆ (Fresh Air)
เข้าปอดให้เต็มที่ ๔ ท่าดังนี้

๑.อัดลม (Paching)
๒.หายใจยาวสูดลมเข้าปอดตอนบน (Upper Chest Breathing)
๓.หายใจยาวอัดลมดันให้ท้องโป่งพอง (Abdominal Breathing)
๔.หายใจยาวสูดลมเข้าอกให้ซี่โครงกาง (Bostal Breathing)

ในขณะที่ทำท่าเหล่านี้ควรหลับตา และตั้งใจเป็นสมาธิอยู่ในท่าที่กำลังกระทำอยู่นั้น เมื่อจบท่าแล้ว
จึงลืมตา เวลาลืมตานั้นต้องลืมจริงๆ คือเพ่งมองไป แล้วค่อยๆ หลับกลอกไปกลอกมา ขึ้นข้างบน ลงข้างล่าง
กลอกข้างซ้ายกลอกขวา และกลอกเป็นวงกลมนี่เป็นการบริหารลูกตาอีกส่วนหนึ่งฯ

๓. ดื่มน้ำ ๑ ถ้วยแก้วเต็มๆ น้ำที่จะใช้ดื่มนี้ สำหรับผู้ที่จะมีอายุล่วงเข้าเขตปัจฉิมวัยแล้วไม่ควรดื่มน้ำเย็น
ในตอนตื่นตอนเช้าๆ ท้องว่างๆ ควรดื่มน้ำต้มเดือดแล้วอุ่นๆ ถ้าดื่มน้ำเปล่าๆ ไม่ได้ควรเลือกเจือชานิดหน่อย
พอมีกลิ่นชวนให้ดื่มได้ แต่อย่าให้มากนักเพราะมีธาตุที่ให้โทษแก่ร่างกายอยู่บ้างไม่เหมาะสำหรับดื่ม
ในเวลาท้องว่างตื่นนอนใหม่ๆ ตอนเช้า

๔. ไปถ่ายอุจจาระ ถ้าเราเกรงจะเสียเวลาช้าไป ควรเอาหนังสือติดมือไปอ่านด้วย ต่อไปนี้ลงมือทำงาน
(Work) ได้

๕ เมื่อหยุดงานแล้ว ก่อนรับประทานอาหารควรดัดตน ๓ ท่าดังนี้

๑. ยืนกางแขนบิดตัว เอามือแตะปลายเท้าทีละข้าง (Tickle toe)
๒. เขย่าตัว (Pep hop)
๓. จ้องดาวและบิดคอ (Star Gazer และ Hen peck)

แล้วดื่มน้ำ ๑ ถ้วยแก้วก่อนรับประทานอาหารสัก ๑๕ นาทีเมื่อรับประทานอาหารแล้วใหม่ๆ ไม่ควรอ่าน
หนังสือหรือใช้สมองคิดเลย ควรคุยหรือเดิน หยิบโน่นหยิบนี่นิดๆ หน่อยๆ เป็นดี และไม่ควรดื่มน้ำรอไว้
จนกว่าอาหารย่อยเรียบร้อยจนเบาท้อง แล้วจึงดื่มน้ำให้มากๆ

๖. ก่อนจะอาบน้ำเข้านอนตอนกลางคืน ควรดัดตนอีกครั้งหนึ่ง ๗ ท่า ดังนี้

๑. ยืด (Stretch)
๒.แขม่วท้อง (Pumping)
๓.เตะขึ้น (Kick up)
๔.บดท้อง (Ehuming)
๕.ยืดกางแขนบิดตัวเอามือแตะปลายเท้าทีละข้าง (Tickle toe)
๖.เขย่าตัว (Pep Hop)
๗.จ้องดาวและบิดคอ (Star gazer และ Hen Peck)

ท่าดัดตนเหล่านี้ ถ้าทำให้มากเกินไปก็ให้โทษหรือไม่ให้คุณ ที่จะให้คุณจริงๆ คือพอควรอยู่ระหว่าง
กลาง ไม่ไปทางที่สุดโด่งทั้งสองข้าง
บันทึกการเข้า
ช้าง
อสุรผัด
*
ตอบ: 4

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน


ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 31 ต.ค. 07, 22:11

 :'(รู้สึกอายมากๆที่ตัวผมเองหายไปจากเรือนไทยหลายเดือนแล้ว กลับมาเปิดเจอกระทู้โลกร้อน ซึ่งตนเองก็มีส่วนในการช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้แต่กลับตกข่าว การเป็นเจ้าหน้าของรัฐในช่วงใกล้สิ้นปีงบประมาณและเริ่มปีงบประมาณใหม่เป็นสิ่งทำให้ไม่ค่อยมีรอยยิ้มและสนใจข่าวสารเอาเสียเลยในช่วงนี้ ี้พอว่างๆเลยแวะเข้าิมาดูก็เลยรู้ว่าตัวเองน่าจะให้ข้อมูลอะไรกับญาติๆในเรือนไทยได้ ในเบื้องต้นเอาเป็นว่า นาย ก. ที่ว่านี้เป็นนักการเมืองก็เลยทำอะไรให้เป็นที่น่าสนใจเอาไว้ก่อน (ขอใช้ค่าว่า "เว่อร์ไปหน่อย" ) สารคดีของเขาเยิ่นเย้อเอามากๆ ไม่ค่อยได้สาระเท่าไร และหลายเรื่องก็มีการคาดการไว้ตามข้อมูลตามหลักวิชาการที่น่าเชื่อถือกว่าสารคดีนาย ก. เยอะแยะ และที่สำคัญผมมีความเห็นเหมือนกระทู้แรกๆว่าเขาก็ไม่สามารถทำให้คนอเมริกันตระหนักรู้คุณค่าในการใช้พลังงาน แถมยังทำตัวเป็นตัวรวบตลาดน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสูงกว่าความเป็นจริง เอาส่วนต่างกลับไปให้คนอเมริกันได้ใช้น้ำมันถูกๆถลุงพลังงานของโลกกันเพลิน เฉพาะทวีปอเมริกาใช้น้ำมันไป 1 ใน 3 ของโลกแต่ อเมริกาไม่ยอมลงนามลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ปี 1997 อ้างว่าจะทำให้เศรษฐกิจอเมริกาถดถอยอย่างรุนแรง GDP จะลดฮวบฮาบให้เหตุผลเหมือนพี่ยุ่นเป๊ะ อย่างนี้ก็หมายความว่าประเทศไหนรวย คือ GDP มีมูลค่าสูงมากก็มีสิทธิปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากสร้างความโกลาหลให้โลกได้มากทุกเรื่องจริงๆ วันนี้ตอนนี้ผมง่วงนอนมากๆ เอาไว้ว่างๆจะหาวิธีแก้โลกร้อนมาให้ชวนคิดชวนลงมือทำกันครับ ต้องลงมือทำครับถึงจะได้ผล ปรัชญาการอนุรักษ์พลังงาน คือตระหนักว่าในทุกที่ทุกเวลานั้น ่มนุษย์มีความต้องการใช้พลังงานอยู่เสมอจึงต้องคิดทุกครั้งก่อนใช้ ้ขนาดตอนนอนยังต้องเอาธาตุลมเข้าไปจุดไฟชีวิตในการฟอกเลือดให้มีชีวิตอยู่เลยครับ วันนี้ขอตัวไปนอนก่อนละครับ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 11 พ.ย. 07, 22:42

วันนี้ดิฉันได้ดูรายการ"ย้อนรอย" ทางTITV เป็นเรื่อง  ธุรกิจการแยกขยะ  และทำให้ขยะมีราคาและคุณค่าของวงษ์พานิช  ดูแล้วมีแรงบันดาลใจอยากรณรงค์ให้ทุกบ้านเริ่มต้นแยกขยะอย่างง่าย ๆ ค่ะ โดยในรายการเขาจะแสดงให้เห็นว่าขยะเมื่อมีการคัดแยกแล้ว  มันมีคุณค่าและราคาทั้งสิ้น  ดิฉันเพิ่งรู้ว่า  แม้แต่น้ำมันทอดอาหารที่ใช้แล้ว ไขมันที่ตักออกมาจากถังดักไขมัน  ก็ขายได้ ปรัชญาของกิจการนี้คือ  ขวดน้ำที่เป็นพลาสติคสีขาวขุ่นขายได้ราคาดีกว่าขวดพลาสติคใส  บนโลกใบนี้ไม่มีขยะ  ดังนั้นเขาจึงรับซื้อทุกอย่างยกเว้นของผิดกฎหมาย เช่น สายไฟ สายโทรศัพท์  ยกเว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าคุณไม่ได้ไปตัดสายไฟบ้านใครมา 

ดิฉันเข้าใจดีว่าการแยกขยะเป็นเรื่องยุ่งยากในชีวิตเพราะเราไม่เคยชิน  แต่การแยกขยะตั้งแต่ต้นจะลดต้นทุนในกระบวนการrecycleลง  ลดความสิ้นเปลืองพลังงาน และน้ำเพื่อทำความสะอาด ดิฉันจึงคิดว่าถ้าแต่ละบ้านเริ่มต้นง่าย ๆ โดยแยกขยะเป็น 2 ประเภทคือ  ขยะสะอาด  กับขยะสกปรก  ก็ช่วยได้เยอะแล้วค่ะ

ขยะสะอาดคือขยะที่แม้ว่าเราจะนำมารวมกันไว้เป็นเวลานานก็จะไม่เกิดการเน่าเหม็น  ขยะแบบนี้ถ้าคัดแยก  และรวบรวมให้มีปริมาณพอสมควรก็มีราคาทั้งนั้นค่ะ  ซึ่งถ้าเราประสงค์ในราคา  เราก็คัดแยกแล้วรวบรวมให้มีปริมาณเพียงพอต่อการชั่งตวงวัด  แต่ถ้าเราไม่ประสงค์ในราคาเราก็ยกให้คนเก็บของเก่า  หรือคนเก็บขยะโดยบอกเขาว่าเราแยกให้แล้ว  การยกให้คนเก็บขยะเราจะได้อนิสงฆ์ผลบุญในโลกนี้เลย เช่น  เวลาเรามีขยะชิ้นใหญ่อย่างเช่นกิ่งไม้  หรือเศษอิฐเศษปูน ซึ่งปกติรถขยะมักจะไม่เก็บให้  เราก็อาจจะขอให้เขาช่วยเก็บไปหน่อย  เขาก็จะทำให้ค่ะ   

ส่วนขยะสกปรกเราก็ทิ้งให้รถเก็บมาเก็บไปตามปกติ  วิธีนี้ปริมาณขยะของบ้านเราก็ลดลง  รถเก็บขยะของกทม ก็ไม่ต้องวิ่งเยอะ  เปลืองน้ำมัน

ดิฉันว่านี่ก็เป็นความดีงามเล็ก ๆ อีกอย่างหนึ่งที่เราทำถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้  ผลกุศลอันนี้เราอาจจะไม่ทันได้รับ  แต่รุ่นลูกเราได้แน่ ๆ ค่ะ  แล้วถ้าเราไม่ได้ทำสิ่งอันเป็นกุศล  บริโภคและทิ้งขยะแบบไม่ยั้งคิด  ก็รุ่นลูกเราเช่นกันที่จะได้รับผลกรรมนี้ไป

เชิญชวน (กึ่งสาปแช่งหรือเปล่านี่)
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 12 พ.ย. 07, 22:14

ฝรั่งก็เงี้ยครับ ให้คะแนนpresentation มากกว่าจะดูที่การกระทำ ถ้าโนเบลมีสาขาพีอาร์โลกร้อน นายนี่ก็น่าได้
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30985

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 13 พ.ย. 07, 09:57

ชอบรายการย้อนรอยค่ะ ได้ดูพอดีเลย  เห็นจะต้องแยกขยะตามนี้เสียแล้ว

คุณภูตั้งชื่อรางวัลได้เก๋จริงๆ  นั่นสิ โลกยังไม่ลดความร้อนซักองศาเดียว  พี่กอไก่ได้รางวัลไปแล้ว 
ถ้าโลกยิ่งปียิ่งร้อน   พี่เขาจะคืนรางวัลมั้ยเนี่ย
บันทึกการเข้า
elvisbhu
แขกเรือน
พาลี
****
ตอบ: 215

เป็นคนเขียนรูป


ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 14 พ.ย. 07, 22:14

ฝรั่งอเมริกันขี้โอ่ ชอบโชว์รางวัล ถ้วย และอื่นๆ โนเบลนี่รับบิชครับ คนสวีดิชไม่น่าเป็นงี้

บันทึกการเข้า
agree
ชมพูพาน
***
ตอบ: 114


แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี


ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 24 พ.ย. 07, 20:14

สิ่งที่ทำให้โลกร้อนคือ

มนุษย์ -> สมอง -> ความเห็นแก่ตัว -> ตัดไม้ทำลายป่า  -> โลกร้อน

                                                             -> โคลนถล่ม
                                                           
                                                             -> ฝนไม่ตกตามฤดูกาล

                                                             -> ฯลฯ

การจะดับต้องดับที่ต้นเหตุ สิ่งที่ควรจะเปลี่ยนแปลงคือความเห็นแก่ตัว ถ้าดับความคิดที่เห็นแก่ตัวได้ ทุกสิ่งก็จะดีตามไปด้วย  โกรธ
บันทึกการเข้า

Some dream of worthy accomplishments, while others stay awake and do them.
บางคนฝันที่จะประสบความสำเร็จอย่างสวยหรู ในขณะที่บางคนกำลังลงมือกระทำ
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 01 ก.พ. 08, 00:43

ตอนนี้กระแสไปทางศิลปะ และประวัติศาสตร์  เลยขอดึงเรื่องนี้มาเกาะกระแสไปด้วยคนค่ะ  วันนี้ชาวเรือนไทยได้ทำอะไรเพื่อการลดความร้อนของโลกหรือยังค่ะ  เชิญชวนค่ะ 

วันนี้ดิฉันชวนแยกขยะง่าย ๆ ค่ะ  อย่างถุงพลาสติคที่ใส่ของมา  ขวดน้ำ  กล่องของสินค้า กระดาษต่าง ๆ ลองมองหาว่าเราจะแยกเจ้าขยะพวกนี้ใส่อะไรไว้ดี  กล่องกระดาษใบย่อม ๆ  ถัง หรือตะกร้า ถ้าไม่มีอะไรก็ถุงดำ หรือถุงพลาสติคใบใหญ่ ๆ หน่อยก็ได้ค่ะ  แล้วจะวางไว้ตรงไหนดีน่า  ตรงไหนก็ได้ค่ะที่ไม่เกะกะ  แล้วก็ไม่ทำให้บ้านดูไม่สวยงาม  แต่ต้องไม่โดนน้ำ  แล้วไม่อยู่ห่างจนไม่สะดวก  ในบ้านหนึ่งถ้ามีที่รวมขยะประเภทนี้(แล้วแต่ ๆ ละท่านจะกำหนด)ไว้ 1 ที่  ทุกครั้งที่มีขยะประเภทนี้ก็เดินมาทิ้งในที่ที่กำหนดไว้  เดินมา 1 ครั้งก็เป็นการออกกำลังไปด้วย ไม่ต้องหาเวลาไปออกกำลังกายเลยนะคะ  ไม่ต้องไปเสียสตังค์เขาฟิตเนสด้วย

แล้วถ้าวันนี้ยังมองหาภาชนะที่จะใช้แยกขยะไม่ได้  ก็ลองมองหาตำแหน่งที่จะไว้ก่อนก็ได้ค่ะ  แล้วพรุ่งนี้ก็ลองไปหาภาชนะจากที่ทำงาน  หรืออาจจะลงทุนซื้อตะกร้า หรือถังพลาสติค หรือถ้าใครผ่านร้านขายของเก่าอย่างวงษ์พานิช  ลองแวะเข้าไปดูซิค่ะ  อาจจะเจอภาชนะหน้าตาเก๋ ๆ เอามาใช้แยกขยะก็ได้นะคะ
บันทึกการเข้า
ติบอ
นิลพัท
*******
ตอบ: 1906


Smile though your heart is aching.


ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 01 ก.พ. 08, 03:25

ถ้าผมมาชวนเรื่องวิธีลดการผลิต.... จะมีใครว่ามั้ยเนี่ยะ



เอาง่ายๆ 2 เรื่องก่อน

เรื่องแรก โลกร้อนเพราะคนชอบโหลดข้อมูลในอินเตอร์เนตครับ
เปิดคอมพ์ทีนึงก็ไมได้เปิดแค่ตัวคอมพ์
ต้องเปิดหน้าจอ เปิดไฟ เผลอๆเปิดแอร์ด้วยอ่ะ

วิธีแก้ ให้สถานที่ทำงาน หรือ สถานศึกษาตั้งเวบบอร์ดเล็กๆ
หรือกระดานข่าวแชร์ไฟล์ก็ได้ครับ
กระดานแบบนี้ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางให้คนในสถานที่เดียวกันมาแชร์ไฟล์กันเอง
ดูดข้อมูลกันเองไปเลยทีเดียว ได้เร็วกว่าเห็นๆ
ส่วนมากสถานศึกษาแต่ละที่ก็มีห้องสมุดที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่
หรือไม่ก็ห้องคอมพิวเตอร์ส่วนกลางอยู่แล้วนี่ครับ

สมมุติว่าถ้าเราเสียเวลาเปิดคอมพ์น้อยลงอีกเพลงละ 20 นาที
โหลดเพลงใหม่ๆกันคนละ 3 เพลงต่อวัน
เอาเพลงมาแลกกันเอง 24 คน ก็ลดเวลาเปิดคอมพ์ไปวันนึงละ
แถมเป็นการสร้างสัมพันธไมตรีให้คนใกล้ตัวรู้จักกันมากขึ้น
หรือคนที่ชอบฟังเพลงแนวเดียวกันได้เจอะเจอกันอีกตะหาก



เรื่องที่ 2 อาหารแช่แข็งเป็นสิ่งที่ทำให้โลกร้อนมากกกกกกกกกกกกก
เพราะเป็นกรรมวิธีที่โง่งี่เง่าที่สุดในการผลิตก็ว่าได้ มีอย่างเรอะ จะกินอะไรซักที
ต้องเอาพลังงานมาทำให้อาหารสุก สุกเสร็จก็ต้องเอาพลังงานมาทำให้มันเย็นจนแข็ง
ไม่พอนะ ยังต้องเอาพลังงานมาอุ่นให้มันร้อนจนเหมือนทำสุกใหม่ๆอีกตะหาก
ทำอะไรกลับไปกลับมาแบบนี้ เหมือนไปโรงเรียน กลับมาบ้านเอาตำรา
แล้วไปโรงเรียนอีกรอบยังไงยังงั้น..... มันเสียพลังงานมากเกินไปหรือเปล่า ฮืม

วิธีการแก้ปัญหาง่ายๆ ก็.... เลิกซื้ออาหารแช่แข็งมากักตุนไว้ซะ
จะมีก็แค่มีนิดหน่อยเผื่อหิวในยามวิกาล หรือจำเป็นต้องกินจริงๆก็พอแล้ว

แต่ถ้ามากขึ้นมาหน่อย ภาครัฐควรจะเข้ามามีบทบาทตรงนี้ด้วย
ไหนๆเขาก็พึงใจจะทำโลกร้อนแล้ว ก็เก็บภาษีทั้งคนกินคนขายขึ้นอีกหน่อย
เขาคงไม่ว่าอะไรหรอกน่า.... รัฐก็เอาเงินไปใช้ดีๆแล้วกันเนาะ

เพราะถ้ารัฐไม่ช่วย ชาวบ้านก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ
อาหารแดกด่วนทั่วโลกทุกวันนี้มันแช่แข็งซะเกือบหมดนี่ครับ
ทำไงดีล่ะว๊า......
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 01 ก.พ. 08, 22:46

หนึ่งวันกับหนึ่งวิธีลดความร้อนโลกค่ะ

คุณติบอลดการผลิต  วันนี้ดิฉันขอเสนอลดการใช้ซึ่งจะนำไปสู่การลดการผลิตด้วยค่ะ

ในรถของครอบครัวเราจะมีกล่องพลาสติคสำหรับใส่อาหารติดรถไว้เสมอค่ะ  เวลาเราไปซื้ออาหารสำเร็จรูปกลับมาทานที่บ้าน  เราก็จะให้เขาจัดใส่กล่องที่เราเตรียมไว้เสมอนี่แหละค่ะ  เมื่อก่อนจะมีหลายร้านปฎิเสธเราต้องขยั้นขยอให้เขาใช้  อันนี้ขอบอกเล่าแสดงความชื่นชมค่ะ  วิธีนี้ดิฉันใช้แม้แต่ร้านอาหารอย่างS&Pซึ่งน่ารักมากทุกสาขาที่ดิฉันไปไม่เคยปฏิเสธการใช้วิธีของดิฉันเลย  แถมจัดให้อย่างดี  ปัจจุบันเกือบทุกร้านรับกล่องพลาสติกของเราอย่างยินดี  แม้กระทั่งพวกเครื่องปรุงต่าง ๆ ที่เราไม่ใช้เราก็บอกที่ร้านว่าไม่เอา  หยิบใส่มาให้ก็หยิบออก  เมื่อก่อนหลาย ๆ ร้านจะรู้สึกเหมือนเรารังเกียจของ ๆ เขา  ต้องคอยบอกว่าเราไม่กินหวาน อะไรอย่างนี้  เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยต้องอธิบายแล้วค่ะ  พอบอกว่าไม่เอา ที่ร้านจะบอกขอบคุณด้วย  แสดงว่าปัจจุบันทุกร้านเริ่มเห็นคุณค่าของการใช้เท่าที่จำเป็น  การประหยัด  การลดต้นทุนจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ

วันนี้ขอเชิญชวนชาวเรือนไทยนำกล่องพลาสติกติดรถไว้บ้างนะคะ  กล่องพลาสติกใช้แล้วล้าง  น้ำที่ใช้ล้างภาชนะต่าง ๆ ก็สามารถนำมารดต้นไม้ได้  เป็นปุ๋ยธรรมชาติ  ประหยัดน้ำเรา และลดน้ำเสียที่ไหลไปลงคูคลองด้วยค่ะ  แล้วอย่าลืมนำกล่องกลับไปใส่ไว้ที่รถอย่างเดิมด้วยนะคะ(บางทีเราก็ลืมเหมือนกันค่ะ)
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 03 ก.พ. 08, 21:18

ไปเก็บกำไร และดอกผลความรู้ประเด็นทางประวัติศาสตร์ศิลป์แล้ว  ขอเรื่องโลกร้อนติดกระแสด้วยนะค่ะ

วันนี้ดิฉันมาชวนทำเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ค่ะ  ดิฉันสังเกตว่า  กล่องหรือหีบห่อต่าง ๆ ของสินค้าต่าง ๆ ที่เราซื้อมา เช่น กล่องกาแฟ กล่องขนม กล่องนม กล่องยาสีฟัน กล่องสบู่ฯ เมื่อเรานำของในกล่องออก  เรามักจะทิ้งเจ้าบรรจุภัณฑ์เหล่านี้ไปทั้งที่ยังอยู่ในสภาพเป็นกล่อง ๆ  ปัญหาเล็ก ๆ คือมันกินพื้นที่ในถังขยะของเรา หรือถ้าเราแยกขยะมันก็กินพื้นที่ที่เราเก็บ  ใช้เวลากับเจ้ากล่องพวกนี้อีกนิดก่อนทิ้ง หรือแยกนะคะ  ทำให้มันแบน หรือเล็กที่สุด เพื่อมันจะได้ใช้พื้นที่เก็บน้อยค่ะ  เวลาขนส่งต่อ ๆ ไปก็ใช้พื้นที่น้อยเป็นการประหยัดพลังงานในการขนส่งค่ะ  แล้วการที่เราใช้เวลากับเจ้ากล่องพวกนี้อีกนิดก็เป็นการลดพลังงานที่จะสะสมในตัวเราได้อีกนิดหน่อยนะคะ   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง