เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
อ่าน: 15866 พิเคราะห์นิราศพระประธม
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 22:25

ผมว่าผมผ่านตาบ่อยนะครับ

ที่มีออนไลน์อยู่ อย่างน้อยก็ลิลิตพระลอล่ะครับ ระบุเวลาแต่งไม่ได้ แต่ไม่หลังสมเด็จพระนารายณ์แน่
จากที่นี่นะครับ http://olddreamz.com/bookshelf/praloh/praloh.html

 ๓๓๒ แขกเต้าเต้นเต้าแขก              ขอรัก
เรียกพระผู้จอมจักร                       ปิ่นเกล้า
สัตวาส่งเสียงชัก                          เชิญราช แลพ่อ
คล้าคู่คลึงคล้าเคล้า                       ค่อยเคล้าคลอสมร ฯ

 ๕๕๗ อ้าพระปิ่นเกล้าแผ่น               ธรณินทร์
แต่แรกเรียมฟังยิน                        ข่าวไท้
จักกินบ่เปนกิน                            ครวญใคร่ พระนา
นอนบ่เปนนอนไข้                         สวาทถ้าฟังสาร ฯ

 ๕๖๙ พระตนกลมปิ่นเกล้า               ช่วยว่าให้น้องเหน้า
ท่านท้าวเสด็จไป                          หนึ่งรา ฯ

๖๒๑ พระภูบาลปิ่นเกล้า                   ปิตุราชพระเสด็จเต้า
แขกท้าวฤๅแล                             พ่อเอย ฯ

คุ้นๆว่าเคยเห็นในยวนพ่ายด้วยนะครับ ขอไปเปิดดูหน่อยครับ ถ้ามี อันนี้กำหนดเวลาได้ถึงอยุธยาตอนต้นเลย
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 22:34

ยังไม่ทันไปเปิดยวนพ่าย เจออันนี้ก่อน

   อยุธยายศโยคฟ้า       ธรณี
เกษมบุรีภูธร               ปิ่นเกล้า
ทวาทศสิบสองมี           สังเวช
สังวาสเกษมสุขท้าว        ทั่วหล้าเสวยรมย์

จากทวาทศมาสครับ อยุธยาตอนต้นเหมือนกัน

เอ... ผมเคยทำอย่างนี้มาก่อนหรือเปล่านะ รู้สึกเหมือนเดจาวูยังไงชอบกล  ลังเล
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 23:12

อ๋าย.......
นี่สุนทรภู่เล่นกลอนย้อยยุคอยุธยาต้นเชียวหรือ

ตกลง เป็นอันว่า ศัพท์"ปิ่นเกล้า" เป็นศัพท์ทั่วไปในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อรัชกาลที่ 4 ซะแล้ว
เรื่องนี้น่าสนใจ

ในฐานะที่คุณเครซี่คุ้นเคยกับวรรณคดีโบราณมามากกว่าผม
ไม่รู้สึกแปลกหรือครับ ที่กวีอย่างสุนทรภู่ ขุดเอาศัพท์โปรำโบราณมาใช้
แหกคอกอยู่คนเดียว

แต่ก้อขอบพระคุณที่ค้นมาได้เร็วทันใจ ดูเหมือนว่าหลังกรุงแตก
จะมีเพียงสุนทรภู่และพระจอมเกล้าเท่านั้น ที่ติดศัพท์นี้....ฮิฮิ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 23:50

อันนี้ก่อนครับ ยวนพ่าย พิมพ์มาเท่าที่เห็น ไม่รู้ตกหล่นไปบ้างหรือเปล่านะครับ

แถลงปาวชยงชื่นเศร้า      ใจพล พรั่นนา
เพราะเพื่อฤๅแรงขาม       ปิ่นเกล้า
แถลงปางล่อลวงดล        ไพริศ เนื่องนา
ถึงถ่งงเข้าตีเข้า             จึ่งเข้าเขาแพง ฯ

ยงงพระนคเรศเรื้อง         อโยทธยา
อรอาศนไอสวรรยเปน      ปิ่นเกล้า
จำนิรจำนยรมา              จอมราช
คิดใคร่เสวยศุขเท้า          เทศเหนือ ฯ

หมื่นลาวลเพื่อนเว้           วางไป
ทงงครอกครัวครยวดล      ปิ่นเกล้า
ถึงแกล่วคดีไตร             ตรยมอาทิ
ถวายแต่พระเจ้าเจ้า         แผ่นผจง ฯ

แต่วต้งงไว้แล้วจึ่ง           คืนไคล แลนา
จักอยู่นานแคลนเกรง       ปิ่นเกล้า
ครั้งคืนครรไลลุ             ชยงใหม่
ขุกข่าวพระเจ้าเร้ง           รยบพล ฯ

ร้อนท้าวรวมรีบเข้า          มาทูล ท่านนา
ถวายประทุมทองเปน       ปิ่นเกล้า
สมภารพ่อพยงสูริย         โสภิต
มอญแลยวนพ่ายเข้า        ข่ายบร ฯ

ทีนี้เรื่องศัพท์เก่าสมัยอยุธยาตอนต้นมาโผล่ในงานรัตนโกสินทร์ตอนต้น อันนี้ผมไม่แปลกใจเลยครับ เชื่อว่าอาจจะมีคำนี้ในเรื่องอื่นอีกด้วย เพราะกวีไทยถือกฎหมายลิขสิทธิ์คนละฉบับกับฝรั่ง กวีจะศึกษางานเก่าแล้วแต่งเลียน แต่งล้อ กันเป็นเรื่องปกติ(อย่างยิ่ง)ครับ ใช้ศัพท์ที่มีในงานเก่านี่เป็นเรื่องธรรมดามาก ใครมาแนวใหม่สิแปลก (อย่างนิราศสุพรรณนั่นปะไร)
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 17 ต.ค. 07, 00:18

ได้มาแยะจนงง
หากว่าคำนี้ยอดนิยมในยุคหนึ่ง
แล้วก้อหายไป
(ผมไม่แน่ใจว่าพระลอจะเก่าขนาดใหน อาจจะแต่งแปลงสมัยหลัง จากเรื่องที่เก่าแก่ก็ได้)

แล้วมาโผล่ในงานของสุนทรภู่
มันชวนให้คิดหาเหตุผลอยู่นาท่าน......

คงต้องถามต่อละว่า ถ้าเช่นนั้น สุนทรภู่ งัดเอลละเม้นท์เก่าแก่มาใส่ในงานบ่อยหรือไม่บ่อย
วานตอบ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 10:00

ถ้าจะงง ก็ต้องงงเท่าๆกับที่ว่าจู่ๆก็มาปรากฏเป็นพระนามพระเจ้าแผ่นดินสิครับ  ยิ้มเท่ห์

คำพวกนี้เป็นคำยอดนิยมหรือไม่นั้น ไม่อยากจะสรุปถึงขนาดนัน เอาแค่ว่าพบหลายครั้งในวรรณกรรมอยุธยาตอนต้นก็น่าจะพอครับ เพราะอย่างที่ว่า กวีไทยศึกษางานเก่ากันอย่างจริงจัง ที่เอามาผลิตซ้ำให้เห็นร่องรอยว่าได้ศึกษามาก็เห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้นคำที่ใช้ในบทกวีมันถึงรอดข้ามยุคสมัยมาได้จนเกิดคำศัพท์กลุ่มที่เรียกว่าเป็น "ภาษากวี" เผลอๆบางคำไม่มีใครใช้ในชีวิตประจำวันมาหลายร้อยปีแล้วครับ

แล้วสุนทรภู่งัดเอาชิ้นส่วนเก่ามาใช้บ่อยแค่ไหน? ผมว่าก็เกือบ 100% ที่เขียนออกมาก็ชิ้นส่วนเก่าทั้งนั้นแหละครับ ชิ้นส่วนใหม่ก็คือคำหรือวลีที่ผูกขึ้นใหม่เอง ซึ่งมันมีน้อยเป็นปกติ มิฉะนั้นต้องกลายเป็นกวีต่างดาวไป เพราะเขียนอะไรก็ไม่รู้อ่านไม่รู้เรื่อง  ยิงฟันยิ้ม

คิดดูแล้ว พวกชิ้นส่วนใหม่นี่ก็อย่าง ไภยันต์, อรัญวา นี่ไงครับที่ชัด เพราะใช้แบบผิดๆ สื่อความได้ แต่เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้

ความจริงแล้วคำว่า "ปิ่นเกล้า" ผมยังเชื่อว่าน่าจะปรากฏในงานอื่นๆอีก หรือถ้าไม่มีจริงๆก็ไม่แปลกอยู่ดี เพราะกวีเขียนงาน ไม่จำเป็นต้องเอาทุกคำที่มีในโลกมาใส่ เขาหยิบจับขึ้นมาตามสุนทรียะส่วนตัว กระนั้นแล้วอย่างน้อยก็น่าจะมีร่องรอยอื่นให้เห็นบ้าง เช่นคำตระกูลที่ลงด้วย"เกล้า" หรือขึ้นด้วย "ปิ่น" บางแห่งก็ต้องถือว่าเป็นคำกลุ่มเดียวกันครับ

แต่จะให้ไปค้นวรรณคดีเก่าทุกเรื่องก็ไม่กล้าครับ กลัวได้ปริญญาอีกใบ อิอิ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 10:29

ฝ่ายปิ่นปักนคราการเวก                  อดิเรกเรืองเดชทุกเขตต์ขัณฑ์
สถิตแท่นแม้นมหาเวชายันต์             บนสวรรค์บัณฑุอาสน์อมรินทร์
สาวสุรางค์นางบำเรอเสนอบาท         บำรุงราชรู้เชิงบันเทิงถวิล
บ้างร้องรับขับเพลงบรรเลงพิณ         บำเรอปิ่นปฐพีให้ปรีดา
                                                         (พระอภัยมณี)

ในลักษณ์อักษรสารศรีสวัสดิ์             ปิ่นกษัตริย์ทรงเดชพระเชษฐา
เจริญราชไมตรีด้วยปรีดา                 มาถึงพระอนุชาให้ถาวร
เป็นปิ่นปักนคราการเวก                   อดิเรกเรืองฤทธิ์อดิศร
พระทรงธรรม์กรุณาสุดสาคร           เหมือนบิดรเลี้ยงดูให้อยู่เย็น


สุนทรภู่ใช้คำว่า ปิ่น ประกอบศัพท์อื่น รวมความแล้วหมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน   อย่างในกลอนข้างบนนี้ เรียกเจ้านครการเวกว่า ปิ่นปักนัครา  ปิ่นปฐพี   ปิ่นกษัตริย์
ในนิราศ ถ้าใช้ ปิ่นเกล้า ก็ในความหมายเดียวกันกับคำในกลอนพวกนี้   คือหมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน

ขอให้พิจารณากลอนนี้อีกที
"สิ้นแผ่นดินปิ่นเกล้ามาเปล่าอก           น้ำตาตกตายน้อยลงร้อยหน"
จะหมายถึงสมเด็จพระปิ่นเกล้าไม่ได้หรอกค่ะ    ท่านไม่ได้เป็นเจ้าแผ่นดิน  จะมี"แผ่นดินปิ่นเกล้า" ได้ยังไง
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 12:01

ไม่เข้าใจว่าทั้งสองท่านจะกลบเกลื่อนความจำเพาะของคำว่า "ปิ่นเกล้า" ในกลอนสุนทรภู่ไปทำไม
"ปิ่นปักนคราการเวก  ปิ่นปฐพีให้ปรีดา  ปิ่นกษัตริย์ทรงเดชพระเชษฐา"
ล้วนเป็นคนละแนวกับ"ปิ่นเกล้า"ในกลอนโบราณที่คุณเครซี่ยกมา และในพระนามวังหน้าที่ร. 4 ทรงสถาปนาด้วย

การเลือกใช้คำจำเพาะที่ตรงกันของสองบุคคลที่อยู่ร่วมสมัยกัน เป็นเรื่องน่าสนใจ
และน่าคิดว่า ระหว่างสุนทรภู่ กับพระเจ้าอยู่หัว ใครใช้คำนี้ก่อนกัน

ส่วนที่อาจารย์ว่า พระปิ่นเกล้าไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินนี่ก็แปลกมาก เพราะสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ทรงมีพระวินิจฉัยเรื่องเมืองไทยมีพระเจ้าแผ่นดินพร้อมกันสองพระองค์ไว้
เห็นจะไม่ทรงเข้าพระทัยอย่างอาจารย์เทาของกระผมเป็นแน่
แต่ที่ขำมากคือคำตอบของคุณเครซี่ บอกว่าสุนทรภุ๋ ใช้เอลละเม้นท์โบราณตั้งแต่อักขระ ก ข้อ ก กา เลย

ตอบได้คมสุดใจขาดดิ้นเลยครับ
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 12:26

ไม่ได้กลบเกลื่อนครับ แต่ขืนใช้เกณฑ์นี้อ่านวรรณคดีเก่ามีหวังต้องจบแบบท่านเปรี๊ยะแหละครับ คือทุกอย่างใหม่หมด ไม่มีของเก่าเลย เพราะดันใช้คำพ้องกับชื่อเฉพาะรุ่นหลัง  ยิงฟันยิ้ม

ผมได้ตัวอย่างอื่นที่ไม่ใช่งานของสุนทรภู่แน่ๆมาให้ดูตัวอย่างนึงครับ

ไช   ยานุภาพล้ำ      ฦๅไชย
ไชย ลาภลุหฤทัย      ปิ่นเกล้า
ไชย ไชยเศิกกษัย     เกษมราษ ฎรนา
ไชย ชำนะผ่านเผ้า     ทั่วเที้ยรถวายไชย ฯ

โคลงบทนี้มาจากโคลงสรรเสริญพระเกียรติรัชกาลที่ ๑ ทราบแต่ว่าผู้แต่งคือพระชำนิโวหาร(ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร) และแต่งเมื่อไหร่ก็ยังระบุไม่ได้
น.ม.ส.ทรงวินิจฉัยว่าโคลงเรื่องนี้เล่าเหตุการณ์เหมือนกวีผู้แต่งอยู่ในเหตุการณ์(เป็นคนในยุค ร.๑) ในขณะที่ภาษาที่ใช้บางตอนกลับทรงรู้สึกว่าน่าจะใหม่กว่าสมัย ร.๑ แต่อธิบายไม่ถูก เจาะจงไม่ได้ว่าตรงไหน ยิ่งไปเทียบกับฉบับตัวเขียนแต่ละฉบับก็ความต่างกันมากจนจับได้เพียงเค้าเท่านั้น

ฉบับที่ผมมีอยู่พิมพ์โดยกรมศิลปากร ๒๕๔๖ นี้เอง ผมลองเทียบฉบับตัวเขียนสองฉบับที่ตีพิมพ์ไว้ท้ายเล่ม ปรากฏว่าความตรง "ปิ่นเกล้า" นี้ไม่มีในฉบับตัวเขียนทั้งสองฉบับ ในขณะที่ฉบับตัวพิมพ์นั้น ต้นฉบับพิมพ์ในรัชกาลที่ ๕ (แต่ก็อาจจะหยิบมาจากฉบับตัวเขียนอื่นที่มีความต่างไปก็ได้)

แต่ถ้าตีความตัวอย่างนี้ว่า ปิ่นเกล้าในที่นี้คือสมเด็จพระปิ่นเกล้า เย็นนี้ก็กลับบ้านไม่ถูกล่ะครับ มึนนนนนนนนน

หรือลองดูอันนี้อีกอัน จากนิราศพระปฐมของหลวงจักรปาณี(มหาฤกษ์) แต่งในรัชกาลที่ ๔
จึงเป็นไปในแผ่นดินปิ่นสยาม      ทรงพระนามพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
จนสมบทบวชสนองไม่หมองมัว    พอครองตัวตามประสาวิชาคุณ

มีใช้คำว่าปิ่นสยามในลักษณะเดียวกับที่สุนทรภู่ใช้ปิ่นเกล้า และส่วนที่ระบุพระนามพระมหากษัตริย์ก็ว่ากันเต็มๆครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 12:58

จนปัญญาค่ะคุณพิพัฒน์     คงต้องพูดเหมือนเวตาล ว่า "แม้แต่เทวดาก็ขืนใจคนหัวดื้อไม่ได้"

เฮ้อ   ดิฉันจะไปกลบเกลื่อนทำไมล่ะคะ    ถ้าหากว่าสามารถคล้อยตามคุณได้   คงจะได้การตีความใหม่มาให้ดังระเบิดเถิดเทิง สนุกสนานกันอีกหลายกระทู้
แต่มันคล้อยตามไม่ได้จริงๆ   เพราะยังไงก็ยังเห็นคำว่า ปิ่นเกล้า  เป็นคนละคำกับสมเด็จพระปิ่นเกล้า อยู่ดี

แม้ว่าสมเด็จพระปิ่นเกล้าได้รับการยกย่องสูงกว่าวังหน้าใน ๓ รัชกาลก่อนหน้านี้    เทียบเท่าพระมหากษัตริยพระองค์ที่ ๒   แต่ยังไงก็ตาม แผ่นดินสยามนั้นไม่ใช่แผ่นดินของสมเด็จพระปิ่นเกล้า  เป็นของสมเด็จพระจอมเกล้า รัชกาลที่ ๔ อยู่ดีละค่ะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 13:26

เฮ้อ....ไกล้เปรี๊ยะเข้าไปทุกทีแล้วครับ

คำว่า "ปิ่นเกล้า" เป็นศัพท์ที่สุนทรภู่ใช้บ่อย หากจะขีดวงแค่ในรัตนโกสินทร์ ก็ใช้บ่อยกว่าคนอื่น
พบในพระอภัยมณี นิราศภูเขาทอง นิราศพระประธม (จะมีอีกหรือไม่ ค้นไม่ทั่วถึงครับ)
ท่านใช้คำนี้ ในความหมายว่าพระเจ้าแผ่นดิน "ของฉัน" พระองค์ที่ฉันรัก ฉันรับใช้ ผูกพันธ์ยิ่งชีวิต
คนทั่วไปเชื่อว่าหมายถึงรัชกาลที่ 2

แต่ผมไม่เชื่อว่าสุนทรภู่ได้ไกล้ชิดรัชกาลที่ 2 ผมจึงต้องปรับปิ่นเกล้า ไปเป็นเจ้าฟ้าน้อย ที่เรารู้แน่ว่าท่านเป็นข้ารับใช้
และท่านยกเป็นเจ้าแผ่นดินด้วยคำว่า "สุนทราอาลักษณ์เจ้าจักรวาล" แปลว่านายของท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดินแน่ๆ

คำว่า "อาลักษณ์" นี้ ท่านใช้อีกที่หนึ่งหมายเอาเหตุการณ์ครั้งรัชกาลที่ 2 แต่ไม่องอาจผึ่งผายเสมอกัน
เป็นอาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว เขมรลาวลือเลื่องถึงเมืองนคร
แผ่นดินหลังครั้งพระโกศก็โปรดเกศ ฝากพระเชษฐานั้นให้ฉันสอน
สิ้นแผ่นดินสิ้นบุญของสุนทร ฟ้าอาภรณ์แปลกพักตร์อาลักษณ์เดิม

ผมเห็นว่าอาลักษณ์นักเลงทำเพลงยาว ไม่ใช่อาลักษณ์เจ้าจักรวาล แน่ๆ
ตรงนี้ จึงทำให้ผมไม่เชื่อว่าสุนทรภู่ ผูกพันกับรัชกาลที่ 2

แต่ท่านค้นคำว่าปิ่นเกล้า และปิ่น มาได้อย่างน่ายกย่อง เป็นพระคุณยิ่งที่ทำให้ผมเปิดหูเปิดตา ว่าเป็นคำเก่าแก่
ทำให้ผมต้องถามต่อว่า สุนทรภู่ชอบของเก่ามากขนาดใหน ใช้คำที่ผิดยุคมากมายเพียงใหน
ท่านตอบว่า"เกือบ 100% ที่เขียนออกมาก็ชิ้นส่วนเก่าทั้งนั้นแหละครับ ชิ้นส่วนใหม่ก็คือคำหรือวลีที่ผูกขึ้นใหม่เอง"
โธ่ถัง ตอบไม่สมกะเป็นคุณเครซี่ม้าเอาเสียเลย ก็นักวรรณคดีศึกษา เขาต้องใส่ใจคำ หรือความที่บ่งบอกอายุกันมิใช่หรือ
อย่างคำว่าปิ่น"สยาม" นั่น แปะยี่ห้อไว้ชัดๆ ว่าสมัยใหน หรือท่านจะบอกว่า เอามาแต่ "เนะ สยมกก" ไปนู่น...55555

ในคำที่สุนทรภู่เทียบชื่อท่านกับเมืองสามโคกนั้น ต้องถามย้อนละครับ ว่า นาม"สุนทรโวหาร" นี่
มีหลักฐานใหมว่ารัชกาลที่ 2 พระราชทานให้
บันทึกการเข้า
CrazyHOrse
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1856



เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 14:33

แฮ่ๆ การพิจารณาอายุคำนั้นมีสิครับ แต่ "ปิ่นเกล้า" นี่ผมไม่เห็นว่าเป็นคำใหม่ตรงไหน หรือจะให้เป็นคำเก่าที่สูญไปแล้วมีคนรีอินเวนท์ขึ้นใหม่ก็ยังไม่เข้าเค้าอยู่ดี

ก็ใช้กันมาตั้งกะห้าร้อยปีก่อน รีไซเคิลขยับนิดขยับหน่อยให้เห็นตลอด

ถ้าท่านภู่ชักเอาคำอย่าง "สายา" มาใช้ อันนี้ผมยอมครับ

แต่ก็ไม่ยักกะเคยเห็นสักทีครับ
บันทึกการเข้า

"Postel's Law": "be conservative in what you do, be liberal in what you accept from others"
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 15:20

อ้างถึง
ในคำที่สุนทรภู่เทียบชื่อท่านกับเมืองสามโคกนั้น ต้องถามย้อนละครับ ว่า นาม"สุนทรโวหาร" นี่
มีหลักฐานใหมว่ารัชกาลที่ 2 พระราชทาน

จะพิสูจน์กันถึงหลักฐานขั้นปฐมภูมิ เช่นประกาศพระบรมราชโองการ ก็ไม่มีละค่ะ  มีแต่ประวัติที่สมเด็จกรมพระยาดำรงฯทรงรวบรวมไว้  คุณพพ.ก็ไม่เชื่อเสียแล้ว

มีนิราศหนองคาย เอ่ยถึง หลวงสุนทรโวหาร  ค่ะ ทำให้เชื่อกันว่าสุนทรภู่ได้เป็นหลวงสุนทรโวหารตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ 
ก่อนจะมาเป็นพระศรีสุนทรโวหาร จางวางในราชสำนักสมเด็จพระปิ่นเกล้า

อ่านเรื่องหลวงสุนทรโวหารได้ที่นี่
http://www.rayongzone.com/soontornpoo/klang10.php3
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 18:11

ลิ้งค์ที่ให้มา เล่าเรื่องงานค้นคว้าของคุณเทพนี่ครับ ขนาดสมเด็จผมยังไม่เชื่อ จะให้ผมไปเชื่อคุณเทพก็จะใจร้ายกันเกินไป
อยากเห็นที่ตาทิมบอกชื่อหลวงสุนทรโวหารน่ะครับ

อาจารย์คัดมาให้อ่านกชหน่อยได้ใหม จะได้จบปัญหา
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30484

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 18 ต.ค. 07, 18:14

ไม่มีนิราศหนองคายในตู้หนังสือที่บ้านค่ะ  เขียนจากความทรงจำ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.04 วินาที กับ 19 คำสั่ง