เรือนไทย
ยินดีต้อนรับ ท่านผู้มาเยือน
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?
ข่าว: การแนบไฟล์ กรุณาใช้ชื่อไฟล์ภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
อ่าน: 20905 เพลง(ไทย)ที่ทำให้คุณนึกถึงใครคนหนึ่ง
ชานเรือน
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 30  เมื่อ 28 ธ.ค. 00, 21:56

คิดถึงหลายเพลงค่ะ  
สายชล ...
เหม่อมองดูสายน้ำวน  เหม่อมองสายชลช่างไหลริน
เหม่อมองดูนกผกผิน  บินลับไป ยามเหงา เราถอนใจ ......
จำได้แค่นี้เอง  ผิดหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ

เพลงของแหวน  ที่ว่า  เพียงเรามีเรา... ก็ชอบค่ะ
ชอบเพลงที่พี่เบริ์ดว่า....  ขอเพียงแต่ส่งเสียงมา จะไปหาในทันใด.... ชอบมากค่ะ เสียดายแต่เพลงนี้ยังไม่ทำให้นึกถึงใคร
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 31  เมื่อ 28 ธ.ค. 00, 23:07

ดีเจเปิดแผ่นแทบไม่ทันแล้วค่ะ   งานก็ยังไม่เสร็จโดดงานตอนห้าทุ่มมาเปิดแผ่น
เพลงเย็นๆให้คุณคนเหนื่อยใจค่ะ  ใช้แทนพัดลมหรือแอร์  ประหยัดไฟฟ้า

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
ฉันเก็บเอาไว้ให้เธอ
และจะเป็นเช่นนั้นเสมอ
(ฮ้ม)

ถนนสายนั้นที่ทอดยาว
มีเรื่องราวของความเป็นจริง
มีเงาไม้เอาไว้ให้พักพิง
มีเอาไว้ให้เธอยามอ่อนล้า

เธอเห็นท้องฟ้านั่นไหม
เห็นเงาของเมฆหรือเปล่า
ทะเลสีครามที่ทอดยาว
เห็นความรักฉันบ้างไหม

คุณชานเรือน เพลงสายชลเคยได้ยินค่ะ  แต่ไม่คุ้น จำเนื้อไม่ได้
เพลงของแหวน ขอเป็นพรุ่งนี้นะคะจะหามาเปิดให้ฟัง
บันทึกการเข้า
นกข.
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 32  เมื่อ 28 ธ.ค. 00, 23:22

เพลงสายทิพย์ (แสงดาว สวยพราวดูเด่น...) คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นผลงานแต่งของอาจารย์ ดร. สายสุรี จุติกุล นะครับ ไม่ยืนยัน อาจารย์ยังคงทำงานด้านสิทธิสตรีอย่างแข็งขัน ผมหวังว่าอาจมีโอกาสได้พบอาจารย์ในเวทีระหว่างประเทศที่เจนีวาในเร็วๆ นี้
สายชล คุ้นๆ ว่าเป็นผลงานของผู้แต่งคนเดียวกับที่แต่ง นกกับรถ แต่นึกชื่อไม่ออก
จากความทรงจำกระท่อนกระแท่นครับ
...เหม่อมองดูสาย น้ำวน เหม่อมองสายชล ที่ไหลริน
เหม่อมองดูนก ผกผิน บินลับไป ยามเหงา เราถอนใจ จากไป ไม่กลับมา...
เปล่าเปลี่ยวจริงหนอ หัวใจ อยากจะรักใคร เศร้าใจทุกครา
หมดแรงกำลัง อ่อนล้า และหลงทาง อกเอ๋ย ยังเจ็บมิจาง อ้างว้าง ดังสายชล
แม้ใจจะเจ็บ เก็บมาคิดคิด อดีต ยังงามล้ำล้น มิเคยลืม ภาพเราสองคน มิเคยลืม ยังหลอกลวงตน มิเคยลืม...
ว่าเคยรักเธอ ...
...สายชล หลั่งรินไหลวน มาพานพบเจอ
เหตุการณ์ผ่านไป ยังเพ้อ ละเมอทุกวัน อกเอ๋ย ขมขื่นตื้นตัน จากกัน หรือฝันไป...
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 33  เมื่อ 29 ธ.ค. 00, 00:44

อ่านเนื้อแล้วเพราะมาก

ขอบคุณค่ะ คุณนกข.

สายทิพย์ เป็นเพลงของดร.

สายสุรี จุติกุล ใช่แล้วค่ะ

ท่านตั้งชื่อเพลงจากชื่อของท่าน

บวกกับชื่อเพื่อนรัก
http://vcharkarn.com/reurnthai/uploaded_pics/RW251x033.gif'>
บันทึกการเข้า
msk
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 34  เมื่อ 29 ธ.ค. 00, 06:57

มีอยู่เพลงนึง ชื่อว่า เพลงทานตะวัน  แต่จำเนื้อไม่ได้แล้วล่ะค่ะ  
ร้องประมาณว่า ตะวันส่องใส แดดสายลม มา
ท่ามกลางทิวทุ่ง  ........ แดดฟางหอมลอย
.................
คิดถึงเพลงนี้ทุกครั้งที่ผ่านทุ่งดอกไม้ นึกถึง
บรรยากาศเก่าๆ  

@^_____^@
บันทึกการเข้า
B
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 35  เมื่อ 29 ธ.ค. 00, 14:07

"Saichol' was very popular about 17-18 years ago ka. Khun Jantanee Unagool sang this song ka.
บันทึกการเข้า
มิชิโกะ
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 36  เมื่อ 29 ธ.ค. 00, 14:52

เพลง รู้อยู่แก่ใจ ของ ชรัส เฟื่องอารมณ์ ค่ะ

เรารู้กันอยู่แก่ใจ
 จะเป็นเช่นไร เรารู้กันอยู่แล้วหนา
ไม่เคยเอ่ยคำว่ารักกันมากหนักหนา
ไม่เคยสรรหาคำหวานบอกกันสักคำ ..

ร้องไม่จบหรอกนะคะ ไม่ค่อยอยากเอ่ยถึงสักเท่าไหร่ด้วยซ้ำ
สมัยเรียน เคยมีคนคนหนึ่งคล้ายจะสัญญากับเราด้วยเพลงนี้ แต่ปัจจุบันเค้าคงไปสัญญากับคนอื่นอยู่ที่ไหนสักแห่ง
อาชีพนักการทูตเหมือนคุณ นกข. แหละค่ะ
อาชีพนี้มีที่ไปเยอะ มีโอกาสเจอผู้หญิงทั่วโลก หูตากว้างไกล เขาก็เลยเห็นผู้หญิงไทยหน้าตาจืดๆ อย่างดิฉัน เป็นแค่เพื่อนเก่าอยู่ในมุมหนึ่งในอดีตเท่านั้นเอง
คุณเทาชมพูเคยฟังเพลงนี้บ้างไหมล่ะคะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 37  เมื่อ 29 ธ.ค. 00, 15:50

ยังหาเพลงของแหวนไม่ได้เลยค่ะ ไม่รู้ว่าอยู่เว็บไหน ค้นไม่พบ
เพลงทานตะวันก็เหมือนกัน  ถ้าอยู่ในเทปของศุ บุญเลี้ยง ก็คงอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของบ้าน  รอเวลาไม่คิดว่าจะหาเจอแล้วก็ค่อยเจอ

ชรัสแต่งเพลงเก่ง ร้องเพลงก็น่าฟัง ชอบเพลงของเขาหลายเพลง
เอาเพลงใสๆมาให้คุณมิชิโกะฟังดีกว่า ต้อนรับปีใหม่ไงคะ

ผีเสื้อ //ชรัส เฟื่องอารมณ์

ผีเสื้อ..ตัวน้อย..น้อย
บิน..ล่องลอย..กลางพนา..ไพร
โผ..ผิน..ร่อนบิน..ระเริงใจ
คลุกเคล้า.. ดอกไม้ใจชื่นบาน

แสง.. แดด..ยามสาย..สาย
ยาม..พร่างพราย.. ต้องสายธาร
ฉาบ..ทอง..เมื่อมอง..แสนตระการ
ผี..เสื้อ..สุขสราญ..นะเจ้าเอย

ท้อง..ฟ้า..สี..อำพัน
ผีเสื้อ..สุขสันต์..มากเหลือ
เจ้าไม่คิด..ไม่ต้องหวัง
ดอกไม้ยัง ..กูลเกื้อ
แสงแดด ..จุนเจือ.. ชีวี

อยาก..จะเป็น ..ผีเสื้อ.. ตัวน้อย
บิน.. ล่องลอย.. เสรี
สี.. สัน.. ดุจอัญ ..มณี
สุขใด ..หรือจะมี.. เช่นผีเสื้อ

..ท้อง ฟ้า สี อำพัน
ผีเสื้อ สุขสันต์ มากเหลือ
เจ้าไม่คิด ไม่ต้องหวัง
ดอกไม้ยัง กูลเกื้อ
แสงแดด จุนเจือ ชีวี

อยาก จะเป็น ผีเสื้อ ตัวน้อย
บิน ล่องลอย เสรี
สี สัน ดุจอัญ มณี
สุขใด หรือจะมี เช่นผีเสื้อ
สุขใด หรือจะมี เช่นผีเสื้อ

ส่งท้ายให้คุณมิชิโกะ
ไม้สองท่อนถูกคลื่นซัดมาพบกันในมหาสมุทร แล้วลอยห่างกันออกไป ไม่มีวันพบกันอีก  ฉันใด
การพบปะของคนสองคน ในทะเลชีวิต ก็ฉันนั้น
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 38  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 10:39

ไปเจอที่ ห้องสมุด  คุณเทาชมพูช่วยต่อให้ทีได้มั้ยคะ

หากตราบใด สายนที ยังรี่ไหล สู่มหาชลาลัยกระแสสินธุ์
                เกลียวคลื่นยังกระทบฝั่งดั่งอาจินต์ เป็นนิจสิน ตราบนั้น ฉันรักเธอ เช่นตะวันนั้นยังคงตรงต่อเวลา
                แน่นอนนักรักของฟ้าสม่ำเสมอ เช่นกัยฉันมั่นคงตรงต่อ เธอ ฉันรักเธอเสมอ ฉันรักเธอเสมอ ชั่วนิจนิรันดร์

ด้วยความรักไม่รู้จบ แม้ผืนดินกลบ ไม่อาจลบความรักเลือน จะเนิ่นนานกี่วัน กี่ปี กี่เดือน
                ดินฟ้าจะคลายเคลื่อน...........
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 39  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 11:51

คุณพวงร้อยร้องอยู่ ๒ เพลง  
เพลงแรกคือ "รักเธอเสมอ" ค่ะ
เนื้อจบแล้วตามที่ร้องมา

อีกเพลงชื่อ " ความรักไม่รู้จบ"

ถึงจะอยู่สุดหล้าฟ้าดิน
แม้จะสิ้นสิทธิ์และเสรี
แต่วันนั้นใจฉันยังคงที่
ความรักความภักดีไม่มีสิ้นสลาย

ถึงโลกแตกแหลกเป็นผงคลี
รักเต็มปรี่ไม่มีรู้คลาย
ชีพถูกฝังความรักจึงเวียนว่าย
เคียงคู่เธอมิคลาย ฝากวิญญาณไว้เตือน  

ด้วยความรักไม่รู้จบ  แม้ผืนดินกลบ
 ยากลบความรักเลือน
จะเนิ่นนานกี่วันกี่ปีกี่เดือน
ดินฟ้าจะคล้อยเคลื่อน ใจไม่เลือนรักเธอ

ทุกทุกอย่างบนทางรักจริง
ทุกทุกสิ่งบนทางรักเจอ
จะสมหวังหรือพบความเพ้อเจ้อ
เป็นที่ใจของเธอจะจริงจังฉันใด
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
ความรักช่วงที่ระทึกที่สุด
ก็คือตอนไม่รู้ว่ารักจริงหรือไม่จริง
 กำลังลุ้นกันอยู่ทั้งสองฝ่าย
อย่างที่ว่า"จะสมหวังหรือพบความเพ้อเจ้อ
เป็นที่ใจของเธอจะจริงจังฉันใด"

พอรู้แล้วว่าใจตรงกัน  ก็หมดระทึก
แต่มาถึงช่วงยากที่สุด
คือประคับประคองให้ความรักอยู่กับเราได้ด้วยดี ตลอดไป
บันทึกการเข้า
ลองอ่านดู
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 40  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 12:54

คัดลอกมา เห็นว่ามีส่วนจริง ลองอ่านดูคนที่มีความรัก




&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&




love is patient,
love is kind
It does not envy
It does not boast
It is not self - seeking
It is not easily angered
It keeps no record of wrongs
Love does not delight in evil
But rejoices with the truth.
It always protects,
always trust,
always hopes,
Always perserves,
Love Never Fails
บันทึกการเข้า
พวงร้อย
สุครีพ
******
ตอบ: 904


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 41  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 13:43

ขอบคุณมากค่ะ คุณเทาชมพู  

เห็นด้วยค่ะ  ความระทึกใจก็เหมือนเปลวไฟจากไม้ขีด  แต่ไฟรักจักยั่งยืนอยู่ได้  ก็ขึ้นอยู่กับว่า  เราจะมีเชื้อเพลิง  และความอดทนที่จะนั่งพัดวีให้ไฟนี้ลุกโหมเรื่อยไปได้ตลอดหรือไม่  หยุดเติมเชื้อพัดไฟเมื่อไหร่ ไฟก็มอดดับค่ะ  พูดน่ะง่าย  แต่ปฏิบัติทุกเมื่อเชื่อวันจนตายกันไปข้างหนึ่งนี่มันยากค่ะ  หึหึ พูดยังกะคนมีประสบการณ์แน่ะ
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 42  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 14:21

คุณพวงร้อย

"จะว่าหนักหนักอะไรในดินดอน
ถึงสิงขรก็ไม่หนักเหมือนรักกัน"
จำไม่ได้แล้วว่านิราศเดือนหรือนิราศพระแท่นดงรัง
ของนายมี(หลวงศุภมาตรา)
บันทึกการเข้า
ร่วมตอบจ้า
บุคคลทั่วไป
ความคิดเห็นที่ 43  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 22:42

อิอิ  เห็นว่ากระทู้นี้คุยเรื่องความรัก และหลักการ รวมทั้งคำนิยาม มาอ่านบทสัมภาษณ์
จากเสนาเอ้ว กันดีกว่าว่าเค้ามีเคล็ดลับอะไรม้างทำให้ได้ลูกสะใภ้สุดสวย พี่หมิวกันต่อ เห็นว่า
มีประโยชน์จ฿ึงเอามาให้อ่านด้วย ต้องเข้าตามตรอกออกตามประตูบ้างนะจ๊ะ ในการจีบสาวนี่ เค้าจะได้เชื่อใจด้วยจนตกลงใจแต่งงาน
หลังจากนี้ ก็เป็นหน้าที่ของคู่บ่าวสาวที่จะประคองรักกันให้นานแสนนาน ความหนักแน่นคงเป็นสิ่งสำคัญนอกเหนือจากความรัก
(อิอิ มีผู้ใหญ่สอนมาไม่ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองมากนะจ้า )

*****************************************
พล.อ.อัครเดช ศศิประภา ยังกล่าวถึงเบื้องหลังการคบหากันของหนุ่มก้องและสาวหมิวว่า คบกันมาเป็นเวลาปีกว่าโดยลูกชายได้พาหมิว มากินข้าวที่บ้านกับครอบครัว ซึ่งตนดูแล้วหมิว เป็นเด็กดีเรียบร้อย กิริยามารยาทความรู้ก็ดีจบปริญญาโท ยอมรับว่าหมิวเป็นเด็กที่ใช้ได้ เป็นคนมัธยัสถ์รู้จักเก็บหอมรอมริบดี เราต้องให้เกียรติเขาเต็มที่ ลูกสะใภ้คนนี้ดูแล้วน่ารักดี ช่วงที่คบหากันทั้งสองคนชอบไปทำบุญกันเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็นวัดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตนยังเคยไปเจอเมื่อตอนไปทำบุญวัดที่บ้านคือที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ยังตกใจเลยว่า ทั้งสองคนชอบทำบุญและไปกันได้ด้วยดี ถึงตอนนี้ก็มากินข้าวด้วยกันที่บ้านเกือบทุกอาทิตย์ สำหรับหนุ่มก้องลูกชายนั้นเป็นคนมุมานะชอบทำมาหากิน ตอนเรียนอยู่ที่สหรัฐฯ ก็ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งด้วย ได้เงินค่าทิปถึงวันละกว่าร้อยเหรียญ ตนสอนลูกเสมอให้รู้จักช่วยเหลือตัวเอง ตนภูมิใจลูกชายคนนี้มาก โดยเฉพาะแม่ของเขาเอง หลังจากที่คบหากับหมิวตนบอกกับลูกตลอดเวลาว่า ให้หมั่นไปหาว่าที่แม่ยายไปทำความรู้จักกับเขา หรือให้พาไปกินข้าวบ้าง ก้องก็ทำตาม ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ลูกชายทำตัวเข้าหาผู้ใหญ่ได้ดี ก่อนหน้าลูกชายและลูกสะใภ้จะประกาศวิวาห์กัน ตนได้แนะเคล็ดลับไปว่าให้บุกเข้าบ้านไปเลย ถ้าอยากได้ลูกสาวเขาให้ไปพูดกับว่าที่แม่ยายให้เรียบร้อยว่า จะเอาอย่างไร เพราะการเข้าบ้านฝ่ายหญิง ถือเป็นการทำตามประเพณีโบราณคือเข้าตามตรอกออกตามประตู ครอบครัว "ศศิประภา" ไม่เคยทำผิดประเพณี ทำให้แม่ยายรักลูกก้องมาก เรื่องนี้ถือว่าลูกชายได้เปรียบคนอื่นที่มาจีบหมิว
บันทึกการเข้า
เทาชมพู
เจ้าเรือน
หนุมาน
*****
ตอบ: 30587

ดูแลเรือนไทย วิชาการ.คอม


เว็บไซต์
ความคิดเห็นที่ 44  เมื่อ 30 ธ.ค. 00, 23:49

ความเห็นของคุณ" ร่วมตอบจ้า" น่าสนใจ น่าคุยต่อ

ดิฉันขอยกขึ้นเป็นกระทู้ใหม่นะคะ

http://vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&number=258' target='_blank'>http://vcharkarn.com/snippets/board/show_message.php?dtn=dtn5&number=258
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 7
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006, Simple Machines
Simple Audio Video Embedder

XHTML | CSS | Aero79 design by Bloc หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.207 วินาที กับ 19 คำสั่ง