เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
อ่าน: 15922 พิเคราะห์นิราศพระประธม
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
 เมื่อ 15 ต.ค. 07, 19:46

ผมขอเสนอว่า
นิราศพระประธมนี้ กวี (ซึ่งจะเป็นสุนทรภู่หรือเปล่าก้อม่ายรุ) แต่งเมื่อพระปิ่นเกล้าสิ้นพระชนม์แล้ว
ตั้งใจแต่งให้สาวผิวขาวผู้เป็นม่ายรูปงาม นามว่านางศรีสาคร เป็นการจำเพาะ
เพราะกวีกำลังติดพันอยู่ แต่มีอุปสรรค ด้วยแม่ศรีสาคร เธอไปหลงไหลนางสาหงส์
ถึงขั้นไปสิงสู่ คืออาจจะถึงขั้นร่วมบ้านเดียวกัน

ข้อเสนอนี้ มีอาจารย์เทาชมพูเป็นฝ่ายค้านคนสำคัญ
และท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ก็คงเทใจไปฟากข้างอาจารย์ของเรากันหมด
ทิ้งให้ผมแคะคุ้ยเรื่องอดีตอยู่คนเดียว

สมน้ำหน้า....ชอบขับรถย้อนศรดีนัก
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 1  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 20:00

นิราศเรื่องนี้
บันจุตัวละคอนน่าสนใจไว้หลายนาม
เช่นฉิมและนิ่ม ผู้เป็นน้องสาวกวี และเสียชีวิตไปแล้ว ทำศพที่วัดทอง
ข้อนี้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะวัดนี้ คนธรรมดาจะมาใช้หาได้ไม่ สงวนแก่คนสำคัญ
ทำนองเดียวกับวัดสระเกษทางฝั่งพระนคร ก็สำหรับคนใหญ่โตเหมือนกัน

เรามีหลักฐานว่า
ปีเถาะ 2374 เมื่อทำศพเจ้าคุณบางช้างที่วัดสุวรรณ ยังต้องทำเมรุผ้าขาว แปลว่าปีนั้นยังไม่มีเมรุปูน(พ.ร.3)
ก็ต้องเดาว่า ศพของฉิมนิ่ม คงปลงหลังจากนี้ เพราะไม่คิดว่า ทั้งคู่จะใหญ่โตจนได้พระราชทานเมรุผ้าขาว

การที่น้องสาว ตายเสียทั้งคู่ ชวนให้คิดว่า กวีคงจะแก่พอดู

กวีท่านก็รู้ จึงบอกกับผมไว้ตอนหนึ่งว่า
"บางสีทองคลองบ้านน้ำตาลสด อร่อยรสซาบซ่านหวานคอหอย
เหมือนปากพี่สีทองของน้องน้อย เป็นคู่บอกดอกสร้อยสักรวา
ทุกวันนี้พี่ก็เฒ่าเราก็หง่อม เธอเป็นจอมเราเป็นจนต้องบ่นหา
โอ้จอมพี่สีทองของน้องยา เมื่อไรจะพาพิมน้อยมากลอยใจ"

พี่สีทองเป็นจอมและเป็นเฒ่าเช่นนี้ แปลว่าเป็นเจ้าจอมในพระเจ้าอยู่หัวกระมัง
นึกไม่ออกว่าเจ้านายระดับต่ำลงมา จะมีจอมได้อย่างไร แต่จะเป็นเจ้าจอมของใคร
เสนอให้เลือกสามพระนามครับ

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

หรือ
พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 2  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 20:52

ถ้าใครอยากเหนื่อย   ขอเชิญค้านคุณพพ. แล้วจะเหนื่อยสมใจ   
แต่ถ้าอยากสบายก็ขอเชิญให้คล้อยตาม    คุณพพ.จะไม่ค่อยต่อความยาวด้วยนัก  นี่บอกเคล็ดลับให้สมาชิกนะคะ

นิราศพระประธม  คุณธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร  บอกไว้ว่าแต่งเมื่อพ.ศ. ๒๓๘๕   แต่ตัวกวีผู้แต่งเอง บอกแต่วันและเดือน ไม่ยักบอกปี
บอกว่าออกเดินทาง วันจันทร์ขึ้นห้าค่ำ

                                                       ถวิลวันจันทร์ทิวาขึ้นห้าค่ำ
ลงนาวาคลาเคลื่อนออกเลื่อนลำ            พอเสียงย่ำยามสองกลองประโคม
น้ำค้างย้อยพรอยพรมเป็นลมว่าว            อนาถหนาวนึกเคยได้เชยโฉม
มาลับเหมือนเดือนดับพยับโพยม           ยิ่งทุกข์โทมนัสในใจรัญจวน
โอ้หน้าหนาวคราวนี้เป็นที่สุด                ไม่มีนุชแนบชมเมื่อลมหวน
พี่เห็นนางห่างเหยังเรรวน                     มิได้ชวนเจ้าไปชมประธมประโทนฯ

สังเกตว่าการเดินทาง เหมือนกับนิราศเมืองแกลง และนิราศสุพรรณ  คือออกเดินทางตอนดึก  ไม่บอกสถานที่ชัดเจนว่าออกจากท่าไหน หรือบ้านแถวไหน     เดินทางหน้าหนาวเหมือนในนิราศสุพรรณเสียด้วย  คงจะเป็นเพราะพ้นฝนแล้วก็เดินทางได้สบายหน่อย

เหมือนนิราศสุพรรณอีกอย่างคือ อากาศหนาวและน้ำค้าง มีผลกระทบต่ออารมณ์เป็นพิเศษ    เอ่ยถึงกลางคืนทีไรจะต้องพูดถึงน้ำค้าง
แม้แต่ในเพลงปี่ของพระอภัยมณีตอนสะกดทัพนางละเวง    ซึ่งถือกันว่าเป็นเพลงปี่ครั้งสำคัญสุด ก็ไม่วายมีรำพันเรื่องนี้
โอ้ยามดึกดาวเคลื่อนเดือนก็คล้อย              น้ำค้างย้อยเย็นฉ่ำที่อัมพร

นิราศพระประธม เล่าด้วยอารมณ์คล้ายนิราศเมืองเพชร  คือมีผู้หญิงหลายคนเป็นตัวชูอารมณ์   ส่วนเมืองแกลงและพระบาทมีสาวคนรักคนเดียว
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 3  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 21:06

ขอเชิญนักบาญชีมาช่วยนับชื่อสาวในนิราศนี้ด้วยครับ

นิราศเรื่องนี้ เริ่มต้น ไม่พูพล่ามทำเพลง ครวญถึงสาวทันที
และเป็นการครวญอย่างจำเพาะเจาะจง
คือระบุว่า พี่เห็นนางห่างเหยังเรรวน มิได้ชวนเจ้าไปชมประธมประโทนฯ

แปลว่า เพิ่งจะมีเรื่องราวแก่กันหมาดๆ
ประโยคหลังยังแสดงว่า ถ้าไม่ห่างเห ก็คงไปด้วยกันแล้ว
ดังนั้น จึงต้องเดาต่อว่า เส้นทางจะต้องสะดวกดาย ไม่กะหลุกกุกกักเหมือนนิราศอื่นๆ
การเดินทางที่สะดวกราบเรียบอย่างนี้ เห็นแต่ในนิราศภูเขาทองอีกเรื่องเท่านั้นแหละครับ

ผมจึงขอยืนยันว่า
เป็นนิราศที่ "ใหม่" มากๆ สมกับที่บอกว่าสิ้นพระปิ่นเกล้า คือหลังพ.ศ. 2409 ลงไป
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 4  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 21:24

แม่ม่ายสาวที่กวีคร่ำครวญถึง หล่อนตีจากไปแล้ว  แต่ฝ่ายชายยังอาลัยอาวรณ์หวังว่าจะได้คืนดีกันอยู่
ก็รักๆแค้นๆปะปนกันไป   เดี๋ยวก็รู้ตัวว่าผู้หญิงเขาไปมีคนใหม่แล้ว  เดี๋ยวก็ยังคิดถึงอยู่
ที่แปลกกว่านิราศอื่นก็คือ กลอนสองตอนในนี้ บอกให้รู้ว่าแม่ม่ายศรีสาครนั้น เธอเป็นเลสเบี้ยน   เลิกกับชายแท้ไปคบกับผู้หญิงด้วยกัน

ทีแรกเข้าใจว่านางสาหงส์เป็นคนทรง   แต่กลับมาอ่านอีกที   แม่ศรีสาครนั่นแหละเป็นสาวคนทรง  สวยเสียด้วยซีคะ
บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 5  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 22:51

เฮ้ย์.....จ๊อด
เอ้ย ผิดวิก ฮิฮิ

ตกลงอาจารย์เลิกใช้วินิจฉัยของท่านผู้ใหญ่แล้วหรือครับ
แม้...นึกว่าจะเถียงหลังชนฝาเสียหน่อย ไม่เป็นไรครับ ผมหันไปทะเลาะกับท่านผู้ใหญ่แทนก็ด้าย
ข้อความที่ระบุเรื่องการทรงเจ้าอะไรนี่ มีเพียงสั้นๆ ว่า

"ยังเหลือแต่แม่ศรีสาครอยู่ ไปสิงสู่เสน่หานางสาหงส์
จะเชิญเจ้าเท่าไรก็ไม่ลง ให้คนทรงเสียใจมิได้เชย"

อาจารย์ธนิต อยู่โพธิ์ท่านแปลความว่านางศรีสาคร ไปหลงคนทรงเจ้าที่ชื่อนางสาหงส์ จนเลิกกับสุนทรภู่
ผมเห็นว่า ข้อความมิได้เป็นเช่นนั้นเลย เพราะประโยคสองบ่งบอกว่าคนที่เสียใจคือคนทรง
ถ้านางสาหงส์เป็นคนทรง สุนทรภู่ก็เป็นฝ่ายได้แม่ศรีสาครไปน่าซี
ความจะเป็นดั่งนั้นไม่ได้ เพราะประโยคต้นบอกว่านางสาหงส์ได้สิงสู่อยู่กับแม่ศรีสาครไปแล้วเรียบร้อย

จึงต้องสรุปออกมาอย่างนี้ว่า
1 แม่ศรีสาคร เธอชอบผู้หญิงด้วยกัน คือนางสาหงส์
การเรียกชื่อตรงนี้ ก็ยังบ่งบอกว่า อายุต่างกันพอดู คนหนึ่งเรียก"แม่" คิดว่าจะอายุน้อยกว่าคนที่เรียกว่า "นาง"
2 ต้นประโยคบอกว่า"ยังเหลือแต่..." ทำให้ต้องเดาว่า หญิงอื่นนั้น กวีท่านกินแห้วหมดแล้ว เขาไม่ไยดี หรือมีเหตุต้องพรากจากจนหมด
3 ประโยคที่สองนี่สิ ยุ่งหนัก เพราะกล่าวถึงคน สองคน คนหนึ่งเป็นคนทรงเจ้า อีกคนหนึ่งคือเจ้าที่จะเชิญมาลงคนทรง
พิเคราะห็รูปประโยคแล้ว ดูเหมือนว่า แม่ศรีสาครเองนั่นแหละ จะเป็นองค์อะไรสักอย่าง

ที่กวีอยากจะเชิญให้มาลงคนทรง แต่ไม่สำเร็จ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 6  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 23:07

๏ น้ำค้างพรมลมเฉื่อยเรื่อยเรื่อยริ้ว   หนาวดอกงิ้วงิ้วออกดอกไสว
เกสรงิ้วปลิวฟ้ามายาใจ   ให้ทราบในทรวงช้ำสู้กล้ำกลืน



บันทึกการเข้า
pipat
แขกเรือน
นิลพัท
*******
ตอบ: 1802


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 7  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 23:20

ขอบคุณป้ากุนครับ หายแห้งเหี่ยวในทันใด
รูปสวยงามจริงครับ

มาพิเคราะห์ความกันต่อ
สงสารฉิมนิ่มน้องสองนารี มาปลงที่เมรุทองทั้งสองคน
ขอบุญญาอานิสงส์จำนงสนอง ช่วยส่งสองศรีสวัสดิ์ไปปัฏิสนธิ์
ศิวาลัยไตรภพจบสกล ประจวบจนได้พบประสบกัน
ทั้งแก้วเนตรเกสรามณฑาทิพย์ จงลอยลิบลุล่วงถึงสรวงสวรรค์
จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวัน อย่ามีอันตรายเป็นเหมือนเช่นนี้


ความตรงนี้ ชี้ว่า สองสาว ฉิมนิ่ม น่าจะตายไม่ดี กวีจึงใช้คำว่า "อย่ามีอันตรายเป็นเหมือนเช่นนี้"
ทีนี้ คนทั้งหลายมักจะบอกว่า สองสาว เป็นน้องของกวี รู้ละเอียดด้วยว่าเป็นน้องต่างมารดา
แต่ผมเองนั้น สอบตกภาษาไทย อ่านกลอนได้ความว่า ฉิมและนิ่มน่ะ เป็นพี่น้องกันแน่(ฉิมนิ่มน้องสองนารี)
แต่ท่านผู้ใดเจอตรงใหนไหมครับ ที่บอกว่าเป็นน้องสาวต่างมารดาของกวี
ที่ผมสงกะสัยตรงนี้ เพราะรู้สึกพิลึกที่กวีจะมาอาลัยน้องสาว และกล่าวยกย่องอย่างสูง
แต่ปิดท้ายว่า "จะเกิดไหนได้อยู่คู่ชีวัน" ความมันออกนัยยะทางชู้สาวน่ะนาท่านผู้ชม

ผมก็เลยต้องย้อนศร ตั้งประเด็นว่า นิ่ม ควรจะตรงกับสาวบางกรวยที่เป็นภรรยากวี(มีกล่าวถึงข้างหน้า)
ฉิมเป็นพี่น้องกับภรรยากวีอีกที
เป็นไงครับ ......การอ่านหาเรื่องของกระผม เดี๋ยวจะมีวายวอดกว่านี้อีก

โปรดอดใจรอ
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 8  เมื่อ 15 ต.ค. 07, 23:54

นมสวรรค์ลั่นทมต้นนมนาง   มีต่างต่างตันอกตกตะลึง
นมสวรรค์ฉันดูสู้ไม่ได้   เหมือนเตือนใจให้นึกรำลึกถึง

“พวงพี” หมายถึงต้น “นมสวรรค์” มีชื่อวิทยาสาสตร์ว่า Clerodendrum paniculatum L. จากที่นี่ค่ะ
http://www.healthsquare.org/colTopicView.php?brd=5&top=15452



บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 9  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 07:16

๏ โอ้ยามจนอ้นอั้นกระสันสวาท   คิดถึงญาติดังจะพาน้ำตาไหล
แกล้งแลเลยเชยชมพนมไพร   พระปรางค์ใหญ่เยี่ยมฟ้าสุธาธาร
ที่ริมรอบขอบคันข้างชั้นล่าง   เอาอิฐขว้างดูทุกคนไม่พ้นฐาน
แลข้างบนคนข้างล่างที่กลางลาน   สุดประมาณหมายหน้านัยน์ตาลาย
แล้วลาพระจะลงดูตรงโตรก   สูงชะโงกเงื้อมไม้จิตใจหาย
เมื่อขึ้นนั้นขั้นกระไดขึ้นง่ายดาย   จะลงเห็นเป็นว่าหงายวุ่นวายใจ
ต้องผินผันหันหลังลงทั้งสิ้น   ถึงแผ่นดินยินดีจะมีไหน
เที่ยวชมวัดทัศนาศาลาลัย   ต้นโพธิ์ไทรสูงสูงทั้งยูงยาง
ดูเย็นชื่นรื่นร่มพนมมาศ   มะตูมตาดต้นเอื้องมะเฟืองฝาง
นมสวรรค์ลั่นทมต้นนมนาง   มีต่างต่างตันอกตกตะลึง
นมสวรรค์ฉันดูสู้ไม่ได้   เหมือนเตือนใจให้นึกรำลึกถึง
เห็นเล็บนางหมางเมินเดินรำพึง   ชมกระดึงดอกดวงพวงพะยอม
พิกุลใหญ่ใต้ต้นหล่นแชล่ม   ดูกลีบแซมชื่นเชยระเหยหอม
ผลลูกสุกห่ามงามงามงอม   แต่แตนตอมต่อผึ้งหึ่งหึ่งฮือ
เห็นนกเปล้าเขาไฟฝูงไก่เถื่อน   เที่ยวเดินเกลื่อนกลางดินบ้างบินปรื๋อ
เหล่าลูกเล็กเด็กใหญ่ไล่กระพือ   มันบินหวือว่อนลงข้างดงดอนฯ

ช่วงนี้ กวีเห็นพรรณไม้เยอะเลยค่ะ จะพยายามหามาให้ชมค่ะ  นมสวรรค์ไปแล้ว  คราวนี้มะตาดค่ะ  สนใจรายละเอียดดูในเว็ปนี้นะคะ
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=maipradab&topic=4563




บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 10  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 08:56

ต้นนมนาง



บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 11  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 09:27

ต้นฝาง

ชื่อวิทยาศาสตร์  Caesalpinia sappan,Linn

วงศ์   Caesalpineae

ชื่อท้องถิ่น  โดยทั่วไปชาวบ้านเรียกว่า ฝาง หรือฝางเสน  เป็นพืชสมุนไพร ใช้เนื้อไม้ต้มเป็นน้ำดื่มแก้ร้อนใน ท้องร่วง  ฝักแก่ใช้ย้อมผ้าให้สีชมพูแดง


บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 12  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 10:11

ลืมใส่รูปมาให้ค่ะ  ต้นฝาง อีกที


บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30596

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 13  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 10:14

คุณป้ากุนคะ  รูปที่ใส่ ต้องชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ   ถ้าชื่อเป็นไทย  ระบบจะลงรูปไม่ได้
ขนาดไม่เกิน 128 kb. ด้วย
บันทึกการเข้า
pakun2k1d
พาลี
****
ตอบ: 285


ความคิดเห็นที่ 14  เมื่อ 16 ต.ค. 07, 10:18

ขอบคุณค่ะ  ลืมไปว่าตัวเองใส่ชื่อfileไว้เป็นภาษาไทย 


บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.038 วินาที กับ 19 คำสั่ง